พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน · ปังสุกุลสวรรค
๕. จันทนมาลิยเถราปทาน เล่ม ๓๓
Text layerBuddha’s wordsItems ๗๕ (Royal Thai)5/10 in ปังสุกุลสวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
ปญฺจมํ จนฺทนมาลิยตฺเถราปทานํ (๔๘๕)
จันทนมาลิยเถราปทานที่ ๕
ว่าด้วยผลแห่งการถวายแก่นจันทน์และดอกรัง
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ปังสุกุลสวรรค จันทนมาลิยเถราปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)
ปญฺจกามคุเณ หิตฺวา ปิยรูเป มโนรเม
อสีติโกฏิโย หิตฺวา ปพฺพชึ อนคาริยํ ฯ
ปพฺพชิตฺวาน กาเยน ปาปกมฺมํ วิวชฺชยึ
วจีทุจฺจริตํ หิตฺวา นทีกูเล วสามหํ ฯ
เอเกกํ ๑ มํ วิหรนฺตํ พุทฺธเสฏฺโฐ อุปาคมิ
นาหํ ชานามิ พุทฺโธติ อกาสึ ปฏิสนฺถรํ ฯ
กริตฺวา ปฏิสนฺถารํ นามโคตฺตํ อปุจฺฉหํ
เทวตา นุสิ คนฺธพฺโพ อาทู ๒ สกฺโก ปุรินฺทโท ฯ
โก วา ตฺวํ กสฺส วา ปุตฺโต มหาพฺรหฺมา อิธาคโต
วิโรจสิ ทิสา สพฺพา อุทยํ สุริโย ยถา ฯ
สหสฺสารานิ จกฺกานิ ปาเท ทิสฺสนฺติ มาริส
โก วา ตฺวํ กสฺส วา ปุตฺโต กถํ ชาเนมุ ตํ มยํ ฯ
นามโคตฺตํ ปเวเทหิ สํสยํ อปเนหิ เม
นมฺหิ เทโว น คนฺธพฺโพ นมฺหิ สกฺโก ปุรินฺทโท ฯ
พฺรหฺมภาโว จ เม นตฺถิ เอเตสํ อุตฺตโม อหํ
อตีโต วิสยํ เตสํ ทาลยึ กามพนฺธนํ ฯ
สพฺเพ กิเลเส ฌาเปตฺวา ปตฺโต สมฺโพธิมุตฺตมํ
ตสฺส วาจํ สุณิตฺวาหํ อิทํ วจนมพฺรวึ ฯ
ยทิ พุทฺโธสิ สพฺพญฺญู นิสีท ตฺวํ มหามุนิ
ตมหํ ปูชยิสฺสามิ ทุกฺขสฺสนฺตกโร ตุวํ ฯ
ปตฺถริตฺวา ชินจมฺมํ อทาสิ สตฺถุโน อหํ
นิสีทิ ตตฺถ ภควา สีโหว คิริคพฺภเร ฯ
ขิปฺปํ ปพฺพตมารุยฺห อมฺพสฺส ผลมคฺคหึ
สาลกลฺยาณิกํ ปุปฺผํ จนฺทนญฺจ มหารหํ ฯ
ขิปฺปํ ปคฺคยฺห ตํ สพฺพํ อุเปตฺวา ๑ โลกนายกํ
ผลํ พุทฺธสฺส ทตฺวาน สาลปุปฺผํ อปูชยึ ฯ
จนฺทนํ อนุลิมฺปิตฺวา อวนฺทึ สตฺถุโน อหํ
ปสนฺนจิตฺโต สุมโน วิปุลาย จ ปีติยา ฯ
อชินมฺหิ นิสีทิตฺวา สุเมโธ โลกนายโก
มม กมฺมํ ปกิตฺเตสิ หาสยนฺโต มมํ ตทา ฯ
อิมินา ผลทาเนน คนฺธมาเลหิ จูภยํ
ปญฺจวีเส กปฺปสเต เทวโลเก รมิสฺสติ ฯ
อนูนมนสงฺกปฺโป วสวตฺติ ภวิสฺสติ
ฉพฺพีสติกปฺปสเต มนุสฺสตฺตํ คมิสฺสติ ฯ
ภวิสฺสติ จกฺกวตฺติ จาตุรนฺโต มหิทฺธิโก
เวกรํ ๒ นาม นครํ วิสุกมฺเมน มาปิตํ ฯ
เหสฺสติ สพฺพโสวณฺณํ นานารตนภูสิตํ
เอเตเนว อุปาเยน สํสริสฺสติ โยนิโย ๓ ฯ
สพฺพตฺถ สุขิโต ๔ หุตฺวา เทวตฺเต อถ มานุเส
ปจฺฉิเม ภวสมฺปตฺเต พฺรหฺมพนฺธุ ภวิสฺสติ ฯ
อคารา อภินิกฺขมฺม อนคาริ ภวิสฺสติ
อวิญฺญตฺติปจฺจโย ๕ หุตฺวา นิพฺพายิสฺสตินาสโว ฯ
อิทํ วตฺวาน สมฺพุทฺโธ สุเมโธ โลกนายโก
มม นิชฺฌายมานสฺส ปกฺกามิ อนิลญฺชเส ฯ
เตน กมฺเมน สุกเตน เจตนาปณิธีหิ จ
ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ ตุสิตํ ๑ อุปปชฺชหํ ฯ
ตุสิตโต จวิตฺวาน นิพฺพตฺตึ มาตุกุจฺฉิยา
โภเค เม อูนตา นตฺถิ ยมฺหิ คพฺเภ วสามหํ ฯ
มาตุกุจฺฉิคเต มยิ อนฺนปานญฺจ โภชนํ
มาตุยา มม ฉนฺเทน นิพฺพตฺตติ ยถิจฺฉกํ ฯ
ชาติยา ปญฺจวสฺเสน ปพฺพชึ อนคาริยํ
โอโรปิตมฺหิ เกสมฺหิ อรหตฺตํ อปาปุณึ ฯ
ปุพฺพกมฺมํ คเวสนฺโต โอเรน นทฺทสํ อหํ
ตึสกปฺปสหสฺสมฺหิ มม กมฺมํ อนุสฺสรึ ฯ
นโม เต ปุริสาชญฺญ นโม เต ปุริสุตฺตม
ตว สาสนมาคมฺม ปตฺโตมฺหิ อจลํ ปทํ ฯ
ตึสกปฺปสหสฺสมฺหิ สมฺพุทฺธมภิปูชยึ
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา
นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ
สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก
ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา จนฺทนมาลิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ
จนฺทนมาลิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
๑ ม. ติยคฺคี ฯ ยุ. ติวคฺคี ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ ๒ ม. ญาณมถวึ อหํ ฯ
๑ ม. เอกกํ ฯ ยุ. เอกกมฺมํ ฯ ๒ ยุ. อุท ฯ
๑ ยุ. อุเปสึ ฯ ๒ ม. ยุ. เวภารํ ฯ ๓ ม. โส ภเว ฯ ยุ. โยนิโส ฯ
๔ ม. ปูชิโต ฯ ๕ ม. อภิญฺญาปารคู ฯ
๑ ม. ตาวตึสมคจฺฉหํ ฯ
เราละเบญจกามคุณอันน่ารัก น่ารื่นรมย์ใจ และละทรัพย์ประมาณ๘๐ โกฏิแล้ว บวชเป็นบรรพชิต ครั้นบวชแล้ว ได้เว้นการทำความชั่วด้วยกาย ละความประพฤติชั่วด้วยวาจา อยู่แทบฝั่งแม่น้ำพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด ได้เสด็จมาหาเราผู้อยู่คนเดียว เราไม่รู้จักว่าเป็นพระพุทธเจ้า เราได้ทำปฏิสันถาร ครั้นทำปฏิสันถารแล้ว จึงได้ทูลถามถึงพระนามและพระโคตรว่า ท่านเป็นเทวดาหรือคนธรรพ์ หรือเป็นท้าวสักกปุรินททะ ท่านเป็นใคร หรือเป็นบุตรของใคร หรือเป็นท้าวมหาพรหม มาในที่นี้ ย่อมสว่างไสวไปทั่วทิศ เหมือนพระอาทิตย์อุทัยฉะนั้นข้าแต่ท่านผู้นิรทุกข์จักรมีกำพันหนึ่งปรากฏที่เท้าของท่าน ท่านเป็นใคร หรือเป็นบุตรของใคร เราจะรู้จักท่านอย่างไร ขอท่านจงบอกชื่อและโคตรบรรเทาความสงสัยของเราเถิด.
พระพุทธเจ้าตรัสตอบว่า เราไม่ใช่เทวดาไม่ใช่คนธรรพ์ ไม่ใช่ท้าวสักกปุรินททะ และความเป็นพรหมก็หามีแก่เราไม่ เราสูงสุดกว่าพรหมเหล่านั้น ล่วงวิสัยของพรหมเหล่านั้น เราได้ทำลายเครื่องผูกพันคือกามได้แล้ว เผากิเลสเสียหมดสิ้นบรรลุสัมโพธิญาณอันอุดมแล้ว เราได้สดับพระดำรัสของพระองค์แล้ว จึงได้กราบทูลว่า ข้าแต่พระมหามุนี ถ้าพระองค์เป็นพระสัพพัญญูพุทธเจ้า ขอเชิญพระองค์ประทับนั่งเถิด ข้าพระองค์จะขอบูชาพระองค์ ขอพระองค์จงทำที่สุดแห่งทุกข์แก่ข้าพระองค์เถิดเราได้ลาดหนังสัตว์ถวายพระศาสดาแล้ว พระผู้มีพระภาคประทับนั่งเหนือหนังสัตว์นั้น ดังสีหราชนั่งอยู่ที่ซอกภูเขา ฉะนั้น เรารีบขึ้นภูเขาเก็บเอาผลมะม่วง
ดอกรังอันสวยงามและแก่นจันทน์อันมีค่ามาก เรารีบกอบเอาทั้งหมดเข้าไปเฝ้าพระผู้นำของโลก ถวายผลไม้แด่พระพุทธเจ้า แล้วเอาดอกรังบูชา ก็เรามีจิตเลื่อมใสมีใจโสมนัสมีปีติอันไพบูลย์ ได้เอาแก่นจันทน์ลูบไล้แล้ว ถวายบังคมพระศาสดาพระผู้นำของโลกพระนามว่าสุเมธะ ประทับนั่งบนหนังสัตว์ เมื่อจะยังเราให้รื่นเริง ได้ทรงพยากรณ์กรรมของเราในครั้งนั้นว่า ด้วยการถวายผลไม้กับของหอมและดอกไม้ทั้งสองอย่างนี้ ผู้นี้จักรื่นรมย์อยู่ในเทวโลก ๒,๕๐๐ กัป เขาจักเป็นผู้มีความดำริทางใจไม่บกพร่องยังอำนาจให้เป็นไป ในกัปที่ ๒๖,๐๐๐ จักไปสู่ความเป็นมนุษย์จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ มีมหาสมุทรทั้ง
๔ เป็นขอบเขต วิสสุกรรมเทพบุตรเนรมิตพระนครอันมีนามว่าเวกระให้พระนครนั้นจักสำเร็จด้วยทองล้วนๆ ประดับประดาด้วยรัตนะนานาชนิด เขาจักท่องเที่ยวไปยังกำเนิดทั้งหลายโดยอุบายนี้เทียว เขาจักเป็นผู้ถึงความสุขในทุกภพ คือ ในความเป็นเทวดาหรือมนุษย์ เมื่อถึงภพสุดท้ายเขาจักเป็นบุตรพราหมณ์ จักออกบวชเป็นบรรพชิตจักเป็นผู้ไม่มีวิญญัติปัจจัย ไม่มีอาสวะปรินิพพาน พระสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสุเมธะ ผู้นำของโลก ครั้นตรัสดังนี้ เมื่อเรากำลังเพ่งมองอยู่ ได้เสด็จเหาะไปในอากาศ ด้วยกรรมที่กระทำไว้ดีแล้วนั้นและด้วยความตั้งเจตนาไว้ เราละร่างมนุษย์แล้วได้เข้าถึงสวรรค์ชั้นดุสิตจุติจากดุสิตแล้ว
ไปเกิดในครรภ์ของมารดา ในครรภ์ที่เราอยู่ ไม่มีความบกพร่องด้วยโภคทรัพย์แก่เราเลย เมื่อเรายังอยู่ในครรภ์ของมารดา ข้าว น้ำ โภชนาหาร เกิดตามความปรารถนาแก่มารดาของเราตามชอบใจ เราออกบวชเป็นบรรพชิตอายุ ๕ ขวบ เมื่อปลงผมเสร็จเราก็ได้บรรลุอรหัต เราค้นหาบุรพกรรมอยู่ ก็มิได้เห็นโดยอุรประเทศ เราระลึกถึงกรรมของเราในสามหมื่นกัปได้ ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นบุรุษอาชาไนย ข้าพระองค์ขอนอบน้อมแด่พระองค์ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นอุดมบุรุษ ข้าพระองค์ขอนอบน้อมแด่พระองค์ข้าพระองค์อาศัยคำสั่งสอนของพระองค์ จึงได้บรรลุบทอันไม่หวั่นไหว ในกัปที่สามหมื่น เราบูชาพระสัมพุทธเจ้า ด้วยการบูชานั้นเราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระจันทนมาลิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ จันทนมาลิยเถราปทาน.
End of ๕. จันทนมาลิยเถราปทาน