พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน · ปังสุกุลสวรรค
๙. ธัมมรุจิเถราปทาน เล่ม ๓๓
Text layerBuddha’s wordsItems ๗๙ (Royal Thai)9/10 in ปังสุกุลสวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
นวมํ ธมฺมรุจิตฺเถราปทานํ ๑ (๔๘๙)
ธัมมรุจิเถราปทานที่ ๙
ว่าด้วยผลแห่งความพอใจในธรรม
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ปังสุกุลสวรรค ธัมมรุจิเถราปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)
ยทา ทีปงฺกโร พุทฺโธ สุเมธํ พฺยากริ ชิโน
อปริเมยฺเย อิโต กปฺเป อยํ พุทฺโธ ภวิสฺสติ ฯ
อิมสฺส ชนิกา มาตา มายา นาม ภวิสฺสติ
ปิตา สุทฺโธทโน นาม อยํ เหสฺสติ โคตโม ฯ
ปธานํ ปทหิตฺวาน กตฺวา ทุกฺกรการิกํ
อสฺสตฺถมูเล สมฺพุทฺโธ พุชฺฌิสฺสติ มหายโส ฯ
อุปติสฺโส โกลิโต จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวกา
อานนฺโท นามุปฏฺฐาโก ๒ อุปฏฺฐิสฺสติมํ ชินํ ฯ
เขมา อุปฺปลวณฺณา จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวิกา
จิตฺโต อาฬวโก เจว อคฺคา เหสฺสนฺตุปาสกา ฯ
ขุชฺชุตฺตรา นนฺทมาตา อคฺคา เหสฺสนฺตุปาสิกา
โพธิ อิมสฺส ธีรสฺส อสฺสตฺโถติ ปวุจฺจติ ฯ
อิทํ สุตฺวาน วจนํ อสมสฺส มเหสิโน
อาโมทิตา นรมรู นมสฺสนฺติ กตญฺชลี ฯ
ตทาหํ มาณโว อาสึ เมโฆ นาม สุสิกฺขิโต
สุตฺวา พฺยากรณํ เสฏฺฐํ สุเมธสฺส มหามุนิ ฯ
สํวิสฺสฏฺโฐ ภวิตฺวาน สุเมเธ กรุณาลเย ๑
ปพฺพชนฺตญฺจ ตํ วีรํ สหา ๒ จ อนุปพฺพชึ ฯ
สํวุโต ปาฏิโมกฺขสฺมึ อินฺทฺริเยสุ จ ปญฺจสุ
สุทฺธาชีโว สโต ธีโร ชินสาสนการโก ฯ
เอวํ วิหรมาโนหํ ปาปมิตฺเตน เกนจิ
นิโยชิโต อนาจาเร สุมคฺคา ปริธํสิโต ฯ
วิตกฺกวสิโก หุตฺวา สาสนโต อปกฺกมึ
ปจฺฉา เตน กุมิตฺเตน ปยุตฺโต มาตุฆาตนํ ฯ
อกรึนนฺตริยญฺจ ๓ ฆาตยึ ทุฏฺฐมานโส
ตโต จุโต มหาวีจึ อุปปนฺโน สุทารุณํ ฯ
วินิปาตํ คโต สนฺโต สํสรึ ทุกฺขิโต จิรํ
น ปุโน อทฺทสํ ธีรํ สุเมธํ นรปุงฺควํ ฯ
อสฺมึ กปฺเป สมุทฺทสฺมึ มจฺโฉ อาสึ ติมิงฺคโล
ทิสฺวาหํ สาคเร นาวํ โคจรตฺถมุปาคมึ ฯ
ทิสฺวา มํ วาณิชา ภีตา พุทฺธเสฏฺฐํ อนุสฺสรุํ
โคตโมติ มหาโฆสํ สุตฺวา เตหิ อุทีริตํ ฯ
ปุพฺพสญฺญํ สริตฺวาน ตโต กาลํ กโต อหํ
สาวตฺถิยํ กุเล อิทฺเธ ๑ ชาโต พฺราหฺมณชาติยํ ฯ
อาสึ ธมฺมรุจิ นาม สพฺพปาปชิคุจฺฉโก
ทิสฺวาหํ โลกปชฺโชตํ ชาติยา สตฺตวสฺสิโก ฯ
มหาเชตวนํ คนฺตฺวา ปพฺพชึ อนคาริยํ
อุเปมิ พุทฺธํ ติกฺขตฺตุํ รตฺติยา ทิวสสฺส จ ฯ
ตทา ๒ ทิสฺวา มุนิ อาห สร ๓ ธมฺมรุจีติ มํ
ตโตหํ อวจํ พุทฺธํ ปุพฺพกมฺมํ วิภาวิตํ ๔ ฯ
สุจิรํ สตปุญฺญลกฺขณํ
ปติปุพฺเพ น วิสุทฺธิปจฺจยา ๕
อหมชฺช สุเปกฺขนํ วต
ตว ปสฺสามิ นิรุปมํ วิคฺคหํ ฯ
สุจิรํ วิหิตํ ๖ นุ เต มยา
สุจิรกฺเขน นิรวิโสสิตา ๗
สุจิรํ อมลํ วิโสธิตํ
นยนํ ญาณมยํ มหามุเน ฯ
จิรกาลสมงฺคิโต ๑ ตยา
อวินฏฺโฐ ปุนนฺตรํ จิรํ
ปุนรชฺช สมาคโต ตยา
นหิ นสฺสนฺติ กตานิ โคตม ฯ
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา
นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ
สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก
ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ธมฺมรุจิ เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ
ธมฺมรุจิตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
๑ ม. ธมฺมรุจิยตฺเถร... ฯ ๒ ม. ยุ. นาม นาเมน ฯ
๑ ม. ยุ. กรุณาสเย ฯ ๒ ม. สหาว ฯ ยุ. สเหว ฯ ๓ ม. อกรึ อานนฺตริยํ ฯ
ยุ. อกริมนนฺตริยญฺจ ฯ
๑ ยุ. อุจฺเจ ฯ ๒ ยุ. ทิสฺวา ฯ ๓ ม. ยุ. จิรํ ฯ ๔ ม. ยุ. ปภาวิตํ ฯ ๕
วิสุทฺธิปจฺจยํ ฯ ๖ ม. ยุ. วิหตตฺตโม มยา ฯ ๗ ม. ยุ. นทีวิโสสิตา ฯ
ในเวลาที่พระพุทธเจ้าผู้พิชิตมารพระนามว่าทีปังกร ทรงพยากรณ์สุเมธดาบสว่า ในกัปจากกัปนี้ไปนับไม่ถ้วน ดาบสนี้จักเป็นพระ-พุทธเจ้า พระมารดาบังเกิดเกล้าของดาบสนี้จักทรงพระนามว่ามายาพระบิดาจักทรงพระนามว่าสุทโธทนะ ดาบสนี้จักชื่อว่าโคดม ดาบสนี้จักเริ่มตั้งความเพียรทำทุกกรกิริยาแล้ว จักเป็นพระสัมพุทธเจ้าผู้มียศใหญ่ ตรัสรู้ที่ควงไม้อัสสัตถพฤกษ์ พระอุปติสสะและพระโกลิตะจักเป็นพระอัครสาวก ภิกษุอุปัฏฐากชื่อว่าอานนท์ จักบำรุงดาบสนี้ ผู้เป็นพระพิชิตมาร นางภิกษุณีชื่อว่าเขมาและอุบลวรรณาจักเป็นอัครสาวิกา จิตตคฤหบดีและเศรษฐีชาวเมืองอาฬวี จักเป็นอัครอุบาสิกา ไม้โพธิ์ของนักปราชญ์ผู้นี้เรียกว่าอัสสัตถพฤกษ์มนุษย์และเทวดาได้สดับพระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่
ซึ่งจะหาใครเสมอเหมือนมิได้ ต่างก็เป็นผู้เบิกบานประนมอัญชลีถวายนมัสการ เวลานั้น เราเป็นมานพชื่อเมฆะ เป็นนักศึกษา ได้สดับคำพยากรณ์อันประเสริฐซึ่งสุเมธดาบส ของพระมหามุนี เราเป็นผู้คุ้นเคยในสุเมธดาบสผู้เป็นที่อยู่แห่งกรุณาและได้บวชตามสุเมธดาบส ผู้เป็นวีรบุรุษนั้น ผู้ออกบวชอยู่ เป็นผู้สำรวมในพระปาติโมกข์และอินทรีย์ ๕ เป็นผู้มีอาชีวะหมดจด มีสติ เป็นนักปราชญ์ กระทำตามคำสอนของพระพิชิตมาร
เราเป็นผู้อยู่เช่นนี้ ถูกบาปมิตรบางคนชักชวนในอนาจาร ถูกกำจัดจากหนทางอันชอบ เป็นผู้ตกอยู่ในอำนาจแห่งวิตก จึงได้หลีกไปจากพระศาสนา ภายหลังถูกมิตรอันน่าเกลียดนั้น ชักชวนให้ฆ่ามารดาเรามีใจอันชั่วช้าได้ทำอนันตริยกรรมฆ่ามารดา เราจุติจากอัตภาพนั้นแล้ว เกิดในอเวจีมหานรกอันแสนทารุณ เราไปสู่วินิบาตถึงความลำบากท่องเที่ยวไปนาน ไม่ได้เห็นสุเมธดาบสผู้เป็นนักปราชญ์ผู้ประเสริฐกว่านระอีก ในกัปนี้ เราเกิดเป็นปลาติมิงคละ อยู่ในมหาสมุทร เราเห็นเรือในสาครเข้าจึงเจ้าไปเพื่อจะกิน พวกพ่อค้าเห็นเราก็กลัว ระลึกถึงพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด
เราได้ยินเสียงกึกก้องว่าโคตโม ที่พ่อค้าเหล่านั้นเปล่งขึ้น จึงนึกถึงสัญญาเก่าขึ้นมาได้ ต่อจากนั้น ได้ทำกาลกิริยา เกิดในสัญชาติพราหมณ์ ในสกุลอันมั่งคั่งณ พระนครสาวัตถี เราชื่อว่าธัมมรุจิ เป็นคนเกลียดบาปกรรมทุกอย่าง พออายุได้ ๗ ขวบ ก็ได้พบพระพุทธองค์ผู้ส่องโลกให้โชติช่วง จึงได้ไปยังพระมหาวิหารเชตวัน แล้วบวชเป็นบรรพชิตเราเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ๓ ครั้งต่อคืนหนึ่งกับวันหนึ่ง ครั้งนั้น พระองค์ผู้เป็นพระมหามุนี ทอดพระเนตรเห็นเราเข้า จึงได้ตรัสว่า ดูกรธัมมรุจิ ท่านจงระลึกถึงเรา ลำดับนั้น เรากราบทูลบุรพกรรมอย่างแจ่มแจ้งกะพระพุทธเจ้าว่า
เพราะปัจจัยแห่งความบริสุทธิ์ในปางก่อน ข้าพระองค์จึงมิได้พบพระองค์ ผู้ทรงพระลักษณะแห่งบุญตั้งร้อย เสียนานวันนี้ ข้าพระองค์ได้เห็นแล้วหนอ ข้าพระองค์เห็นพระสรีระของพระองค์ อันหาสิ่งอะไรเปรียบมิได้ ข้าพระองค์ตามหาพระองค์มานานนักแล้ว ตัณหานี้ข้าพระองค์ทำให้เหือดแห้งไปโดยไม่เหลือด้วยอินทรีย์สิ้นกาลนาน ข้าพระองค์ชำระนิพพานให้หมดมลทินได้ โดยกาลนาน ข้าแต่พระมหามุนี นัยน์ตาอันสำเร็จด้วยญาณ ถึงความพร้อมเพรียงกับพระองค์ได้ก็สิ้นเวลานานนัก ข้าพระองค์พินาศไปเสีย ในระหว่างอีกเป็นเวลานาน วันนี้ ได้สมาคมกับพระองค์อีก ข้าแต่พระโคดม กรรมที่ข้าพระองค์ทำไว้จะไม่พินาศไปเลย.
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระธัมมรุจิเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ธัมมรุจิเถราปทาน.
End of ๙. ธัมมรุจิเถราปทาน