arnon.worldSign in

เสเรยยกวรรค

Text layerBuddha’s wordsItems 123–132 (Royal Thai)13/59 in อปทาน4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

เตรสโม เสเรยฺยวคฺโค

ปฐมํ เสเรยฺยกตฺเถราปทานํ (๑๒๑)

เสเรยยกวรรคที่ ๑๓

เสเรยยเถราปทานที่ ๑ (๑๒๑)

ว่าด้วยผลแห่งการควันดอกไม้ซึก

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เสเรยยกวรรค เสเรยยเถราปทาน (๑๒๑) (Royal Thai Volume 32 · Mahachula Volume 32 · Mahamakut Volume 71 · Chaloem Phrakiat Volume 32)

Pali (Siam Rath)

อชฺฌายิโก มนฺตธโร ติณฺณํ เวทาน ปารคู

อพฺโภกาเส ฐิโต สนฺโต อทฺทสํ โลกนายกํ ฯ

สีหํ ยถา วนจรํ พฺยคฺฆราชํว นิตฺตสํ

ติธปฺปภินฺน มาตงฺคํ กุญฺชรํว มเหสินํ ฯ

เสเรยฺยกํ คเหตฺวาน อากาเส อุกฺขิปึ อหํ

พุทฺธสฺส อานุภาเวน ปริวาเรนฺติ สพฺพโส ฯ

อธิฏฺฐหิ มหาวีโร สพฺพญฺญู โลกนายโก

สมนฺตา ปุปฺผฉทนํ โอกิรึสุ นราสภํ ฯ

ตโต สา ปุปฺผกญฺจุกา อนฺโตวณฺฏา พหิมุขา

สตฺตาหํ ฉทนํ กตฺวา ตโต อนฺตรธายถ ฯ

ตญฺจ อจฺฉริยํ ทิสฺวา อพฺภูตํ โลมหํสนํ

พุทฺเธ จิตฺตํ ปสาเทสึ สุคเต โลกนายเก ฯ

เตน จิตฺตปฺปสาเทน สุกฺกมูเลน โจทิโต

กปฺปานํ สตสหสฺสํ ทุคฺคตึ นูปปชฺชหํ ฯ

ปณฺณรสสหสฺสมฺหิ กปฺปานํ ปญฺจวีสเต

วิลามาลา สนามา จ ๑ จกฺกวตฺตี มหพฺพลา ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา เสเรยฺยโก เถโร อิมา คาถาโย๔ อภาสิตฺถาติ ฯ

เสเรยฺยกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

Royal Thai

เราเป็นพราหมณ์ผู้เล่าเรียน ทรงจำมนต์ รู้จบไตรเพท ยืนอยู่ที่โอกาสแจ้งได้เห็นพระผู้มีพระภาคผู้นำของโลก เสด็จเที่ยวอยู่ในป่าดังราชสีห์ ไม่ทรงสะดุ้งกลัวดังพระยาเสือโคร่ง ทรงแสวงหาคุณอันใหญ่หลวง ดังช้างกุญชรมาตังคะซับมัน ๓ ครั้ง เราจึงหยิบเอาดอกไม้ซึกโยนขึ้นไป (บูชา)ในอากาศ ด้วยพุทธานุภาพ ดอกไม้ซึกทั้งหลายแวดล้อมอยู่โดยประการทั้งปวง พระสัพพัญญูมหาวีรเจ้าผู้นำของโลก ทรงอธิษฐานว่า จงเป็นหลังคาดอกไม้โดยรอบ ชนทั้งหลายได้บูชาพระนราสภ ในลำดับนั้นแผ่นดอกไม้นั้นมีขั้วข้างใน มีดอกข้างนอก เป็นเพดานบังร่มอยู่ตลอด๗ วันแล้วหายไปจากที่นั้น เราได้เห็นความอัศจรรย์อันไม่เคยมี น่าขนพองสยองเกล้านั้นแล้ว ยังจิตให้เลื่อมใสในพระพุทธสุคตเจ้า ผู้เป็นนายกของโลก ด้วยจิตอันเลื่อมใสนั้น เราอันกุศลมูลตักเตือนแล้ว ไม่ได้เข้าถึงทุคติเลยตลอดแสนกัลป ในกัลปที่ ๑๕,๐๐๐ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๒๕ พระองค์ ทรงพระนามเหมือนกันว่าวิลามาลา มีพลมากคุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และแม้อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระเสเรยยกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ เสเรยยกเถราปทาน.

ทุติยํ ปุปฺผถูปิยตฺเถราปทานํ (๑๒๒)

ปุปผถูปิยเถราปทานที่ ๒ (๑๒๒)

ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยสถูปดอกไม้

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เสเรยยกวรรค ปุปผถูปิยเถราปทาน (๑๒๒) (Royal Thai Volume 32 · Mahachula Volume 32 · Mahamakut Volume 71 · Chaloem Phrakiat Volume 32)

Pali (Siam Rath)

หิมวนฺตสฺส อวิทูเร กุกฺกุโร นาม ปพฺพโต

เวมชฺเฌ ตสฺส วสติ พฺราหฺมโณ มนฺตปารคู ฯ

ปญฺจ สิสฺสสหสฺสานิ ปริวาเรนฺติ มํ สทา

ปุพฺพุฏฺฐายี จ เต อาสุํ มนฺเตสุ จ วิสารทา ฯ

พุทฺโธ โลเก สมุปฺปนฺโน ตํ วิชานาถ โน ภวํ

อสีติ พฺยญฺชนานสฺส พตฺตึส วรลกฺขณา ฯ

พฺยามปฺปโภ ชินวโร อาทิจฺโจว วิโรจติ

สิสฺสานํ วจนํ สุตฺวา พฺราหฺมโณ มนฺตปารคู ฯ

อสฺสมา อภินิกฺขมฺม ทิสํ ปุจฺฉติ พฺราหฺมโณ ๒

ยมฺหิ เทเส มหาวีโร วสติ โลกนายโก ฯ

ตาหํ ทิสฺวา ๓ นมสฺสิสฺสํ ชินํ อปฺปฏิปุคฺคลํ

อุทคฺคจิตฺโต สุมโน ปูเชสึ ตํ ตถาคตํ ฯ

เอถ สิสฺสา คมิสฺสาม ทกฺขิสฺสาม ตถาคตํ

วนฺทิตฺวา สตฺถุโน ปาเท โสสฺสาม ชินสาสนํ ฯ

เอกาหํ อภินิกฺขมฺม พฺยาธึ ปฏิลภึ อหํ

พฺยาธินา ปีฬิโต สนฺโต สาลนฺโต สยิตุํ คมึ ๑ ฯ

สพฺเพ สิสฺเส สมาเนตฺวา อปุจฺฉึ เต ตถาคตํ

กีทิสํ โลกนาถสฺส คุณํ ปรมพุทฺธิโน ฯ

เต เม ปุฏฺฐา พฺยากรึสุ ยถา ทสฺสาวิโน ตถา

สกฺกจฺจํ พุทฺธเสฏฺฐํ ตํ ทสฺเสสุํ มม สมฺมุขา ฯ

เตสาหํ วจนํ สุตฺวา สกํ จิตฺตํ ปสาทยึ

ปุปฺเผหิ ถูปํ กริตฺวาน ตตฺถ กาลํ กโต อหํ ฯ

เต เม สรีรํ ฌาเปตฺวา อคมม พุทฺธสนฺติเก ๒

อญฺชลึ ปคฺคหิตฺวาน สตฺถารํ อภิวาทยุํ ฯ

ปุปฺเผหิ ถูปํ กริตฺวาน สุคตสฺส มเหสิโน

กปฺปานํ สตสหสฺสํ ทุคฺคตึ นูปปชฺชหํ ฯ

จตฺตาฬีสสหสฺสมฺหิ กปฺเป โสฬส ขตฺติยา

นาเมนคฺคิสมา นาม จกฺกวตฺตี มหพฺพลา ฯ

วีสกปฺปสหสฺสมฺหิ ราชาโน จกฺกวตฺติโน

ฆฏาสนสมา นาม อฏฺฐตฺตึส มหีปตี

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ปุปฺผถูปิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

ปุปฺผถูปิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

ตติยํ ปายาสทายกตฺเถราปทานํ (๑๒๓)

๑ ม. วีตมลา สนามา จ ฯ ยุ. จีนมาลา สนามา จ ฯ ๒ ม. สิสฺสโก ฯ

๓ ม. ทิสํ ฯ ยุ. น หิ ทิสฺวาน ปสฺสิสฺสํ ฯ

๑ ม. สาลํ วาสยิตุํ คมึ ฯ ยุ. สาลํ เวสยิตุํ คมึ ฯ ๒ ม. พุทฺธสนฺติกํ ฯ

Royal Thai

มีภูเขาชื่อกุกกุระอยู่ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมวันต์ (เราเป็น) พราหมณ์ผู้รู้จบมนต์อยู่ในท่ามกลางภูเขานั้น ศิษย์ ๕๐๐๐ คน แวดล้อมเราอยู่ทุกเมื่อและเขาเหล่านั้นเป็นผู้ลุกขึ้นก่อน (นอนทีหลัง) แกล้วกล้าในมนต์ทั้งหลายพราหมณ์ผู้รู้จบมนต์ ได้ฟังคำของพวกศิษย์ว่า พระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติขึ้นแล้วในโลก ขอท่านจงรู้พระพุทธเจ้านั้นว่ามีจริงหรือไม่ พระองค์มีพยัญชนะ ๘๐ มีพระลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ประการ พระชินวรมีพระรัศมีแผ่ไปข้างละวา ย่อมรุ่งโรจน์ดังพระอาทิตย์ ดังนี้ พราหมณ์ออกจากอาศรมแล้ว ถามถึงทิศที่พระพุทธเจ้าประทับอยู่ว่า พระมหาวีรเจ้าผู้นำของโลกประทับอยู่ ณ ประเทศใด เราเห็นประเทศนั้นแล้ว

จักนมัสการพระชินเจ้า ผู้ไม่มีบุคคลเปรียบ เรามีจิตเบิกบาน มีใจโสมนัส บูชาพระตถาคตนั้น มาเถิดศิษย์ทั้งหลาย เราจักไปเฝ้าพระตถาคต จักถวายบังคมพระยุคลบาทของพระศาสดาแล้ว จักฟังคำสั่งสอนของพระองค์ เราออกจากอาศรมไปได้ วันหนึ่งก็ได้ป่วยไข้ เป็นผู้ถูกความป่วยไข้เบียดเบียนจึงไปนอน ณ ที่สุดศาลา (ไม้รัง) ประชุมศิษย์ทั้งปวงแล้ว ได้ถามเขาเหล่านั้นถึงพระตถาคตว่า พระคุณของโลกนาถผู้มีปัญญา เครื่องตรัสรู้อย่างยิ่งเป็นเช่นไร พวกศิษย์เหล่านั้นอันเราถามแล้วพยากรณ์เหมือนบุคคลผู้เห็นแจ้ง แสดงพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐนั้นแก่เราดุจมีอยู่ตรงหน้าโดยเคารพ

เราฟังคำของศิษย์เหล่านั้นแล้ว ทำกาลกิริยา ณ ที่นั้น ศิษย์เหล่านั้นเผาสรีระของเราแล้ว ได้ไปในสำนักของพระพุทธเจ้า ประนมกรอัญชลีถวายบังคมพระศาสดา เราเอาดอกไม้ทำสถูปแห่งพระสุคต ผู้แสวงหาคุณอันใหญ่หลวงแล้ว ไม่ได้เข้าถึงทุคติเลยตลอดแสนกัลป ในกัลปที่ ๔๐,๐๐๐ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิจอมกษัตริย์ ๑๖ พระองค์มีพระนามชื่อว่า อัคคิสมะ มีพลมาก ใน ๒ หมื่นกัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิราช ๓๘ พระองค์ เป็นใหญ่ในแผ่นดิน พระนามว่า ฆฏาสนสมะคุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระปุปผถูปิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ ปุปผถูปิยเถราปทาน.

ปายาสทายกเถราปทานที่ ๓ (๑๒๓)

ว่าด้วยผลแห่งการถวายข้าวปายาสใส่ถาดสำริด

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เสเรยยกวรรค ปายาสทายกเถราปทาน (๑๒๓) (Royal Thai Volume 32 · Mahachula Volume 32 · Mahamakut Volume 71 · Chaloem Phrakiat Volume 32)

Pali (Siam Rath)

สุวณฺณวณฺณํ สมฺพุทฺธํ พตฺตึสวรลกฺขณํ ๑

ปวนา อภินิกฺขนฺตํ ภิกฺขุสงฺฆปุรกฺขตํ ฯ

สหตฺถา ๒ กํสปาฏิยา วฑฺเฒตฺวา ปายาสํ อหํ

อาหุตึ ยิฏฺฐุกาโม โส อคมึ สมฺพลึ อหํ ๓ ฯ

ภควา ตมฺหิ สมเย โลกเชฏฺโฐ นราสโภ

จงฺกมํ สุสมารุโฬฺห อมฺพเร อนิลายเน ฯ

ตญฺจ อจฺฉริยํ ทิสฺวา อพฺภูตํ โลมหํสนํ

ฐปยิตฺวา กํสปาฏึ วิปสฺสี อภิวาทยึ ฯ

ตุวํ พุทฺโธสิ ๔ สพฺพญฺญู สเทวเก สมานุเส

อนุกมฺปํ อุปาทาย ปฏิคฺคณฺห มหามุนิ ฯ

ปฏิคฺคณฺหาสิ ภควา สพฺพญฺญู โลกนายโก

มม สงฺกปฺปมญฺญาย สตฺถา โลเก อนุตฺตโร ๕ ฯ

เอกนวุเต อิโต กปฺเป ยํ ทานมททึ ตทา

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ปายาสสฺส อิทํ ผลํ ฯ

เอกตาฬีสิโต กปฺเป พุทฺโธ นามาสิ ขตฺติโย

สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ปายาสทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

ปายาสทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

๑ ม. สุวณฺณวณฺโณ สมฺพุทฺโธ ฯเปฯ ภิกฺขุ สงฺฆปุรกฺขโต ฯ ๒ ม. มหจฺจา ฯ

๓ ม. อุปเนสึ พลึ อหํ ฯ ๔ ม. ยุ. เทโวสิ ฯ ๕ ม. ยุ. มหามุนิ ฯ

Royal Thai

เราต้องการจะบวงสรวงบูชายัญ จึงคดข้าวปายาสใส่ในถาดสำริดด้วยมือของตน แล้วไปสู่ป่างิ้ว ได้เห็นพระสัมพุทธเจ้ามีพระฉวีวรรณดังทองคำมีพระลักษณะประเสริฐ ๓๒ ประการ แวดล้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์ เสด็จออกจากป่าใหญ่ สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคเชษฐบุรุษของโลกประเสริฐกว่านระ เสด็จขึ้นเดินจงกรมในอากาศอันเป็นทางลม เราเห็นความอัศจรรย์อันไม่เคยเป็นขนลุกชูชันนั้นแล้ว วางถาดสำริดลงถวายบังคมพระผู้มีพระภาคพระนามว่าวิปัสสี ทูลว่า ข้าแต่พระมหามุนี พระองค์เป็นพระสัพพัญญูพุทธเจ้าในโลก พร้อมทั้งเทวโลกและมนุษยโลก ขอจงทรงอนุเคราะห์รับข้าวปายาสของข้าพระองค์เถิด พระผู้มีพระภาคสัพพัญญูผู้นำของโลก เป็นศาสดาผู้ยอดเยี่ยมในโลก ทรงทราบความดำริของเราแล้วทรงรับ ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายทานใดในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายข้าวปายาสในกัลปที่๔๑ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิจอมกษัตริย์ พระนามว่าพุทโธทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระปายาสทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ ปายาสทายกเถราปทาน

จตุตฺถํ คนฺโธทกิยตฺเถราปทานํ (๑๒๔)

คันโธทกิยเถราปทานที่ ๔ (๑๒๔)

ว่าด้วยผลแห่งการประพรมน้ำหอม

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เสเรยยกวรรค คันโธทกิยเถราปทาน (๑๒๔) (Royal Thai Volume 32 · Mahachula Volume 32 · Mahamakut Volume 71 · Chaloem Phrakiat Volume 32)

Pali (Siam Rath)

นิสชฺช ปาสาทวเร วิปสฺสึ อทฺทสํ ชินํ

กกุธํ วิลสนฺตํว สพฺพญฺญุตฺตมนาสกํ ๑ ฯ

ปาสาทสฺสาวิทูเร จ คจฺฉติ โลกนายโก

ปภา นิทฺธาวเต ตสฺส สตรํสิมฺหิ นิพฺพุเต ๒ ฯ

คนฺโธทกํ จ ปคฺคยฺห พุทฺธเสฏฺฐํ สโมกิรึ

เตน จิตฺตปฺปสาเทน ตตฺถ กาลํ กโต อหํ ฯ

เอกนวุเต อิโต กปฺเป ยํ คนฺโธทกโมกิรึ

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ

เอกตฺตึเส อิโต กปฺเป สุคนฺโธ นาม ขตฺติโย

สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา คนฺโธทกิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

คนฺโธทกิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

ปญฺจมํ สมฺมุขาถวิกตฺเถราปทานํ (๑๒๕)

๑ ม. สพฺพญฺญญ ตมนาสกํ ฯ ยุ. สพฺพญฺญุตมนาสวํ ฯ ๒ ม. ยถา จ สตรํสิโน ฯ

Royal Thai

เรานั่งอยู่ในปราสาทอันประเสริฐ ได้เห็นพระชินเจ้าพระนามว่าวิปัสสีงามดังไม้รกฟ้าผู้เป็นสัพพัญญู เป็นผู้นำอันอุดม พระองค์ผู้นำของโลกเสด็จดำเนินในที่ไม่ไกลปราสาท รัศมีของพระองค์สว่างไสว ในเมื่อพระอาทิตย์อัสดงคตแล้ว เราประคองน้ำหอม ประพรม (บูชา) พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด ด้วยจิตอันเลื่อมใสนั้น เราทำกาลกิริยา ณ ที่นั้นในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้ปะพรมน้ำหอมใด ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิจอมกษัตริย์ พระนามว่าสุคนธ์ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้วดังนี้.

ทราบว่า ท่านคันโธทกิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ คันโธทกิยเถราปทาน.

สัมมุขาถวิกเถราปทานที่ ๕ (๑๒๕)

ว่าด้วยผลแห่งการชมเชยพระพุทธเจ้า

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เสเรยยกวรรค สัมมุขาถวิกเถราปทาน (๑๒๕) (Royal Thai Volume 32 · Mahachula Volume 32 · Mahamakut Volume 71 · Chaloem Phrakiat Volume 32)

Pali (Siam Rath)

ชายมาเน วิปสฺสมฺหิ นิมิตฺตํ พฺยากรึ อหํ

นิพฺพาปยํ จ ชนตํ พุทฺโธ โลเก ภวิสฺสติ ฯ

ยสฺมึ จ ชายมานสฺมึ ทสสหสฺสี ปกมฺปติ=

โสทานิ ภควา สตฺถา ธมฺมํ เทเสติ จกฺขุมา ฯ

ยสฺมึ จ ชายมานสฺมึ อาโลโก วิปุโล อหุ

โสทานิ ภควา สตฺถา ธมฺมํ เทเสติ จกฺขุมา ฯ

ยสฺมึ จ ชายมานสฺมึ สริตาโย น สนฺทิสุํ ๑

โสทานิ ภควา สตฺถา ธมฺมํ เทเสติ จกฺขุมา ฯ

ยสฺมึ จ ชายมานสฺมึ อวีจิคฺคิ น ปชฺชลิ

โสทานิ ภควา สตฺถา ธมฺมํ เทเสติ จกฺขุมา ฯ

ยสฺมึ จ ชายมานสฺมึ ปกฺขิสงฺโฆ น สญฺจริ

โสทานิ ภควา สตฺถา ธมฺมํ เทเสติ จกฺขุมา ฯ

ยสฺมิญฺจ ชายมานสฺมึ วาตกฺขนฺโธ น วายติ

โสทานิ ภควา สตฺถา ธมฺมํ เทเสติ จกฺขุมา ฯ

ยสฺมิญฺจ ชายมานสฺมึ สพฺพรตนานิ โชติสุํ

โสทานิ ภควา สตฺถา ธมฺมํ เทเสติ จกฺขุมา ฯ

ยสฺมิญฺจ ชายมานสฺมึ สตฺตาสุํ ปทวิกฺกมา

โสทานิ ภควา สตฺถา ธมฺมํ เทเสติ จกฺขุมา ฯ

ชาตมตฺโตว สมฺพุทฺโธ ทิสา สพฺพา วิโลกยิ

วาจาสภิมุทีเรสิ เอสา พุทฺธาน ธมฺมตา ฯ

สํเวชยิตฺวา ชนตํ ถวิตฺวา โลกนายกํ

สมฺพุทฺธํ อภิวาทิตฺวา ปกฺกามึ ปาจินามุโข ฯ

เอกนวุเต อิโต กปฺเป ยํ พุทฺธมภิโถมยึ

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ โถมนาย อิทํ ผลํ ฯ

อิโต นวุติกปฺปมฺหิ สมฺมุขาถวิกวฺหโย

สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ

ปฐวีทุนฺทุภิ นาม เอกูนนวุติมฺหิโต

สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ

อฏฺฐาสีติมฺหิโต กปฺเป โอภาโส นาม ขตฺติโย

สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ

สตฺตาสีติมฺหิโต กปฺเป สริตจฺเฉทนวฺหโย

สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ

อคฺคินิพฺพาปโน นาม กปฺปานํ ฉฬสีติยา

สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ

ราชา วาตสโม นาม กปฺปานํ ปญฺจสีติยา

สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ

คติปจฺเฉทโน นาม กปฺปานํ จุลฺลสีติยา ๑

สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ

รตนปฺปชฺชโล นาม กปฺปานํ เต อสีติยา

สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ

ปทวิกฺกมโน นาม กปฺปานํ เทฺว อสีติยา

สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ

ราชา วิโลกโน นาม กปฺปานํ เอกสีติยา

สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ

คิริสาโรติ ๒ นาเมน กปฺเปสีติมฺหิ ขตฺติโย

สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา สมฺมุขาถวิโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

สมฺมุขาถวิกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

๑ ม สนฺทยุํ ฯ

๑ ม. ปญฺจสีติยา ฯ ๒ ม. คิรสาโรติ ฯ

Royal Thai

เมื่อพระวิปัสสีโพธิสัตว์ประสูติ เราได้พยากรณ์นิมิตว่า จักยังหมู่ชนให้ดับ จักเป็นพระพุทธเจ้าในโลก เมื่อพระผู้มีพระภาคพระองค์ใดประสูติหมื่นโลกธาตุย่อมหวั่นไหว บัดนี้ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น เป็นศาสดาผู้มีพระจักษุ ทรงแสดงธรรมอยู่ เมื่อพระผู้มีพระภาคพระองค์ใดประสูติ ได้มีแสงสว่างอันไพบูลย์ บัดนี้ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นเป็นศาสดาผู้มีพระจักษุ ทรงแสดงธรรมอยู่ เมื่อพระผู้มีพระภาคพระองค์ใดประสูติ แม่น้ำทั้งหลายไม่ไหล บัดนี้ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น เป็นศาสดาผู้มีพระจักษุ ทรงแสดงธรรมอยู่ เมื่อพระผู้มีพระภาคพระองค์ใดประสูติไฟในอเวจีนรกไม่ลุกโพลง บัดนี้ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นเป็นศาสดาผู้มีพระจักษุ

ทรงแสดงธรรมอยู่ เมื่อพระผู้มีพระภาคพระองค์ใดประสูติหมู่นกไม่สัญจรไป บัดนี้ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น เป็นศาสดาผู้มีพระจักษุ ทรงแสดงธรรมอยู่ เมื่อพระผู้มีพระภาคพระองค์ใดประสูติ กองลมย่อมไม่พัดฟุ้งไป บัดนี้ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น เป็นศาสดาผู้มีพระจักษุ ทรงแสดงธรรมอยู่ เมื่อพระผู้มีพระภาคพระองค์ใดประสูติแก้วทุกชนิดส่งแสงโชติช่วง บัดนี้ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น เป็นศาสดาผู้มีพระจักษุ ทรงแสดงธรรมอยู่ เมื่อพระผู้มีพระภาคพระองค์ใดประสูติทรงย่างพระบาทก้าวไป ๗ ก้าว บัดนี้ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น เป็นศาสดาผู้มีพระจักษุ ทรงแสดงธรรมอยู่ พอพระสัมพุทธเจ้าประสูติแล้วเท่านั้น

ก็ทรงเหลียวแลดูทิศทั้งปวง ทรงเปล่งอาสภิวาจา นี้เป็นธรรมดาของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย เรายังหมู่ชนให้เกิดสังเวช เชยชมพระผู้มีพระภาคผู้นำของโลก ถวายบังคมพระสัมพุทธเจ้าแล้ว บ่ายหน้ากลับไปทางทิศปราจีน ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราเชยชมพระพุทธเจ้าใด ด้วยการเชยชมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการเชยชม ในกัลปที่ ๙๐แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิมีนามว่าสัมมุขาถวิกะ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก ในกัลปที่ ๙๘ แต่กัลปนี้เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ มีนามว่าปฐวีทุนทุภิ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมากในกัลปที่ ๘๘ แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ จอมกษัตริย์มีนามว่าโอภาส สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก ในกัลปที่ ๘๗ แต่กัลปนี้

เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ มีนามว่าสริจเฉทนะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก ในกัลปที่ ๘๖ แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิมีนามว่า อัคคินิพพาปนะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก ในกัลปที่ ๘๕ แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิมีนามว่าวาตสมะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก ในกัลปที่ ๘๔ แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราชมีนามว่า คติปัจเฉทนะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก ในกัลปที่ ๘๓ แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิมีนามว่า รัตนปัชชละ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก ในกัลปที่ ๘๒ แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราชมีนามว่า ปทวิกกมนะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก ในกัลปที่ ๘๑แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราชมีนามว่า วิโลกนะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก ในกัลปที่ ๘๐ แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิมีนามว่า คิริสาระ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระสัมมุขาถวิกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ สัมมุขาถวิกเถราปทาน.

ฉฏฺฐํ กุสุมาสนิยตฺเถราปทานํ (๑๒๖)

กุสุมาสนิยเถราปทานที่ ๖ (๑๒๖)

ว่าด้วยผลแห่งการถวายอามิสพระพุทธเจ้า

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เสเรยยกวรรค กุสุมาสนิยเถราปทาน (๑๒๖) (Royal Thai Volume 32 · Mahachula Volume 32 · Mahamakut Volume 71 · Chaloem Phrakiat Volume 32)

Pali (Siam Rath)

นคเร ธญฺญวติยา อโหสึ พฺราหฺมโณ ตทา

ลกฺขเณ อิติหาเส จ สนิฆณฺฑุสเกฏุเภ ฯ

ปทโก เวยฺยากรโณ นิมิตฺเต โกวิโท อหํ

มนฺเต จ สิสฺเส วาเจสึ ติณฺณํ เวทาน ปารคู

ปญฺจ อุปฺปลหตฺถานิ ปิฏฺฐิยํ ฐปิตานิ เม

อาหุตึ ยิฏฺฐุกาโมหํ ปิตุมาตุสมาคเม ฯ

ตทา วิปสฺสิ ภควา ภิกฺขุสงฺฆปุรกฺขโต

โอภาเสนฺโต ทิสา สพฺพา อาคจฺฉติ นราสโภ ฯ

อาสนํ ปญฺญเปตฺวาน นิมนฺติตฺวา มหามุนึ

สนฺถริตฺวาน ตํ ปุปฺผํ อติเนสึ สกํ ฆรํ ฯ

ยํ เม อตฺถิ สเก เคเห อามิสํ ปจฺจุปฏฺฐิตํ

ตาหํ พุทฺธสฺส ปาทาสึ ปสนฺโน เสหิ ปาณิภิ ฯ

ภุตฺตาวีกาลมญฺญาย เอกํ อตฺถํ อทาสหํ

อนุโมทิตฺวาน สพฺพญฺญู ปกฺกามิ อุตฺตรามุโข ฯ

เอกนวุเต อิโต กปฺเป ยํ ปุปฺผมททึ ตทา

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ปุปฺผทานสฺสิทํ ผลํ ฯ

อนนฺตรา อิโต กปฺเป ราชาหุ วรทสฺสโน

สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา กุสุมาสนิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

กุสุมาสนิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

Royal Thai

ในกาลนั้น เราเป็นพราหมณ์อยู่ในนครธัญญวดี รู้จบไตรเพท เป็นผู้เข้าใจตัวบท เข้าใจไวยากรณ์ เป็นผู้ฉลาดในตำรา ทำนายลักษณะคัมภีร์อิติหาสะ และตำราทำนายนิมิต พร้อมทั้งคัมภีร์นิฆัณฑุและคัมภีร์เกฏุภะบอกมนต์กะศิษย์ทั้งหลาย เราวางดอกอุบล ๕ กำไว้บนหลัง เราประสงค์จะบวงสรวงบูชายัญในสมาคมบิดามารดา ในกาลนั้น พระผู้มีพระภาคพระนามว่าวิปัสสีผู้ประเสริฐกว่านระ แวดล้อมด้วยภิกษุสงฆ์ ทรงยังทิศทั้งปวงให้สว่างไสวเสด็จมา เราปูลาดอาสนะแล้ว ลาดดอกอุบลนั้นแล้วนิมนต์พระมหามุนี นำมาสู่เรือนของตน อามิสอันใดที่เราตระเตรียมไว้ มีอยู่ในเรือนของตน เราเลื่อมใสได้ถวายอามิสนั้น แด่พระพุทธเจ้าด้วยมือทั้งสองของตน

เราทราบเวลาที่พระผู้มีพระภาคเสวยแล้ว ได้ถวายดอกอุบลกำหนึ่ง พระสัพพัญญูทรงอนุโมทนาแล้ว บ่ายพระพักตร์กลับไปยังทิศอุดร ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายดอกไม้ใดในกาลนั้นด้วยการถวายดอกไม้นั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายดอกไม้ในกัลปลำดับ ต่อแต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิราชพระนามว่า วรทัสสนะ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้วพระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้

ทราบว่า ท่านพระกุสุมาสนิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ กุสุมาสนิยเถราปทาน.

สตฺตมํ ผลทายกตฺเถราปทานํ (๑๒๗)

ผลทายกเถราปทานที่ ๗ (๑๒๗)

ว่าด้วยผลแห่งการถวายเมล็ดบัว

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เสเรยยกวรรค ผลทายกเถราปทาน (๑๒๗) (Royal Thai Volume 32 · Mahachula Volume 32 · Mahamakut Volume 71 · Chaloem Phrakiat Volume 32)

Pali (Siam Rath)

อชฺฌายิโก มนฺตธโร ติณฺณํ เวทาน ปารคู

หิมวนฺตสฺสวิทูเร วสามิ อสฺสเม อหํ ฯ

อคฺคิหุตฺตญฺจ เม อตฺถิ ปุณฺฑรีกผลานิ จ

ปุฏเก นิกฺขิปิตฺวาน ทุมคฺเค ลคฺคิตํ มยา ฯ

ปทุมุตฺตโร โลกวิทู อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห

มมุทฺธริตุกาโม โส ภิกฺขนฺโต มมุปาคมิ ฯ

ปสนฺนจิตฺโต สุมโน ผลํ พุทฺธสฺสทาสหํ

ปีติสญฺชนโน มยฺหํ ทิฏฺฐธมฺเม สุขาวโห ฯ

สุวณฺณวณฺโณ สมฺพุทฺโธ อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห

อนฺตลิกฺเข ฐิโต สตฺถา อิมํ คาถํ อภาสถ ฯ

อิมินา ผลทาเนน เจตนาปณิธีหิ จ

กปฺปานํ สตสหสฺสํ ทุคฺคตึ นูปปชฺชติ ฯ

เตเนว สุกฺกมูเลน อนุภุตฺวาน สมฺปทา

ปตฺโตมฺหิ อจลํ ฐานํ หิตฺวา ชยปราชยํ ฯ

อิโต สตฺตกปฺปสเต ราชา อาสึ สุมงฺคโล

สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ผลทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

ผลทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

Royal Thai

เรา (เป็นพราหมณ์) ผู้เล่าเรียน ทรงจำมนต์รู้จบไตรเพทอยู่ในอาศรมในที่ไม่ไกลภูเขาหิมวันต์ เครื่องบูชาไฟเมล็ดบัวขาวของเรามีอยู่ เราใส่ไว้ในห่อแล้วห้อยไว้บนยอดไม้ พระผู้มีพระภาคพระนามว่าปทุมุตระ ทรงรู้แจ้งโลก สมควรรับเครื่องบูชา พระองค์ทรงประสงค์จะถอนเราขึ้น จึงเสด็จมาภิกขาเรา เรามีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัส ได้ถวายเมล็ดบัวแด่พระพุทธเจ้า พระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้ามีพระฉวีวรรณดังทองคำ สมควรรับเครื่องบูชา ทรงยังปีติให้เกิดแก่เรา ทรงนำสุขมาให้ในปัจจุบัน ประทับยืนอยู่ในอากาศได้ตรัสพระคาถานี้ว่า ด้วยการถวายเมล็ดบัวนี้ และด้วยการตั้งเจตนาไว้ ผู้นี้จะไม่เข้าถึงทุคติเลยตลอดแสนกัลป ด้วยกุศลมูลนั้นนั่นแล เราได้เสวยสมบัติแล้ว ละความชนะและความแพ้ บรรลุถึงฐานะอันไม่หวั่นไหว ในกัลปที่ ๗๐๐ แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราชมีนามว่าสุมงคล สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมากคุณวิเศษเหล่านี้ คือปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระผลทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ ผลทายกเถราปทาน.

อฏฺฐมํ ญาณสญฺญกตฺเถราปทานํ (๑๒๘)

ญาณสัญญกเถราปทานที่ ๘ (๑๒๘)

ว่าด้วยผลแห่งการได้สัญญา

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เสเรยยกวรรค ญาณสัญญกเถราปทาน (๑๒๘) (Royal Thai Volume 32 · Mahachula Volume 32 · Mahamakut Volume 71 · Chaloem Phrakiat Volume 32)

Pali (Siam Rath)

ปพฺพเต หิมวนฺตมฺหิ วสามิ ปพฺพตนฺตเร

ปุฬินํ โสภนํ ทิสฺวา พุทฺธเสฏฺฐํ อนุสฺสรึ ฯ

ญาเณ อุปนิธํ ๑ นตฺถิ สงฺคามํ ๒ นตฺถิ สตฺถุโน

สพฺพธมฺมํ อภิญฺญาย ญาเณน อธิมุจฺจติ ฯ

นโม เต ปุริสาชญฺญ นโม เต ปุริสุตฺตม

ญาเณน เต สโม นตฺถิ ยาวตา ญาณมุตฺตมํ ฯ

ญาเณ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา กปฺปํ สคฺคมฺหิ โมทหํ

อวเสเสสุ กปฺเปสุ กุสลํ กริตํ ๓ มยา ฯ

เอกนวุเต อิโต กปฺเป ยํ สญฺญมลภึ ตทา

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ญาณสญฺญายิทํ ผลํ ฯ

อิโต เตสตฺตติกปฺเป ๑ เอโก ปุฬินปุปฺผิโย

สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ญาณสญฺญโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

ญาณสญฺญกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

นวมํ คนฺธปุปฺผิยตฺเถราปทานํ ๒ (๑๒๙)

๑ ม. ยุ. อุปนิธา ฯ ๒ ม. สงฺขารํ ฯ ๓ ม. จริตํ ฯ

Royal Thai

เราอยู่ในระหว่างภูเขาใกล้ภูเขาหิมวันต์ ได้เห็นกองทรายอันงามแล้ว ระลึกถึงพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด ไม่มีอะไรเปรียบได้ในพระญาณ สงครามไม่มีแก่พระศาสดา พระศาสดาทรงรู้ทั่วถึงธรรมทั้งปวงแล้ว ทรงน้อมไป(หลุดพ้น) ด้วยญาณ ขอนอบน้อมแด่พระองค์ บุรุษอาชาไนย ขอนอบน้อมแด่พระองค์ อุดมบุรุษ ไม่มีใครเสมอด้วยพระญาณของพระองค์พระญาณสูงสุดพ้นจะประมาณ เรายังจิตให้เลื่อมใสในพระญาณแล้วบันเทิงอยู่ในสวรรค์ตลอดกัลปในกัลปทั้งหลายที่เหลือ เราทำกุศล ในกัลปที่๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้สัญญาใดในกาลนั้น ด้วยสัญญานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งสัญญาในพระญาณ ในกัลปที่ ๗๑ แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิองค์หนึ่งมีนามว่าปุฬินปุปผิยะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้วดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระญาณสัญญกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ ญาณสัญญกเถราปทาน

คันธปุปผิยเถราปทานที่ ๙ (๑๒๙)

ว่าด้วยผลแห่งการบูชาดอกไม้ต่างๆ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เสเรยยกวรรค คันธปุปผิยเถราปทาน (๑๒๙) (Royal Thai Volume 32 · Mahachula Volume 32 · Mahamakut Volume 71 · Chaloem Phrakiat Volume 32)

Pali (Siam Rath)

สุวณฺณวณฺโณ ภควา วิปสฺสี ทกฺขิณารโห

ปุรกฺขโต สาวเกหิ อารามา อภินิกฺขมิ ฯ

ทิสฺวานหํ พุทฺธเสฏฺฐํ สพฺพญฺญุตํ อนาสวํ

ปสนฺนจิตฺโต สุมโน คตมคฺคํ ๓ อปูชยึ ฯ

เตน จิตฺตปฺปสาเทน ทิปทินฺทสฺส ตาทิโน

หฏฺโฐ หฏฺเฐน จิตฺเตน ปุน วนฺทึ ตถาคตํ ฯ

เอกนวุเต อิโต กปฺเป ยํ ปุปฺผมภิโรปยึ

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ

เอกตาฬีสิโต กปฺเป วรุโณ ๑ นาม ขตฺติโย

สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา คนฺธปุปฺผิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

คนฺธปุปฺผิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

๑ ม. สตฺตติกปฺปมฺหิ ฯ ๒ ม. ยุ. คนฺถิปุปฺผิยตฺเถราปทานํ ฯ

๓ ม. ยุ. คนฺถิปุปฺผํ ฯ

Royal Thai

พระผู้มีพระภาคพระนามว่าวิปัสสี มีพระฉวีวรรณดังทองคำ ผู้ควรแก่ทักษิณาแวดล้อมด้วยพระสาวกเป็นอันมาก เสด็จออกจากพระอาราม เราได้เห็นพระสัพพัญญูพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุดหาอาสวะมิได้ มีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัส ได้บูชาทางที่เสด็จดำเนิน ด้วยจิตอันเลื่อมใสในพระผู้มีพระภาคผู้เป็นจอมสัตว์ผู้คงที่นั้น เราร่าเริง มีจิตโสมนัส ถวายบังคมพระตถาคตอีก ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัลปที่ ๔๑แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิจอมกษัตริย์มีนามว่าวรุณ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระคันธปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ คันธปุปผิยเถราปทาน.

ทสมํ ปทุมปูชกตฺเถราปทานํ (๑๓๐)

ปทุมปูชกเถราปทานที่ ๑๐ (๑๓๐)

ว่าด้วยผลแห่งพุทธบูชา

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เสเรยยกวรรค ปทุมปูชกเถราปทาน (๑๓๐) (Royal Thai Volume 32 · Mahachula Volume 32 · Mahamakut Volume 71 · Chaloem Phrakiat Volume 32)

Pali (Siam Rath)

หิมวนฺตสฺสวิทูเร โคตโม นาม ปพฺพโต

นานารุกฺเขหิ สญฺฉนฺโน มหาภูตคณาลโย ฯ

เวมชฺฌมฺหิ จ ตสฺสาสิ อสฺสโม อภินิมฺมิโต

ปุรกฺขโต สสิสฺเสหิ วสามิ อสฺสเม อหํ ฯ

อายนฺตุ เม สิสฺสคณา ปทุมํ อาหรนฺตุ เม

พุทฺธปูชํ กริสฺสามิ ทิปทินฺทสฺส ตาทิโน ฯ

เอวนฺติ เต ปฏิสฺสุตฺวา ปทุมํ อาหรึสุ เม

ตถา นิมิตฺตํ กตฺวาหํ พุทฺธสฺส อภิโรปยึ ฯ

สิสฺเส ตทา สมาเนตฺวา สาธุกํ อนุสาสหํ

มา โข ตุเมฺห ปมชฺชิตฺถ อปฺปมาโท สุขาวโห ฯ

เอวํ สมนุสาสิตฺวา ส ๑ สิสฺเส วจนกฺขเม

อปฺปมาทคุเณ ยุตฺโต ตทา กาลํ กโต อหํ ฯ

เอกนวุเต อิโต กปฺเป ยํ ปุปฺผมภิโรปยึ

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ

เอกปญฺญาสกปฺปมฺหิ ราชา อาสึ ชลุตฺตโม

สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ปทุมปูชโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

ปทุมปูชกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

อุทฺทานํ

เสเรยฺยโก ปุปฺผถูปิ ปายาโสทกิ ๒ โถมโก

อาสนิ ผลสญฺญี จ คนฺธปทุมปุปฺผิโย

ปญฺจุตฺตรสตา คาถา คณิตา อตฺถทสฺสิภิ ฯ

เสเรยฺยวคฺโค เตรสโม ฯ

______________

๑ ม. จรโณ. ยุ. วรโณ ฯ

๑ ม. ยุ. เต ฯ ๒ ม. ปายโสคนฺธโถมโก ฯ

Royal Thai

ในที่ไม่ไกลต่อภูเขาหิมวันต์ มีภูเขาชื่อโคตมะดาดาษด้วยต้นไม้ต่างชนิดเป็นที่อยู่ของหมู่มหาภูต (ยักษ์) ในท่ามกลางภูเขานั้นมีอาศรมที่เราสร้างไว้เราแวดล้อมด้วยพวกศิษย์ของตน อยู่ในอาศรม (นั้น) ได้สั่งศิษย์ทั้งหลายว่า คณะศิษย์ของเรา (เมื่อมาหาเรา) ขอจงนำเอาดอกบัวมาให้เรา เราจักทำพุทธบูชาแด่พระผู้มีพระภาคผู้จอมสัตว์ ผู้คงที่ ศิษย์เหล่านั้นรับคำที่เราสั่งอย่างนี้แล้ว นำเอาดอกบัวมาให้เรา เรากระทำเครื่องหมายอย่างนั้นบูชาแด่พระพุทธเจ้าในกาลนั้น เราประชุมศิษย์ทั้งหลายแล้ว พร่ำสอนด้วยดีว่า ท่านทั้งหลายอย่าประมาทนะ เพราะว่าความไม่ประมาทนำสุขมาให้ ครั้นเราพร่ำสอนบรรดาศิษย์ของตน ผู้อดทนต่อคำสอนอย่างนี้แล้วประกอบตนในคุณ คือ ความไม่ประมาท ได้ทำกาละในกาลนั้น ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราบูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้นเราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัลปที่ ๕๑ แต่กัลปนี้เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราชมีนามว่าชลุตตมะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้วดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระปทุมปูชกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ ปทุมปูชกเถราปทาน.

----------

รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. เสเรยยกเถราปทาน ๒. ปุปผถูปิยเถราปทาน

๓. ปายาสทายกเถราปทาน ๔. คันโธทกิยเถราปทาน

๕. สัมมุขาถวิกเถราปทาน ๖. กุสุมาสนิยเถราปทาน

๗. ผลทายกเถราปทาน ๘. ญาณสัญญกเถราปทาน

๙. คันธปุปผิยเถราปทาน ๑๐. ปทุมปูชกเถราปทาน

บัณฑิตผู้เห็นแจ้งอรรถรวมคาถาไว้ ๑๐๕ คาถา.

จบ เสเรยยกวรรคที่ ๑๓

End of เสเรยยกวรรค