arnon.worldSign in

สุเมธาวรรค

Text layerBuddha’s wordsItems 141–150 (Royal Thai)56/59 in อปทาน4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

เถรีอปทานํ

ปฐโม สุเมธาวคฺโค

ปฐมํ สุเมธาเถริยาปทานํ (๑)

อถ เถริกาปทานานิ สุณาถ

เถรีอปทาน

สุเมธาวรรคที่ ๑

สุเมธาเถริยาปทานที่ ๑

ว่าด้วยบุพจริยาของพระสุเมธาเถรี

ลำดับนี้จงสดับอปทานของพระเถรีต่อไป

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน สุเมธาวรรค สุเมธาเถริยาปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)

Pali (Siam Rath)

ภควติ โกนาคมเน สงฺฆารามมฺหิ นิเวสมฺหิ ๑

สขิโย ติสฺโส ชนิโย วิหารทานํ อทมฺหเส ๒ ฯ

ทสกฺขตฺตุํ สตกฺขตฺตุํ [๓] สตานํ จ สตกฺขตฺตุํ

เทเวสุ อุปปชฺชิมฺห โก วาโท มานุเส ภเว ฯ

เทเวสุ มหิทฺธิกา หุตฺวา ๔ มานุสกมฺหิ โก วาโท

สตฺตรตนสฺส มเหสี อิตฺถีรตนํ อหํ ภวึ ฯ

ตตฺถ ๕ สญฺจิตํ กุสลํ สุสมิทฺธกุลปฺปชา

ธนญฺชานี จ เขมา จ อหํปิจ ตโย ชนา ฯ

อารามํ สุกตํ กตฺวา สพฺพาวยวมณฺฑิตํ

พุทฺธปฺปมุขสงฺฆสฺส นิยฺยาเทตฺวา ปโมทิตา ฯ

ยตฺถ ยตฺถูปปชฺชามิ ตสฺส กมฺมสฺส วาหสา

เทเวสุ อคฺคตํ ปตฺตา มนุสฺเสสุ ตเถว จ ฯ

อิมสฺมึเยว กปฺปสฺมึ พฺรหฺมพนฺธุ มหายโส

กสฺสโป นาม นาเมน อุปฺปชฺชิ วทตํ วโร ฯ

อุปฏฺฐาโก มเหสิสฺส ตทา อาสิ นริสฺสโร

กาสิราชา กิกี นาม พาราณสีปุรุตฺตเม ฯ

ตสฺสาสุํ สตฺต ธีตโร ราชกญฺญา สุเข ฐิตา

พุทฺธุปฏฺฐานนิรตา พฺรหฺมจริยํ จรึสุ ตา ฯ

ตาสํ สหายิกา หุตฺวา สีเลสุ สุสมาหิตา

ทตฺวา ทานานิ สกฺกจฺจํ อคาเรว วตฺตํ จรึ ฯ

เตน กมฺเมน สุกเตน เจตนาปณิธีหิ จ

ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ ตาวตึสูปคา อหํ ฯ

ตโต จุตา ยามาสคฺคํ ๑ ตโตหํ ตุสิตํ คตา

ตโต จ นิมฺมานรตึ วสวตฺติปุรํ คตา ๒ ฯ

ยตฺถ ยตฺถูปปชฺชามิ ปุญฺญกมฺมสมาหิตา

ตตฺถ ตตฺเถว ราชูนํ มเหสิตฺตมการยึ ฯ

ตโต จุตา มนุสฺสตฺเต ราชูนํ จกฺกวตฺตินํ

มณฺฑลีนญฺจ ราชูนํ มเหสิตฺตมการยึ ฯ

สมฺปตฺตึ อนุโภตฺวาน เทเวสุ มานุเสสุ จ

สพฺพตฺถ สุขิตา หุตฺวา เนกชาตีสุ สํสรึ ฯ

โส เหตุ จ โส ปภโว ตํ ๓ มูลํ สาสเน ขมํ

ตํ ปฐมํ สโมธานํ ตํ ธมฺมรตาย นิพฺพุตํ ๔ ฯ

กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา

นาคีว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสวา ฯ

สฺวาคตํ วต เม อาสิ พุทฺธเสฏฺฐสฺส ๑ สนฺติเก

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ สุเมธา ภิกฺขุนี อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

สุเมธาเถริยา อปทานํ สมตฺตํ ฯ

๑ ม. ยุ. นวนิเวสมฺหิ ฯ ๒ ม. ยุ. อทาสิมฺห ฯ ๓ ม. ทสสตกฺขตฺตุํ ฯ

๔ ม. ยุ. อหุมฺหา ฯ ๕ ม. อิธ สญฺจิตกุสลา ฯ ยุ. อิธ สญฺจิตา กุสลํ ฯ

๑ ม. ยุ. ยามมคํ ฯ ๒ ม. ยุ. ตโต ฯ ๓ ยุ. ตํ มูลํ สา จ สาสเน ขนฺติ ฯ

๔ ม. ยุ. นิพฺพานํ ฯ

Royal Thai

เมื่อพระผู้มีพระภาคพระนามว่าโกนาคมน์ ประทับอยู่ที่สังฆารามเราซึ่งเป็นหญิงสหายกัน ๓ คน ได้ถวายวิหารทาน เราทั้ง ๓ คนเกิดในเทวโลก ๑๐ ครั้ง ๑๐๐ ครั้ง ๑๐๐๐ ครั้ง ในมนุษยโลกไม่จำต้องพูดถึง ในเทวโลกเราเป็นคนมีฤทธิ์มาก ในมนุษย์ก็ไม่จำต้องพูดถึง ดิฉันเป็นนางแก้ว พระมเหสี ของพระเจ้าจักรพรรดิ ดิฉันสร้างสมกุศลไว้ในชาตินั้น ชน ๓ คนคือ นางธนัญชานี นางเขมาและดิฉัน มีสกุลและบุตรอันสำเร็จดีแล้ว ได้สร้างพระอารามอย่างสวยงาม ประดับประดาด้วยเครื่องตบแต่งทุกอย่างเสร็จแล้ว มอบถวายแด่สงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข เป็นผู้เบิกบานใจเพราะกรรมนั้นส่งผล ในกำเนิดที่ดิฉันเกิดคือสวรรค์ ดิฉันก็ถึงความเป็นหญิงเลิศ และในมนุษย์ก็เช่นเดียวกัน

พระพุทธเจ้าพระนามว่ากัสสปะผู้เป็นพงศ์พันธุ์พรหม มีพระยศใหญ่ ประเสริฐกว่านักปราชญ์ทั้งหลาย ได้เสด็จอุบัติขึ้นแล้วในกัปนี้เอง พระเจ้ากาสี พระนามว่ากิกี บรมกษัตริย์ในพระนครพาราณสีอันเป็นบุรีอุดม เป็นอุปัฏฐากของพระพุทธองค์ในครั้งนั้น ท้าวเธอมีพระราชธิดา ๗ พระองค์พระราชธิดาเหล่านั้นยังสาว ดำรงอยู่ในความสุข พอพระทัยในการอุปัฏฐากพระพุทธเจ้า ประพฤติพรหมจรรย์ ดิฉันเป็นพระสหายของพระราชธิดาเหล่านั้น เป็นหญิงมั่นคงในศีล ได้ถวายทานโดยเคารพประพฤติพรหมจรรย์ในเรือนนั่นเอง เพราะกรรมที่ทำไว้ดีนั้นและเพราะการตั้งเจตน์จำนงไว้ ดิฉันละร่างมนุษย์แล้ว ได้ไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ จุติจากดาวดึงส์แล้วไปสวรรค์ชั้นยามา

จุติจากสวรรค์ชั้นยามานั้นแล้ว ไปชั้นดุสิต และจุติจากดุสิตไปชั้นนิมมานรดีแล้วก็ไปชั้นวสวัตดี ดิฉันผู้ประกอบด้วยบุญกรรม เกิดในภพใดชาติใดในภพนั้นชาตินั้นก็ได้เป็นพระมเหสีของพระมหากษัตริย์ ดิฉันจุติจากสวรรค์ชั้นวสวัตดีนั้นแล้วเกิดในมนุษย์ ได้เป็นพระมเหสีของพระเจ้าจักรพรรดิ และพระเจ้าแผ่นดินประเทศเอกราช เสวยสมบัติทั้งในสวรรค์และมนุษย์ มีความสุขทุกชาติ ท่องเที่ยวไปในชาติเป็นอันมาก เหตุปัจจัยและมูลนั้นๆ เหมาะสมในพระศาสนา นั่นคือสโมธานข้อต้น สโมธานของดิฉันผู้ยินดีในธรรมนั้นดับสนิทแล้วดิฉันเผากิเลสเสียแล้ว ถอนภพขึ้นได้หมดแล้ว ตัดกิเลสเครื่องผูกพันเหมือนช้างพังตัดเชือกแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่ การที่ดิฉันได้มาในสำนักของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุดนี้ เป็นการมาดีแล้วหนอวิชชา ๓ ดิฉันบรรลุแล้วโดยลำดับ พระพุทธศาสนาดิฉันได้ทำเสร็จแล้ว คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ดิฉันได้ทำให้แจ้งแล้ว พระพุทธศาสนาดิฉันได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระสุเมธาภิกษุณีได้กล่าวคาถาเหล่านี้ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ สุเมธาเถริยาปทาน.

ทุติยํ เมขลทายิกาเถริยาปทานํ (๒)

เมขลทายิกาเถริยาปทานที่ ๒

ว่าด้วยผลแห่งการถวายสายสะอิ้ง

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน สุเมธาวรรค เมขลทายิกาเถริยาปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)

Pali (Siam Rath)

สิทฺธตฺถสฺส ภควโต ถูปการมกาสหํ ๒

เมขลิกา มยา ทินฺนา นวกมฺมสฺส สตฺถุโน ฯ

นิฏฺฐิเต จ มหาถูเป เมขลํ ปุนทาสหํ

โลกนาถสฺส มุนิโน ปสนฺนา เสหิ ปาณิภิ ฯ

จตุนวุเต อิโต กปฺเป เมขลํ อททึ ตทา ๓

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ถูปการสฺสิทํ ผลํ ฯ

กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา

นาคีว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสวา ฯ

สฺวาคตํ วต เม อาสิ พุทฺธเสฏฺฐสฺส สนฺติเก

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ เมขลทายิกา ภิกฺขุนี อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

เมขลทายิกาเถริยา อปทานํ สมตฺตํ ฯ

๑ ม. ยุ. มม พุทฺธสฺส... ฯ ๒ ม. ถูปการาปิกา อหุํ ฯ ยุ. ถูปํ การาปิตา อหํ ฯ

๓ ม. ยุ. ยํ เมขลมทํ ตทา ฯ

Royal Thai

ดิฉันได้สร้างพระสถูปของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิทธัตถะ ดิฉันได้ถวายสายสะอิ้งเพื่อนวกรรมของพระศาสดา และเมื่อพระมหา-สถูปสำเร็จแล้ว ดิฉันเลื่อมใสต่อพระมุนีผู้เป็นนาถะของโลก ได้ถวายสายสะอิ้งอีกด้วยมือทั้งสองของตนในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้ ดิฉันได้ถวายสายสะอิ้งในครั้งนั้น ด้วยกรรมนั้น ดิฉันไม่รู้จักทุคติเลยนี้เป็นผลแห่งการสร้างพระสถูป ดิฉันเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ถอนภพขึ้นได้ทั้งหมดแล้ว ตัดกิเลสเครื่องผูกดังช้างพังตัดเชือกแล้วเป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่ การที่ดิฉันได้มายังสำนักของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุดนี้ เป็นการมาดีแล้วหนอ วิชชา ๓ ดิฉันบรรลุแล้วโดยลำดับ พระพุทธศาสนาดิฉันได้ทำเสร็จแล้ว คุณวิเศษเหล่านี้ คือปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ดิฉันได้ทำให้แจ้งชัดแล้วพระพุทธศาสนาดิฉันได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระเมขลทายิกาภิกษุนีได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ เมขลทายิกาเถริยาปทาน.

ตติยํ มณฺฑปทายิกาเถริยาปทานํ (๓)

มัณฑปทายิกาเถริยาปทานที่ ๓

ว่าด้วยผลแห่งการสร้างมณฑป

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน สุเมธาวรรค มัณฑปทายิกาเถริยาปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)

Pali (Siam Rath)

โกนาคมนพุทฺธสฺส มณฺฑโป การิโต มยา

ถูปญฺจ ๑ ปวรมทํ พุทฺธสฺส โลกพนฺธุโน ฯ

ยํ ยํ ชนปทํ ยามิ นิคเม ราชธานิโย

สพฺพตฺถ ปูชิตา โหมิ ปุญฺญกมฺมสฺสิทํ ผลํ ฯ

กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา

นาคีว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสวา ฯ

สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ มณฺฑปทายิกา ภิกฺขุนี อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

มณฺฑปทายิกาเถริยา อปทานํ สมตฺตํ ฯ

Royal Thai

ดิฉันได้ให้นายช่างสร้างมณฑปถวายพระพุทธเจ้าพระนามว่าโกนาคมน์ และได้สร้างพระสถูปอันบวร ของพระพุทธเจ้าผู้เป็นพงศ์พันธุ์ ของโลก ดิฉันไปยังชนบท นิคมหรือราชธานีใดๆ ย่อมได้รับการบูชาในที่นั้นๆ ทุกแห่ง นี้เป็นผลของบุญกรรม ดิฉันเผากิเลสทั้งหลายแล้ว .... พระพุทธศาสนาดิฉันได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระมัณฑปทายิกาภิกษุณีได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ มัณฑปทายิกาเถริยาปทาน.

จตุตฺถํ สงฺกมนทาเถริยาปทานํ ๒ (๔)

สังกมนทาเถริยาปทานที่ ๔

ว่าด้วยผลแห่งการทอดตนเป็นทางเดิน

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน สุเมธาวรรค สังกมนทาเถริยาปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)

Pali (Siam Rath)

โกณฺฑญฺญสฺส ๓ ภควโต โลกเชฏฺฐสฺส ตาทิโน

รถิยํ ปฏิปนฺนสฺส ตารยนฺตสฺส ปาณิโน ฯ

ฆรโต นิกฺขมิตฺวาน อวกุชฺช ๑ นิปชฺชหํ

อนุกมฺปโก โลกเชฏฺโฐ ๒ สิรสิ อกฺกมิ ตทา ๓ ฯ

อกฺกมิตฺวาน สิรสิ อคมา โลกนายโก

เตน จิตฺตปฺปสาเทน ตุสิตํ อคมาสหํ ฯ

กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา

นาคีว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสวา ฯ

สฺวาคตํ วต เม อาสิ พุทฺธเสฏฺฐสฺส สนฺติเก

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ สงฺกมนทา ภิกฺขุนี อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

สงฺกมนทาเถริยา อปทานํ สมตฺตํ ฯ

๑ ม. ธุวํ ติจีวรํ ทาสึ ฯ ยุ. ธุวญฺจ จีวรมทํ ฯ ๒ ม. สงฺกมนตาเถริยาปทานํ ฯ

๓ ม. วิปสฺสิสฺส ฯ

Royal Thai

เมื่อพระผู้มีพระภาคพระนามว่า โกณฑัญญะ ผู้ประเสริฐกว่าโลกคงที่ ทรงช่วยสัตว์ให้ข้ามวัฏสงสาร เสด็จพระดำเนินไปที่ถนนดิฉันออกจากเรือนแล้วนอนคว่ำหน้า ครั้งนั้น สมเด็จพระโลกเชษฐผู้ทรงพระกรุณา ได้เสด็จเหยียบไปบนศีรษะดิฉัน ครั้นแล้ว พระองค์ก็ได้เสด็จเลยไป ดิฉันได้ไปสวรรค์ชั้นดุสิต ก็เพราะจิตเลื่อมใสนั้นดิฉันเผากิเลสทั้งหลายแล้ว .... พระพุทธศาสนาดิฉันได้ทำเสร็จแล้ว.

ทราบว่า ท่านพระสังกมนทาภิกษุณีได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ สังกมนทาเถริยาปทาน.

ปญฺจมํ นฬมาลิกาเถริยาปทานํ (๕)

นฬมาลิกาเถริยาปทานที่ ๕

ว่าด้วยผลแห่งการถวายดอกอ้อบูชาพระ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน สุเมธาวรรค นฬมาลิกาเถริยาปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)

Pali (Siam Rath)

จนฺทภาคานทีตีเร อโหสึ กินฺนรี ตทา

อทฺทสํ วิรชํ พุทฺธํ สยมฺภุํ อปราชิตํ ฯ

ปสนฺนจิตฺตา สุมนา เวทชาตา กตญฺชลี

นฬมาลํ คเหตฺวาน สยมฺภุํ อภิปูชยึ ฯ

เตน กมฺเมน สุกเตน เจตนาปณิธีหิ จ

ชหิตฺวา กินฺนรีเทหํ อคจฺฉึ ติทสํ คณํ ๔ ฯ

ฉตฺตึสเทวราชูนํ มเหสิตฺตมการยึ

ทสนฺนํ จกฺกวตฺตีนํ มเหสิตฺตมการยึ ฯ

เวทยิตฺวาน กุสลํ ๑ ปพฺพชึ อนคาริยํ

กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา ๒ สพฺเพ สมูหตา

สพฺพาสวา ปริกฺขีณา นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว ฯ

จตุนวุเต อิโต กปฺเป ยํ ปุปฺผมภิปูชยึ

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ

กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา

นาคีว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสวา ฯ

สฺวาคตํ วต เม อาสิ พุทฺธเสฏฺฐสฺส สนฺติเก

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ นฬมาลิกา ภิกฺขุนี อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

นฬมาลิกาเถริยา อปทานํ สมตฺตํ ฯ

๑ ม. ยุ. อวกุชฺชา ฯ ๒ ม. โลกนาโถ ฯ ๓ ม. มม ฯ ๔ ม. คตึ ฯ

Royal Thai

ดิฉันได้เกิดเป็นนางกินรีอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำจันทภาคา ครั้งนั้น ดิฉันได้พบพระสยัมภูพุทธเจ้าผู้ปราศจากธุลี ผู้ไม่ทรงพ่ายแพ้อะไร ดิฉันมีจิตเลื่อมใสโสมนัส เกิดปีติ ประนมอัญชลีแล้ว เก็บเอาดอกอ้อมาบูชาพระสยัมภู เพราะกรรมที่ทำไว้ดีนั้น และเพราะการตั้งเจตน์จำนงไว้ ดิฉันละร่างนางกินรีแล้ว ได้ไปสู่คณะไตรทศ ได้เป็นพระอัครมเหสีของท้าวสักกเทวราช ๓๖ พระองค์ ได้เป็นพระอัครมเหสีของพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๐ พระองค์ ดิฉันเสวยความดีแล้วก็ได้ออกบวชเป็นบรรพชิต ดิฉันเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ถอนภพขึ้นได้หมดแล้ว อาสวะของดิฉันสิ้นไปหมดแล้ว บัดนี้ภพใหม่ไม่มีอีกในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้ ดิฉันได้บูชาด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้นดิฉันไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ดิฉันเผากิเลสทั้งหลายแล้ว .... พระพุทธศาสนาดิฉันได้ทำเสร็จแล้ว.

ทราบว่า ท่านพระนฬมาลิกาภิกษุณีได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ นฬมาลิกาเถริยาปทาน.

ฉฏฺฐํ เอกปิณฺฑปาตทายิกาเถริยาปทานํ (๖)

เอกปิณฑปาตทายิกาเถริยาปทานที่ ๖

ว่าด้วยผลแห่งการถวายอาหารบิณฑบาต

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน สุเมธาวรรค เอกปิณฑปาตทายิกาเถริยาปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)

Pali (Siam Rath)

นคเร พนฺธุมติยา พนฺธุมา นาม ขตฺติโย

ตสฺส รญฺโญ อหํ ๔ ภริยา เอกจฺจํ วาทยามหํ ๕ ฯ

รโหคตา นิสีทิตฺวา เอวํ จินฺเตสหํ ตทา

อาทาย คมนียํ หิ กุสลํ นตฺถิ เม กตํ ฯ

มหาภิตาปํ กฏุกํ ๑ โฆรรูปํ สุทารุณํ

นิรยํ นูน คจฺฉามิ เอตฺถ เม นตฺถิ สํสโย ฯ

ราชานํ อุปคนฺตฺวาน ๒ อิทํ วจนมพฺรวึ

เอกํ เม สมณํ เทหิ โภชยิสฺสามิ ขตฺติย ฯ

อทาสิ เม มหาราชา สมณํ ภาวิตินฺทฺริยํ

ตสฺส ปตฺตํ คเหตฺวาน ปรมนฺเนน ตปฺปยึ ฯ

ปูชยิตฺวา ปรมนฺนํ คนฺธาเลปํ อกาสหํ

ชาเลน ปิทหิตฺวาน ปีตโจเลน ๓ ฉาทยึ ฯ

อารมฺมณํ มม เอตํ สรามิ ยาวชีวิตํ

ตตฺถ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา ตาวตึสํ อคญฺฉหํ ฯ

ตึสานํ เทวราชูนํ มเหสิตฺตมการยึ

มนสา ปตฺถิตํ มยฺหํ นิพฺพตฺตติ ยถิจฺฉกํ ๔ ฯ

วีสานํ จกฺกวตฺตีนํ มเหสิตฺตมการยึ

อุปจิตตฺตา ๕ หุตฺวาน สํสรามิ ภวาภเว ๖ ฯ

สพฺพพนฺธนมุตฺตาหํ อเปตา เม อุปาทิกา

สพฺพาสวปริกฺขีณา นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว ฯ

เอกนวุเต อิโต กปฺเป ยํ ทานมททึ ตทา

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ปิณฺฑปาตสฺสิทํ ผลํ ฯ

กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา

นาคีว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสวา ฯ

สฺวาคตํ วต เม อาสิ พุทฺธเสฏฺฐสฺส สนฺติเก

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ เอกปิณฺฑปาตทายิกา ภิกฺขุนี อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

เอกปิณฺฑปาตทายิกาเถริยา อปทานํ สมตฺตํ ฯ

๑ ม. สํเวเชตฺวาน เม จิตฺตํ ฯ ยุ. สํเวทยิตฺวา กุสลํ ฯ ๒ ยุ. ภวา สงฺฆาฏิตา มมํ ฯ

๓ ยุ. ตีณินฬมาลิกา ฯ ๔ ม. สพฺพตฺถ อหุํ ฯ ๕ ม. ยุ. จารยามหํ ฯ

๑ ยุ. ทุกฺขํ ฯ ๒ ม. ยุ. อุปสงฺกมฺม ฯ ๓ ม. วตฺถยุเคน ฯ ยุ. มหาเนเลน ฯ

๔ ยุ. ยทิจฺฉกํ ฯ ๕ ม. โอจิตตฺตาว ฯ ยุ. โอจิตตฺตา จ ฯ ๖ ม. ยุ. ภเวสฺวหํ ฯ

Royal Thai

ในพระนครพันธุมดี มีพระบรมกษัตริย์พระองค์หนึ่งพระนามว่าพันธุมา ดิฉันเป็นพระอัครมเหสีของท้าวเธอ ดิฉันย่อมพูดกะคนบางคน ครั้งนั้น ดิฉันอยู่ในที่ลับ นั่งคิดอย่างนี้ว่า ก็กุศลที่จะพึงถือเอาไปที่เราทำไว้ไม่มีเลย เราจะต้องไปนรกที่มีความเร่าร้อนใหญ่ยิ่งเผ็ดร้อน ร้ายกาจ ทารุณ โดยแน่นอน ในข้อนี้เราไม่มีความสงสัยเลยดังนี้ ดิฉันเข้าไปเฝ้าพระราชา แล้วกราบทูลว่า ขอเดชะ ขอพระองค์จงพระราชทานสมณะให้หม่อมฉันสักองค์หนึ่งเถิด หม่อมฉันจักนิมนต์ให้ท่านฉัน พระมหาราชาได้พระราชทานสมณะผู้มีอินทรีย์อันอบรมแล้วให้ดิฉัน ดิฉันรับบาตรของท่านแล้ว นิมนต์ท่านให้ฉันจนอิ่มหนำ ด้วยข้าวที่ระคนด้วยน้ำนมและทธิ

ดิฉันบูชาด้วยข้าวที่ระคนด้วยน้ำนมและทธิแล้ว ทำของหอมและเครื่องไล้ทา เอาร่างแหปิดแล้วเอาผ้าเหลืองคลุมไว้ ดิฉันนึกถึงอารมณ์ของดิฉันนี้ตราบเท่าสิ้นชีวิต ยังจิตให้เลื่อมใสในกรรมนั้นแล้ว ได้ไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ดิฉันได้เป็นพระอัครมเหสีของท้าวสักรินทเทวราช ๓๐ พระองค์สิ่งที่ดิฉันปรารถนาด้วยใจ ย่อมเกิดสมดังประสงค์ ดิฉันได้เป็นพระอัครมเหสีของพระเจ้าจักรพรรดิ ๒๐ พระองค์ ดิฉันเป็นหญิงสร้างตัวเอง ท่องเที่ยวไปในภพน้อยใหญ่ ดิฉันพ้นจากเครื่องผูกพันทุกอย่างแล้ว มีการอุบัติไปปราศแล้ว มีอาสวะสิ้นไปหมดแล้ว บัดนี้ภพใหม่ไม่มีอีก ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ ดิฉันได้ให้ทานใดในกาลนั้นด้วยทานนั้น ดิฉันจึงไม่รู้จักทุคติเคย นี้เป็นผลแห่งบิณฑบาต ดิฉันเผากิเลสทั้งหลายแล้ว .... พระพุทธศาสนาดิฉันได้ทำเสร็จแล้ว.

ทราบว่า ท่านพระเอกปิณฑปาตทายิกาภิกษุณีได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ เอกปิณฑปาตทายิกาเถริยาปทาน.

สตฺตมํ กฏจฺฉุภิกฺขทายิกาเถริยาปทานํ (๗)

กฏัจฉุภิกขาทายิกาเถริยาปทานที่ ๗

ว่าด้วยผลแห่งการถวายภิกษาหารหนึ่งทัพพี

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน สุเมธาวรรค กฏัจฉุภิกขาทายิกาเถริยาปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)

Pali (Siam Rath)

ปิณฺฑจารํ จรนฺตสฺส ติสฺสนามสฺส สตฺถุโน

กฏจฺฉุภิกฺขํ ปคฺคยฺห พุทฺธเสฏฺฐสฺสทาสหํ ฯ

ปฏิคฺคเหตฺวา สมฺพุทฺโธ ติสฺโส โลกคฺคนายโก

วีถิยา สณฺฐิโต สตฺถา อกา เม อนุโมทนํ ฯ

กฏจฺฉุภิกฺขํ ทตฺวาน ตาวตึสํ คมิสฺสสิ

ฉตฺตึสเทวราชูนํ มเหสิตฺตํ กริสฺสสิ ฯ

ปญฺญาสจกฺกวตฺตีนํ มเหสิตฺตํ กริสฺสสิ

มนสา ปตฺถิตํ สพฺพํ ปฏิลจฺฉสิ สพฺพทา ฯ

สมฺปตฺตึ อนุโภตฺวาน ปพฺพชิสฺสสิกิญฺจนา

สพฺพาสเว ปริญฺญาย นิพฺพายิสฺสสินาสวา ฯ

อิทํ วตฺวาน สมฺพุทฺโธ ติสฺโส โลกคฺคนายโก

นภํ อพฺภุคฺคมิ ธีโร หํสราชาว อมฺพเร ฯ

สุทินฺนเมว ๑ เม ทานํ สุยิฏฺฐา ยาคสมฺปทา

กฏจฺฉุภิกฺขํ ทตฺวาน ปตฺตาหํ อจลํ ปทํ ฯ

เทฺวนวุเต อิโต กปฺเป ยํ ทานมททินฺตทา

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ภิกฺขทานสฺสิทํ ผลํ ฯ

กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา

นาคีว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสวา ฯ

สฺวาคตํ วต เม อาสิ พุทฺธเสฏฺฐสฺส สนฺติเก

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ กฏจฺฉุภิกฺขทายิกา ภิกฺขุนี อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

กฏจฺฉุภิกฺขทายิกาเถริยา อปทานํ สมตฺตํ ฯ

Royal Thai

ดิฉันได้ตักเอาภิกษาทัพพีหนึ่ง ถวายแด่พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุดพระนามว่าติสสะ บรมศาสดา ซึ่งกำลังเสด็จเที่ยวบิณฑบาตอยู่ พระสัมพุทธเจ้าพระนามว่าติสสบรมศาสดา ผู้นำชั้นเลิศของโลก ทรงรับแล้ว ประทับยืนทำอนุโมทนาแก่ดิฉันกลางถนนว่า ท่านถวายภิกษาทัพพีหนึ่งแล้ว จักไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ จักได้เป็นพระอัครมเหสีของท้าวสักรินทเทวราช ถึง ๓๖ พระองค์ จักได้เป็นพระอัครมเหสีของพระเจ้าจักรพรรดิ ๕๐ พระองค์ ท่านจักได้สิ่งที่ใจปรารถนาในกาลทั้งปวง ท่านเสวยสมบัติแล้ว จักเป็นผู้ไม่มีความห่วงใยออกบวชกำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว จักเป็นผู้ไม่มีอาสวะนิพพาน พระติสสสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้นำชั้นเลิศของโลก เป็นนักปราชญ์ ครั้นตรัสดังนี้แล้วก็เหาะขึ้นสู่นภากาศ เหมือนพระยาหงส์บินอยู่ในอัมพร ฉะนั้นทานดิฉันได้ให้ดีแล้วทีเดียว ยัญสมบัติดิฉันได้บูชาดีแล้ว ดิฉันบรรลุบทอันไม่หวั่นไหวได้ ก็เพราะถวายภิกษาทัพพีหนึ่ง ในกัปที่ ๙๒แต่กัปนี้ ดิฉันได้ถวายทานใดในกาลนั้น ด้วยทานนั้น ดิฉันไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายภิกษา ดิฉันเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ...

พระพุทธศาสนาดิฉันได้ทำเสร็จแล้ว.

ทราบว่า ท่านพระกฏัจฉุภิกขาทายิกาภิกษุณีได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ กฏัจฉุภิกขาทายิกาเถริยาปทาน.

อฏฺฐมํ สตฺตอุปฺปลมาลิกาเถริยาปทานํ (๘)

สัตตอุปลมาลิกาเถริยาปทานที่ ๘

ว่าด้วยผลแห่งการถวายดอกอุบล ๗ ดอก

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน สุเมธาวรรค สัตตอุปลมาลิกาเถริยาปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)

Pali (Siam Rath)

นคเร อรุณวติยา อรุโณ ๒ นาม ขตฺติโย

ตสฺส รญฺโญ อหํ ภริยา นคุลํ ปาทยามหํ ฯ

สตฺต มาลา คเหตฺวาน อุปฺปลา ๑ เทวคนฺธิกา

นิสชฺช ปาสาทวเร เอวํ จินฺเตสิ ตาวเท ฯ

กึ เม อิมาหิ มาลาหิ สิรสา โรปิตาหิ เม

วรํ เม พุทฺธเสฏฺฐสฺส ญาณมฺหิ อภิโรปิตํ ฯ

สมฺพุทฺธํ ปฏิมาเนนฺตี ทฺวาราสนฺเน นิสีทหํ

ยทา เอหิติ ๒ สมฺพุทฺโธ ปูชยิสฺสํ มหามุนึ ฯ

กกุโธ วิลสนฺโตว มิคราชาว เกสรี

ภิกฺขุสงฺเฆน สหิโต อาคจฺฉิ วีถิยา ชิโน ฯ

พุทฺธสฺส รํสึ ทิสฺวาน หฏฺฐา สํวิคฺคมานสา

ทฺวารํ อปาปุณิตฺวาน พุทฺธเสฏฺฐํ อปูชยึ ฯ

สตฺต อุปฺปลปุปฺผานิ สุวิตฺถิณฺณานิ ๓ อมฺพเร

ฉาทึ ๔ กโรนฺตา พุทฺธสฺส มตฺถเก ธารยนฺติ เต ฯ

อุทคฺคจิตฺตา สุมนา เวทชาตา กตญฺชลี

ตตฺถ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา ตาวตึสํ อคญฺฉหํ ฯ

มหาเนลสฺส ฉาทนํ ธาเรนฺติ มม มุทฺธนิ

ทิพฺพคนฺธํ ปวายติ ๕ สตฺตุปฺปลานิทํ ผลํ ฯ

กทาจิ นียมานาย ญาติสงฺเฆน เม ตทา

ยาวตา ปริสา มยฺหํ มหาเนลํ ธรียติ ฯ

สตฺตติเทวราชูนํ มเหสิตฺตํ อการยึ

สพฺพตฺถ อิสฺสรา หุตฺวา สํสรามิ ภวาภเว ฯ

เตสฏฺฐิจกฺกวตฺตีนํ มเหสิตฺตํ อการยึ

สพฺเพ มํ อนุวตฺตนฺติ อาเทยฺยวจนา อหํ ฯ

อุปฺปลสฺเสว เม วณฺโณ คนฺโธ เจว ปวายติ

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ

อิทฺธิปาเทสุ กุสลา โพชฺฌงฺคภาวนารตา

อภิญฺญาปารมิปฺปตฺตา พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ

สติปฏฺฐานกุสลา สมาธิฌานโคจรา

สมฺมปฺปธานมนุยุตฺตา พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ

วิริยํ เม ธุรโธรยฺหํ โยคกฺเขมาธิวาหนํ

สพฺพาสวปริกฺขีณา นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว ฯ

เอกตฺตึเส อิโต กปฺเป ยํ ปุปฺผมภิปูชยึ

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ

กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา

นาคีว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสวา ฯ

สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ สตฺตอุปฺปลมาลิกา ภิกฺขุนี อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

สตฺตอุปฺปลมาลิกาเถริยา อปทานํ สมตฺตํ ฯ

๑ ม. ยุ. สุทินฺนํ เม ทานวรํ ฯ ๒ ยุ. อรุณวา ฯ

๑ ยุ. อุปฺปลี ฯ ๒ ยุ. เอติห ฯ ๓ ม. ปริกิณฺณานิ ฯ ยุ. ปริตฺถิณฺณานิ ฯ

๔ ม. ฉทึ ฯ ๕ ม. ยุ. ปวายามิ ฯ

Royal Thai

ในพระนครอรุณวดี มีพระมหากษัตริย์พระองค์หนึ่งพระนามว่าอรุณดิฉันเป็นพระอัครมเหสีของท้าวเธอ ดิฉันร้อยพวงมาลัยอยู่ ได้หยิบเอาดอกอุบลมีกลิ่นหอมเหมือนทิพย์มา ๗ ดอก แล้วนั่งลงในปราสาทอันประเสริฐ คิดขึ้นในขณะนั้นเองว่า ประโยชน์อะไร ด้วยพวงมาลัยเหล่านี้ ซึ่งเราเอาประดับศีรษะแก่เรา เราเอาบูชาในพระญาณของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด จะประเสริฐกว่า ชนทั้งหลายเขาพากันนับถือบูชาพระสัมพุทธเจ้า เราจะนั่งที่ใกล้ประตู จักบูชาพระสัมพุทธเจ้าผู้มหามุนี ในเวลาที่พระองค์เสด็จมาพระพิชิตมารผู้งดงามดังต้นรกฟ้าขาว หรือมิฉะนั้น ก็เปรียบเหมือนไกรสรมฤคราช พร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์ เสด็จมาตามถนน

ดิฉันเห็นพระรัศมีของพระพุทธเจ้าแล้ว ก็ร่าเริงสลดใจ ยังไม่ทันถึงประตูก็บูชาพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด ดิฉันทำดอกอุบลอันบานเต็มที่ ๗ ดอก ให้เป็นของกั้นแดนในอัมพร ดอกอุบลเหล่านั้น กั้นแดดอยู่เหนือพระเศียรพระพุทธเจ้าดิฉันมีจิตประกอบด้วยปีติ ดีใจ เกิดโสมนัส ประนมอัญชลี ยังจิตให้เลื่อมใสในกาลนั้น แล้วได้ไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เหนือศีรษะของดิฉันเขากั้นเศวตฉัตรขนาดใหญ่ กลิ่นหอมดังกลิ่นทิพย์ฟุ้งไป นี้เป็นผลแห่งดอกอุบล ๗ ดอก บางครั้ง เมื่อดิฉันถูกหมู่ญาตินำเอาออกไปครั้งนั้น เศวตฉัตรคันใหญ่ย่อมกั้นแดดไว้ทั่วบริษัทของดิฉัน ดิฉันได้เป็นพระอัครมเหสีของท้าวสักรินทเทวราช ๗๐ พระองค์ ดิฉันเป็นอิสระทุกภพ เที่ยวไปในภพน้อยใหญ่ ได้เป็นพระอัครมเหสีของพระเจ้าจักรพรรดิ ๖๓

พระองค์ ชนทั้งหลายประพฤติตามดิฉันทุกคนดิฉันมีถ้อยคำน่าเชื่อถือ ผิวพรรณของดิฉันเหมือนดอกอุบล และกลิ่นก็ฟุ้งไปเหมือนกลิ่นอุบลหอม ดิฉันไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ดิฉันเป็นผู้ฉลาดในอิทธิบาท ยินดีในการเจริญโพชฌงค์ มีความบริบูรณ์ในอภิญญา นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ดิฉันเป็นผู้ฉลาดในสติปัฏฐาน มีสมาธิฌานเป็นโคจรขวนขวายในสัมมัปธาน นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ความเพียรของดิฉันนำเอาธุระใหญ่น้อยไป นำเอาธรรมที่เป็นแดนเกษมจากโยคะมาให้ ดิฉันมีอาสวะสิ้นไปหมดแล้วบัดนี้ภพใหม่ไม่มีอีก ในกัปที่ ๓๑ แต่กัปนี้ ดิฉันได้เอาดอกไม้บูชาใดด้วยการบูชานั้น ดิฉันจึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชาดิฉันเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาดิฉันได้ทำเสร็จแล้ว.

ทราบว่า ท่านพระสัตตอุปลมาลิกาภิกษุณีได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ สัตตอุปลมาลิกาเถริยาปทาน

นวมํ ปญฺจทีปิกาเถริยาปทานํ (๙)

ปัญจทีปิกาเถริยาปทานที่ ๙

ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยประทีป ๕ ดวง

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน สุเมธาวรรค ปัญจทีปิกาเถริยาปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)

Pali (Siam Rath)

นคเร หํสวติยา จารินี ๑ อาสหํ ตทา

อาราเมเนว อารามํ จรามิ กุสลตฺถิกา ฯ

กาลปกฺขมฺหิ ทิวเส อทฺทสํ โพธิมุตฺตมํ

ตตฺถ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา โพธิมูเล นิสีทหํ ฯ

ครุจิตฺตํ อุปฏฺเฐตฺวา สิเร กตฺวาน อญฺชลึ

โสมนสฺสํ ปเวเทตฺวา เอวํ จินฺเตสิ ตาวเท ฯ

ยทิ พุทฺโธ อมิตคุโณ อสมปฺปฏิปุคฺคโล

ทสฺเสตุ ปาฏิหีรํ เม โพธิ โอภาสตุ อยํ ฯ

สห อาวชฺชิเต มยฺหํ โพธิ ปชฺชลิ ตาวเท

สพฺพโสวณฺณมยา อาสิ ทิสา สพฺพา วิโรจติ ฯ

สตฺตรตฺตินฺทิวํ ตตฺถ โพธิมูเล นิสีทหํ

สตฺตเม ทิวเส ปตฺเต ทีปปูชํ อกาสหํ ฯ

อาสนํ ปริวาเรตฺวา ปญฺจทีปานิ ปชฺชลล

ยาว อุเทติ สุริโย ทีปา เม ปชฺชลล ตทา ฯ

เตน กมฺเมน สุกเตน เจตนาปณิธีหิ จ

ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ ตาวตึสํ อคญฺฉหํ ฯ

ตตฺถ เม สุกตํ พฺยมฺหํ ปญฺจทีปาติ ๒ วุจฺจติ

สตโยชนมุพฺเพธํ ๓ สฏฺฐิโยชนวิตฺถตํ ฯ

อสงฺเขยฺยานิ ทีปานิ ปริวาเร ชลนฺติ เม

ยาวตา เทวภวนํ ทีปาโลเกน โชตติ ฯ

ปุริตฺถาภิมุขา สนฺติ ๑ ยทิ อิจฺฉามิ ปสฺสิตุํ

อุทฺธํ อโธ จ ติริยํ สพฺพํ ปสฺสามิ จกฺขุนา ฯ

ยาวตา อภิกงฺขามิ ทฏฺฐฐ สุกตทุกฺกฏํ ๒

ตตฺถ อาวรณํ นตฺถิ รุกฺเขสุ ปพฺพเตสุ วา ฯ

อสีติเทวราชูนํ มเหสิตฺตมการยึ

สตานํ จกฺกวตฺตีนํ มเหสิตฺตมการยึ ฯ

ยํ ยํ โยนูปปชฺชามิ เทวตฺตํ อถ มานุสํ

ทีปสตสหสฺสานิ ปริวาเร ชลนฺติ เม ฯ

เทวโลกา จวิตฺวาน อุปฺปชฺชึ ๓ มาตุกุจฺฉิยํ

มาตุ กุจฺฉคตํ สนฺตํ ๔ อกฺขิ เม น นิมีลติ ฯ

ทีปสตสหสฺสานิ ปุญฺญกมฺมสมงฺคิโน ๕

สูติฆเรว ชลนฺติ ปญฺจทีปานิทํ ผลํ ฯ

ปจฺฉิเม ภวสมฺปตฺเต มานสํ วินิวตฺตยึ

อชรามรํ ๖ สีติภาวํ นิพฺพานํ ปสฺสยึ ๗ อหํ ฯ

ชาติยา สตฺตวสฺสาหํ อรหตฺตํ อปาปุณึ

อุปสมฺปาทยิ พุทฺโธ คุณมญฺญาย โคตโม ฯ

มณฺฑเป รุกฺขมูเล วา ปาสาเทสุ คุหาสุ วา

สุญฺญาคาเร ปชฺฌายนฺตา ๑ ปญฺจทีปา ชลนฺติ เม ฯ

ทิพฺพจกฺขุ วิสุทฺธํ เม สมาธิกุสลา อหํ

อภิญฺญาปารมิปฺปตฺตา ปญฺจทีปานิทํ ผลํ ฯ

สพฺพโวสิตโวสานา กตกิจฺจา อนาสวา

ปญฺจทีปา มหาวีร ปาเท วนฺทามิ จกฺขุมา ฯ

สตสหสฺเส อิโต กปฺเป ยํ ทีปมททึ ตทา

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ปญฺจทีปานิทํ ผลํ ฯ

กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา

นาคีว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสวา ฯ

สฺวาคตํ วต เม อาสิ พุทฺธเสฏฺฐสฺส สนฺติเก

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ ปญฺจทีปิกา ภิกฺขุนี อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

ปญฺจทีปิกาเถริยา อปทานํ สมตฺตํ ฯ

๑ ม. ยุ. จาริกี ฯ ๒ ยุ. ปญฺจทีปีติ ฯ ๓ ม สฏฺฐิโยชนมุพฺเพธํ ตึสโยชนวิตฺถตํ

ยุ. สตโยชนมุพฺพิทฺธํ ฯ

๑ ม. ปรมฺมุขา นิสีทิตฺวา ฯ ๒ ม. สุกตทุกฺกเฏ ฯ ยุ. ทสฺสุํ สุกตทุกฺกเฏ ฯ ๓ ม.

ยุ. อุปชฺช ฯ ๔ ม. ยุ. กุจฺฉคตา สนฺตี ฯ ๕ ม. สมงคิตา ฯ ยุ. สมงฺคินา ฯ ๖ ม.

อชรามตํ ฯ ยุ. อชรามรณํ ฯ ๗ ม. ยุ. ผสฺสยึ ฯ

Royal Thai

ครั้งนั้น ดิฉันเป็นหญิงนักท่องเที่ยวอยู่ในพระนครหงสวดี ดิฉันต้องการกุศล จึงเที่ยวไปสู่อารามหนึ่งจากอารามหนึ่ง ได้พบไม้โพธิ์อันอุดม วันกาฬปักษ์ ยังจิตให้เลื่อมใสในไม้โพธิ์นั้นแล้ว นั่งลงที่โคนไม้โพธิ์ ดิฉันตั้งจิตเคารพประนมอัญชลีเหนือเศียรเกล้าสำแดงความโสมนัสแล้วคิดอย่างนี้ในขณะนั้นว่า ถ้าพระพุทธเจ้ามีพระคุณนับไม่ได้ ไม่มีบุคคลเปรียบเสมอไซร้ ก็ขอให้ทรงแสดงปาฏิหาริย์แก่เราเถิด ขอไม้โพธิ์จงเปล่งรัศมี ทันใดนั้นเองไม้โพธิ์ ก็ได้โพลงไปทั่วพร้อมกับที่ดิฉันนึก รัศมีสำเร็จด้วยสีทองล้วนไพโรจน์ไปทั่วทิศ ดิฉันนั่งอยู่ที่โคนโพธิ์นั้น ๗ คืน ๗ วันเมื่อถึงวันเป็นวันคำรบ ๗ ดิฉันได้ทำการบูชาด้วยประทีป ประทีป ๕ดวงลุกโพลงล้อมรอบอาสนะ

ครั้งนั้น ประทีปของดิฉันลุกโพลงอยู่จนถึงเวลาพระอาทิตย์อุทัย เพราะกรรมที่ทำไว้ดีนั้น และเพราะการตั้งเจตน์จำนงไว้ ดิฉันละร่างมนุษย์แล้ว ได้ไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์วิมานที่บุญกรรมสร้างให้ดิฉันอย่างสวยงามในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์นั้นเรียกว่า "ปัญจทีปวิมาน" ปัญจทีปวิมานนั้นสูง ๑๐๐ โยชน์ กว้าง๖๐ โยชน์ ประทีปนับไม่ถ้วนส่องสว่างล้อมดิฉันอยู่ ทั่วเทพพิภพโชติช่วงด้วยแสงประทีป คนที่หันหน้าไปทางทิศบูรพา ถ้าดิฉันปรารถนาที่จะดู ดิฉันย่อมเห็นได้ด้วยจักษุทุกคน ทั้งเบื้องบนเบื้องล่างและเบื้องขวาง ดิฉันปรารถนาจะเห็นกรรมดีและกรรมชั่วที่คนทำในที่มีประมาณเท่าใด ที่มีประมาณเท่านั้น ย่อมไม่มีต้นไม้หรือภูเขามากั้นกาง ดิฉันได้เป็นพระอัครมเหสีของท้าวสักรินทเทวราช ๘๐

พระองค์ ได้เป็นพระอัครมเหสีของพระเจ้าจักรพรรดิ๑๐๐ พระองค์ ดิฉันเข้าถึงกำเนิดนั้นๆ ประทีปตั้งแสนๆ ส่องแสงล้อมดิฉัน ดิฉันจุติจากเทวโลกแล้ว เกิดในครรภ์มารดา เมื่อดิฉันอยู่ในครรภ์มารดา จักษุของดิฉันไม่หลับ ประทีปตั้งจำนวนแสนดวงส่องสว่างอยู่ในเรือนประสูติของดิฉัน ผู้พร้อมเพรียงด้วยบุญกรรมนี้เป็นผลแห่งประทีป ๕ ดวง เมื่อถึงภพสุดท้าย ดิฉันกลับฉันทะที่มีในใจ เห็นนิพพานอันเป็นสภาวะเยือกเย็น ไม่มีชราและมรณะพอเกิดได้อายุ ๗ ขวบ ดิฉันได้บรรลุอรหัต

พระพุทธเจ้าพระนามว่าโคดม ทรงทราบถึงคุณของดิฉัน จึงให้ดิฉันอุปสมบท ดิฉันเข้าฌานอยู่ในมณฑป โคนไม้ ปราสาท ถ้ำ หรือเรือนอันว่างเปล่าก็ดีประทีป ๕ ดวงส่องแสงสว่างให้ดิฉัน ทิพพจักษุของดิฉันบริสุทธิ์ดิฉันฉลาดในสมาธิ ถึงความบริบูรณ์ในอภิญญา นี้เป็นผลแห่งประทีป ๕ ดวง ดิฉันเป็นผู้อยู่จบพรหมจรรย์ทั้งปวง ทำกิจเสร็จแล้วไม่มีอาสวะ ข้าแต่พระมหาวีระผู้มีพระจักษุ หม่อมฉันชื่อว่าปัญจทีปาขอถวายบังคมพระยุคลบาทของพระองค์ ในกัปที่แสนแต่กัปนี้ดิฉันได้ถวายประทีปใดในครั้งนั้น ด้วยการถวายประทีปนั้น ดิฉันไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งประทีป ๕ ดวง ดิฉันเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาดิฉันได้ทำเสร็จแล้ว.

ทราบว่า ท่านพระปัญจทีปิกาภิกษุณีได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ ปัญจทีปิกาเถริยาปทาน.

ทสมํ อุทกทายิกาเถริยาปทานํ (๑๐)

อุทกทายิกาเถริยาปทานที่ ๑๐

ว่าด้วยผลแห่งการถวายน้ำ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน สุเมธาวรรค อุทกทายิกาเถริยาปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)

Pali (Siam Rath)

นคเร พนฺธุมติยา อาสึ ๒ อุทกหาริกา

อุทหาเรน ชีวามิ เตน โปเสมิ ทารเก ฯ

เทยฺยธมฺโม จ เม นตฺถิ ปุญฺญกฺเขตฺเต อนุตฺตเร

โกฏฺฐกํ อุปสงฺกมฺม อุทกํ ปฏฺฐเปสหํ ฯ

เตน กมฺเมน สุกเตน ตาวตึสํ อคญฺฉหํ

ตตฺถ เม สุกตํ พฺยมฺหํ อุทหาเรน นิมฺมิตํ ฯ

อจฺฉรานํ สหสฺสสฺส อหํ หิ ปวรา ตทา

ทสฏฺฐาเนหิ ตา สพฺพา อภิโภมิ ตทา อหํ ฯ

ปญฺญาสํ เทวราชูนํ มเหสิตฺตมการยึ

วีสติจกฺกวตฺตีนํ มเหสิตฺตมการยึ ฯ

ทุเว ภเว สํสรามิ เทวตฺเต อถ มานุเส

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ อุทกทานสฺสิทํ ผลํ ฯ

ปพฺพตคฺเค ทุมคฺเค วา อนฺตลิกฺเข จ ภูมิยํ

ยทา อุทกมิจฺฉามิ ขิปฺปํ ปฏิลภามหํ ฯ

อวุฏฺฐิกา ทิสา อตฺถิ ๑ สนฺตตฺตา ขุปฺปิตา ๒ หิ เม

มม สงฺกปฺปมญฺญาย มหาเมโฆ ปวสฺสติ ฯ

กทาจิ นียมานาย ญาติสงฺเฆน เม ตทา

ยทา อิจฺฉามหํ วสฺสํ มหาเมโฆ อชายถ ฯ

อุณฺหํ วา ปริฬาโห วา สรีเร ๓ เม น วิชฺชติ

กาเย จ เม รโช นตฺถิ อุทกทานสฺสิทํ ผลํ ฯ

วิสุทฺธมนสา อชฺช อเปตมนปาปิกา

สพฺพาสวปริกฺขีณา นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว ฯ

เอกนวุเต อิโต กปฺเป ยํ กมฺมมกรึ ตทา ๔

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ อุทกทานสฺสิทํ ผลํ ฯ

กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา

นาคีว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสวา ฯ

สฺวาคตํ วต เม อาสิ พุทฺธเสฏฺฐสฺส สนฺติเก

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อุทกทายิกา ภิกฺขุนี อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

อุทกทายิกาเถริยา อปทานํ สมตฺตํ ฯ

อุทฺทานํ

สุเมธา เมขลททา มณฺฑปสงฺกมนฺตถา

นฬมาลินี ปิณฺฑททา กฏจฺฉุอุปฺปลปฺปทา ฯ

ทีปอุทกทายี จ คาถาโย คณิตาวิห

เอกคาถา สตญฺเจว สตฺตรสํ ตทุตฺตริ ฯ

สุเมธาวคฺโค ปฐโม ฯ

๑ ม. วสนฺติยา ฯ ยุ. จ ฌายนฺตา ฯ ๒ ม. อโหสึ อุทหาริกา ฯ

๑ ม. ยุ. นตฺถิ ฯ ๒ ม. กุติตาปิ จ ฯ ยุ. สนฺตตฺตกฐิตาน จ ฯ ๓ ยุ. อถเมว ฯ

๔ ม. ยํ ทกํ อททึ ตทา ฯ

Royal Thai

ดิฉันเป็นหญิงหาบน้ำขายอยู่ในพระนครพันธุมดี เลี้ยงชีพด้วยการ

หาบน้ำ เลี้ยงดูเด็กๆ ก็ด้วยการหาบน้ำนั้น ดิฉันไม่มีไทยธรรม

ดิฉันเข้าไปยังซุ้มน้ำแล้ว ตั้งน้ำไว้ถวายในบุญเขตอันยอดเยี่ยม

เพราะกรรมที่ได้ทำไว้ดีแล้วนั้น ดิฉันจึงได้ไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

วิมานที่บุญกรรมสร้างให้แก่ดิฉันอยู่สวยงาม ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

นั้น ถูกนิรมิตขึ้นก็เพราะการหาบน้ำ ก็ครั้งนั้น ดิฉันประเสริฐกว่า

พวกนางอัปสรตั้งพัน ดิฉันครอบงำนางอัปสรเหล่านั้นทั้งหมดด้วย

ฐานะ ๑๐ ประการ ดิฉันได้เป็นพระอัครมเหสีของท้าวสักรินทเทวราช๕๐ พระองค์ ได้เป็นพระอัครมเหสีของพระเจ้าจักรพรรดิ ๒๐

พระองค์ ดิฉันท่องเที่ยวอยู่แต่ในสองภพ คือ เทวดาและมนุษย์

ไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายน้ำ บนยอดเขา ยอดไม้

ในอากาศ หรือพื้นดินก็ตาม ดิฉันต้องการน้ำเมื่อใด ดิฉันย่อมได้

โดยเร็วพลันเมื่อนั้น ทิศที่ไม่มีฝนมีอยู่ ก็เพราะดิฉันเร่าร้อนระหาย

น้ำแล้ว มหาเมฆรู้ความดำริของดิฉันย่อมยังฝนให้ตกลง ในบางครั้ง

เมื่อดิฉันถูกหมู่ญาตินำเอาออกไป มหาเมฆได้ยังฝนให้ตกลง ใน

คราวที่ดิฉันปรารถนาฝน ในสรีระของดิฉัน ไม่มีความเร่าร้อนหรือ

ความกระวนกระวายเลย และละอองธุลีก็ไม่มีในกายของดิฉัน

นี้เป็นผลแห่งการให้น้ำเป็นทาน ทุกวันนี้ ดิฉันมีใจบริสุทธิ์

ปราศจากใจที่ชั่วช้า มีอาสวะสิ้นไปหมดแล้ว บัดนี้ภพใหม่ไม่มีอีก

ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ ดิฉันได้ทำกรรมใดในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น

ดิฉันไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการให้น้ำเป็นทาน ดิฉันเผากิเลส

ทั้งหลายหมดแล้ว ... พระพุทธศาสนาดิฉันได้ทำเสร็จแล้ว.

ทราบว่า ท่านพระอุทกทายิกาภิกษุณีได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ อุทกทายิกาเถริยาปทาน.

รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. สุเมธาเถริยาปทาน ๒. เมขลทายิกาเถริยาปทาน ๓. มัณฑปทายิกาเถริยาปทาน

๔. สังกมนทาเถริยาปทาน๕. นฬมาลิกาเถริยาปทาน๖. เอกปิณฑปาตทายิกาเถริยาปทาน๗. กฏัจฉุภิกขาทายิกาเถริยาปทาน๘. สัตตอุปลทายิกาเถริยาปทาน๙. ปัญจทีปิกาเถริยาปทาน๑๐. อุทกทายิกาเถริยาปทาน และในวรรคนี้ บัณฑิตคำนวณคาถาได้ ๑๓๐ คาถากึ่ง.

จบ สุเมธาวรรคที่ ๑

End of สุเมธาวรรค