กิงกณิปุปผวรรค
Text layerBuddha’s wordsItems 81–90 (Royal Thai)50/59 in อปทาน4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
ปญฺญาสโม กึกณิปุปฺผวคฺโค
ปฐมํ ตีณิกึกณิปุปฺผิยตฺเถราปทานํ (๔๙๑)
กิงกณิปุปผวรรคที่ ๕๐
ตีณิกิงกณิปุปผิยเถราปทานที่ ๑
ว่าด้วยผลแห่งการถวายดอกกระดึงทอง
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน กิงกณิปุปผวรรค ตีณิกิงกณิปุปผิยเถราปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)
กณิการํว โชตนฺตํ นิสินฺนํ ปพฺพตนฺตเร
อทฺทสํ วิรชํ พุทฺธํ วิปสฺสึ โลกนายกํ ฯ
ตีณิกึกณิปุปฺผานิ ปคฺคยฺห อภิโรปยึ
สมฺพุทฺธํ อภิปูเชตฺวา คจฺฉามิ ทกฺขิณามุโข ฯ
เตน กมฺเมน สุกเตน เจตนาปณิธีหิ จ
ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ ตาวตึสํ อคญฺฉหํ ฯ
เอกนวุเต อิโต กปฺเป ยํ พุทฺธมภิปูชยึ
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา
นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ
สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก
ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ตีณิกึกณิปุปฺผิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ
ตีณิกึกณิปุปฺผิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
เราได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้ปราศจากธุลีพระนามว่าวิปัสสี ผู้เป็นนายกของโลก โชติช่วงเหมือนต้นกรรณิการ์ ประทับนั่งที่ซอกเขา เราเก็บดอกกระดึงทอง ๓ ดอกมาบูชา ครั้นบูชาพระสัมพุทธเจ้าแล้วเดินบ่ายหน้าไปทางทิศทักษิณ ด้วยกรรมที่ทำไว้ดีแล้วนั้น และด้วยตั้งเจตน์จำนงไว้ เราละร่างมนุษย์แล้ว ได้ไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าใด ด้วยพุทธบูชานั้นเราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระตีณิกิงกณิปุปผิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ตีณิกิงกณิปุปผิยเถราปทาน.
ทุติยํ ปํสุกูลปูชกตฺเถราปทานํ (๔๙๒)
ปังสุกูลปูชกเถราปทานที่๒
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาผ้าบังสุกุล
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน กิงกณิปุปผวรรค ปังสุกูลปูชกเถราปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)
หิมวนฺตสฺส อวิทูเร อุทพฺพโล ๑ นาม ปพฺพโต
ตตฺถทฺทสํ ปํสุกูลํ ทุมคฺคมฺหิ วิลมฺพิตํ ฯ
ตีณิ กึกณิปุปฺผานิ โอจินิตฺวานหํ ตทา
หฏฺโฐ หฏฺเฐน จิตฺเตน ปํสุกูลํ อปูชยึ ฯ
เตน กมฺเมน สุกเตน เจตนาปณิธีหิ จ
ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ ตาวตึสํ อคญฺฉหํ ฯ
เอกนวุเต อิโต กปฺเป ยํ กมฺมมกรึ ตทา
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ปูเชตฺวา อรหทฺธชํ ฯ
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา
นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ
สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก
ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ปํสุกูลปูชโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ
ปํสุกูลปูชกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
๑ ม. อุทงฺคโณ ฯ ยุ. อุทโก ฯ
ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมวันต์ มีภูเขาลูกหนึ่งชื่ออุทัพพละที่ภูเขานั้นเราได้เห็นผ้าบังสุกุลจีวรห้อยอยู่บนยอดไม้ ครั้งนั้น เราร่าเริง มีจิตยินดี เลือกเก็บเอาดอกกระดึงทอง ๓ ดอกมาบูชาผ้าบังสุกุลจีวรด้วยกรรมที่ทำไว้ดีแล้ว และด้วยการตั้งเจตน์จำนงไว้ เราละร่างมนุษย์แล้ว ได้ไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ในกัปที่๙๑ แต่กัปนี้ เราได้ทำกรรมใดในการนั้น เพราะบูชาธงชัยแห่งพระอรหันต์ เราไม่รู้จักทุคติเลย เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระปังสุกูลปูชกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ปังสุกูลปูชกเถราปทาน.
ตติยํ โกรณฺฑปุปฺผิยตฺเถราปทานํ (๔๙๓)
โกรัณฑปุปผิยเถราปทานที่๓
ว่าด้วยผลแห่งการถวายดอกหงอนไก่
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน กิงกณิปุปผวรรค โกรัณฑปุปผิยเถราปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)
วนกมฺมิโก ปุเร อาสึ ปิตุปิตามเหนหํ ๑
ปสุมาเรน ชีวามิ กุสลํ เม น วิชฺชติ ฯ
มม อาสยสามนฺตา ติสฺโส โลกคฺคนายโก
ตีณิ ปทานิ ทสฺเสสิ อนุกมฺปาย จกฺขุมา ฯ
อกฺกมนฺเต ๒ ปเท ทิสฺวา ติสฺสสฺส นาม สตฺถุโน
หฏฺโฐ หฏฺเฐน จิตฺเตน ปเท จิตฺตํ ปสาทยึ ฯ
โกรณฺฑํ ปุปฺผิตํ ทิสฺวา ปาทปํ ธรณีรุหํ
จงฺโกฏกํ ๓ คเหตฺวาน ปทเสฏฺฐํ อปูชยึ ฯ
เตน กมฺเมน สุกเตน เจตนาปณิธีหิ จ
ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ ตาวตึสํ อคญฺฉหํ ฯ
ยํ ยํ โยนูปปชฺชามิ เทวตฺตํ อถ มานุสํ
โกรณฺฑกฉวิ โหมิ สปฺปภาโส ๔ ภวามหํ ฯ
เทฺวนวุเต อิโต กปฺเป ยํ กมฺมมกรึ ตทา
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ปทปูชายิทํ ผลํ ฯ
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา
นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ
สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก
ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา โกรณฺฑปุปฺผิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ
โกรณฺฑปุปฺผิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
๑ ม. ปิตุมาตุมเตนหํ ฯ ๒ ม. ยุ. อกฺกนฺเต จ ... ฯ ๓ ม. สโกสกํ ฯ ๔ ม.
สุปฺปภาโส ฯ
เมื่อก่อน เรากับบิดาและปู่ เป็นคนทำงานในป่า เลี้ยงชีพด้วยการฆ่าปศุสัตว์ กุศลกรรมของเราไม่มี พระผู้นำชั้นเยี่ยมของโลกพระนามว่าติสสะ ผู้มีพระปัญญาจักษุ ทรงแสดงรอยพระบาท๓ รอยไว้ใกล้ที่อยู่ของเรา ด้วยทรงพระอนุเคราะห์ เราเห็นรอยพระบาทของพระศาสดาพระนามว่าติสสะที่ทรงเหยียบไว้ เป็นผู้ร่าเริงมีจิตบันเทิง ยังจิตให้เลื่อมใสในรอยพระบาท เราเห็นต้นหงอนไก่งอกงามอยู่มีดอกบาน จึงเก็บใส่ผะอบมาบูชารอยพระบาทอันประเสริฐสุด ด้วยกรรมที่ทำไว้ดีแล้วนั้น และด้วยการตั้งเจตน์จำนงไว้เราละร่างมนุษย์แล้ว ได้ไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เราเข้าถึงกำเนิดใดๆ คือ เป็นเทวดาหรือมนุษย์ในกำเนิดนั้นๆ เรามีผิวพรรณเหมือนดอกหงอนไก่ มีรัศมีซ่านออกจากตัว ในกัปที่ ๙๒แต่กัปนี้ เราได้ทำกรรมใดในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชารอยพระพุทธบาท เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระโกรัณฑปุปผิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ โกรัณฑปุปผิยเถราปทาน.
จตุตฺถํ กึสุกปุปฺผิยตฺเถราปทานํ (๔๙๔)
กิงสุกปุปผิยเถราปทานที่ ๔
ว่าด้วยผลแห่งการถวายดอกทองกวาว
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน กิงกณิปุปผวรรค กิงสุกปุปผิยเถราปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)
กึสุกํ ปุปฺผิตํ ทิสฺวา ปคฺคเหตฺวาน อญฺชลึ
พุทฺธเสฏฺฐํ สริตฺวาน อากาเส อภิปูชยึ ฯ
เตน กมฺเมน สุกเตน เจตนาปณิธีหิ จ
ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ ตาวตึสํ อคญฺฉหํ ฯ
เอกตฺตึเส อิโต กปฺเป ยํ กมฺมมกรึ ตทา
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา
นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ
สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก
ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา กึสุกปุปฺผิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ
กึสุกปุปฺผิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
เราเห็นต้นทองกวาวมีดอก จึงประนมกรอัญชลี นึกถึงพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด แล้วบูชาในอากาศ ด้วยกรรมที่ทำไว้ดีแล้วนั้นและด้วยการสร้างเจตน์จำนงไว้ เราละร่างมนุษย์แล้วได้ไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ในกัปที่ ๓๑ แต่กัปนี้ เราได้ทำกรรมใดในกาลนั้นด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระกิงสุกปุปผิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ กิงสุกปุปผิยเถราปทาน.
ปญฺจมํ อุปฑฺฒทุสฺสทายกตฺเถราปทานํ (๔๙๕)
อุปัฑฒทุสสทายกเถราปทานที่ ๕
ว่าด้วยผลแห่งการถวายผ้าครึ่งผืน
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน กิงกณิปุปผวรรค อุปัฑฒทุสสทายกเถราปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)
ปทุมุตฺตรภควโต สุชาโต นาม สาวโก
ปํสุกูลํ คเวสนฺโต สงฺกาเร รถิยา ๑ ตทา ฯ
นคเร หํสวติยา ปเรสํ ภติโก ๒ อหํ
อุปฑฺฒทุสฺสํ ทตฺวาน สิรสา อภิวาทยึ ฯ
เตน กมฺเมน สุกเตน เจตนาปณิธีหิ จ
ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ ตาวตึสํ อคญฺฉหํ ฯ
เตตฺตึสกฺขตฺตุํ เทวินฺโท เทวรชฺชมการยึ
สตฺตสตฺตติขตฺตุญฺจ จกฺกวตฺติ อโหสหํ ฯ
ปเทสรชฺชํ วิปุลํ คณนาโต อสงฺขยํ
อุปฑฺฒทุสฺสทาเนน โมทามิ อกุโตภโย ฯ
อิจฺฉมาโน อหํ ๓ อชฺช สกานนํ สปพฺพตํ
โขมทุสฺเสหิ ฉาเทยฺยํ อฑฺฒทุสฺสสฺสิทํ ผลํ ฯ
สตสหสฺเส อิโต กปฺเป ยํ ทานมททึ ตทา
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ อฑฺฒทุสฺสสฺสิทํ ผลํ ฯ
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา
นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ
สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก
ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา อุปฑฺฒทุสฺสทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ
อุปฑฺฒทุสฺสทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
๑ ม. จรเต ฯ ยุ. จรเต สทา ฯ ๒ ม. ยุ. ภตโก ฯ ๓ โป. ม. ยุ. จหํ ฯ
ครั้งนั้นสาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าปทุมุตระชื่อสุชาตะแสวงหาผ้าบังสุกุลอยู่ที่กองอยากเยื่อใกล้ทางรถ เราเป็นลูกจ้างของคนอื่นอยู่ในพระนครหงสวดี ได้ถวายผ้าครึ่งผืนแล้วอภิวาทด้วยเศียรเกล้า ด้วยกรรมที่ทำไว้ดีแล้วนั้น และด้วยการตั้งเจตน์จำนงไว้เราละร่างมนุษย์ ได้ไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เราเป็นจอมเทวดาเสวยราชสมบัติในเทวโลก ๓๓ ครั้ง ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗๗ ครั้งและได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์ โดยคณานับมิได้ เพราะถวายผ้าครึ่งผืนเป็นทาน เราเป็นผู้ไม่มีภัยแต่ที่ไหน เบิกบานอยู่ทุกวันนี้ เราปรารถนา ก็พึงเอาผ้าเปลือกไม้คลุมแผ่นดินนี้ พร้อมทั้งป่าและภูเขาได้ นี้เป็นผลแห่งผ้าครึ่งผืน ในกัปที่แสนแต่กัปนี้ เราได้ให้ทานใดในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งผ้าครึ่งผืน เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระอุปัฑฒทุสสทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ อุปัฑฒทุสสทายกเถราปทาน.
ฉฏฺฐํ ฆตมณฺฑทายกตฺเถราปทานํ (๔๙๖)
ฆตมัณฑทายกเถราปทานที่ ๖
ว่าด้วยผลแห่งการถวายกากเปรียง
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน กิงกณิปุปผวรรค ฆตมัณฑทายกเถราปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)
สุจินฺติตํ ภควนฺตํ โลกเชฏฺฐํ นราสภํ
อุปวิฏฺฐํ มหารญฺญํ วาตาพาเธน ปีฬิตํ ฯ
ทิสฺวา จิตฺตํ ปสาเทตฺวา ฆตมณฺฑํ อุปานยึ
กตตฺตา อุปจิตตฺตา ๑ จ คงฺคา ภาคีรสี อยํ ฯ
มหาสมุทฺทา จตฺตาโร ฆตํ สมฺปชฺชเร มม
อยญฺจ ปฐวี โฆรา อปฺปมาณา อสงฺขยา ฯ
มม สงฺกปฺปมญฺญาย ภวนฺติ ๒ เต มธุสกฺขรา
จตุทฺทิสา ๓ อิเม รุกฺขา ปาทปา ธรณีรุหา ฯ
มม สงฺกปฺปมญฺญาย กปฺปรุกฺขา ภวนฺติ เต
ปญฺญาสกฺขตฺตุํ เทวินฺโท เทวรชฺชมการยึ ฯ
เอกปญฺญาสกฺขตฺตุญฺจ จกฺกวตฺติ อโหสหํ
ปเทสรชฺชํ วิปุลํ คณนาโต อสงฺขยํ ฯ
จตุนวุเต อิโต กปฺเป ยํ ทานมททึ ตทา
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ฆตมณฺฑสฺสิทํ ผลํ ฯ
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา
นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ
สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก
ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ฆตมณฺฑทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ
ฆตมณฺฑทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
๑ ม. ยุ. อาจิตตฺตา ฯ ๒ ม. ยุ. ภวเต มธุสกฺขรา ฯ ๓ ม. ยุ. จาตุทฺทีปา ฯ
เราเห็นพระผู้มีพระภาคผู้ทรงดำริดี เชษฐบุรุษของโลกประเสริฐกว่านรชน เสด็จเข้าป่าใหญ่ประชวรด้วยโรคลม จึงทำจิตให้เลื่อมใสนำกากเปรียงเข้าไปถวาย เพราะกุศลกรรมอันเราได้ทำและสั่งสมไว้แม่น้ำคงคานี้ และมหาสมุทรทั้ง ๔ ย่อมสำเร็จเปรียบเทียบกับเราและแผ่นดินอันกว้างใหญ่จะนับประมาณมิได้นี้ ดังจะรู้ความดำริของเรา ย่อมกลายเป็นน้ำผึ้งและน้ำตาลกรวด พฤกษชาติที่งอกงามอยู่บนแผ่นดินซึ่งมีอยู่ทั่วทั้งสี่ทิศนี้ ดังจะรู้ความดำริของเรา ย่อมกลายเป็นต้นกัลปพฤกษ์ไป เราได้เป็นจอมเทวดาเสวยราชสมบัติในเทวโลก ๕๐ ครั้ง ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๕๑ ครั้ง และได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์ โดยคณนานับมิได้ในกัปที่ ๙๔แต่กัปนี้ เราได้ให้ทานใดในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลยนี้เป็นผลแห่งกากเปรียง เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระฆตมัณฑทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ฆตมัณฑทายกเถราปทาน.
สตฺตมํ อุทกทายกตฺเถราปทานํ (๔๙๗)
อุทกทายกเถราปทานที่ ๗
ว่าด้วยผลแห่งการถวายน้ำดื่ม
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน กิงกณิปุปผวรรค อุทกทายกเถราปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)
ปทุมุตฺตรพุทฺธสฺส ภิกฺขุสงฺเฆ อนุตฺตเร
ปสนฺนจิตฺโต สุมโน ปานิฆฏํ ๑ อปูรยึ ฯ
ปพฺพตคฺเค ทุมคฺเค วา อากาเส วาถ ภูมิยํ
ยทา ปานียมิจฺฉามิ ขิปฺปํ นิพฺพตฺตเต มมํ ฯ
สตสหสฺเส อิโต กปฺเป ยํ ทานมททึ ตทา
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ อุทกทานสฺสิทํ ผลํ ฯ
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา
นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ
สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก
ติสฺโส วิชฺชา อนุปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา อุทกทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ
อุทกทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
๑ โป. ยุ. ปานียฆฏํ ฯ
เรามีจิตเลื่อมใสมีใจโสมนัส ในภิกษุสงฆ์ผู้ยอดเยี่ยมของพระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตระ จึงได้ตักน้ำใส่หม้อน้ำฉันจนเต็ม ในเวลาที่เราจะต้องการน้ำ จะเป็นยอดภูเขา ยอดไม้ในอากาศ หรือพื้นดินน้ำย่อมเกิดแก่เราทันที ในกัปที่แสนแต่กัปนี้เราได้ให้ทานใดในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการให้น้ำเป็นทาน เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระอุทกทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ อุทกทายกเถราปทาน.
อฏฺฐมํ ปุฬินถูปิยตฺเถราปทานํ (๔๙๘)
ปุฬินถูปิยเถราปทานที่ ๘
ว่าด้วยผลแห่งการก่อสถูปเจดีย์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน กิงกณิปุปผวรรค ปุฬินถูปิยเถราปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)
หิมวนฺตสฺสวิทูเร ยมโก ๑ นาม ปพฺพโต
อสฺสโม สุกโต มยฺหํ ปณฺณสาลา สุมาปิตา ฯ
นารโท นาม นาเมน ชฏิโล อุคฺคตาปโน
จตุทฺทสสหสฺสานิ สิสฺสา ปริจรนฺติ มํ ฯ
ปฏิสลฺลีนโก สนฺโต เอวํ จินฺเตสหนฺตทา
มหาชนา ๒ มํ ปูเชนฺติ นาหํ ปูเชมิ กิญฺจนํ ฯ
น เม โอวาทโก อตฺถิ วตฺตา โกจิ น วิชฺชติ
อนาจริยุปชฺฌาโย วเน วาสํ อุเปมหํ ฯ
อุปาสมาโน ยมกํ ๓ ครุจิตฺตํ อุปฏฺฐเห
โส เม อาจริโย นตฺถิ วนวาโส นิรตฺถโก ฯ
อายาคํ เม คเวสิยํ ๔ ครุภาวนิยํ ตถา
สาสสฺสโย ๕ วสิสฺสามิ น โกจิ ครหิสฺสติ ฯ
อุตฺตานกูลา นทิกา สุปติตฺถา มโนรมา
สุสุทฺธปุฬินากิณฺณา อวิทูเร มมสฺสมํ ฯ
นทึ อมริกํ นาม อุปคนฺตฺวา ๑ อหนฺตทา
สงฺกฑฺฒิตฺวาน ๒ ปุฬินํ อกํ ปุฬินเจติยํ ฯ
เย เต อเหสุํ สมฺพุทฺธา ภวนฺตกรณา มุนี
เตสํ เอตาทิโส ถูโป ตํ นิมิตฺตํ กโรมหํ ฯ
กริตฺวา ปุฬิเน ๓ ถูปํ โสวณฺณํ มาปยึ อหํ
โสณฺณกึกณิปุปฺผานิ สหสฺเส ตีณิ ปูชยึ ฯ
สายํ ปาตํ นมสฺสามิ ปีติชาโต ๔ กตญฺชลี
สมฺมุขา วิย สมฺพุทฺธํ วนฺทึ ปุฬินเจติยํ ฯ
ยทา กิเลสา ชายนฺติ วิตกฺกา เคหนิสฺสิตา
สรามิ สุกตํ ถูปํ ปจฺจเวกฺขามิ ตาวเท ฯ
อุปนิสฺสาย วิหรึ ๕ สตฺถวาหํ วินายกํ
กิเลเส สํวเรยฺยาสิ ๖ น ยุตฺตํ ตว มาริส ฯ
สห อาวชฺชิเต ถูเป คารวํ โหติ เม ตทา
กุวิตกฺเก วิโนเทสึ นาโค ตุตฺตฏฺฏิโต ๗ ยถา ฯ
เอวํ วิหรมานํ มํ มจฺจุราชาภิมทฺทถ
ตตฺถ กาลํ กโต สนฺโต พฺรหฺมโลกํ อคจฺฉหํ ฯ
ยาวตายุํ วสิตฺวาน ติทิเว ๘ อุปปชฺชหํ
อสีติกฺขตฺตุํ เทวินฺโท เทวรชฺชมการยึ ฯ
สตานํ ตีณิขตฺตุญฺจ จกฺกวตฺติ อโหสหํ
ปเทสรชฺชํ วิปุลํ คณนาโต อสงฺขยํ ฯ
เตสํ กึกณิปุปฺผานํ วิปากํ อนุโภมหํ
พาวีสติสหสฺสานิ ปริวาเรนฺติ มํ ภเว ฯ
ถูปสฺส ปริจิณฺณตฺตา รโชชลฺลํ น ลิมฺปติ
คตฺเต เสทา น มุญฺจนฺติ สปฺปภาโส ภวามหํ ฯ
อโห เม สุกโต ถูโป สุทิฏฺฐามริกา นที
ถูปํ กตฺวาน ปุฬินํ ๑ ปตฺโตมฺหิ อจลํ ปทํ ฯ
กุสลํ กตฺตุกาเมน ชนฺตุนา สารคาหินา ๒
นตฺถิ เขตฺตํ อเขตฺตํ วา ปฏิปตฺติว สารกา ๓ ฯ
ยถาปิ พลวา โปโส อณฺณวํ ตริตุสฺสโห ๔
ปริตฺตํ กฏฺฐมาทาย ปกฺขนฺเทยฺย มหาสรํ ฯ
อิมาหํ กิฏฺฐํ ๕ นิสฺสาย ตริสฺสามิ มโหทธึ
อุสฺสาเหน วิริเยน ตเรยฺย อุทธึ นโร ฯ
ตเถว เม กตํ กมฺมํ ปริตฺตํ โถกกญฺจ ๖ ยํ
ตํ ๗ กมฺมํ อุปนิสฺสาย สํสารํ สมติกฺกมึ ฯ
ปจฺฉิเม ภวสมฺปตฺเต สุกฺกมูเลน โจทิโต
สาวตฺถิยํ ปุเร ชาโต มหาสาเล สุอทฺธเก ฯ
สทฺธา มาตาปิตา มยฺหํ พุทฺธสฺส สรณํ คตา
อุโภ ทิฏฺฐสุตา ๘ เอเต อนุวตฺตนฺติ สาสนํ ฯ
โพธิปปฺปฏิกํ คยฺห โสณฺณถูปํ อการยุํ
สายํ ปาตํ นมสฺสนฺติ สกฺยปุตฺตสฺส สมฺมุขา ฯ
อุโปสถมฺหิ ทิวเส โสณฺณถูปํ วินีหรุํ
พุทฺธสฺส วณฺณํ กิตฺเตนฺตา ติยามํ วีตินามยุํ ฯ
สมา ๑ ทิสฺวานหํ ถูปํ สรึ ปุฬินเจติยํ
เอกาสเน นิสีทิตฺวา อรหตฺตํ อปาปุณึ ฯ
พาวีสติมํ ภาณวารํ ฯ
คเวสมาโน ตํ ธีรํ ธมฺมเสนาปติทฺทสํ
อคารา นิกฺขมิตฺวาน ปพฺพชึ ตสฺส สนฺติเก ฯ
ชาติยา สตฺตวสฺเสน อรหตฺตํ อปาปุณึ
อุปสมฺปาทยิ พุทฺโธ คุณมญฺญาย จกฺขุมา ฯ
ทารเกเนว สนฺเตน กิริยํ นิฏฺฐิตํ มยา
กตํ เม กรณียชฺช สกฺยปุตฺตสฺส สาสเน ฯ
สพฺพเวรภยาตีโต สพฺพสงฺคาติโค อิสิ
สาวโก เต มหาวีร โสณฺณถูปสฺสิทํ ผลํ ฯ
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา
นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ
สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก
ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ปุฬินถูปิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ
ปุฬินถูปิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
๑ โป. ยุ. สมงฺโค ฯ ๒ ม. สพฺโพ ชโน มํ ปูเชติ ฯ ยุ. สพฺพชโน ฯ ๓ โป.
ม. ยุ. ยมหํ ฯ ๔ ม. ยุ. คเวสิสฺสํ ฯ ๕ ม. ยุ. สาวสฺสโย ฯ
๑ ม. อุปคนฺตวานหนฺตทา ฯ ๒ ม. ยุ. สํวฑฺฒยิตฺวา ฯ ๓ ม. ปุฬินํ ฯ
๔ ม. เวทชาโต ฯ ยุ. วิตฺติชาโต ฯ ๕ ม. วิหรํ ฯ ๖ ม. ยุ. สํวเสยฺยาสิ ฯ
๗ โป. ตุณฺณฏฺฏิโต ฯ ยุ. ตุตฺตทฺทิโต ฯ ๘ ยุ. ติทเส ฯ
๑ ยุ. ปุพิเน ฯ ๒ โป. ยุ. ปารคามินา ฯ ๓ ม. สาธกา ฯ ยุ. สาธิกา ฯ ๔ ม. ยุ.
ตริตุสฺสเห ฯ ๕ โป. ม. ยุ. กฏฺฐํ ฯ ๖ โป. ยุ. โถกกญฺจนํ ฯ ๗ ยุ. กตํ ฯ
๘ ม. ยุ. ทิฏฺฐปทา ฯ
๑ ม. ยุ. สห ฯ
ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมวันต์ มีภูเขาลูกหนึ่งชื่อยมกะ เราได้ทำอาศรมสร้างบรรณศาลาไว้ที่ภูเขานั้น เราเป็นชฎิลผู้มีตบะใหญ่มีนามชื่อว่านารทะ ศิษย์สี่หมื่นคนบำรุงเรา ครั้งนั้น เราเป็นผู้หลีกออกเร้นอยู่ คิดอย่างนี้ว่า มหาชนบูชาเรา เราไม่บูชาอะไรๆ เลย ผู้ที่จะกล่าวสั่งสอนเราก็ไม่มี ใครๆ ที่จะตักเตือนเราก็ไม่มี เราไม่มีอาจารย์และอุปัชฌาย์ อยู่ในป่า ศิษย์ผู้ภักดีพึงบำรุงใจครูทั้งคู่ได้อาจารย์เช่นนั้นของเราไม่มี การอยู่ในป่าจึงไม่มีประโยชน์ สิ่งที่ควรบูชาเราควรแสวงหาสิ่งที่ควรเคารพก็ควรแสวงหาเหมือนกัน เราจักชื่อว่าเป็นผู้มีที่พึ่งพำนักอยู่ ใครๆ จักไม่ติเราได้ ในที่ไม่ไกลอาศรมของเรา มีแม่น้ำซึ่งมีชายหาด มีท่าน้ำราบเรียบ น่ารื่นรมย์ใจเกลื่อนไปด้วยทรายที่ขาวสะอาด ครั้งนั้น
เราได้ไปยังแม่น้ำชื่ออมริกาตะล่อมเอาทรายมาก่อเป็นเจดีย์ทรายพระสถูปของพระสัมพุทธเจ้าผู้ทำที่สุดภพ เป็นมุนี ที่ได้มีแล้ว เป็นเช่นนี้ เราได้ทำสถูปนั้นให้เป็นนิมิต เราก่อพระสถูปที่หาดทรายแล้วปิดทอง แล้วเอาดอกกระดึงทอง ๓๐๐ ดอกมา เราเป็นผู้มีความอิ่มใจประนมกรอัญชลีนมัสการทั้งเวลาเย็นเวลาเช้า ไหว้พระเจดีย์ทราย เหมือนถวายบังคมพระสัมพุทธเจ้าในที่เฉพาะพระพักตร์ ฉะนั้น ในเวลาที่กิเลสและความตรึกเกี่ยวด้วยกามเกิดขึ้น เราย่อมนึกถึง เพ่งดูพระสถูปที่ได้ทำไว้ เราอาศัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้นำสัตว์ออกจากที่กันดาร ผู้นำชั้นพิเศษตักเตือนตนว่าท่านควรระวังกิเลสไว้ แน่ะท่านผู้นิรทุกข์การยังกิเลสให้เกิดขึ้นไม่สมควรแก่ท่าน
ครั้งนั้น เมื่อเราคำนึงถึงพระสถูปย่อมเกิดความเคารพขึ้นพร้อมกัน เราบรรเทาวิตกที่น่าเกลียดเสียได้เปรียบเหมือนช้างตัวประเสริฐ ถูกเครื่องแทงหูเบียดเบียนฉะนั้น เราประพฤติอยู่เช่นนี้ได้ถูกพระยามัจจุราชย่ำยี เราทำกาลกิริยาณ ที่นั้นแล้ว ได้ไปยังพรหมโลก เราอยู่ในพรหมโลกนั้นตราบเท่าหมดอายุ แล้วมาบังเกิดในไตรทิพย์ ได้เป็นจอมเทวดาเสวยราชสมบัติในเทวโลก ๘๐ ครั้ง ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓๐๐ ครั้งและได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์ โดยคณนานับมิได้ เราได้เสวยผลของดอกกระดึงทองเหล่านั้น ดอกกระดึงทอง ๒๒,๐๐๐ ดอกแวดล้อมเราทุกภพ เพราะเราเป็นผู้บำเรอพระสถูป ฝุ่นละอองย่อมไม่ติดกับตัวที่ตัวเรา เหงื่อไม่ไหล เรามีรัศมีซ่านออกจากตัว โอพระสถูป เราได้สร้างไว้ดีแล้ว แม่น้ำอมริกาได้เห็นดีแล้ว
เราได้บรรลุบทอันไม่หวั่นไหวก็เพราะได้ก่อพระสถูปทราย อันสัตว์ผู้ปรารถนาจะกระทำกุศลควรเป็นผู้ยึดเอาสิ่งที่เป็นสาระ ไม่ใช่เป็นด้วยเขตหรือไม่ใช่เขตความปฏิบัตินั่นเองเป็นสาระ บุรุษผู้มีกำลัง มีความอุตสาหะที่จะข้ามทะเลหลวง พึงถือเอาท่อนไม้เล็ก วิ่งไปสู่ทะเลหลวงด้วยคิดว่า เราอาศัยไม้นี้จักข้ามทะเลหลวงไปได้ นรชนพึงข้ามทะเลหลวงไปด้วยความเพียรอุตสาหะ แม้ฉันใด เราก็ฉันนั้นเหมือนกัน อาศัยกรรมเล็กๆ น้อยๆ ที่ได้ทำไว้แล้ว จึงข้ามพ้นสงสารไปได้ เมื่อถึงภพสุดท้าย เราอันกุศลมูลตักเตือนแล้วเกิดในสกุลพราหมณ์มหาศาลอันมั่งคั่ง ในพระนครสาวัตถี มารดาบิดาของเราเป็นคนมีศรัทธานับถือพระพุทธเจ้า ท่านทั้งสองนี้เป็นผู้เห็นธรรมฟังธรรม ประพฤติตามคำสอน ท่านทั้งสองถือเอาผ้าลาดสีขาว มีเนื้ออ่อนมากที่ต้นโพธิ์มาทำพระสถูปทองนมัสการในที่เฉพาะพระพักตร์แห่งพระศากยบุตรทุกเย็นเช้าในวันอุโบสถ ท่านทั้งสองนำเอาพระสถูปทองออก กล่าวสรรเสริญคุณพระพุทธเจ้า ยับยั้งอยู่ตลอด๓ ยาม เราได้เห็นพระสถูปเสมอ จึงระลึกถึงเจดีย์ทรายขึ้นได้นั่งบนอาสนะอันเดียวได้บรรลุอรหัตแล้ว.
จบ ภาณวารที่ ๒๒.
เราแสวงหาพระพุทธเจ้าผู้เป็นปราชญ์นั้นอยู่ได้เห็นพระธรรมเสนาบดีจึงออกจากเรือนบรรพชาในสำนักของท่าน เราได้บรรลุอรหัตแต่อายุ ๗ ขวบ พระพุทธเจ้าผู้มีพระปัญญาจักษุทรงทราบคุณวิเศษของเราจึงให้เราอุปสมบท เรามีการกระทำอันบริบูรณ์ดีแล้ว แต่ยังเป็นทารกอยู่ทีเดียว ทุกวันนี้ กิจที่ควรทำในศาสนาของพระศากยบุตรเราทำเสร็จแล้ว ข้าแต่พระฤาษีผู้มีความเพียรใหญ่ สาวกของพระองค์เป็นผู้ล่วงพ้นเวรภัยทุกอย่าง ล่วงพ้นความเกี่ยวข้องทั้งปวงนี้เป็นผลแห่งพระสถูปทอง เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระปุฬินถูปิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ปุฬินถูปิยเถราปทาน.
นวมํ นฬกุฏิกทายกตฺเถราปทานํ (๔๙๙)
นฬกุฏิกทายกเถราปทานที่ ๙
ว่าด้วยผลแห่งการสร้างกุฏิไม้อ้อ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน กิงกณิปุปผวรรค นฬกุฏิกทายกเถราปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)
หิมวนฺตสฺสวิทูเร หาริโก ๑ นาม ปพฺพโต
สยมฺภู นารโท นาม รุกฺขมูเล วสิ ตทา ฯ
นฬาคารํ กริตฺวาน ติเณน ฉาทยึ อหํ
จงฺกมํ โสธยิตฺวาน สยมฺภุสฺส อทาสหํ ฯ
เตน กมฺเมน สุกเตน เจตนาปณิธีหิ จ
ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ ตาวตึสํ อคจฺฉหํ ฯ
ตตฺถ เม สุกตํ พฺยมฺหํ นฬกุฏิกาย นิมฺมิตํ
สฏฺฐิโยชนมุพฺพิทฺธํ ๒ ตึสโยชนวิตฺถตํ ฯ
จตุทฺทเสสุ กปฺเปสุ เทวโลเก รมึ อหํ
เอกสตฺตติกฺขตฺตุญฺจ เทวรชฺชํ อการยึ ฯ
จตุตฺตึสติกฺขตฺตุญฺจ ๓ จกฺกวตฺติ อโหสหํ
ปเทสรชฺชํ วิปุลํ คณนาโต อสงฺขยํ ฯ
ธมฺมปาสาทมารุยฺห สุญฺญาคารวรูปคํ
ยถิจฺฉกาหํ วิหเร สกฺยปุตฺตสฺส สาสเน ฯ
เอกตฺตึเส อิโต กปฺเป ยํ กมฺมมกรึ ตทา
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ นฬกุฏิกายิทํ ผลํ ฯ
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา
นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ
สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก
ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา นฬกุฏิกทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ
นฬกุฏิกทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
๑ ม. หาริโต ฯ ยุ. ภาริโก ฯ ๒ ม. สพฺพตฺถ ...มุพฺเพธํ ฯ ๓ โป. ยุ.
จตุตฺตึสกฺขตฺตุญฺเจว ฯ ๔ ม. ยุ. สพฺพาการวรูปมํ ฯ
ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมวันต์ มีภูเขาลูกหนึ่งชื่อหาริกะ ครั้งนั้นพระสยัมภูพระนามว่านารทะ ประทับอยู่ใกล้ต้นไม้ ทำเรือนไม้อ้อแล้วมุงด้วยหญ้า เราได้ชำระที่จงกรมถวายพระสยัมภู ด้วยกรรมที่ได้ทำดีแล้วนั้น และด้วยการตั้งเจตน์จำนงไว้เราละร่างมนุษย์แล้วได้ไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ณ ดาวดึงส์นั้นวิมานของเราสูง ๖๐ โยชน์กว้าง ๓๐ โยชน์ อันบุญกรรมเนรมิตขึ้นอย่างสวยงาม เพราะกุฏีไม้อ้อ เรารื่นรมย์อยู่ในเทวโลก ๑๔ กัป ได้เสวยราชสมบัติในเทวโลก๗๑ ครั้ง ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓๔ ครั้งและได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์ โดยคณนานับไม่ถ้วน เราขึ้นปราสาท คือธรรมแล้ว เข้าเรือนอันว่างเปล่าอยู่ในศาสนาของพระศากยบุตรตามปรารถนาในกัปที่ ๓๑ แต่กัปนี้ เราได้ทำกรรมใดในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งกุฎีไม้อ้อ เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ...พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระนฬกุฏิกทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ นฬกุฏิกทายกเถราปทาน.
ทสมํ ปิยาลผลทายกตฺเถราปทานํ (๕๐๐)
ปิยาลผลทายกเถราปทานที่ ๑๐
ว่าด้วยผลแห่งการถวายลูกมะหาด
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน กิงกณิปุปผวรรค ปิยาลผลทายกเถราปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)
มิคลุทฺโธ ปุเร อาสึ วิวเน ๑ วิจรํ ตทา
อทฺทสํ วิรชํ พุทฺธํ สพฺพธมฺมาน ปารคุํ ฯ
ปิยาลผลมาทาย พุทฺธเสฏฺฐสฺสทาสหํ
ปุญฺญเขตฺตสฺส วีรสฺส ปสนฺโน เสหิ ปาณิภิ ฯ
เอกตฺตึเส อิโต กปฺเป ยํ ผลํ อททึ ตทา
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ผลทานสฺสิทํ ผลํ ฯ
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา
นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ
สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก
ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ปิยาลผลทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ
ปิยาลผลทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
อุทฺทานํ
กึกณิ ปํสุกูลญฺจ วรโกรณฺฑกึสุกํ
อุปฑฺฒทุสฺสิ ฆตโท อุทกํ ถูปการโก ฯ
นฬาคาริ จ นวโม ปิยาลผลทายโก
สตเมกญฺจ คาถานํ นวกญฺจ ตทุตฺตริ ฯ
กึกณิปุปฺผวคฺโค ปญฺญาสโม ฯ
อถ วคฺคุทฺทานํ
เมตฺเตยฺยวคฺโค ภทฺทาลิ สกึสมฺมชฺชโกปิจ
เอกวิหารี วิเภทโก ชคติ สาลปุปฺผิโย ฯ
นฬมาลิ ปํสุกูลํ กีกณิปุปฺผิโก ตถา
อสีติ เทฺว จ คาถาโย จตุทฺทสา สตานิ จ ฯ
เมตฺเตยฺยวคฺคทสกํ ปญฺจมํ สตกํ สมตฺตํ ฯ
๑ ยุ. วิจิเน ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ
เมื่อก่อนเราเป็นพรานเนื้อ ครั้งนั้น เราเที่ยวอยู่ในป่าใหญ่ได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้ปราศจากกิเลสธุลี ทรงรู้จบธรรมทั้งปวง เราเลื่อมใสได้เอาผลมะหาดมาถวายพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด เป็นเขตแห่งบุญ ผู้แกล้วกล้า ด้วยมือทั้งสองของตนในกัปที่ ๓๑ แต่กัปนี้ เราได้ถวายผลไม้ใดในกาลนั้น ด้วยการถวายผลไม้นั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้ เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ...
พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระปิยาลผลทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ปิยาลผลทายกเถราปทาน.
รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. ตีณิกิงกณิปุปผิยเถราปทาน ๖. ฆตมัณฑทายกเถราปทาน
๒. ปังสุกูลปูชกเถราปทาน ๗. อุทกทายกเถราปทาน
๓. โกรัณฑปุปผิยเถราปทาน ๘. ปุฬินถูปิยเถราปทาน
๔. กิงสุกปุปผิยเถราปทาน ๙. นฬกุฏิกทายกเถราปทาน
๕. อุปัฑฒทุสสทายกเถราปทาน ๑๐. ปิยาลผลทายกเถราปทาน
บัณฑิตคำนวณคาถาได้ ๑๐๙ คาถา.
จบ กิงกณิปุปผวรรคที่ ๕๐.
----------------
รวมวรรคมี ๑๐ วรรค คือ
๑. เมตเตยยวรรค ๖. ชคติวรรค
๒. ภัททาลิวรรค ๗. สาลปุปผวรรค
๓. สกิงสัมมัชชกวรรค ๘. นฬมาลิวรรค
๔. เอกวิหาริวรรค ๙. ปังสุกูลวรรค
๕. วิเภทกิวรรค ๑๐. กิงกณิปุปผวรรค
มีคาถา ๑,๕๘๒ คาถา.
จบ เมตเตยยวัคคทสกะที่ ๕๐.
End of กิงกณิปุปผวรรค