arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน · ปังสุกุลสวรรค

๔. ญาณถวิกเถราปทาน เล่ม ๓๓

Text layerBuddha’s wordsItems ๗๔ (Royal Thai)4/10 in ปังสุกุลสวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

จตุตฺถํ ญาณตฺถวิกตฺเถราปทานํ (๔๘๔)

ญาณถวิกเถราปทานที่ ๔

ว่าด้วยผลแห่งการสรรเสริญพุทธญาณ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ปังสุกุลสวรรค ญาณถวิกเถราปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)

Pali (Siam Rath)

ทกฺขิเณ หิมวนฺตสฺส สุกโต อสฺสโม มม

อุตฺตมตฺถํ คเวสนฺโต วสามิ ปวเน ตทา ฯ

ลาภาลาเภน สนฺตุฏฺโฐ มูเลน จ ผเลน จ

อโนมสนฺโต ๑ อจริ ๒ วสามิ เอกโก อหํ ฯ

สุเมโธ นาม สมฺพุทฺโธ โลเก อุปฺปชฺชิ ตาวเท

จตุสจฺจํ ปกาเสติ อุทฺธรนฺโต มหาชนํ ฯ

นาหํ สุโณมิ สมฺพุทฺธํ นปิ เม โกจิ สาสติ

อฏฺฐวสฺเส อติกฺกนฺเต อสฺโสสึ โลกนายกํ ฯ

อคฺคึ ทารุํ นิหริตฺวา สมฺมชฺชิตฺวาน อสฺสมํ

ขาริภารํ คเหตฺวาน นิกฺขมึ ปวนา อหํ ฯ

เอกรตฺตึ วสนฺโตหํ คาเมสุ นิคเมสุ จ

อนุปุพฺเพน จนฺทวตึ ๑ ตทาหํ อุปสงฺกมึ ฯ

ภควา ตมฺหิ สมเย สุเมโธ โลกนายโก

อุทฺธรนฺโต พหู สตฺเต เทเสติ อมตํปทํ ฯ

ชนกายมติกฺกมฺม วนฺทิตฺวา ชินสาคตํ ๒

เอกํสํ อชินํ กตฺวา สนฺถวึ โลกนายกํ ฯ

ตุวํ สตฺถา จ เกตุว ๓ ธโช ยูโปว ๓ ปาณินํ

ปรายโน ปติฏฺฐา จ ทีโป จ ทิปทุตฺตโม ฯ

เอกวีสติมํ ภาณวารํ ฯ

เนปุญฺโญ ทสฺสเน ธีโร ตาเรสิ ชนตํ ตุวํ

นตฺถญฺโญ ตารโก โลเก ตวุตฺตริตฺตโร มุเน ฯ

สกฺกา ภเว ๔ กุสคฺเคน ปเมตุํ สาครุตฺตโม ๕

น เตฺวว ตว สพฺพญฺญุ ญาณํ สกฺกา ปเมตเว ฯ

ตุลทณฺเฑ ฐเปตฺวาน มหิ ๖ สกฺกา ธเรตเว

น เตฺวว ตว ปญฺญาย สมานํ ๗ อตฺถิ จกฺขุม ฯ

อากาโส มินิตุํ สกฺกา รชฺชุยา องฺคุเลน จ ๘

น เตฺวว ตว สพฺพญฺญุ สีลํ สกฺกา ปเมตเว ฯ

มหาสมุทฺเท อุทกํ อากาโส จ วสุนฺธโร ๙

ปริเมยฺยานิ เอตานิ อปฺปเมยฺโยสิ จกฺขุม ฯ

ฉหิ คาถาหิ สพฺพญฺญญ กิตฺตยิตฺวา มหายสํ

อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวาน ตุณฺหี อฏฺฐาสหํ ตทา ฯ

ยํ วทนฺติ สุเมโธติ ภูมิปญฺญํ ๑ สุเมธสํ ฯ

ภิกฺขุสงฺเฆ นิสีทิตฺวา อิมา คาถา อภาสถ

โย เม ญาณํ ปกิตฺเตสิ วิปฺปสสนฺเนน ๒ เจตสา ฯ

ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ สุณาถ มม ภาสโต

สตฺตสตฺตติ กปฺปานิ เทวโลเก รมิสฺสติ ฯ

สหสฺสกฺขตฺตุํ เทวินฺโท เทวรชฺชํ กริสฺสติ

อเนกสตกฺขตฺตุญฺจ จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ ฯ

ปเทสรชฺชํ วิปุลํ คณนาโต อสงฺขยํ

เทวภูโต มนุสฺโส วา ปุญฺญกมฺมสมาหิโต ฯ

อนูนมนสงฺกปฺโป ๓ ติกฺขปญฺโญ ภวิสฺสติ

ตึสกปฺปสหสฺสมฺหิ โอกฺกากกุลสมฺภโว ฯ

โคตโม นาม นาเมน สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ

อคารา อภินิกฺขมฺม ปพฺพชิสฺสติกิญฺจโน ฯ

ชาติยา สตฺตวสฺเสน อรหตฺตํ ปาปุณิสฺสติ ๔

ยโต สรามิ อตฺตานํ ยโต ปตฺโตสฺมิ สาสนํ ฯ

เอตฺถนฺตเร น ชานามิ เจตนํ อมโนรมํ

สํสริตฺวา ภวาภเว ๕ สมฺปตฺตานุภวึ อหํ ฯ

โภเค เม อูนตา นตฺถิ ผลํ ญาณสฺส โถมเน

ติธคฺคี ๑ นิพฺพุตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา ฯ

สพฺพาสวปริกฺขีโณ นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว

ตึสกปฺปสหสฺสมฺหิ ยํ ญาณมภิโถมหํ ๒

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ผลํ ญาณสฺส โถมเน ฯ

กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา

นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ

สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ญาณตฺถวิโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

ญาณตฺถวิกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

๑ ม. อเนฺวสนฺโต อาจริยํ ฯ ๒ ยุ. จริยํ ฯ

๑ โป. ธาวนฺโต ฯ ๒ ม. ชินสาครํ ฯ ยุ. ชินสาสนํ ฯ ๓ ม. ยุ. จ ฯ

๔ ม. เถเว ฯ ยุ. หเว ฯ ๕ ม. สาครุตฺตเม ฯ ๖ ม. มหึ ฯ ๗ ม. ยุ.

ปมาณํ ฯ ๘ ม. วา ฯ ยุ. ปิ ฯ ๙ ม. ยุ. วสุนฺธรา ฯ

๑ ม. ยุ. ภูริปญฺญํ ฯ ๒ โป. ม. ปสนฺโน เสหิ ปาณิภิ ฯ ๓ ยุ. อนูนมตสงฺกปฺโป ฯ

๔ ม. ยุ. ผุสิสฺสติ ฯ ๕ ม. ยุ. ภเว สพฺเพ ฯ

Royal Thai

เราสร้างอาศรมอย่างสวยงามไว้ ณ ทิศทักษิณแห่งภูเขาหิมวันต์ ครั้งนั้น เราเสาะหาประโยชน์อันสูงสุด จึงอยู่ในป่าใหญ่ เรายินดีด้วยลาภและความเสื่อมลาภ คือ ด้วยเหง้ามันและผลไม้ ไม่เบียดเบียนใครๆ เที่ยวไป เราอยู่คนเดียว ครั้งนั้น พระสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสุเมธะ เสด็จอุบัติขึ้นแล้วในโลก พระองค์กำลังรื้อขนมหาชนประกาศสัจจะอยู่ เรามิได้สดับข่าวพระสัมพุทธเจ้า ถึงใครๆ ที่จะบอกกล่าวให้เรารู้ก็ไม่มี เมื่อล่วงไปได้ ๘ ปี เราจึงได้สดับข่าวพระนายกของโลก เรานำเอาไฟและฟืนออกไปเสียแล้ว กวาดอาศรม ถือเอาหาบสิ่งของออกจากป่าไป ครั้งนั้น เราพักอยู่ในบ้านและนิคมแห่งละคืน เข้าไปใกล้พระนครจันทวดีโดยลำดับ สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคผู้นำของโลกพระนามว่าสุเมธะ กำลังรื้อขนสัตว์เป็นอันมาก ทรงแสดงอมตบท เราได้ผ่านหมู่ชนไปถวายบังคมพระชินเจ้าผู้เสด็จมาดี ทำหนังสัตว์เฉวียงบ่าข้างหนึ่ง แล้วสรรเสริญพระผู้นำของโลกว่า พระองค์เป็นพระศาสดาประหนึ่งยอด เป็นธงชัยและเป็นเสายัญของหมู่สัตว์ เป็นที่ยึดหน่วง เป็นที่พึ่ง และเป็นที่เกาะของหมู่สัตว์ เป็นผู้สูงสุดกว่าสัตว์.

จบ ภาณวารที่ ๒๑

พระองค์เป็นผู้ฉลาด เป็นนักปราชญ์ในทัสนะ ทรงช่วยประชุมชนให้ข้ามพ้นไปได้ ข้าแต่พระมุนี ผู้อื่นที่จะช่วยให้สัตว์ข้ามพ้นไปได้ยิ่งไปกว่าพระองค์ ไม่มีในโลก สาครแสนลึกสุด ก็พึงอาจที่จะประมาณได้ด้วยปลายหญ้าคา ข้าแต่พระสัพพัญญู ส่วนพระญาณของพระองค์ ใครๆ ไม่อาจจะประมาณได้เลย แผ่นดินก็อาจที่จะวางในตาชั่งแล้วกำหนดได้ ข้าแต่พระองค์ผู้มีจักษุ แต่สิ่งที่เสมอกับพระปัญญาของพระองค์ไม่มีเลย อากาศก็อาจจะวัดได้ด้วยเชือกและนิ้วมือ ข้าแต่พระสัพพัญญู ส่วนศีลของพระองค์ ใครๆ ไม่อาจจะประมาณได้เลยน้ำในมหาสมุทร อากาศ และพื้นภูมิภาค๓ อย่างนี้ประมาณเอาได้ ข้าแต่พระองค์ผู้มีจักษุ

พระองค์ย่อมเป็นผู้อันใครๆ จะประมาณเอาไม่ได้ เรากล่าวสรรเสริญพระสัพพัญญูผู้มีพระยศใหญ่ ด้วยคาถา ๖ คาถาแล้ว ประนมกรอัญชลี ยืนนิ่งอยู่ในเวลานั้น พระพุทธเจ้าผู้มีพระปัญญาเสมอด้วยแผ่นดิน เป็นเมธีชั้นดี เขาขนานพระนามว่าสุเมธะ ประทับนั่งในท่ามกลางพระภิกษุสงฆ์แล้ว ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า ผู้ใดมีใจเลื่อมใสได้กล่าวสรรเสริญญาณของเรา เราจักพยากรณ์ผู้นั้น ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าว ผู้นี้จักรื่นรมย์อยู่ในเทวโลก ๗๗ กัป จักเป็นจอมเทวดาเสวยราชสมบัติอยู่ในเทวโลก ๑,๐๐๐ ครั้ง จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิเกินร้อยครั้ง และจักได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์ โดยคณนานับมิได้ เขาเป็นเทวดาหรือมนุษย์ จักเป็นผู้ตั้งมั่นในบุญกรรม จักเป็นผู้มีความดำริแห่งใจไม่บกพร่อง มีปัญญากล้า ในสามหมื่นกัป

พระศาสดามีพระนามว่าโคตมะ ซึ่งสมภพในวงศ์พระเจ้าโอกกากราช จักเสด็จอุบัติขึ้นในโลก ผู้นี้จักไม่มีความกังวล ออกบวชเป็นบรรพชิต จักบรรลุอรหัต แต่อายุ๗ ขวบ ในระหว่างเวลาที่เราระลึกถึงตน และได้บรรลุศาสนธรรมเจตนาที่ไม่น่ารื่นรมย์ใจ เราไม่รู้จักเลย เราท่องเที่ยวไปเสวยสมบัติในภพน้อยภพใหญ่ ความบกพร่องในโภคทรัพย์ไม่มีแก่เราเลย นี้เป็นผลในการสรรเสริญพระญาณ ไฟ ๓ กอง เราดับสนิทแล้วเราถอนภพทั้งปวงขึ้นหมดแล้ว เราเป็นผู้สิ้นอาสวะทุกอย่างแล้วบัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก ในกัปที่สามหมื่น เราได้สรรเสริญพระญาณใด ด้วยการสรรเสริญนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้ก็เป็นผลแห่งการสรรเสริญพระญาณ เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระญาณถวิกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ ญาณถวิกเถราปทาน.

End of ๔. ญาณถวิกเถราปทาน