ติณทายกวรรค
Text layerBuddha’s wordsItems 111–120 (Royal Thai)53/59 in อปทาน4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
เตปญฺญาโส ติณทายกวคฺโค
ปฐมํ ติณมุฏฺฐิทายกตฺเถราปทานํ (๕๒๑)
ติณทายกวรรคที่ ๕๓
ติณมุฏฐิทายกเถราปทานที่ ๑
ว่าด้วยผลแห่งการถวายหญ้าคา ๑ กำ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ติณทายกวรรค ติณมุฏฐิทายกเถราปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)
หิมวนฺตสฺส อวิทูเร ลมฺพโก นาม ปพฺพโต
ตตฺเถว ๑ ติสฺโส สมฺพุทฺโธ อพฺโพกาสมฺหิ จงฺกมิ ฯ
มิคลุทฺโธ ปุเร ๒ อาสึ อรญฺเญ กานเน อหํ
ทิสฺวานาหํ เทวเทวํ ติณมุฏฺฐิมทาสหํ ฯ
นิสีทนตฺถํ พุทฺธสฺส ทตฺวา จิตฺตํ ปสาทยึ
สมฺพุทฺธํ อภิวาทิตฺวา ปกฺกามึ อุตฺตรามุโข ฯ
อจิรํ คตมตฺตํ ๓ มํ มิคราชา อเหฐยิ ๔
สีเหน ฆาฏิโต ๕ สนฺโต ตตฺถ กาลํ กโต อหํ ฯ
อาสนฺเน เม กตํ กมฺมํ พุทฺธเสฏฺเฐ อนาสเว
สุมุตฺโต สรเวโคว ๖ เทวโลกํ อคญฺฉหํ ฯ
ยูโป ตตฺถ สุโภ อาสิ ปุญฺญกมฺมาภินิมฺมิโต
สหสฺสกณฺโฑ สตฺตเคณฺฑุ ธชาลุ หริตามโย ฯ
ปภา นิทฺธาวเต ตสฺส สตรํสีว อุคฺคโต
อากิณฺโณ เทวกญฺญาหิ อาโมทึ กามกามิหํ ฯ
เทวโลกา จวิตฺวาน สุกฺกมูเลน โจทิโต
อาคนฺตฺวาน มนุสฺสตฺตํ ปตฺโตมฺหิ อาสวกฺขยํ ฯ
จตุนวุเต อิโต กปฺเป นิสีทนมกาสหํ
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ติณมุฏฺเฐ อิทํ ผลํ ฯ
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา
นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ
สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก
ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ติณมุฏฺฐิทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ
ติณมุฏฺฐิทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
๑ ยุ. ตตฺโถปติสฺโส ฯ ๒ ยุ. ตทา ฯ ๓ ม. ยุ. คตมตฺตสฺส ฯ ๔ ม. อโปฐยิ ฯ
๕ ม. โปฐิโต ฯ ยุ. ปติโต ฯ ๖ โป. ยุ. ... จ ฯ
ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมวันต์ มีภูเขาลูกหนึ่งชื่อลัมพกะ ที่ภูเขาลัมพกะนั้น พระสัมพุทธเจ้าพระนามว่าติสสะ เสด็จจงกรมอยู่กลางแจ้งเมื่อก่อน เราเป็นพรานเนื้ออยู่ในอรัญราวป่า ได้พบพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุดกว่าทวยเทพ จึงได้ถวายหญ้ากำหนึ่งแด่พระพุทธเจ้าเพื่อเป็นที่ประทับนั่ง ครั้นแล้วยังจิตให้เลื่อมใส ถวายบังคมพระสัมพุทธเจ้าแล้ว บ่ายหน้ากลับทางทิศอุดร เราเดินไปไม่นานก็ถูกราชสีห์ฆ่า เราเป็นผู้ถูกราชสีห์ฆ่าตายในที่นั้นนั่นเอง เราได้ทำอาสนกรรม ณ ที่ใกล้พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด ไม่มีอาสวะ เราได้ไปยังเทวโลกเหมือนลูกศรที่พ้นจากแล่ง ฉะนั้น ปราสาทในเทวโลกนั้น ซึ่งบุญกรรมเนรมิตให้ เป็นของงดงาม มีแล่งธนูตั้งพันมีลูกหนังเป็นจำนวนร้อย มีธงประจำปราสาทสีเขียว รัศมีของปราสาทนั้นแผ่ซ่านไป เหมือนพระอาทิตย์อุทัย เราเป็นผู้เพียบพร้อมด้วยเหล่านางเทพกัญญา เพียบพร้อมด้วยกามคุณารมณ์ บันเทิงเริงรมย์อยู่ เราอันกุศลมูลตักเตือนแล้ว จุติจากเทวโลกมาเป็นมนุษย์เป็นผู้บรรลุธรรมเป็นที่สิ้นอาสวะ ในกัปที่ ๙๒ แต่กัปนี้ เราได้ถวายหญ้าสำหรับรองนั่ง ด้วยการถวายหญ้านั้น เราไม่รู้จักทุคติเลยนี้เป็นผลแห่งการถวายหญ้ากำหนึ่ง เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ...
พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระติณมุฏฐิทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ติณมุฏฐิทายกเถราปทาน.
ทุติยํ เวจฺจกทายกตฺเถราปทานํ (๕๒๒)
เวจจกทายกเถราปทานที่ ๒
ว่าด้วยผลแห่งการถวายวัจจกุฎี
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ติณทายกวรรค เวจจกทายกเถราปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)
วิปสฺสิโน ภควโต โลกเชฏฺฐสฺส ตาทิโน
เอกํ ๑ เวจฺจํ มยา ทินฺนํ ปสนฺเนน สปาณินา ฯ
หตฺถิยานํ อสฺสยานํ ทิพฺพยานํ สมชฺฌคํ
เตน เวจฺจกทาเนน ๒ ปตฺโตมฺหิ อาสวกฺขยํ ฯ
เอกนวุเต อิโต กปฺเป ยํ เวจฺจมททึ ตทา
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ เวจฺจทานสฺสิทํ ผลํ ฯ
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา
นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ
สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก
ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา เวจฺจกทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ
เวจฺจกทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
๑ ม. เอกมญฺจํ ฯ ยุ. เอกเปจฺฉํ ฯ ๒ ม. มญฺจกทาเนน ฯ ยุ. เปจฺฉกทาเนน ฯ
เราเลื่อมใส ได้ถวายวัจจกุฎีหลังหนึ่ง แด่พระผู้มีพระภาคเชษฐบุรุษของโลก ผู้คงที่ พระนามว่าวิปัสสี ด้วยมือของตน เราได้ยานช้างยานม้าและยานทิพย์ เราได้บรรลุธรรมเป็นที่สิ้นอาสวะ ก็เพราะการถวายวัจจกุฎีนั้น ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ เราได้ถวายวัจจกุฎีใด ด้วยการถวายวัจจกุฎีนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายวัจจกุฎี เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระเวจจกทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ เวจจกทายกเถราปทาน.
ตติยํ สรณคมนิยตฺเถราปทานํ (๕๒๓)
สรณคมนิยเถราปทานที่ ๓
ว่าด้วยผลแห่งการเข้าถึงพระรัตนตรัย
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ติณทายกวรรค สรณคมนิยเถราปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)
อารุยฺหมฺหิ ๑ ตทา นาวํ ภิกฺขุ จาชีวิโก ๒ อหํ
นาวาย ภิชฺชมานาย ภิกฺขุ เม สรณํ อทา ฯ
เอกตฺตึเส อิโต กปฺเป ยํ โส เม สรณํ อทา
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ สรณคมเน ผลํ ฯ
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา
นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ
สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก
ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา สรณคมนิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ
สรณคมนิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
๑ ม. ยุ. อารุหิมฺห ... ฯ ๒ ยุ. จ ชีวโก จหํ ฯ
ครั้งนั้น ภิกษุกับเราผู้อาศัยเลี้ยงชีพ ขึ้นเรือไปด้วยกัน เมื่อเรือกำลังจะอัปปาง ภิกษุได้ให้สรณะแก่เรา ในกัปที่ ๓๑ แต่กัปนี้ ภิกษุนั้นได้ให้สรณะใดแก่เรา เพราะสรณะนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งสรณคมน์ เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระสรณคมนิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ สรณคมนิยเถราปทาน.
จตุตฺถํ อพฺภญฺชนทายกตฺเถราปทานํ (๕๒๔)
อัพภัญชนทายกเถราปทานที่ ๔
ว่าด้วยผลแห่งการถวายยาหยอดตา
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ติณทายกวรรค อัพภัญชนทายกเถราปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)
นคเร พนฺธุมติยา ราชุยฺยาเน วสามหํ
จมฺมวาสี ๑ ตถา อาสึ กมณฺฑลุธโร อหํ ฯ
อทฺทสํ วิรชํ ๒ พุทฺธํ สยมฺภุํ อปราชิตํ
อาตาปินํ ๓ ปหิตตฺตํ ฌายึ ฌานรตํ อิสึ ๔ ฯ
สพฺพกามสมิทฺธิญฺจ โอฆติณฺณมนาสวํ
ทิสฺวา ปสนฺโน สุมโน อพฺภญฺชนมทาสหํ ฯ
เอกนวุเต อิโต กปฺเป ยํ ทานมททึ ตทา
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ อพฺภญฺชนสฺสิทํ ผลํ ฯ
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา
นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ
สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก
ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา อพฺภญฺชนทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ
อพฺภญฺชนทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
๑ ยุ. ธมฺมวาที ฯ ๒ ม. วิมลํ ฯ ๓ ม. ยุ. ปธานํ ปหิตตฺตํ ตํ ฯ ๔ ม. ยุ. วสึ ฯ
เราอยู่ใกล้พระราชอุทยาน ในพระนครพันธุมดี ครั้งนั้น เรานุ่งหนังเสือเหลือง ถือคณโฑน้ำ เราได้พบพระสยัมภูพุทธเจ้า ผู้ปราศจากกิเลสธุลี ผู้ไม่ทรงพ่ายแพ้อะไรๆ มีความเพียรเผากิเลส มีพระหฤทัยแน่วแน่ มีปกติเพ่งพินิจ ยินดีในฌาน เป็นนักบวชผู้สำเร็จความประสงค์ทั้งปวง ข้ามพ้นโอฆะแล้ว ไม่มีอาสวะครั้นเราพบแล้วก็เลื่อมใสโสมนัส ได้ถวายยาหยอดตา ในกัปที่ ๙๑แต่กัปนี้ เราได้ถวายทานใดในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งยาหยอดตา เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ...
พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระอัพภัญชนทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ อัพภัญชนทายกเถราปทาน.
ปญฺจมํ สุปฏทายกตฺเถราปทานํ ๑ (๕๒๕)
สุปฏทายกเถราปทานที่ ๕
ว่าด้วยผลแห่งการถวายผ้าเนื้อดี
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ติณทายกวรรค สุปฏทายกเถราปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)
ทิวาวิหารา นิกฺขนฺโต วิปสฺสี โลกนายโก
ลหุํ สุปฏิกํ ๒ ทตฺวา กปฺปํ สคฺคมฺหิ โมทหํ ฯ
เอกนวุเต อิโต กปฺเป ยํ สุปฏิกมทาสหํ
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ สุปฏสฺส อิทํ ผลํ ฯ
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา
นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ
สฺวาคตํ วต เม อาสิ พุทฺธเสฏฺฐสฺส สนฺติเก
ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พทฺธสฺส สาสนํ ฯ
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา สุปฏทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ
สุปฏทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
พระวิปัสสีสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้นำโลก เสด็จออกจากที่ประทับสำราญในกลางวัน เราได้ถวายผ้าอย่างดีมีเนื้อเบาแล้ว บันเทิงอยู่ในสวรรค์ตลอดกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ เราได้ถวายผ้าใด ด้วยการถวายผ้านั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งผ้าอย่างดี เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ...
พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระสุปฏทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ สุปฏทายกเถราปทาน.
ฉฏฺฐํ ทณฺฑทายกตฺเถราปทานํ (๕๒๖)
ทัณฑทายกเถราปทานที่ ๖
ว่าด้วยผลแห่งการถวายไม้เท้า
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ติณทายกวรรค ทัณฑทายกเถราปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)
กานนํ วนโมคฺคยฺห เวฬฬ เฉตฺวานหํ ตทา
อาลมฺพนํ กริตฺวาน สงฺฆสฺส อททึ อหํ ๓ ฯ
เตน จิตฺตปฺปสาเทน สุพฺพเต อภิวาทยึ ๑
อาลมฺพทณฺฑํ ทตฺวาน ปกฺกามึ อุตฺตรามุโข ฯ
จตุนวุเต อิโต กปฺเป ยํ ทณฺฑมททึ ตทา
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ทณฺฑทานสฺสิทํ ผลํ ฯ
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา
นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ
สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก
ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ทณฺฑทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ
ทณฺฑทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
เตวีสติมํ ภาณวารํ ฯ
๑ ม. ยุ. ปูปปวทายกตฺเถร... ฯ ๒ ม. สุปฏกํ ฯ ๓ ม. พหุํ ฯ
ครั้งนั้น เราเข้าไปยังป่าใหญ่ ตัดเอาไม้ไผ่มาทำเป็นไม้เท้าถวายแด่พระสงฆ์ เรากราบไหว้ท่านผู้มีวัตรอันงาม ด้วยจิตเลื่อมใสนั้นถวายไม้เท้าแล้วเดินบ่ายหน้าไปทางทิศอุดร ในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้เราได้ถวายไม้เท้าใดในกาลนั้น ด้วยการถวายไม้เท้านั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายไม้เท้า เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ...
พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระทัณฑทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ทัณฑทายกเถราปทาน.
สตฺตมํ คิริเนลปูชกตฺเถราปทานํ (๕๒๗)
คิริเนลปูชกเถราปทานที่ ๗
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกอัญชันเขียว
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ติณทายกวรรค คิริเนลปูชกเถราปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)
มิคลุทฺโธ ปุเร อาสึ วิวเน วิจรํ อหํ
อทฺทสํ วิรชํ พุทฺธํ สพฺพธมฺมาน ปารคุํ ฯ
ตสฺมึ มหาการุณิเก สพฺพสตฺตหิเต รเต
ปสนฺนจิตฺโต สุมโน เนลปุปฺผํ อปูชยึ ฯ
เอกตฺตึเส อิโต กปฺเป ยํ ปุปฺผมภิปูชยึ
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา
นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ
สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก
ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา คิริเนลปูชโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ
คิริเนลปูชกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
๑ ม. ยุ. อภิวาทิย ฯ
เมื่อก่อน เราเป็นพรานเนื้อเที่ยวอยู่ในป่า ได้พบพระพุทธเจ้าผู้ปราศจากกิเลสธุลี ทรงรู้จบธรรมทั้งปวง เรามีจิตเลื่อมใสโสมนัสในพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้ประกอบด้วยพระมหากรุณา ทรงยินดีในประโยชน์เกื้อกูลของสรรพสัตว์ จึงได้บูชาด้วยดอกอัญชันเขียวในกัปที่ ๓๑ แต่กัปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใดด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชาเราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระคิริเนลปูชกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ คิริเนลปูชกเถราปทาน.
อฏฺฐมํ โพธิสมฺมชฺชกตฺเถราปทานํ (๕๒๘)
โพธิสัมมัชชกเถราปทานที่ ๘
ว่าด้วยผลแห่งการกวาดลานโพธิ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ติณทายกวรรค โพธิสัมมัชชกเถราปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)
อหํ ปุเร โพธิปตฺตํ อุชฺฌิตํ เจติยงฺคเณ
ตํ คเหตฺวาน ฉฑฺเฑสึ อลภึ วีสตึ คุเณ ฯ
ตสฺส กมฺมสฺส เตเชน สํสรนฺโต ภวาภเว
ทุเว ภเว สํสรามิ เทวตฺเต จาปิ มานุเส ฯ
เทวโลกา จวิตฺวาน อาคนฺตฺวา มานุสํ ภวํ
ทุเว กุเล ปชายามิ ขตฺติเย จาปิ พฺราหฺมเณ ฯ
องฺคปจฺจงฺคสมฺปนฺโน อาโรหปริณาหวา
อภิรูโป สุจิ โหมิ สมฺปุณฺณโก ๑ อนูนโก ฯ
เทวโลเก มนุสฺเส วา ชาโต วา ยตฺถ กตฺถจิ
ภเว สุวณฺณวณฺโณ จ อุตฺตตฺตกนกูปโม ฯ
มุทุ ๑ มทฺทวา สินิทฺธา สุขุมา สุกุมาริกา
ฉวิ เม สพฺพทา โหติ โพธิปตฺเต สุฉฑฺฑิเต ฯ
ยโต กุโตจิ คตีสุ สรีเร สมุทาคเต
น ลิมฺปติ รโชชลฺลํ วิปาโก ปตฺตฉฑฺฑิเต ฯ
อุเณฺห วาตาตเป ตสฺส อคฺคิตาเปน วา ปน ๒
คตฺเต เสทา น มุญฺจนฺติ วิปาโก ปตฺตฉฑฺฑิเต ฯ
กุฏฺฐํ คณฺโฑ กิลาโส จ ติลกา ปิฬกา ตถา
น โหนฺติ กาเย ททฺทุ จ วิปาโก ปตฺตฉฑฺฑิเต ฯ
อปรมฺปิ คุณนฺตสฺส นิพฺพตฺตติ ภวาภเว
โรคา น โหนฺติ กายสฺมึ วิปาโก ปตฺตฉฑฺฑิเต ฯ
อปรมฺปิ คุณนฺตสฺส นิพฺพตฺตติ ภวาภเว
น โหนฺติ จิตฺตชา ปีฬา วิปาโก ปตฺตฉฑฺฑิเต ฯ
อปรมฺปิ คุณนฺตสฺส นิพฺพตฺตติ ภวาภเว
อมิตฺตา น ภวนฺตสฺส วิปาโก ปตฺตฉฑฺฑิเต ฯ
อปรมฺปิ คุณนฺตสฺส นิพฺพตฺตติ ภวาภเว
อนูนโภโค ภวติ วิปาโก ปตฺตฉฑฺฑิเต ฯ
อปรมฺปิ คุณนฺตสฺส นิพฺพตฺตติ ภวาภเว
อคฺคิราชูหิ โจเรหิ น โหติ อุทกา ๓ ภยํ ฯ
อปรมฺปิ คุณนฺตสฺส นิพฺพตฺตติ ภวาภเว
ทาสี ทาสา อนุจรา โหนฺติ จิตฺตานุวตฺตกา ฯ
ยมฺหิ อายุปฺปมาณมฺหิ ชายเต มานุเส ภเว
ตโต น หายเต อายุ ติฏฺฐเต ยาวตายุกํ ฯ
อพฺภนฺตรา จ ๑ พาหิรา เนคมา จ สรฏฺฐกา
อนุยุตฺตา โหนฺติ สพฺเพปิ วุทฺธิกามา สุขิจฺฉกา ฯ
โภควา ยสวา โหมิ สิริมา ญาติปกฺขวา
อเวโร ๒ คตสนฺตาโส ภเวหิ ๓ สพฺพทา ภเว ฯ
เทวา มนุสฺสา อสุรา คนฺธพฺพา ยกฺขรกฺขสา
สพฺเพ เต ปริรกฺขนฺติ ภเว สํสรโต สทา ฯ
เทวโลเก มนุสฺเส วา ๔ อนุโภตฺวา อุโภ ยเส
อวสาเน จ นิพฺพานํ สิวํ ปตฺโต อนุตฺตรํ ฯ
สมฺพุทฺธมุทฺทิสิตฺวาน โพธึ วา ตสฺส สตฺถุโน
โย ปุญฺญํ ปสเว โปโส ตสฺส กึ นาม ทุลฺลภํ ฯ
มคฺเค ผเล จ อาคเม ฌานาภิญฺญาคุเณสุ จ
อญฺเญสํ อธิโก หุตฺวา นิพฺพายติ ๕ อนาสโว ฯ
ปุเรหํ โพธิยา ปตฺตํ ฉฑฺเฑตฺวา หฏฺฐมานโส
อิเมหิ วีสตงฺเคหิ สมงฺคี โหมิ สพฺพทา ฯ
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา
นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ
สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก
ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา โพธิสมฺมชฺชโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ
โพธิสมฺมชฺชกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
๑ ม. ยุ. สมฺปุณฺณงฺโค ฯ
๑ ม. ยุ. มุทุกา ... ฯ ๒ ยุ. ปุน ฯ ๓ ม. ยุ. อุทเก ฯ
๑ ยุ. พหิจรา ฯ ๒ ม. ยุ. อเปตภยสนฺตาโส ฯ ๓ ยุ. ภเวสํ สพฺพโต ฯ
๔ ม. จ ฯ ๕ ม. ยุ. นิพฺพายามิ ฯ
ในกาลก่อน เราเก็บใบโพธิ์ที่ถูกทิ้งไว้ ณ ลานพระเจดีย์เอาไปทิ้งเสีย เราจึงได้คุณ ๒๐ ประการ ด้วยเดชแห่งกรรมนั้น เมื่อเรายังท่องเที่ยวอยู่ในภพน้อยภพใหญ่ ย่อมท่องเที่ยวไปแต่ในสองภพคือ ในเทวดาและมนุษย์ จุติจากเทวโลกแล้วมาสู่มนุษยโลก ก็เกิดแต่ในสองสกุล คือ สกุลกษัตริย์และสกุลพราหมณ์ เรามีอวัยวะน้อยใหญ่สมบูรณ์ สูงใหญ่ รูปสวย สะอาดสะอ้านเต็มเปี่ยม ไม่บกพร่อง เราเกิดในภพใดภพหนึ่ง คือ ในเทวโลกหรือมนุษยโลก ในภพนั้น เรามีผิวพรรณเหมือนทองคำ เปรียบดังทองคำที่นายช่างหลอมแล้ว ผิวของเราอ่อนนุ่ม สนิท สุขุมละเอียดอ่อนอยู่ตลอดเวลา เพราะใบโพธิ์อันเราทิ้งดีแล้ว ในคติไหนๆ ก็ตามที
ฝุ่นละอองย่อมไม่ติดในสรีระของเราผู้ที่อยู่ในที่ประชุม นี้เป็นวิบากแห่งการทิ้งใบโพธิ์เพราะความร้อนลม แดดหรือเพราะความร้อนของไฟก็ตาม ที่ตัวของเราไม่มีเหงื่อไหล นี้เป็นวิบากแห่งการทิ้งใบโพธิ์ ในกายของเรา ไม่มีโรคเรื้อน ฝีกราก ตกกระ หูดและหิด เปื่อยเลย นี้เป็นวิบากแห่งการทิ้งใบโพธิ์ คุณแห่งการทิ้งใบโพธิ์อีกข้อหนึ่ง คือ บุคคลเกิดในภพน้อยภพใหญ่ ย่อมไม่มีโรคในกาย นี้เป็นวิบากแห่งการทิ้งใบโพธิ์คุณอีกข้อหนึ่ง คือ เขาเกิดในภพน้อยใหญ่ ย่อมไม่มีความบีบคั้นที่เกิดขึ้นทางใจเลย นี้เป็นวิบากแห่งการทิ้งใบโพธิ์ คุณอีกข้อหนึ่งคือ เขาเกิดในภพน้อยภพใหญ่ ย่อมไม่มีใครเป็นข้าศึกเลย
นี้เป็นวิบากแห่งการทิ้งใบโพธิ์ คุณอีกข้อหนึ่ง คือเขาเกิดในภพน้อยภพใหญ่ ย่อมมีโภคทรัพย์ไม่บกพร่องเลย นี้เป็นวิบากแห่งการทิ้งใบโพธิ์ คุณอีกข้อหนึ่ง คือ เขาเกิดในภพน้อยภพใหญ่ ย่อมไม่มีภัยแต่ไฟ พระราชา โจรและน้ำ คุณอีกข้อหนึ่ง คือ เขาเกิดในภพน้อยภพใหญ่ทาสหญิงชายและคนเดินตาม ย่อมประพฤติตามจิตของเขา เขาเกิดในมนุษยโลกในปริมาณอายุเท่าใด อายุของเขาย่อมไม่ลดไปจากปริมาณอายุนั้น ย่อมดำรงอยู่ตราบเท่าสิ้นอายุคนใน คนนอก ตลอดถึงชาวนิคม ชาวรัฐ ล้วนแต่เป็นผู้ช่วยเหลือ ใคร่ความเจริญปรารถนาความสุขแก่เขาทั้งนั้น ในทุกๆ ภพ
เราเป็นคนมีโภคทรัพย์ มียศ มีศิริ มีญาติ พวกพ้องไม่มีเวร หมดความสะดุ้ง ในกาลทั้งปวง เมื่อเรายังท่องเที่ยวอยู่ในภพ เทวดา มนุษย์ อสูร คนธรรพ์ ยักษ์และรากษส ล้วนแต่ป้องกันรักษาเราทุกเมื่อ เราเสวยยศสองอย่างทั้งในเทวโลกและมนุษยโลก ในอวสานเราได้บรรลุศิวโมกข์มหานฤพานอันยอดเยี่ยมบุรุษใดประสพบุญเพราะเจาะจงพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือโพธิพฤกษ์ของพระศาสดาพระองค์นั้น สำหรับบุรุษเช่นนั้น สิ่งอะไรเล่าที่เขาจะหาได้ยาก เขาย่อมเป็นผู้ยิ่งใหญ่กว่าคนอื่นๆ ในเพราะมรรคผล นิกายเป็นที่มาและคุณ คือ ฌานและ อภิญญา ไม่มีอาสวะ ปรินิพพาน เมื่อก่อน เรามีใจยินดีเก็บใบโพธิ์เอาไปทิ้งจึงเป็นผู้พร้อมเพรียงด้วยองค์ ๒๐ ประการนี้ ทุกทิพาราตรีกาลเราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้วดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระโพธิสัมมัชชกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ โพธิสัมมัชชกเถราปทาน.
นวมํ อามณฺฑผลทายกตฺเถราปทานํ (๕๒๙)
อามัณฑผลทายกเถราปทานที่ ๙
ว่าด้วยผลแห่งการถวายแฟง
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ติณทายกวรรค อามัณฑผลทายกเถราปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)
ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน สพฺพธมฺมาน ปารคู
วุฏฺฐหิตฺวา สมาธิมฺหา จงฺกมิ โลกนายโก ฯ
ขาริภารํ คเหตฺวาน อาหรนฺโต ผลํ ตทา
อทฺทสํ วิรชํ พุทฺธํ จงฺกมนฺตํ มหามุนึ ฯ
ปสนฺนจิตฺโต สุมโน สิเร กตฺวาน อญฺชลึ
สมฺพุทฺธํ อภิวาเทตฺวา อามณฺฑมททึ ผลํ ฯ
สตสหสฺเส อิโต กปฺเป ยํ ผลํ อททึ ตทา
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ อามณฺฑสฺส อิทํ ผลํ ฯ
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา
นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วีหรามิ อนาสโว ฯ
สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก
ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา อามณฺฑผลทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ
อามณฺฑผลทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
พระพิชิตมารพระนามว่าปทุมุตระ ผู้ทรงรู้จบธรรมทั้งปวงเป็นนายกของโลก ออกจากสมาธิแล้วเสด็จจงกรมอยู่ ครั้งนั้น เราเอา
ผลไม้ใส่หาบหาบมา ได้พบพระพุทธเจ้ามหามุนี ผู้ปราศจากกิเลสธุลี กำลังเสด็จจงกรมอยู่ เรามีจิตเลื่อมใสโสมนัส ประนมกรอัญชลีเหนือเศียรเกล้า ถวายบังคมพระสัมพุทธเจ้าแล้วถวายผลแฟง ในกัปที่แสนแต่กัปนี้ เราได้ถวายผลไม้ใดในกาลนั้น ด้วยการถวายผลไม้นั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งผลแฟง เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระอามัณฑผลทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ อามัณฑผลทายกเถราปทาน.
ทสมํ สุคนฺธตฺเถราปทานํ (๕๓๐)
สุคันธเถราปทานที่ ๑๐
ว่าด้วยผลแห่งการสดุดีพระรัตนตรัย
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ติณทายกวรรค สุคันธเถราปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)
อิมมฺหิ ภทฺทเก กปฺเป พฺรหฺมพนฺธุ มหายโส
กสฺสโป นาม นาเมน ๑ อุปฺปชฺชิ วทตํ วโร ฯ
อนุพฺยญฺชนสมฺปนฺโน ทฺวตฺตึสวรลกฺขโณ
พฺยามปฺปภาปริวุโต รํสิชาลสมุตฺถโต ฯ
อสฺสาเสตา ยถา จนฺโท สุริโย วิย ปภงฺกโร
นิพฺพาเปตา ยถา เมโฆ สาคโรว คุณากโร ฯ
ธรณีริว สีเลน หิมวาว สมาธินา
อากาโส วิย ปญฺญาย อสงฺโค อนิโล ยถา ฯ
อนูโน ๒ ยถาวิหาโร ปริสาสุ วิสารโท
สจฺจานิ สมฺปกาเสติ อุทฺธรนฺโต มหาชนํ ฯ
ตทาหํ ๓ พาราณสิยํ เสฏฺฐิปุตฺโต มหายโส
อาสภํ ๔ ธนธญฺญสฺส ปหุตสฺส พหู มมํ ๕ ฯ
ชงฺฆวิหารํ วิจรํ มิคทายํ อุเปจฺจหํ
อทฺทสํ นาถสตฺถารํ ๖ เทเสนฺตํ อมตํ ปทํ ฯ
วิสฏฺฐกนฺตวจนํ กรวิกสมสฺสรํ
หํสทุนฺทุภินิคฺโฆสํ ๑ วิญฺญาเปนฺตํ มหาชนํ ฯ
ทิสฺวา เทวาติเทวนฺตํ สุตฺวา จ มธุรํ สรํ ๒
ปหายานปฺปเก โภเค ปพฺพชึ อนคาริยํ ฯ
เอวํ ปพฺพชิโตวาหํ น จิเรน พหุสฺสุโต
อโหสึ ธมฺมกถิโก วิจิตฺตปฏิภาณวา ฯ
มหาปริสมชฺเฌหํ สตฺถุโนว ๓ ปุนปฺปุนํ
วณฺณยึ เหมวณฺณสฺส วณฺณํ วณฺณวิสารโท ฯ
เอส ขีณาสโว พุทฺโธ อนีโฆ ฉินฺนสํสโย
สพฺพกมฺมกฺขยํ ปตฺโต วิมุตฺโต ๔ อุปธิกฺขเย
เอส โส ภควา พุทฺโธ เอส สีโห อนุตฺตโร ฯ
สเทวกสฺส โลกสฺส พฺรหฺมจกฺกํ ปวตฺตโก
ทนฺโต ทเมตา สนฺโต จ สเมตา นิพฺพุโต อิสิ
นิพฺพาเปตา จ อสฺสตฺโถ อสฺสาเสตา มหาชนํ ฯ
วีโร สูโร จ วิกฺกนฺโต ๕ ปญฺโญ การุณิโก วสี
วิชิตาวี วิชิโต ๖ จ อปฺปคพฺโภ อนาลโย ฯ
อเนญฺโช อจโล ธีโร อโมโห อสโม มุนิ
โธรโยฺห อุสโภ นาโค สีโห สกฺโก ครูสุปิ ฯ
วิราโค วิมโล พฺรหฺมา วาทีสูโร รณญฺชโห
อขิโล จ วิสลฺโล จ อสโม วุสโภ สุจิ ฯ
พฺราหฺมโณ สมโณ นาโถ ภิสกฺโก สลฺลสนฺธุโต ๑
โยโธ พุทฺโธ สุตาสุโต อจโล มุทิโต สิโต ฯ
กตทนฺตา ๒ วหตฺตา จ กตฺตา เนตา ปกาสิตา
สมฺปหํสิตา เสตฺตา ๓ จ เฉตฺตา โสตา ปสํสิตา ฯ
อวิโล ๔ จ วิสลฺโล จ อนีโฆ อกถํกถี
อเนโช วิรโช ขตฺตา คนฺธา วตฺตา ๕ ปกาสิตา ฯ
ตาเรตา อตฺถกาเรตา ๖ กาเรตา สมฺปทาริตา
ปาเปตา สหิตา หนฺตา ๗ ตาปิตา ๘ จ วิโสสิตา ฯ
สจฺจฏฺฐิโตสมสโม ๙ อสหาโย ทยาลโย
อจฺเฉรมนฺโต ๑๐ อกุโห กตาวี อิสิ สตฺตโม ฯ
นิติณฺณกงฺโข นิมฺมาโน อปฺปเมยฺโย อนูปโม
สพฺพวากฺยปถาตีโต สพฺพเนยฺยนฺติโต ๑๑ ชิโน ฯ
สตรํสีวเร ๑๒ ตสฺมึ ปสาโท อมตาวโห
ตสฺมา พุทฺเธ จ ธมฺเม จ สงฺเฆ สทฺธา มหตฺถิกา ฯ
คุเณหิ เอวมาทีหิ ติโลกสรณุตฺตมํ
วณฺเณนฺโต ปริสมชฺเฌ กถึ ธมฺมกถํ อหํ ฯ
ตโต จุโตหํ ตุสิเต อนุโภตฺวา มหาสุขํ
ตโต จุโต มนุสฺเสสุ ชาโต โหมิ สุคนฺธิโก ฯ
นิสฺสาโส มุขคนฺโธ จ เทหคนฺโธ ตเถว เม
โส ๑๓ จ คนฺโธว สตตํ สพฺพคนฺโธว โหติ เม ฯ
มุขคนฺโธ สทา มยฺหํ ปทุมุปฺปลจมฺปโก
อติกนฺโต ๑ สทา วาติ สรีโร จ ตเถว เม ฯ
คุณตฺถวสฺส สพฺพนฺตํ ผลนฺตํ ปรมพฺภุตํ
เอกคฺคมนสา สพฺเพ ภาสิตสฺส ๒ สุณาถ เม ฯ
คุณํ พุทฺธสฺส วตฺวาน หิตายนํ ๓ สุขาวหํ
สุจิตฺโต ๔ โหมิ สพฺพตฺถ สงฺโฆ วีรสมาสุโต ๕ ฯ
ยสสฺสี สุขิโต กนฺโต ชุติมา ปิยทสฺสโน
วตฺตา อปริภูโต จ นิทฺโทโส ปญฺญวา ตถา ฯ
ขีเณ ปาสุสิ ๖ นิพฺพานํ สุลภํ พุทฺธภตฺตินํ ๗
เตสํ เหตุํ ปวกฺขามิ ตํ สุณาถ ยถาตถํ ฯ
สนฺตํ ยสํ ภควโต วิจินา ๘ อภิวาทยํ
ยตฺถ ๙ ยตฺถุปปนฺโนปิ ยสสฺสี เตน โหมหํ ฯ
ทุกฺขสฺสนฺตกรํ พุทฺธํ ธมฺมํ สนฺตํ อสงฺขตํ
วณฺณยํ สุขโท อาสึ สตฺตานํ สุขิโต ตโต ฯ
คุณํ วทนฺโต พุทฺธสฺส พุทฺธปีติสมายุโต
สกนฺติ ๑๐ ปรกนฺติ จ อาสึ เตน จ กนฺติมา ฯ
ชิโน โย ๑๑ ติตฺถิกาติณฺโณ อภิภุยฺย กุติตฺถิเย
คุณํ วทนฺโต โถเมสึ ๑๒ นายกํ ชุติมา ตโต ฯ
ปิยงฺการึ ชนสฺสาปิ สมฺพุทฺธสฺส คุณํ วทํ
สรทิว สสงฺโกหํ เตนาสึ ปิยทสฺสโน ฯ
ยถาสตฺติวเสนาหํ สพฺพวาจาหิ สนฺถวึ
สุคตํ เตน วงฺคีโส วิจิตฺตปฏิภาณวา ฯ
เย พาลา วิมตึ ปตฺตา ปริโภนฺติ มหามุนึ
นิคฺคหึ เต สธมฺเมน ปริภูเตน เตนหํ ฯ
พุทฺธวณฺเณหิ สตฺตานํ กิเลเส อปเนสหํ
นิกฺกิเลสมโน โหมิ ตสฺส กมฺมสฺส วาหสา ฯ
โสตูนํ พุทฺธิมชนึ พุทฺธานุสฺสติเทสโก
เตนาปิจาสึ ๑ สปฺปญฺโญ นิปุณตฺถวิปสฺสโก ฯ
สพฺพาสวปริกฺขีโณ ติณฺณสํสารสาคโร
วสี ๒ จ อนุปาทาโน ปาปุณิสฺสามิ นิพฺพุตึ ฯ
อิมสฺมึเยว กปฺปสฺมึ ยมหํ สนฺถวึ ชินํ
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา
นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ
สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก
ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา สุคนฺโธ เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ
สุคนฺธตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
อุทฺทานํ
ติณโท เวจฺจโท เจว สรณพฺภญฺชนมฺปโท
สุปโฏ ทณฺฑทายี จ เนลปูชี ตเถว จ ฯ
โพธิสมฺมชฺชโกมณฺโฑ สุคนฺโธ ทสโม ทิโช
คาถาสตํ สเตวีสํ คณิตํ เจตฺถ สพฺพโส ฯ
ติณทายกวคฺโค เตปญฺญาโส ฯ
๑ ม. โคตฺเตน ฯ ๒ ม. ยุ. สกทาจิ มหาวีโร ฯ ๓ ม. ยุ. ตทา หิ ฯ ๔ ม. ยุ.
อาสหํ ... ฯ ๕ ม. ยุ. ตทา ฯ ๖ ม. ... วิรชํ พุทฺธํ ฯ ยุ. ... ตาทิสํ พุทฺธํ ฯ
๑ ม. หํสรุเตหิ นิคฺโฆสํ ฯ ๒ ม. ยุ. คิรํ ฯ ๓ ม. ยุ. หฏฺฐจิตฺโต ฯ ๔ ม.
วิมุตฺโตปธิสงฺขเย ฯ ๕ โป. ยุ. ... ธีโร จ ฯ ๖ ม. ยุ. ... จ ส ชิโน ฯ
๑ ม. ยุ. สลฺลกตฺตโก ฯ ๒ ม. ธาตา ธตา จ สนฺติ จ ฯ ยุ. ตาตา ตนฺตา จ หนฺตา จ ฯ
๓ ม. เภตฺตา ฯ ยุ. โภตฺตา ฯ ๔ ม. ยุ. อขิโล ฯ ๕ ยุ. เมตฺตา ฯ
๖ โป. ยุ. ... อถ ตาเรตา ฯ ๗ ม. กนฺตา ฯ ๘ ม. ยุ. หนฺตา อาตาปี ตาปโส ฯ
๙ ม. ยุ. สมจิตฺโต ฯ ๑๐ ม. อจฺเฉรสตฺโต ฯ ยุ. อจฺเฉรสนฺโต ฯ
๑๑ ม. สจฺจเนยฺยนฺตคู ฯ ยุ. สจฺจเนยฺยนฺตโค ฯ ๑๒ ม. ยุ. สตฺตสารวเร ฯ
๑๓ ม. ยุ. เสทคนฺโธ ฯ
๑ ม. ปริสนฺโต ... ฯ ยุ. อติสนฺโต ฯ ๒ ม. ยุ. วณฺณยิสฺสํ ฯ ๓ ม. หิตาย จ น
สทิสํ ฯ ยุ. ... ชนสนฺธิสุ ฯ ๔ ม. ยุ. สุขิโต ฯ ๕ ม. วีรสมายุโต ฯ ยุ. รสทฺโธ
วิสมายุโต ฯ ๖ ม. อายุสิ ฯ ยุ. ขีเณวายุปิ ฯ ๗ ม. ย. พุทฺธภตฺติโน ฯ ๘ ม. ยุ.
วิธินา ฯ ๙ ม. ตตฺถ ตตฺถูปปนฺโนปิ ฯ ๑๐ ม. ยุ. สกนฺตึ ปรกนฺติญฺจ ชนยึ ... ฯ
๑๑ ม. ... เต ติตฺถิกากิณฺเณ ฯ ยุ. ชโนเฆ ติตฺถิกากิณฺเณ ฯ ๑๒ ม. ยุ. โชเตสึ ฯ
๑ ม. ยุ. เตนาหมาสึ ฯ ๒ ม. ยุ. สิขีว ฯ
พระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพราหมณ์ ทรงพระยศใหญ่ มีพระนามชื่อว่ากัสสปะ ประเสริฐกว่านักปราชญ์ทั้งหลายเสด็จอุบัติขึ้นแล้วในภัทกัปนี้ พระองค์ทรงสมบูรณ์ด้วยอายุพยัญชนะมีพระลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ประการ อันรัศมีวาหนึ่งแวดล้อม มีข่ายรัศมีบังเกิดปรากฏ ก่อให้เกิดความยินดีเหมือนพระจันทร์ ส่องแสงสว่างเหมือนพระอาทิตย์ ทรงยังหมู่สัตว์ให้เยือกเย็น เหมือนเมฆฝนเป็นบ่อเกิดแห่งคุณเหมือนสาคร ปานประหนึ่งว่าแผ่นดินโดยศีลเปรียบดังภูเขาหิมวันต์โดยสมาธิ เหมือนอย่างอากาศโดยปัญญาเป็นผู้ไม่เกาะเกี่ยวเหมือนลม ไม่พร่องเหมือนวิหาร แกล้วกล้าในบริษัท ทรงประกาศสัจธรรมช่วยมหาชนให้รอดพ้น
ครั้งนั้นเราเป็นเศรษฐีบุตรผู้มียศใหญ่ ในพระนครพาราณสี มีทรัพย์และข้าวเปลือกมากมาย เราเที่ยวเดินเล่นไปจนถึงป่ามฤคทายวัน ได้เห็นพระศาสดาผู้เป็นนาถะ กำลังทรงแสดงพระธรรมเทศนาเรื่องหนทางอมตธรรม เราได้เห็นพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้เป็นเทพยิ่งกว่าทวยเทพ มีพระดำรัสเกลี้ยงเกลา น่ารัก มีพระสุรเสียงสม่ำเสมอเหมือนนกการะเวก มีพระสำเนียงก้องเหมือนเสียงหงส์และเสียงกลองใหญ่ ยังมหาชนให้ทราบชัดได้ และได้สดับพระสุรเสียงอันไพเราะ จึงได้ละโภคทรัพย์มิใช่น้อย ออกบวชเป็นบรรพชิตเราบวชแล้ว เช่นนี้ ไม่นานก็เป็นพหูสูต เป็นพระธรรมกถึกมีปฏิภาณอันวิจิตร
เราเป็นคนองอาจในการพรรณนา ได้พรรณนาพระคุณของพระศาสดาผู้มีพระฉวีวรรณเหมือนทองคำ ในท่ามกลางบริษัทย่อยๆ ว่า พระผู้มีพระภาคพระองค์นี้ เป็นพระขีณาสพเป็นผู้ตื่นแล้วไม่มีทุกข์ ทรงตัดความสงสัยได้แล้ว ทรงถึงความสิ้นกรรมทุกอย่าง ทรงพ้นกิเลสแล้วในเพราะธรรมเป็นที่สิ้นไปแห่งอุปธิ พระผู้มีพระภาคพระองค์นี้นั้นเป็นผู้ตื่นแล้ว พระองค์เป็นผู้ประเสริฐยิ่ง ทรงประกาศพรหมจรรย์ในโลก พร้อมทั้งเทวโลกทรงฝึกพระองค์เองและทรงฝึกผู้อื่น ทรงสงบระงับเองและทรงทำผู้อื่นให้สงบระงับ เป็นผู้ดับกิเลส เป็นนักบวช ทรงยังผู้อื่นให้ดับกิเลส เป็นผู้เบาพระทัยและทรงยังมหาชนให้เบาใจ ทรงมีความเพียร องอาจ
กล้าหาญ มีพระปัญญาทรงประกอบด้วยพระกรุณาทรงมีความชำนาญ เป็นผู้มีชัยชนะ เป็นพระพิชิตมาร ไม่ทรงคนองทรงหมดความห่วงใย เป็นผู้ไม่หวั่นไหว ไม่สั่นสะเทือนเป็นนักปราชญ์ ไม่ทรงหลงใหล ไม่มีใครเทียมทัน เป็นมุนี มีปกตินำธุระไป ทรงอาจหาญแม้ในพวกครู ดังโคอุสุภราชพระยาคชสาร(และ) ไกรสรสีหราช เป็นผู้ปราศจากราคะ ปราศจากมลทินเป็นดังพรหม กล้ากว่านักปราชญ์ หักเสียซึ่งข้าศึกคือกิเลส หมดเสี้ยนหนาม ปราศจากความเศร้าโศกไม่มีใครเสมอเสมือน เป็นผู้ประเสริฐ สะอาดหมดจด เป็นพราหมณ์ เป็นสมณะ เป็นนาถะเป็นหมอ เป็นผู้กำจัดลูกศร เป็นนักรบ เป็นผู้เบิกบาน เป็นผู้หลับและตื่น ไม่หวั่นไหว มีใจเบิกบาน
ยิ้มแย้ม ทรงทำการฝึกอินทรีย์ เป็นผู้นำตนไป เป็นผู้ทำ เป็นผู้นำ เป็นผู้ประกาศ เป็นผู้ทำสัตว์ให้ร่าเริง เป็นผู้วิด เป็นผู้ตัก เป็นผู้ฟัง เป็นผู้สรรเสริญเป็นผู้ไม่กำเริบ ปราศจากลูกศร ไม่มีทุกข์ ไม่ทรงมีความสงสัยเป็นผู้หมดตัณหา ปราศจากธุลี เป็นผู้ขุด เป็นผู้ทำลาย เป็นผู้กล่าว เป็นผู้ทำให้ปรากฏ เป็นผู้ยังสัตว์ให้ข้าม ให้ทำประโยชน์เป็นผู้ถึงสัมปทา เป็นผู้ยังสัตว์ให้บรรลุ เป็นผู้ไปด้วยกัน เป็นผู้ฆ่าทรงยังกิเลสให้เร่าร้อน ให้เหือดแห้ง ดำรงอยู่ในสัจจะ เสมอด้วยผู้เสมอ ไม่มีสหาย เป็นที่อยู่แห่งความเอ็นดู มีมนต์อัศจรรย์ไม่ทรงลวงให้พิศวง เป็นผู้ทำ เป็นนักบวชองค์ที่ ๗
ทรงข้ามพ้นความสงสัยแล้ว ไม่ทรงถือพระองค์ ทรงมีคุณหาประมาณมิได้ไม่มีใครเปรียบปาน ล่วงคลองแห่งถ้อยคำทุกชนิด ล่วงเวไนยสัตว์ทุกคน ทรงชนะหมู่มาร ความเลื่อมใสในพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐมีพระรัศมีกำหนดด้วยร้อยพระองค์นั้น ย่อมนำอมตมหานิพพานมาให้ เพราะฉะนั้น ความเชื่อในพระพุทธเจ้า ในพระธรรมและในพระสงฆ์ จึงมีประโยชน์ใหญ่ เราสรรเสริญพระพุทธเจ้าผู้เป็นสรณะอย่างสูงสุดของโลก ๓ ด้วยคุณมีอาทิเห็นปานดังนี้แสดงธรรมกถาในท่ามกลางบริษัท จุติจากอัตภาพนั้นแล้ว ได้เสวยมหันตสุขในสวรรค์ชั้นดุสิต จุติจากดุสิตแล้วเกิดในมนุษย์เป็นผู้มีกลิ่นหอม ลมหายใจ กลิ่นปากและกลิ่นตัวของเราก็เช่นนั้นเหมือนกัน
คือ มีกลิ่นหอม และกลิ่นหอมนั้นนั่นแหละฟุ้งไปเนืองนิตย์ เรามีกลิ่นหอมทุกอย่างกลิ่นปากของเราหอมฟุ้งอยู่ทุกเมื่อสรีระของเรางดงาม หอมฟุ้งทุกทิพาราตรีกาล ปานดังดอกปทุมดอกอุบลและดอกจำปา ฉะนั้น ทั้งหมดนั้นเป็นผลแห่งการกล่าวสรรเสริญคุณพระพุทธเจ้า ผลนั้นน่าอัศจรรย์อย่างยิ่ง ขอท่านทั้งหลายจงตั้งใจสดับคุณของพระพุทธเจ้านั้น ซึ่งเราได้กล่าวแล้ว ครั้นเรากล่าวสรรเสริญคุณของพระพุทธเจ้า ซึ่งนำประโยชน์และความสุขมาให้แล้ว เป็นผู้มีจิตผ่องแผ้วในธรรมทั้งปวง พระสงฆ์เป็นผู้ประกอบด้วยความเพียร มียศ ถึงความสุข งดงาม รุ่งเรืองน่ารักน่าชม เป็นผู้กล่าวไม่ดูหมิ่นดูแคลน ไม่มีโทษ และเป็นผู้มีปัญญาขวนขวายในธรรมที่เป็นสิ้นกิเลส
สำหรับผู้ภักดีต่อพระพุทธเจ้าได้นิพพานโดยง่าย เราจักกล่าวถึงเหตุของพวกเรา เชิญท่านทั้งหลายฟังเหตุนั้นตามเรื่อง เราถวายบังคมก็เพราะค้นพบพระยศของพระผู้มีพระภาคที่มีอยู่ เพราะฉะนั้น แม้เราจะเกิดในภพใดๆก็ย่อมเป็นผู้มียศในภพนั้นๆ เราสรรเสริญพระพุทธเจ้า ผู้ทำที่สุดทุกข์ และพระธรรมอันสงบระงับ ปัจจัยมิได้ปรุงแต่ง จึงได้เป็นผู้ถึงความสุข เพราะฉะนั้น
พระพุทธเจ้าจึงชื่อว่าทรงประทานความสุขแก่สัตว์ทั้งหลาย เรากล่าวสรรเสริญคุณของพระพุทธเจ้าว่ามีทั้งส่วนพระองค์และที่เป็นประโยชน์แก่คนอื่น จึงเป็นผู้ประกอบด้วยปีติในพระพุทธเจ้า เพราะฉะนั้น เราจึงเป็นผู้มีความงดงามเมื่อเรากล่าวสรรเสริญพระคุณ ชื่อว่าชมเชยพระผู้นำ ซึ่งทรงชำนะมาร ล่วงเสียซึ่งเดียรถีย์ ครอบงำเดียรถีย์โกงเสียได้ เพราะฉะนั้นเราจึงเป็นคนมีความรุ่งเรือง เมื่อเรากล่าวสรรเสริญพระคุณของพระสัมพุทธเจ้า ชื่อว่าพระองค์ให้เป็นที่รักแม้แห่งหมู่ชน เพราะฉะนั้น เราจึงเป็นผู้น่ารัก น่าชม เหมือนพระจันทร์อันมีในสรทกาลฉะนั้น เราชมเชยพระสุคตเจ้าด้วยวาจาทุกอย่าง ตามสติสามารถเพราะฉะนั้น
เราจึงมีปฏิภาณวิจิตร เหมือนท่านพระวังคีสะ คนพาลพวกใดเป็นผู้ถึงความสงสัย จึงดูหมิ่นพระมหามุนี เราข่มขี่คนพาลพวกนั้นโดยชอบธรรม เพราะฉะนั้น เราจึงไม่ถูกดูหมิ่นเราได้ช่วยทำกิเลสของสัตว์ทั้งหลายให้หมดไป ด้วยการสรรเสริญพระคุณพระพุทธเจ้า เพราะอำนาจของกรรมนั้น เราจึงเป็นผู้มีใจไม่มีกิเลส เราผู้แสดงพุทธานุสสติ ได้ทำปัญญาเครื่องตรัสรู้ให้เกิดแก่ผู้ฟัง เพราะฉะนั้น เราจึงเป็นผู้มีปัญญาเห็นแจ้งอรรถอันละเอียด เราจักเป็นผู้สิ้นอาสวะทุกอย่าง จักข้ามพ้นสาครคือสงสารไปได้ และมีความชำนิชำนาญ ไม่ถือมั่นด้วยอุปาทาน ถึงความดับสนิท ในกัปนี้เองเราได้ชมเชยพระชินเจ้าใด ด้วยการชมเชยนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระสุคันธเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ สุคันธเถราปทาน.
----------------
รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. ติณมุฏฐิทายกเถราปทาน ๖. ทัณฑทายกเถราปทาน
๒. เวจจกทายกเถราปทาน ๗. คิริเนลปูชกเถราปทาน
๓. สรณคมนิยเถราปทาน ๘. โพธิสัมมัชชกเถราปทาน๔. อัพภัญชนทายกเถราปทาน ๙. อามัณฑผลทายกเถราปทาน
๕. สุปฏทายกเถราปทาน ๑๐. สุคันธเถราปทาน
ในวรรคนี้ บัณฑิตคำนวณคาถาทั้งหมดได้ ๑๒๓ คาถา.
จบ ติณทายกวรรคที่ ๕๓.
End of ติณทายกวรรค