กุณฑธานวรรค
Text layerBuddha’s wordsItems 33–42 (Royal Thai)4/59 in อปทาน4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
จตุตฺโถ กุณฺฑธานวคฺโค
ปฐมํ กุณฺฑธานตฺเถราปทานํ (๓๑)
กุณฑธานวรรคที่ ๔
กุณฑธานเถราปทาน ๑ (๓๑)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายผลกล้วย
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน กุณฑธานวรรค กุณฑธานเถราปทาน (๓๑) (Royal Thai Volume 32 · Mahachula Volume 32 · Mahamakut Volume 71 · Chaloem Phrakiat Volume 32)
สตฺตาหํ ปฏิสลฺลีนํ สยมฺภุํ อคฺคปุคฺคลํ
ปสนฺนจิตฺโต สุมโน พุทฺธเสฏฺฐํ อุปฏฺฐหึ ฯ
วุฏฺฐิตํ กาลมญฺญาย ปทุมุตฺตรํ มหามุนึ
มหนฺตํ กทลิกณฺณึ คเหตฺวา อุปคญฺฉหํ ฯ
ปฏิคฺคเหสิ ๑ ภควา สพฺพญฺญู ๒ โลกนายโก
มม จิตฺตํ ปสาเทนฺโต ปริภุญฺชิ มหามุนิ ฯ
ปริภุญฺชิตฺวาน สมฺพุทฺโธ สตฺถวาโห อนุตฺตโร
สกาสเน นิสีทิตฺวา อิมา คาถา อภาสถ ฯ
เย จ สนฺติ สมีตาโร ๓ ยกฺขา อิมมฺหิ ปพฺพเต
อรญฺเญ ภูตคณา สพฺเพ ๔ สุณนฺตุ วจนํ มม ฯ
โย โส พุทฺธํ อุปฏฺฐาสิ มิคราชํว เกสรึ
ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ สุณาถ มม ภาสโต ฯ
เอกาทสญฺจ ขตฺตุํ โส เทวราชา ภวิสฺสติ
จตุตฺตึสติขตฺตุญฺจ จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ ฯ
กปฺปสตสหสฺสมฺหิ โอกฺกากกุลสมฺภโว
โคตโม นาม โคตฺเตน สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ ฯ
อกฺโกสิตฺวาน สมเณ สีลวนฺเต อนาสเว
ปาปกมฺมวิปาเกน นามเธยฺยํ ลภิสฺสติ ฯ
ตสฺส ธมฺเมสุ ทายาโท โอรโส ธมฺมนิมฺมิโต
กุณฺฑธาโนติ นาเมน สาวโก โส ภวิสฺสติ ฯ
ปวิเวกํ อนุยุตฺโต ฌายี ฌานรโต อหํ
โตสยิตฺวาน สตฺถารํ วิหรามิ อนาสโว ฯ
สาวเกหิ ๕ ปริวุโต ภิกฺขุสงฺฆปุรกฺขโต
ภิกฺขุสงฺเฆ นิสีทิตฺวา สลากํ คาหยี ชิโน ฯ
เอกํสํ จีวรํ กตฺวา วนฺทิตฺวา โลกนายกํ
วทตํ วรสฺส ปุรโต ปฐมํ อคฺคเหสหํ ฯ
เตน กมฺเมน ภควา ทสสหสฺสีปกมฺปโก
ภิกฺขุสงฺเฆ นิสีทิตฺวา อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสิ มํ ฯ
วิริยํ เม ธุรโธรยฺหํ โยคกฺเขมาธิวาหนํ
ธาเรมิ อนฺติมํ เทหํ สมฺมา สมฺพุทฺธสาสเน ฯ
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา กุณฺฑธาโน เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ
กุณฺฑธานตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
๑ ม. ยุ. ปฏิคฺคเหตฺวา ฯ ๒ ยุ. ตํ ผลํ ฯ ๓ ยุ. เย วสนฺติ สเมตาโร ฯ
๔ ม. ยุ. อรญฺเญ ภูตภพฺยานิ ฯ ๕ ยุ. สาวกคฺเคหิ ฯ
เรามีจิตเลื่อมใสโสมนัส ได้บำรุงพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด ตรัสรู้เองเป็นอัครบุคคล ซึ่งทรงหลีกเร้นอยู่ตลอด ๗ วัน เรารู้เวลาที่พระองค์เสด็จออกจากที่หลีกเร้น ได้ถือผลกล้วยใหญ่เข้าไปถวายพระมหามุนีพระนามว่าปทุมุตระ พระผู้มีพระภาคสัพพัญญผู้นำของโลก เป็นมหามุนี ทรงยังจิตของเราให้เลื่อมใส ทรงรับไว้แล้วเสวย พระสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงนำหมู่ชั้นยอดเยี่ยมเสวยแล้ว ประทับนั่งบนอาสนะของพระองค์ ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า ยักษ์เหล่าใดประชุมกันอยู่ที่ภูเขานี้ และคณะภูตในป่าทั้งหมดนั้น จงฟังคำเรา ผู้ใดบำรุงพระพุทธเจ้าผู้เที่ยง ดังไกรสรราชสีห์เราจักพยากรณ์ผู้นั้น ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าว
ผู้นั้นจักได้เป็นท้าวเทวราช ๑๑ ครั้ง จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓๔ ครั้ง ในกัลปที่แสนพระศาสดาทรงพระนามว่าโคดมโดยพระโคตร ซึ่งมีสมภพในวงศ์พระเจ้าโอกกากราช จักเสด็จอุบัติในโลก ผู้นั้นได้ด่าสมณะทั้งหลายผู้มีศีล หาอาสวะมิได้ จักได้ชื่อ (อันเหมาะสม) ด้วยวิบากแห่งกรรมอันลามกเขาจักได้เป็นโอรสทายาทในธรรมของพระศาสดาพระองค์นั้น อันธรรมนิรมิตแล้ว จักเป็นสาวกมีชื่อว่ากุณฑธานะ เราประกอบเนืองๆ ซึ่งความสงัด เพ่งฌาน ยินดีในฌาน ยังพระศาสดาให้ทรงโปรดปราน ไม่มีอาสวะอยู่ พระชินเจ้าอันพระสาวกทั้งหลายแวดล้อม ห้อมล้อมด้วยภิกษุสงฆ์ ประทับนั่ง ณ ท่ามกลางสงฆ์แล้ว ทรงให้เรารับการแจกสลากเราห่มผ้าเฉวียงบ่าข้างหนึ่ง ถวายบังคมพระศาสดาผู้นำของโลก เมื่อภิกษุทั้งหลายว่ากล่าวอยู่ ได้รับสลากที่หนึ่งไว้ข้างหน้าของผู้ประเสริฐ ด้วยกรรมนั้น พระผู้มีพระภาคทรงยังหมื่นโลกธาตุให้หวั่นไหว ประทับนั่ง
ณ ท่ามกลางภิกษุสงฆ์ ทรงตั้งเราไว้ในอัครฐาน เรามีความเพียรอันนำซึ่งธุระ นำความเกษมจากโยคะมาให้ เราทรงกายเป็นที่สุดไว้ในศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้วดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระกุณฑธานเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ กุณฑธานเถราปทาน.
ทุติยํ สาคตตฺเถราปทานํ (๓๒)
สาคตเถราปทานที่ ๒ (๓๒)
ว่าด้วยผลแห่งการสรรเสริญพระพุทธเจ้า
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน กุณฑธานวรรค สาคตเถราปทาน (๓๒) (Royal Thai Volume 32 · Mahachula Volume 32 · Mahamakut Volume 71 · Chaloem Phrakiat Volume 32)
โสภิโต นาม นาเมน อโหสึ พฺราหฺมโณ ตทา
ปุรกฺขโต สสิสฺเสหิ อารามํ อคมาสหํ ฯ
ภควา ตมฺหิ สมเย ภิกฺขุสงฺฆปุรกฺขโต
อารามทฺวารา นิกฺขมฺม อฏฺฐาสิ ปุริสุตฺตโม ฯ
ตมทฺทสาสึ สมฺพุทฺธํ ทนฺตํ ทนฺตปุรกฺขตํ
สกํ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา สนฺถวึ โลกนายกํ ฯ
เยเกจิ ปาทปา สพฺเพ มหิยา เต วิรูหเร
พุทฺธิมนฺโต ตถา สตฺตา รุหนฺติ ชินสาสเน ฯ
สตฺถวาโหปิ สพฺพญฺญู มเหสี พหุเก ชเน
วิปถา อุทฺธริตฺวาน ปถํ อาจิกฺขเส ตุวํ ฯ
ทนฺโต ทนฺตปุรกฺขโต ๑ ฌายี ฌานรเตหิ จ
อาตาปิปหิตตฺเตหิ อุปสนฺเตหิ ตาทิภิ ฯ
อลงฺกโต ปริสโต ๒ ปุญฺญญาเณหิ ๓ โสภสิ
ปภา นิทฺธาวเต ตุยฺหํ สุริโยทยโน ยถา ฯ
ปสนฺนจิตฺตํ ทิสฺวาน มเหสี ปทุมุตฺตโร
ภิกฺขุสงฺเฆ ฐิโต สตฺถา อิมา คาถา อภาสถ ฯ
โย โส หาสํ ชเนตฺวาน มมํ กิตฺเตสิ พฺราหฺมโณ
กปฺปานํ สตสหสฺสํ เทวโลเก รมิสฺสติ ฯ
ตุสิตาหิ จวิตฺวาน สุกฺกมูเลน โจทิโต
โคตมสฺส ภควโต สาสเน ปพฺพชิสฺสติ ฯ
ตุฏฺฐหฏฺฐํ ลภิสฺสติ ๔ ปพฺพชิตฺวาน สาสเน
สาคโต นาม นาเมน เหสฺสติ สตฺถุ สาวโก ฯ
ปพฺพชิตฺวาน กาเยน ปาปกมฺมํ วิวชฺชยึ
วจีทุจฺจริตํ หิตฺวา อาชีวํ ปริโสธยึ ฯ
เอวํ วิหารมาโนหํ เตโชธาตูสุ โกวิโท
สพฺพาสเว ปริญฺญาย วิหรามิ อนาสโว ฯ
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา สาคโต เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ
สาคตตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
๑ ม. ยุ. ทนฺตปริกิณฺโณ ฯ ๒ ม. อลงฺกโต ปริสาหิ ฯ ๓ ยุ. สหคเณหิ ฯ ๔ ม. เตน
กมฺเมน สุกเตน อรหตฺตํ ลภิสฺสติ ฯ ยุ. วิมฺภกปสุโต หุตฺวา อรหตฺตํ ลภิสฺสติ ฯ
ในกาลนั้น เราเป็นพราหมณ์มีนามชื่อว่า โสภิตะ อันบริวารพร้อมด้วยศิษย์แวดล้อมแล้ว ได้ไปยังอาราม สมัยนั้นพระผู้มีพระภาคผู้อุดมบุรุษแวดล้อมด้วยภิกษุสงฆ์ เสด็จออกจากประตูพระอารามแล้วประทับยืนอยู่เราได้เห็นพระสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้ฝึกพระองค์แล้ว แวดล้อมด้วยภิกษุสงฆ์ผู้ฝึกตนแล้ว จึงยังจิตของตนให้เลื่อมใสแล้วเชยชมพระองค์ผู้นำของโลกว่า ต้นไม้ทุกชนิดนั้น งอกงามบนแผ่นดิน ฉันใด สัตว์ผู้มีความรู้ก็ฉันนั้น ย่อมงอกงามในศาสนาของพระชินเจ้า พระองค์สัพพัญญูผู้ทรงนำหมู่แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ทรงถอนคนเป็นอันมากออกจากทางผิดแล้ว ตรัสบอกทางที่ถูก
พระองค์ฝึกพระองค์แล้วแวดล้อมด้วยผู้ฝึกตนแล้ว ทรงเพ่งฌาน แวดล้อมด้วยผู้เพ่งฌาน ทรงมีความเพียร แวดล้อมด้วยผู้ส่งตนไปแล้ว ผู้สงบระงับและผู้คงที่ ประดับด้วยบริษัท ย่อมงามด้วยพระญาณอันเกิดแต่บุญ รัศมีของพระองค์รุ่งเรือง ดังพระอาทิตย์อุทัยฉะนั้น พระศาสดาพระนามว่า ปทุมุตระ ผู้ทรงแสวงหาคุณใหญ่ทอดพระเนตรเห็นเราผู้มีจิตเลื่อมใส ประทับยืนท่ามกลางภิกษุสงฆ์ ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า พราหมณ์ใดยังความร่าเริงให้เกิดแล้ว สรรเสริญเรา พราหมณ์นั้นจักรื่นรมย์อยู่ในเทวโลกตลอดแสนกัลป อันกุศลมูลตักเตือนแล้ว จักเคลื่อนจากสวรรค์ชั้นดุสิต แล้วจักบวชในศาสนาของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าโคดม ครั้นบวชในศาสนาแล้วจักได้ความยินดีและความร่าเริง จักเป็นสาวกของพระศาสดามีนามชื่อว่าสาคตะ เราบวชแล้วเว้นกรรมอันลามกด้วยกาย ละวจีทุจริต ยังอาชีพให้บริสุทธิ์ เราเป็นอยู่อย่างนี้ เป็นผู้ฉลาดในเตโชธาตุ กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้วเป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้วดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระสาคตเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบสาคตเถราปทาน.
ตติยํ มหากจฺจายนตฺเถราปทานํ (๓๓)
มหากัจจายนเถราปทานที่ ๓ (๓๓)
ว่าด้วยผลแห่งการทาทองพระเจดีย์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน กุณฑธานวรรค มหากัจจายนเถราปทาน (๓๓) (Royal Thai Volume 32 · Mahachula Volume 32 · Mahamakut Volume 71 · Chaloem Phrakiat Volume 32)
ปทุมุตฺตรนาถสฺส ปทุมํ นาม เจติยํ
สิลาปฏํ ๑ การยิตฺวาน สุวณฺเณนาภิเลปยึ ฯ
รตนามยฉตฺตญฺจ ปคฺคยฺห วาลวีชนึ
พุทฺธสฺส อภิโรเปสึ โลกพนฺธุสฺส ตาทิโน ฯ
ยาวตา เทวตา ภุมฺมา สพฺเพ สนฺนิปตุํ ตทา
รตนาสนฉตฺตานํ วิปากํ กถยิสฺสติ ฯ
ตญฺจ สพฺพํ สุณิสฺสาม กถยนฺตสฺส สตฺถุโน
ภิยฺโย หาสํ ชเนยฺยาม สมฺมา สมฺพุทฺธสาสเน ฯ
เหมาสเน นิสีทิตฺวา สยมฺภู อคฺคปุคฺคโล
ภิกฺขุสงฺฆปริพฺยุโฬฺห อิมา คาถา อภาสถ ฯ
เยนิทํ อาสนํ ทินฺนํ โสวณฺณํ รตนามยํ
ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ สุณาถ มม ภาสโต ฯ
ตึสกปฺปานิ เทวินฺโท เทวรชฺชํ กริสฺสติ
สมนฺตา โยชนสตํ อาภายาภิภวิสฺสติ ฯ
มนุสฺสโลกมาคนฺตฺวา จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ
ปภสฺสโรติ นาเมน อุคฺคเตโช ภวิสฺสติ ฯ
ทิวา วา ยทิวา รตฺตึ สตรํสีว อุคฺคโต
สมนฺตา อฏฺฐรตนํ อุชฺโชติสฺสติ ขตฺติโย ฯ
กปฺปสตสหสฺสมฺหิ โอกฺกากกุลสมฺภโว
โคตโม นาม นาเมน สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ ฯ
ตุสิตาหิ จวิตฺวาน สุกฺกมูเลน โจทิโต
กจฺจาโน นาม นาเมน พฺรหฺมพนฺธุ ภวิสฺสติ ฯ
โส ปจฺฉา ปพฺพชิตฺวาน พุทฺโธ ๑ เหสฺสตฺยนาสโว
โคตโม โลกปชฺโชโต อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสฺสติ ฯ
สงฺขิตฺตํ ปุจฺฉิตํ ปญฺหํ วิตฺถาเรน กเถสฺสติ
กถยนฺโต จ ตํ ปญฺหํ อชฺฌาสยํ ปุเรสฺสติ ฯ
อทฺธกุเล อภิชาโต พฺราหฺมโณ มนฺตปารคู
โอหาย ธนธญฺญานิ ปพฺพชิ ๒ อนคาริยํ ฯ
สงฺขิตฺเตนาปิ ปุจฺฉนฺเต วิตฺถาเรน กเถมหํ
อชฺฌาสยนฺเตสํ ปูเรมิ โตเสมิ ทิปทุตฺตมํ ฯ
โตสิโต เม มหาวีโร สยมฺภู อคฺคปุคฺคโล
ภิกฺขุสงฺเฆ นิสีทิตฺวา เอตทคฺเค ฐเปสิ มํ ฯ
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา มหากจฺจายโน เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ
มหากจฺจายนตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
๑ ม. ยุ. สิลาสนํ ฯ
๑ ม. ยุ. อรหา ฯ ๒ ม. ยุ. ปพฺพชึ ฯ
เราได้ให้ทำแผ่นศิลาไว้แล้ว ได้เอาทองฉาบทาพระเจดีย์ชื่อปทุม ของพระผู้มีพระภาคผู้เป็นที่พึ่งของโลกพระนามว่าปทุมุตระ และได้กั้นฉัตรอันสำเร็จด้วยแก้ว แล้วเอาพัดวาลวิชนีพัดถวายพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของโลก ผู้คงที่ ภูมเทวดามีประมาณเท่าไร มาประชุมกันทั้งหมดในเวลานั้น ด้วยความหวังว่า พระศาสดาจักตรัสผลแห่งอาสนะและฉัตรแก้วพวกเราจักฟังพระศาสดาตรัสทั้งหมดนั้น พึงยังความร่าเริงให้เกิดอย่างยิ่งในศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระสยัมภูผู้อัครบุคคลประทับนั่งบนอาสนะทองแล้ว แวดล้อมด้วยภิกษุสงฆ์ ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า ผู้ใดได้ถวายอาสนะอันสำเร็จด้วยทองและแก้วนี้ เราจักพยากรณ์ผู้นั้น
ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าว ผู้นั้นจักเป็นจอมเทวดาเสวยเทวรัชสมบัติอยู่ ๓๐กัลป จักมีรัศมีแผ่ไปโดยรอบตลอดร้อยโยชน์ มาสู่มนุษยโลกแล้ว จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิมีพระนามว่าปภัสสระ จักเป็นผู้มีเดชอันรุ่งเรืองจักได้เป็นกษัตริย์ มีรัตนะ ๘ ประการ โชติช่วงอยู่โดยรอบ ทั้งกลางคืนกลางวัน ดังพระอาทิตย์อุทัยฉะนั้น ในกัลปที่แสน พระศาสดามีพระนามชื่อว่าโคดมซึ่งมีสมภพในวงศ์พระเจ้าโอกกากราช จักเสด็จอุบัติในโลกผู้นั้นอันกุศลมูลตักเตือนแล้ว จักเคลื่อนจากภพดุสิต จักเป็นบุตรพราหมณ์ มีนามชื่อว่ากัจจานะ ภายหลัง เขาบวชแล้วจักตรัสรู้ ไม่มีอาสวะอยู่ พระโคดมผู้ส่องโลกให้โชติช่วงจักทรงตั้งไว้ในตำแหน่งอันเลิศผู้นั้น
จักกล่าวปัญหาที่ถูกถามแล้วโดยย่อให้พิสดาร และเมื่อกล่าวปัญหานั้น จักยังอัธยาศัยให้เต็ม พราหมณ์ผู้เป็นอภิชาตบุตรในสกุลอันมั่งคั่งเรียนจบมนต์ ละทรัพย์และข้าวเปลือกแล้ว บวชเป็นบรรพชิต เมื่อถูกถามปัญหาแม้โดยย่อ เราก็กล่าวแก้ได้โดยพิสดาร เราย่อมยังอัธยาศัยของชนเหล่านั้นให้เต็ม ย่อมยังพระผู้มีพระภาคผู้สูงกว่าสัตว์ให้โปรดปรานพระมหาวีรเจ้าผู้ตรัสรู้เอง เป็นอัครบุคคล ทรงโปรดปรานเรา ประทับนั่งณ ท่ามกลางสงฆ์แล้ว ทรงตั้งเราไว้ในเอตทัคคสถาน คุณวิเศษเหล่านี้คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้วพระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระมหากัจจายนเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ มหากัจจายนเถราปทาน.
จตุตฺถํ กาฬุทายิตฺเถราปทานํ (๓๔)
กาฬุทายีเถราปทานที่ ๔ (๓๔)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายข้าวชั้นพิเศษ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน กุณฑธานวรรค กาฬุทายีเถราปทาน (๓๔) (Royal Thai Volume 32 · Mahachula Volume 32 · Mahamakut Volume 71 · Chaloem Phrakiat Volume 32)
ปทุมุตฺตรสฺส พุทฺธสฺส โลกเชฏฺฐสฺส ตาทิโน
อทฺธานํ ปฏิปนฺนสฺส จรโต จาริกํ ตทา ฯ
สุผุลฺลํ ปทุมํ คยฺห อุปฺปลํ มลฺลิกญฺจหํ
ปรมนฺนํ คเหตฺวาน อทาสึ สตฺถุโน อหํ ฯ
ปริภุญฺชิ มหาวีโร ปรมนฺนํ สุโภชนํ
ตญฺจ ปุปฺผํ คเหตฺวาน ชินสฺส ๑ สมฺปทสฺสยิ ฯ
อิฏฺฐํ กนฺตยิทํ ๒ โลเก ชลชํ ปุปฺผมุตฺตมํ
สุทุกฺกรํ กตํ เตน ยํ ๓ เม ปุปฺผํ อทาสิ ๔ โส ฯ
โย ปุปฺผํ อภิโรเปสิ ปรมนฺนญฺจทาสิ เม
ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ สุณาถ มม ภาสโต ฯ
ทสมฏฺฐกฺขตฺตุญฺจ ๕ โส เทวรชฺชํ กริสฺสติ
อุปฺปลํ ปทุมญฺจาปิ มลฺลิกญฺจ ตทุตฺตริ ฯ
อสฺส ปุญฺญวิปาเกน ทิพฺพคนฺธสมายุตํ
อากาเส ฉทนํ กตฺวา ธารยิสฺสติ ตาวเท ฯ
ปญฺจวีสติขตฺตุญฺจ จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ
ปฐพฺยา รชฺชํ ปญฺจสตํ วสุธํ อาวสิสฺสติ ฯ
กปฺปสตสหสฺสมฺหิ โอกฺกากกุลสมฺภโว
โคตโม นาม นาเมน สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ ฯ
สกกมฺมาภิรทฺโธ โส สุกฺกมูเลน โจทิโต
สกฺยานํ นนฺทิชนโก ๑ ญาติพนฺธุ ภวิสฺสติ ฯ
โส จ ปจฺฉา ปพฺพชิตฺวา สุกฺกมูเลน โจทิโต
สพฺพาสเว ปริญฺญาย นิพฺพายิสฺสตฺยนาสโว ฯ
ปฏิสมฺภิทมนุปฺปตฺตํ กตกิจฺจํ อนาสวํ
โคตโม โลกพนฺธุ ตํ เอตทคฺเค ฐเปสฺสติ ฯ
ปธานํ ปหิตตฺโต โส อุปสนฺโต นิรูปธิ
อุทายิ นาม นาเมน เหสฺสติ สตฺถุ สาวโก ฯ
ราโค โทโส จ โมโห ๒ จ มาโน มกฺโข จ ธํสิโต
สพฺพาสเว ปริญฺญาย วิหรามิ อนาสโว ฯ
โตสยิญฺจาปิ สมฺพุทฺธํ อาตาปี นิปโก อหํ
ปสาทิโต ๓ จ สมฺพุทฺโธ เอตทคฺเค ฐเปสิ มํ ฯ
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา กาฬุทายิ เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ
กาฬุทายิตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
๑ ม. ยุ. ชนสฺส ฯ ๒ ม. กนฺตํ ปิยํ ฯ ยุ. กนฺตํ จิรํ ฯ ๓ ม. ยุ. โย เม ฯ
๔ ม. ยุ. อทาสิทํ ฯ ๕ ม. ทสอฏฺฐจกฺขตฺตุํ โส ฯ ยุ. ทส จฏฺฐจกฺขตฺตุํ โส ฯ
๑ ม. ยุ. นนฺทิชนโน ฯ ๒ ยุ. จิตฺตญฺจ สุวิมุตฺตํ เม ฯ ๓ ยุ. ปโมทิโต ฯ
เมื่อพระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตระ เชษฐบุรุษของโลก ผู้คงที่เสด็จดำเนินทางไกล เที่ยวจาริกไป ในเวลานั้น เราได้ถือเอาดอกปทุม ดอกอุบล และดอกมะลิซ้อนอันบานสะพรั่ง และถือข้าว (สุก) ชั้นพิเศษมาถวายแด่พระศาสดา พระมหาวีรชินเจ้า ทองเสวยข้าวชั้นพิเศษอันเป็นโภชนะดี และทรงรับดอกไม้นั้นแล้ว ทรงยังเราให้รื่นเริงว่า ผู้ใดได้ถวายดอกปทุมอันอุดม เป็นที่ปรารถนา เป็นที่ใคร่ในโลกนี้แก่เรา ผู้นั้นทำกรรมที่ทำได้ยากนัก ผู้ใดได้บูชาดอกไม้ และได้ถวายข้าวชั้นพิเศษแก่เรา เราจักพยากรณ์ผู้นั้น ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าว ผู้นั้นจักได้เสวยเทวรัชสมบัติ ๑๘ ครั้ง ดอกอุบล ดอกปทุม และดอกมะลิซ้อน
จะมีในเบื้องบนผู้นั้นด้วยผลแห่งบุญนั้น ผู้นั้นจักสร้างหลังคาอันประกอบด้วยของหอมอันเป็นทิพย์ไว้ในอากาศ จักทรงไว้ในเวลานั้น จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๒๕ ครั้ง จักได้เป็นพระราชาในแผ่นดินครอบครองพสุธา ๕๐๐ครั้ง ในกัลปที่แสน พระศาสดามีพระนามชื่อว่าโคดม ซึ่งมีสมภพในวงศ์พระเจ้าโอกกากราช จักเสด็จอุบัติในโลก ผู้นั้นปรารถนาในกรรมของตน อันกุศลมูลตักเตือนแล้ว จักได้เป็นบุตรผู้มีชื่อเสียง ทำความเพลิดเพลินให้เกิดแก่เจ้าศากยะทั้งหลายแต่ภายหลัง ผู้นั้นอันกุศลมูลตักเตือนแล้วจักบวช จักกำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้วไม่มีอาสวะนิพพาน พระโคดมผู้เผ่าพันธุ์ของโลก จักทรงตั้งผู้นั้นซึ่งบรรลุปฏิสัมภิทา
ได้ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว ไม่มีอาสวะ ในเอตทัคคสถาน ผู้นั้นมีตนส่งไปแล้วเพื่อความเพียร สงบระงับ ไม่มีอุปธิ จักเป็นสาวกของพระศาสดามีนามชื่อว่าอุทายี เรากำจัดราคะ โทสะ โมหะ มานะ และมักขะได้แล้ว กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว ไม่มีอาสวะอยู่ เรายังพระสัมพุทธเจ้าให้ทรงโปรดปราน มีความเพียร มีปัญญา และพระสัมพุทธเจ้าทรงเลื่อมใส ทรงตั้งเราไว้ในเอตทัคคสถาน คุณวิเศษเหล่านี้ คือปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระกาฬุทายีเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ กาฬุทายีเถราปทาน.
ปญฺจมํ โมฆราชตฺเถราปทานํ (๓๕)
โมฆราชเถราปทานที่ ๕ (๓๕)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายบังคมพระพุทธเจ้า
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน กุณฑธานวรรค โมฆราชเถราปทาน (๓๕) (Royal Thai Volume 32 · Mahachula Volume 32 · Mahamakut Volume 71 · Chaloem Phrakiat Volume 32)
อตฺถทสฺสี ตุ ภควา สยมฺภู อปราชิโต
ภิกฺขุสงฺฆปริพฺยุโฬฺห รถิยํ ปฏิปชฺชถ ฯ
สิสฺเสหิ สมฺปริวุโต ฆรมฺหา อภินิกฺขมึ
นิกฺขมิตฺวานหํ ตตฺถ อทฺทสํ โลกนายกํ ฯ
อภิวาเทตฺวาน ๑ สมฺพุทฺธํ สิเร กตฺวาน อญฺชลึ
สกํ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา สนฺถวึ โลกนายกํ ฯ
ยาวตา รูปิโน สตฺตา อรูปี วา อสญฺญิโน
สพฺเพ เต ตว ญาณมฺหิ อนฺโต โหนฺติ สโมคธา ๒ ฯ
สุขุมจฺฉิเกน ๓ ชาเลน อุทกํ โย ปริกฺขิเป
เย เกจิ อุทเก ปาณา อนฺโตชาเล ภวนฺติ เต ฯ
เยสญฺจ เจตนา อตฺถิ รูปิโน จ อรูปิโน ฯ
สพฺเพ เต ตว ญาณมฺหิ อนฺโต โหนฺติ สโมคธา
สมุทฺธรสิมํ โลกํ อนฺธการสมากุลํ ฯ
ตว ธมฺมํ สุณิตฺวาน กงฺขาโสตํ ตรนฺติ เต
อวิชฺชานิวุโต โลโก อนฺธกาเรน โอตฺถโฏ ฯ
ตว ญาณมฺหิ โชตนฺเต อนฺธการา ปธํสิตา
ตุวํ จกฺขุสิ สพฺเพสํ มหาตมวินูทโน ฯ
ตว ธมฺมํ สุณิตฺวาน นิพฺพายิสฺสติ พหุชฺชโน
ปุตรํ ๑ ปูรยิตฺวาน มธธ ขุทฺทํ อเนลกํ ฯ
อุโภหตฺเถหิ ปคฺคยฺห อปเนสึ มเหสิโน
ปฏิคฺคณฺหิ มหาวีโร สุภเกน มหาอิสิ ฯ
ภุญฺชิตฺวา ตญฺจ สพฺพญฺญู เวหาสํ นภมุคฺคมิ
อนฺตลิกฺเข ฐิโต สตฺถา อตฺถทสฺสี นราสโภ ฯ
มม จิตฺตํ ปสาเทนฺโต อิมา คาถา อภาสถ
เยนิทํ ถวิตํ ญาณํ พุทฺธเสฏฺโฐ จ โถมิโต ฯ
เตน จิตฺตปฺปสาเทน ทุคฺคตึ โส น คจฺฉติ
จตุสฏฺฐิญฺจ ๒ ขตฺตุํ โส เทวรชฺชํ กริสฺสติ ฯ
ปเทสรชฺชฏฺฐสตํ ๓ วสุธํ อาวสิสฺสติ
ปญฺเจว สตกฺขตฺตุญฺจ จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ ฯ
ปเทสรชฺชํ อสงฺเขยฺยํ มหิยา การยิสฺสติ
อชฺฌายิโก มนฺตธโร ติณฺณํ เวทาน ปารคู ฯ
โคตมสฺส ภควโต สาสเน ปพฺพชิสฺสติ
คมฺภีรํ นิปุณํ อตฺถํ ญาเณน วิจินิสฺสติ ฯ
โมฆราชาติ นาเมน เหสฺสติ สตฺถุสาวโก
ตีหิ วิชฺชาหิ สมฺปนฺโน ๔ กตกิจฺโจ อนาสโว ฯ
โคตโม สตฺถวาหคฺโค เอตทคฺเค ฐเปสฺสติ
หิตฺวา มานุสกํ โยคํ เฉตฺวาน ภวพนฺธนํ
สพฺพาสเว ปริญฺญาย วิหรามิ อนาสโว ฯ
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา โมฆราชา เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ
โมฆราชตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
๑ ม. อภิวาทิย ฯ ๒ ยุ. สมาหฏา ฯ ๓ ยุ. สุมจฺฉิเกน ฯ
๑ ม. ปุฏกํ ฯ ยุ. ปีฐรํ ฯ ๒ ม. ยุ. จตุทฺทสญฺจ ฯ ๓ ม. ปฐพฺยา รชฺชํ อฏฺฐสตํ ฯ
๔ ม. ตีหิ วิชฺชาหิ สมฺปนฺนํ กตกิจฺจํ อนาสวํ ฯ
ก็พระผู้มีพระภาคผู้สยัมภู พระนามว่าอัตถทัสสี ไม่ทรงแพ้อะไรๆ แวดล้อมด้วยภิกษุสงฆ์ เสด็จดำเนินไปในถนน เราแวดล้อมด้วยพวกศิษย์ทั้งหลายออกจากเรือนไป ครั้นแล้วได้พบพระผู้มีพระภาคผู้เป็นนายกของโลกที่ถนนนั้น เราได้ประนมอัญชลีบนเศียรเกล้าถวายบังคมพระสัมพุทธเจ้า ยังจิตของตนให้เลื่อมใสแล้ว เชยชมพระองค์ผู้นายกของโลก สัตว์มีรูปก็ดี มีสัญญาก็ดี ไม่มีสัญญาก็ดี ประมาณเท่าใด สัตว์เหล่านั้นย่อมเข้าไปภายในพระญาณของพระองค์ ทั้งหมดเปรียบเหมือนสัตว์ในน้ำเหล่าใดเหล่าหนึ่ง สัตว์เหล่านั้นย่อมติดอยู่ภายในข่ายของคนที่เอาข่ายตาเล็กๆเหวี่ยงลงในน้ำฉะนั้น
อนึ่งสัตว์เหล่าใดคือ สัตว์มีรูป และไม่มีรูป มีเจตนา(ความตั้งใจ) สัตว์เหล่านั้นย่อมเข้าไปภายในพระญาณของพระองค์ทั้งหมดพระองค์ทรงถอนโลกอันอากูลด้วยความมืดนี้ขึ้นได้แล้ว สัตว์เหล่านั้นได้ฟังธรรมของพระองค์แล้ว ย่อมข้ามกระแสความสงสัยได้ โลกอันอวิชชาห่อหุ้มแล้ว อันความมืดท่วมทับ โลกกำจัดความมืดได้ ส่งแสงโชติช่วงอยู่เพราะพระญาณของพระองค์ พระองค์ผู้มีจักษุเป็นผู้ทรงบรรเทาความมืดมนของสัตว์ทั้งปวง ชนเป็นอันมากฟังธรรมของพระองค์แล้ว จักนิพพานดังนี้แล้ว เราเอาน้ำผึ้งรวงอันไม่มีตัวผึ้งใส่เต็มหม้อแล้ว ประคองด้วยมือทั้งสอง น้อมถวายแด่พระผู้มีพระภาค พระมหาวีรเจ้าผู้แสวงหาคุณอันใหญ่หลวง ทรงรับด้วยพระหัตถ์อันงาม ก็พระสัพพัญญูเสวยน้ำผึ้งนั้นแล้ว เสด็จเหาะขึ้นสู่นภากาศ
พระศาสดาพระนามว่าอัตถทัสสีนราสภประทับอยู่ในอากาศ ทรงยังจิตของเราให้เลื่อมใส ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า ผู้ใดชมเชยญาณนี้ และชมเชยพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุดด้วยจิตอันเลื่อมใสนั้น ผู้นั้นจะไม่ไปสู่ทุคติและผู้นั้นจักเสวยเทวรัชสมบัติ ๔๖ ครั้งจักได้เป็นพระเจ้าประเทศราชครอบครองแผ่นดิน ๘๐๐ ครั้ง จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๕๐๐ ครั้ง จักได้เป็นพระเจ้าประเทศราชเสวยสมบัติอยู่ในแผ่นดินนับไม่ถ้วน จักเป็นผู้เล่าเรียน ทรงจำมนต์ รู้จบไตรเพทจักบวชในศาสนาของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าโคดม จักพิจารณาอรรถอันลึกซึ้งอันละเอียดได้ด้วยญาณ จักเป็นสาวกของพระศาสดา มีนามชื่อว่าโมฆราช จักถึงพร้อมด้วยวิชชา ๓ ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว ไม่มีอาสวะ พระโคดมผู้ทรงเป็นยอดของผู้นำหมู่ จักทรงตั้งผู้นั้นไว้ในเอตทัคคสถาน เราละกิเลสเครื่องประกอบของมนุษย์ ตัดเครื่องผูกพันในภพกำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว ไม่มีอาสวะอยู่ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระโมฆราชเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ โมฆราชเถราปทาน.
ฉฏฺฐํ อธิมุตฺตกตฺเถราปทานํ (๓๖)
อธิมุตตกเถราปทานที่ ๖ (๓๖)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายอ้อย
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน กุณฑธานวรรค อธิมุตตกเถราปทาน (๓๖) (Royal Thai Volume 32 · Mahachula Volume 32 · Mahamakut Volume 71 · Chaloem Phrakiat Volume 32)
นิพฺพุเต โลกนาถมฺหิ อตฺถทสฺสินรุตฺตเม
นิมนฺเตตฺวา ๑ ภิกฺขุสงฺฆํ วิปฺปสนฺเนน เจตสา ฯ
นิมนฺเตตฺวา สงฺฆรตนํ ๒ อุชุภูตํ สมาหิตํ
อุจฺฉุนา มณฺฑปํ กตฺวา โภเชสึ สงฺฆมุตฺตมํ ฯ
ยํ ยํ โยนูปปชฺชามิ เทวตฺตํ อถ มานุสํ
สพฺเพ สตฺเต อภิโภมิ ปุญฺญกมฺมสฺสิทํ ผลํ ฯ
อฏฺฐารเส กปฺปสเต ยํ ทานมททึ ตทา
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ อุจฺฉุทานสฺสิทํ ผลํ ฯ
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา อธิมุตฺตโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ
อธิมุตฺตกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
๑ ม. อุปฏฺฐหึ ฯ ๒ ม. ภิกฺขุสงฺฆํ ฯ
เมื่อพระโลกนาถพระนามว่าอัตถทัสสี ผู้เป็นอุดมบุคคลเสด็จนิพพานแล้วเรามีจิตเลื่อมใส นิมนต์ภิกษุสงฆ์ เราทำมณฑปด้วยอ้อยแล้ว นิมนต์สังฆรัตนะ ผู้ซื่อตรง มีจิตตั้งมั่นเป็นสงฆ์ผู้อุดม ให้ฉันอ้อย เราเข้าถึงกำเนิดใดๆ คือความเป็นเทวดาหรือมนุษย์ ในกำเนิดนั้นๆ เราย่อมครอบงำสัตว์ทั้งปวง นี้เป็นผลแห่งบุญกรรม ในกัลปที่ ๑,๘๐๐ เราได้ให้ทานใดในเวลานั้น ด้วยผลแห่งทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายอ้อย คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราได้ทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้วดังนี้.
ทราบว่า ท่านอธิมุตตกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ อธิมุตตกเถราปทาน.
สตฺตมํ ลสุณทายกตฺเถราปทานํ (๓๗)
ลสุณทายกเถราปทานที่ ๗ (๓๗)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายกระเทียม
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน กุณฑธานวรรค ลสุณทายกเถราปทาน (๓๗) (Royal Thai Volume 32 · Mahachula Volume 32 · Mahamakut Volume 71 · Chaloem Phrakiat Volume 32)
หิมวนฺตสฺส อวิทูเร ตาปโส อาสหํ ตทา
ลสุณํ อุปชีวามิ ลสุณํ มยฺห โภชนํ ฯ
ขาริโย ปูรยิตฺวาน สงฺฆารามํ อคญฺฉหํ
หฏฺโฐ หฏฺเฐน จิตฺเตน สงฺฆสฺส ลสุณํ อทํ ฯ
วิปสฺสิสฺส นรคฺคสฺส สาสเน นิรตสฺสหํ
สงฺฆสฺส ลสุณํ ทตฺวา กปฺปํ สคฺคมฺหิ โมทหํ ฯ
เอกนวุเต อิโต กปฺเป ลสุณํ ยํ อทํ ตทา
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ลสุณานํ อิทํ ผลํ ฯ
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ลสุณทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ
ลสุณทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
อฏฺฐมํ อายาตทายกตฺเถราปทานํ (๓๘)
ในกาลนั้น เราเป็นดาบสอยู่ที่ไม่ไกลภูเขาหิมวันต์ เราอาศัยกระเทียมเลี้ยงชีวิต กระเทียมเป็นอาหารของเรา เราใส่กระเทียมเต็มหาบแล้ว ได้ไปสู่อารามสงฆ์ เราร่าเริง มีจิตโสมนัส ได้ถวายกระเทียมแก่สงฆ์ครั้นถวายกระเทียมแก่สงฆ์ผู้ให้เกิดความยินดีเหลือเกินในศาสนาพระวิปัสสีผู้เลิศกว่านรชนแล้ว ได้บันเทิงในสวรรค์ตลอดกัลป ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้ให้กระเทียมใด ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายกระเทียม คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระลสุณทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ลสุณทายกเถราปทาน.
อายาตทายกเถราปทานที่ ๘ (๓๘)
ว่าด้วยผลแห่งการสร้างศาลาโรงฉัน
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน กุณฑธานวรรค อายาตทายกเถราปทาน (๓๘) (Royal Thai Volume 32 · Mahachula Volume 32 · Mahamakut Volume 71 · Chaloem Phrakiat Volume 32)
นิพฺพุเต โลกนาถมฺหิ สิขิมฺหิ วทตํ วเร
หฏฺโฐ หฏฺเฐน จิตฺเตน อวนฺทึ ถูปมุตฺตมํ ฯ
วฑฺฒกีหิ กถาเปตฺวา มูลํ ทตฺวานหํ ตทา
หฏฺโฐ หฏฺเฐน จิตฺเตน อายาตํ การเยสหํ ๑ ฯ
อฏฺฐกปฺปานิ เทเวสุ อโวกิณฺณํ ๒ วสึ อหํ
อวเสเสสุ กปฺเปสุ โวกิณฺณํ สํสรึ อหํ ฯ
กาเย วิสํ น กมติ สตฺถานิ น จ หนฺติ เม
อุทเกหํ น มเรยฺยามิ ๓ อายาตสฺส อิทํ ผลํ ฯ
ยทิจฺฉามิ อหํ วสฺสํ มหาเมโฆ ปวสฺสติ
เทวาปิ เม วสํ เอนฺติ ปุญฺญกมฺมสฺสิทํ ผลํ ฯ
สตฺตรตนสมฺปนฺโน ตึสกฺขตฺตุํ อโหสหํ
น มํ เกจาวชานนฺติ ปุญฺญกมฺมสฺสิทํ ผลํ ฯ
เอกตฺตึเส อิโต กปฺเป อายาตํ ยํ อการยึ
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ อายาตสฺส อิทํ ผลํ ฯ
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา อายาตทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ
อายาตทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
๑ ม. ยุ. อายาคํ การเปสหํ ฯ ๒ ม. อพฺโพกิณฺณํ ฯ ยุ. อพฺโพจฺฉินฺนํ ฯ
๓ ม. ยุ. มิยฺยามิ อายาคสฺส ... ฯ
เมื่อพระโลกนาถพระนามว่าสิขี ผู้ประเสริฐกว่าพวกคนผู้กล่าว (ยกย่องตน) นิพพานแล้ว เราร่าเริง มีจิตโสมนัส ได้ไหว้พระสถูปอันอุดมในกาลนั้น เราร่าเริง มีจิตโสมนัส ให้คนไปบอกกับนายช่าง ให้ทรัพย์แล้ว จ้างให้ทำศาลา (ลี) โรงฉัน เราอยู่ในเทวโลกตลอด ๘ กัลปโดยไม่สับสนกันเลย ในกัลปที่เหลือ เราท่องเที่ยวไปสับสนกัน ยาพิษย่อมไม่กล้ำกลายในกายเรา และศาตราไม่กระทบกายเรา เราไม่พึงตายในน้ำ นี้เป็นผลแห่งการสร้างศาลาโรงฉัน เราปรารถนาฝนเมื่อใด มหาเมฆย่อมยังฝนให้ตกเมื่อนั้น แม้เทวดาทั้งหลายก็ตกอยู่ในอำนาจเรา นี้เป็นผลแห่งบุญกรรม เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ๓๐ ครั้ง ใครๆ ย่อมไม่ดูหมิ่นเรา นี้เป็นผลแห่งบุญกรรม ในกัลปที่ ๓๐แต่กัลปนี้ เราได้ให้สร้างศาลาโรงฉันใด ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการสร้างศาลาโรงฉัน คุณวิเศษเหล่านี้ คือปฏิสัมภิทา ๔วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระอายาตทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ อายาตทายกเถราปทาน.
นวมํ ธมฺมจกฺกิกตฺเถราปทานํ (๓๙)
ธรรมจักกิกเถราปทานที่ ๙ (๓๙)
ว่าด้วยผลแห่งการตั้งธรรมจักรบูชา
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน กุณฑธานวรรค ธรรมจักกิกเถราปทาน (๓๙) (Royal Thai Volume 32 · Mahachula Volume 32 · Mahamakut Volume 71 · Chaloem Phrakiat Volume 32)
สิทฺธตฺถสฺส ภควโต สีหาสนสฺส สมฺมุขา
ธมฺมจกฺกํ มยา ฐปิตํ สุกตํ วิญฺญุวณฺณิตํ ฯ
จตุวณฺณาย ๑ โสภามิ สโยคฺคพลวาหโน
ปริวาเรนฺติ มํ นิจฺจํ อนุยนฺตา พหู ชนา ฯ
สฏฺฐีตุริยสหสฺเสหิ ปริวาเรมหํ สทา
ปริวาเรน โสภามิ ปุญฺญกมฺมสฺสิทํ ผลํ ฯ
จตุนวุเต อิโต กปฺเป ยํ จกฺกํ ฐปยึ อหํ
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ธมฺมจกฺกสฺสิทํ ผลํ ฯ
อิโต เอกาทเส กปฺเป อฏฺฐาสึสุ ชนาธิปา
สหสฺสราชา นาเมน จกฺกวตฺตี มหพฺพลา ฯ
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ธมฺมจกฺกิโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ้
ธมฺมจกฺกิกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
เราได้ตั้งธรรมจักรนี้ ทำอย่างสวยงาม อันวิญญูชนชมเชย (บูชา) ไว้ข้างหน้าอาสนะอันประเสริฐ แห่งพระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิทธัตถะเราย่อมรุ่งเรืองกว่าวรรณะทั้งสี่ มีคนใช้ พลทหารและพาหนะ คนเป็นอันมากย่อมติดตามห้อมล้อมเราเป็นนิตย์ เราแวดล้อมด้วยดนตรีหกหมื่นทุกเมื่อ เราย่อมงามด้วยบริวาร นี้เป็นผลแห่งบุญกรรม ในกัลปที่ ๙๔แต่กัลปนี้ เราได้ตั้งธรรมจักรใดบูชา ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลยนี้เป็นผลแห่งการตั้งธรรมจักรบูชา พระเจ้าจักรพรรดิหลายพระองค์ มีพลมาก มีพระนามว่า สหัสสราชา ผู้เป็นใหญ่กว่าชน ได้มีปรากฏตลอด๑๑ กัลป แต่กัลปนี้ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้วดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระธรรมจักกิกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ธรรมจักกิกเถราปทาน.
ทสมํ กปฺปรุกฺขิยตฺเถราปทานํ (๔๐)
กัปปรุกขิยเถราปทานที่ ๑๐ (๔๐)
ว่าด้วยผลแห่งการตั้งต้นกัลปพฤกษ์บูชา
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน กุณฑธานวรรค กัปปรุกขิยเถราปทาน (๔๐) (Royal Thai Volume 32 · Mahachula Volume 32 · Mahamakut Volume 71 · Chaloem Phrakiat Volume 32)
สิทฺธตฺถสฺส ภควโต ถูปเสฏฺฐสฺส สมฺมุขา
วิจิตฺตทุสฺเส ลคฺเคตฺวา ๒ กปฺปรุกฺขํ ฐเปสหํ ฯ
ยํ ยํ โยนูปปชฺชามิ เทวตฺตํ อถ มานุสํ
โสภยนฺโต มม ทฺวาเร กปฺปรุกฺโข ปติฏฺฐติ ฯ
อหญฺจ ปริสา เจว เย เกจิ สมวสฺสิกา ๑
ตมฺหา ทุสฺสํ คเหตฺวาน นิวาเสม มยํ ตทา ๒ ฯ
จตุนวุเต อิโต กปฺเป ยํ รุกฺขํ ฐปยึ อหํ
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ กปฺปรุกฺขสฺสิทํ ผลํ ฯ
อิโต จ สตฺตเม กปฺเป สุเจลา อฏฺฐ ขตฺติยา
สตฺตรตนสมฺปนฺนา จกฺกวตฺตี มหพฺพลา ฯ
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา กปฺปรุกฺขิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ
กปฺปรุกฺขิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
อุทฺทานํ
กุณฺฑสาคตกจฺจานา อุทายี ราชสวฺหโย ๓
อธิมุตฺโต ลสุณโท อายาตี ๔ ธมฺมจกฺกิโก
กปฺปรุกฺขี จ ทสโม คาถาทฺวยํ ทสสตํปิจ ฯ
กุณฺฑธานวคฺโค จตุตฺโถ ฯ
๑ ม. ยุ. จารุวณฺโณว ฯ ๒ ม. ลเคตฺวา ฯ ยุ. ลงฺเฆตฺวา ฯ
๑ ยุ. มม นิสฺสิตา ฯ ๒ ม. ยุ. สทา ฯ ๓ ม. โมฆราชโก ฯ ๔ ม. ยุ. อายาคี ฯ
เราได้คล้องผ้าอันวิจิตรหลายผืนไว้ตรงหน้าพระสถูปอันประเสริฐ ของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิทธัตถะ แล้วตั้งต้นกัลปพฤกษ์ไว้ เราเข้าถึงกำเนิดใดๆ คือ ความเป็นเทวดาหรือมนุษย์ในกำเนิดนั้นๆ ต้นกัลปพฤกษ์อันงาม ย่อมประดิษฐานอยู่ใกล้ประตูเรา เวลานั้น เราเองบริษัทเพื่อนและคนคุ้นเคย ได้ถือเอาผ้าจากต้นกัลปพฤกษ์นั้นมานุ่งห่มในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้ตั้งต้นกัลปพฤกษ์ใดไว้ ด้วยกรรมนั้นเราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการตั้งต้นกัลปพฤกษ์ และในกัลปที่ ๗แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๓ องค์ ทรงพระนามว่าสุเจละ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระกัปปรุกขิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ กัปปรุกขิยเถราปทาน.
----------
รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. กุณฑธานเถราปทาน ๒. สาคตเถราปทาน
๓. มหากัจจายนเถราปทาน ๔. กาฬุทายีเถราปทาน
๕. โมฆราชเถราปทาน ๖. อธิมุตตกเถราปทาน
๗. ลสุณทายกเถราปทาน ๘. อายาตทายกเถราปทาน
๙. ธรรมจักกิกเถราปทาน ๑๐. กัปปรุกขิยเถราปทาน
และมีคาถา ๑๑๒ คาถา.
จบ กุณฑธานวรรคที่ ๔
End of กุณฑธานวรรค