arnon.worldSign in

นฬมาลิวรรค

Text layerBuddha’s wordsItems 61–70 (Royal Thai)48/59 in อปทาน4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

นฬมาลิวรรคที่ ๔๘

นฬมาลิยเถราปทานที่ ๑

ว่าด้วยผลแห่งการถวายพวงดอกอ้อ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน นฬมาลิวรรค นฬมาลิยเถราปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)

Pali (Siam Rath)

สุวณฺณวณฺณํ สมฺพุทฺธํ อาหุตีนํ ปฏิคฺคหํ

ปวนคฺเคน คจฺฉนฺตํ อทฺทสํ โลกนายกํ ฯ

นฬมาลํ คเหตฺวาน นิกฺขมนฺโต จ ตาวเท

ตตฺถทฺทสาสิ สมฺพุทฺธํ โอฆติณฺณมนาสวํ ฯ

ปสนฺนจิตฺโต สุมโน นฬมาลํ อปูชยึ

ทกฺขิเณยฺยํ มหาวีรํ สพฺพโลกานุกมฺปกํ ฯ

เอกตฺตึเส อิโต กปฺเป ยํ ปุปฺผํ ๑ อภิโรปยึ

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ

กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา

นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ

สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา นฬมาลิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

นฬมาลิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

๑ ม. ...มาลมภิโรปยึ ฯ

Royal Thai

เราได้เห็นพระสัมพุทธเจ้ามีพระฉวีวรรณดังทองคำ ผู้สมควรรับเครื่องบูชา เป็นนายกของโลก กำลังเสด็จไปทางชายป่าใหญ่ เราหยิบพวงดอกไม้อ้อและออกไปในทันใดนั้น ได้เห็นพระสัมพุทธเจ้าผู้ข้ามโอฆะได้แล้ว ไม่มีอาสวะ ณ ที่นั้นเรามีจิตเลื่อมใสมีใจโสมนัส ได้เอาพวงดอกไม้อ้อบูชาพระพุทธเจ้าผู้เป็นทักขิไณยบุคคล มีความเพียรใหญ่ ทรงอนุเคราะห์โลกทั้งสิ้น ในกัปที่ ๓๑แต่กัปนี้ เราได้ดอกไม้ใดบูชา ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลยนี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระนฬมาลิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ นฬมาลิยเถราปทาน

ทุติยํ มณิปูชกตฺเถราปทานํ (๔๗๒)

มณิปูชกเถราปทานที่ ๒

ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยแก้วมณี

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน นฬมาลิวรรค มณิปูชกเถราปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)

Pali (Siam Rath)

ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน สพฺพธมฺมาน ปารคู

วิเวกกาโม สมฺพุทฺโธ คจฺฉเต อนิลญฺชเส ฯ

อวิทูเร หิมวนฺตสฺส มหาชาตสฺสโร อหุ

ตตฺถ เม ภวนํ อาสิ ปุญฺญกมฺเมน สํยุตํ ฯ

ภวนา นิกฺขมิตฺวาน ๑ อทฺทสํ โลกนายกํ

อินฺทีวรํว ชลิตํ อาทิตฺตํว หุตาสนํ ฯ

วิชนํ ๒ อทฺทสํ ปุปฺผํ ปูชยิสฺสนฺติ นายกํ

สกํ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา อวนฺทึ สตฺถุโน อหํ ฯ

มมํ สีสมณึ คยฺห ปูชยึ โลกนายกํ

อิมาย มณิปูชาย วิปาโก โหตุ ภทฺทโก ฯ

ปทุมุตฺตโร โลกวิทู อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห

อนฺตลิกฺเข ฐิโต สตฺถา อิมํ คาถํ ๓ อภาสถ ฯ

โส เต อิชฺฌตุ สงฺกปฺโป ลภตุ วิปุลํ สุขํ

อิมาย มณิปูชาย อนุโภหิ มหายสํ ฯ

อิทํ วตฺวาน สมฺพุทฺโธ ๔ ชลชุตฺตมนามโก

อคมาสิ พุทฺธเสฏฺโฐ ยสฺส จิตฺตํ ปณีหิตํ ฯ

สฏฺฐิกปฺปานิ เทวินฺโท เทวรชฺชมการยึ

อเนกสตกฺขตฺตุญฺจ จกฺกวตฺติ อโหสหํ ฯ

ปุพฺพกมฺมํ สรนฺตสฺส เทวภูตสฺส เม สโต

มณิ นิพฺพตฺตเต มยฺหํ อาโลกกรโณ มม ฯ

ฉฬาสีติสหสฺสานิ นาริโย เม ปริคฺคหา

วิจิตฺตวตฺถาภรณา อามุตฺตมณิกุณฺฑลา ๑ ฯ

อาฬารมุขา หสุลา สุสญฺญา ตนุมชฺฌิมา

ปริวาเรนฺติ มํ นิจฺจํ มณิปูชายิทํ ผลํ ฯ

โสณฺณมยา มณิมยา โลหิตงฺกมยา ตถา

ภณฺฑา ๒ เม สุกตา โหนฺติ ยทิจฺฉสิ ๓ ปิลนฺธนา ฯ

กูฏาคารา คุหา รมฺมา สยนญฺจ มหารหํ

มม สงฺกปฺปมญฺญาย นิพฺพตฺตนฺติ ยถิจฺฉิกํ ๔ ฯ

ลาภา เตสํ สุลทฺธญฺจ เย ลภนฺติ อุปสฺสุตึ

ปุญฺญกฺเขตฺตํ มนุสฺสานํ โอสถํ ๕ สพฺพปาณินํ ฯ

มยฺหํปิ สุกตํ กมฺมํ โยหํ อทกฺขิ นายกํ

วินิปาตา สุมุตฺโตมฺหิ ปตฺโตมฺหิ อจลํ ปทํ ฯ

ยํ ยํ โยนูปปชฺชามิ เทวตฺตํ อถ มานุสํ

ทิวสญฺเจว ๖ รตฺติญฺจ อาโลโก โหติ เม สทา ฯ

ตาเยว มณิปูชาย อนุโภตฺวาน สมฺปทา

ญาณาโลโก มยา ทิฏฺโฐ ปตฺโตมฺหิ อจลํ ปทํ ฯ

สตสหสฺเส อิโต กปฺเป ยํ มณิมภิปูชยึ

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ มณิปูชายิทํ ผลํ ฯ

กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา

นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ

สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา มณิปูชโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

มณิปูชกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

๑ ม. ยุ. อภินิกฺขมฺม ฯ ๒ ม. วิชินํ นทฺทสํ ปุปฺผํ ฯ ยุ. ... นาทฺทสํ ปุปฺผํ ฯ

๓ โป. ยุ. อิมา คาถา ฯ ๔ ม. ยุ. ภควา ฯ

๑ ม. อามุกฺก... ฯ ๒ โป. ยุ. ภณฺฑา กตากตา โหนฺติ ฯ ๓ ยุ. ยทิจฺฉาย ฯ

โป. ยทิจฺฉสฺส ฯ ๔ โป. ม. ยุ. ยทิจฺฉกํ ฯ ๕ ม. โอสธํ ฯ ๖ ยุ. สมนฺตา

สตฺตรนตา ฯ

Royal Thai

พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตระ ทรงรู้จบธรรมทั้งปวง ใคร่ต่อความสงบ ตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง เสด็จไปในอากาศ สระใหญ่มีอยู่ในที่ไม่ไกลป่าหิมวันต์ ภพของเราอันบุญกรรมประกอบดีแล้ว มีอยู่ในสระนั้น เราออกจากภพได้เห็นพระผู้นำโลก ผู้ทรงรุ่งเรืองเหมือนต้นราชพฤกษ์ โชติช่วงเหมือนดังกับไฟลุกโพลง เราได้เห็นดอกไม้ชนิดหนึ่งที่มีในป่าเปลี่ยว คิดว่าจักบูชาพระผู้นำโลกทำจิตของตนให้เลื่อมใสแล้ว ได้ถวายบังคมพระศาสดา เราหยิบแก้วมณีที่ศรีษะของเรา บูชาพระผู้นำด้วยความปรารถนาว่า ด้วยการเอาแก้วมณีบูชานี้ขอจงมีวิบากอันดี

พระศาสดาพระนามว่าปทุมุตระ ผู้ทรงรู้แจ้งโลก ผู้สมควรรับเครื่องบูชา ประทับอยู่ในอากาศ ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า ขอความดำริของท่านจงสำเร็จเถิด ท่านจงได้สุขอันไพบูลย์ ด้วยการบูชาแก้วมณีนี้ ขอท่านจงได้เสวยยศอันใหญ่หลวงเถิด พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด พระนามว่าปทุมุตระ ทรงตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง ครั้นตรัสแก่เราผู้ตั้งจิตปรารถนาไว้ดังนี้แล้ว ได้เสด็จไป

เราได้เป็นจอมเทพเสวยราชสมบัติในเทวโลก ๖๐ กัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิหลายร้อยครั้ง เมื่อเราเกิดเป็นเทวดา ระลึกถึงบุญกรรมขึ้นมา แก้วมณีอันส่องแสงสว่างให้เรา ย่อมเกิดแก่เรา เรามีนางเทพอัปสร ๘๖,๐๐๐ซึ่งมีผ้าและเครื่องอาภรณ์อันวิจิตร สวมต่างหูแก้วมณี เป็นบริวารนางเทพอัปสรเหล่านั้นมีหน้าแฉล้ม มักยิ้มก่อนเจรจา ตะโพกผายเอวบางอ้อนแอ้น แวดล้อมเราอยู่เป็นนิตย์ นี้เป็นผลแห่งการบูชาด้วยแก้วมณี ภัณฑะ คือ เครื่องประดับอันสำเร็จด้วยทอง สำเร็จด้วยแก้วมณี และสำเร็จด้วยแก้วทับทิม ย่อมเป็นของอันบุคคลทำดีแล้วเพื่อเรา ตามที่เราต้องการ เรือนยอดและถ้ำที่น่ารื่นรมย์และที่นอนอันสูงค่า

ดังจะรู้ความประสงค์ของเรา ย่อมเกิดตามความปรารถนา ก็การที่ชนเหล่าใดได้เข้าไปฟัง ชนเหล่านั้นได้ลาภดีแล้ว การได้เข้าไปฟังเป็นบุญเขตของมนุษย์ เป็นโอสถของสรรพสัตว์ ถึงกรรมที่เราผู้ได้เห็นพระผู้นำ ก็ชื่อว่าเป็นอันทำไว้ดีแล้วเราเป็นผู้รอดพ้นจากวินิบาต เป็นผู้บรรลุบทอันไม่หวั่นไหว เราเข้าถึงกำเนิดใดๆ คือ เป็นเทวดาหรือมนุษย์ ในกำเนิดนั้นๆ แสงสว่างย่อมมีแก่เราทุกเมื่อ ทั้งกลางวันและกลางคืนเพราะการบูชาด้วยแก้วมณีนั้น เราจึงได้เสวยสมบัติ พบแสงสว่าง คือ ญาณ เป็นผู้บรรลุบทอันไม่หวั่นไหว ในกัปที่แสนแต่กัปนี้ เราเอาแก้วมณีบูชา ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาด้วยแก้วมณี เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้วดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระมณิปูชกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ มณิปูชกเถราปทาน.

ตติยํ อุกฺกาสติกตฺเถราปทานํ (๔๗๓)

อุกกาสติกเถราปทานที่ ๓

ว่าด้วยผลแห่งการจุดคบเพลิงบูชา

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน นฬมาลิวรรค อุกกาสติกเถราปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)

Pali (Siam Rath)

โกสิโก นาม ภควา จิตฺตกูเฏ วสี ตทา

ฌายี ฌานรโต พุทฺโธ วิเวกาภิรโต มุนิ ฯ

อชฺโฌคเหตฺวา ๑ หิมวนฺตํ นารีคณปุรกฺขโต

อทฺทสํ โกสิกํ พุทฺธํ ปุณฺณมาเยว จนฺทิมํ ฯ

อุกฺกาสเต คเหตฺวาน ปริวาเรสหนฺตทา

สตฺตรตฺตินฺทิวํ พุทฺธํ ๒ อฏฺฐเมน อคจฺฉหํ ฯ

วุฏฺฐิตํ โกสิกํ พุทฺธํ สยมฺภุํ อปราชิตํ

ปสนฺนจิตฺโต วนฺทิตฺวา เอกํ ภิกฺขํ อทาสหํ ฯ

เตน กมฺเมน ทิปทินฺท โลกเชฏฺฐ นราสภ

อุปฺปชฺชึ ตุสิเต กาเย เอกภิกฺขายิทํ ผลํ ฯ

ทิวสญฺเจว รตฺติญฺจ อาโลโก โหติ เม สทา

สมนฺตา โยชนสตํ โอภาเสน ผรามหํ ฯ

ปญฺจปญฺญาสกปฺปมฺหิ จกฺกวตฺติ อโหสหํ

จาตุรนฺโต วิชิตาวี ชมฺพูมณฺฑสฺส อิสฺสโร ฯ

ตทา เม นครํ อาสิ อิทฺธํ ผีตํ สุนิมฺมิตํ

ตึสโยชนอายามํ วิตฺถาเรน จ วีสติ ฯ

โสภนํ นาม นครํ วิสุกมฺเมน มาปิตํ

ทสสทฺทา วิวิตฺตนฺตํ สมฺมตาฬสมาหิตํ ฯ

น ตสฺมึ นคเร อตฺถิ วลฺลี กฏฺฐญฺจ มตฺติกา

สพฺพโสณฺณมยํเยว โชตเต นิจฺจกาลิกํ ฯ

จตุปาการปริกฺขิตฺตํ ตโย อาสุํ มณิมยา

เวมชฺเฌ ตาลปนฺติ ๑ จ วิสุกมฺเมน มาปิตา ฯ

ทสสหสฺสโปกฺขรณี ๒ ปทุมุปฺปลฉาทิตา

ปุณฺฑรีกาทิสญฺฉนฺนา ๓ นานาคนฺธสเมริตา ๔ ฯ

จตุนวุเต อิโต กปฺเป ยํ อุกฺกํ ธารยึ อหํ

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ อุกฺกาธารสฺสิทํ ผลํ ฯ

กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา

นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ

สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา อุกฺกาสติโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

อุกฺกาสติกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

๑ ม. อชฺโฌคาเหตฺวา ฯ ๒ ม. ยุ. ฐตฺวา ฯ

๑ ตาลปนฺตี ฯ ยุ. ตาลปตฺตี ฯ ๒ ม. ยุ. ทสสหสฺสา โปกฺขรญฺโญ ฯ

๓ ม. ยุ. ปุณฺฑริเกหิ สญฺฉนฺนา ฯ ๔ ม. นานาคนฺธสมีริตา ฯ

Royal Thai

ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคพระนามว่าโกสิกะ ประทับอยู่ที่ภูเขาจิตตกูฏ พระองค์เป็นผู้เพ่งพินิจ ยินดีในฌาน เป็นผู้ตื่นแล้ว อภิรมย์ในวิเวก เป็นมุนี ข้าพระองค์อันหมู่นารีแวดล้อมเข้าไปในป่าหิมวันต์ได้เห็นพระพุทธเจ้าพระนามว่าโกสิกะ ผู้ปานดังพระจันทร์ในวันเพ็ญ ครั้งนั้น ข้าพระองค์ถือเอาคบเพลิงร้อยดวงแวดล้อมพระพุทธเจ้าอยู่ตลอด ๗ วัน ๗ คืน ได้ไปโดยวันที่ ๘ ข้าพระองค์มีจิตเลื่อมใส ถวายบังคมพระสยัมภูพุทธเจ้าพระนามว่าโกสิกะ ผู้ไม่ทรงพ่ายแพ้อะไรๆ เสด็จออกจากสมาบัติ แล้วได้ถวายภิกษาอย่างหนึ่ง

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมแห่งสัตว์ เชษฐบุรุษของโลกประเสริฐกว่านรชน เพราะกรรมนั้น ข้าพระองค์จึงเกิดในหมู่เทพชั้นดุสิต นี้เป็นผลแห่งภิกษาอย่างหนึ่ง แสงสว่างย่อมมีแก่ข้าพระองค์ทุกเมื่อ ทั้งกลางวันและกลางคืน ข้าพระองค์แผ่รัศมีไปได้โดยรอบร้อยโยชน์ ในกัปที่ ๕๕ ข้าพระองค์ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิผู้เป็นใหญ่ในชมพูทวีป มีมหาสมุทร ๔ เป็นขอบเขต ชำนะแล้ว

ครั้งนั้น พระนครของข้าพระองค์ เป็นเมืองมั่งคั่ง เจริญสร้างสรรอย่างสวยงาม ยาว ๓๐ โยชน์ กว้าง ๒๐ โยชน์ พระนครชื่อโศภนอันวิสสุกรรมเทพบุตรนิรมิตให้ นครนั้นสงัดจากเสียง๑๐ อย่าง ประกอบด้วยกังสดาลเสียงไพเราะ ในพระนครนั้นไม่มีเครือเถา ไม้ และดินเลย สำเร็จด้วยทองคำล้วนๆ ทีเดียวโชติช่วงอยู่ตลอดกาลเนืองนิตย์ พระนครนั้นล้อมด้วยกำแพง๔ ชั้น ๓ ชั้น สำเร็จด้วยแก้วมณี ส่วนตรงกลางวิสสุกรรมเทพบุตรได้เนรมิตถ่องแถวต้นตาลไว้ สระโบกขรณีตั้งหมื่นปกคลุมไปด้วยปทุมและอุบล ดารดาษไปด้วยบุณฑริกเป็นต้น หอมกรุ่นไปด้วยกลิ่นนานาชนิด ในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้ ข้าพระองค์ได้ทรงคบเพลิงใด ด้วยกรรมนั้น ข้าพระองค์ไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการทรงคบเพลิงไว้ ข้าพระองค์เผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาข้าพระองค์ได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระอุกกาสติกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ อุกกาสติกเถราปทาน.

จตุตฺถํ สุมนวีชนิยตฺเถราปทานํ (๔๗๔)

สุมนวีชนิยเถราปทานที่ ๔

ว่าด้วยผลแห่งการพัดไม้โพธิ์

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน นฬมาลิวรรค สุมนวีชนิยเถราปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)

Pali (Siam Rath)

วิปสฺสิโน ภควโต โพธิยา ปาทปุตฺตเม

สุมโน พีชนึ คยฺห อวีชึ โพธิมุตฺตมํ ฯ

เอกนวุเต อิโต กปฺเป อวีชึ โพธิมุตฺตมํ

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ พีชนาย อิทํ ผลํ ฯ

กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา

นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ

สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา สุมนวีชนิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

สุมนวีชนิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

Royal Thai

เราเป็นผู้มีใจโสมนัส จับพัดวีชนีพัดไม้โพธิ์อันอุดม ที่ไม้โพธิ์ของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าวิปัสสี ซึ่งเป็นไม้สูงสุด ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ เราได้พัดไม้โพธิ์อันอุดม ด้วยการพัดไม้โพธิ์นั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการพัดไม้โพธิ์ เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ...

พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระสุมนวีชนิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ สุมนวีชนิยเถราปทาน.

ปญฺจมํ กุมฺมาสทายกตฺเถราปทานํ (๔๗๕)

กุมมาสทายกเถราปทานที่ ๕

ว่าด้วยผลแห่งการถวายขนมกุมมาส

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน นฬมาลิวรรค กุมมาสทายกเถราปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)

Pali (Siam Rath)

เอสนาย จรนฺตสฺส วิปสฺสิโน มเหสิโน

ริตฺตกํ ปตฺตํ ทิสฺวาน กุมฺมาสํ ปูรยึ อหํ ฯ

เอกนวุเต อิโต กปฺเป ยํ ภิกฺขํ อททึ ตทา

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ กุมฺมาสสฺส อิทํ ผลํ ฯ

กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา

นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ

สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา กุมฺมาสทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

กุมฺมาสทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

Royal Thai

เราเห็นบาตรอันว่างเปล่าของพระผู้มีพระภาคผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่พระนามว่าวิปัสสี ผู้เสด็จเที่ยวแสวงหาบิณฑบาตอยู่ จึงใส่ขนมกุมมาสจนเต็มบาตร ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ เราได้ถวายภิกษาใด ด้วยการถวายภิกษานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งขนมกุมมาสเราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระกุมมาสทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ กุมมาสทายกเถราปทาน.

ฉฏฺฐํ กุสฏฺฐกทายกตฺเถราปทานํ (๔๗๖)

กุสัฏฐกทายกเถราปทานที่ ๖

ว่าด้วยผลแห่งการถวายหญ้าคา ๘ กำ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน นฬมาลิวรรค กุสัฏฐกทายกเถราปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)

Pali (Siam Rath)

กสฺสปสฺส ภควโต พฺราหฺมณสฺส วุสีมโต

ปสนฺนจิตฺโต สุมโน กุสฏฺฐกมทาสหํ ฯ

อิมสฺมึเยว กปฺปสฺมึ กุสฏฺฐกมทาสหํ

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ กุสฏฺฐกสฺสิทํ ผลํ ฯ

กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา

นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ

สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา กุสฏฺฐกทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

กุสฏฺฐกทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

Royal Thai

เรามีจิตเลื่อมใสมีใจโสมนัส ได้ถวายหญ้าคา ๘ กำ แด่พระผู้มีพระภาคพระนามว่ากัสสปะ ผู้มีบาปอันลอยเสียแล้ว มีพรหมจรรย์อันอยู่จบแล้ว ในกัปนี้ นั่นเอง เราได้ถวายหญ้าคา ๘ กำ ด้วยการถวายหญ้าคานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งหญ้าคา ๘ กำเราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้วดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระกุสัฏฐกทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ กุสัฏฐกทายกเถราปทาน.

สตฺตมํ คิริปุนฺนาคิยตฺเถราปทานํ (๔๗๗)

คิริปุนนาคิยเถราปทานที่ ๗

ว่าด้วยผลแห่งการถวายดอกบุนนาคบูชา

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน นฬมาลิวรรค คิริปุนนาคิยเถราปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)

Pali (Siam Rath)

โสภิโต นาม สมฺพุทฺโธ จิตฺตกูเฏ วสี ตทา

คเหตฺวา คิริปุนฺนาคํ สยมฺภุํ อภิปูชยึ ฯ

จตุนวุเต อิโต กปฺเป สมฺพุทฺธมภิปูชยึ ๑

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ

กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา

นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ

สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา คิริปุนฺนาคิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

คิริปุนฺนาคิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

๑ ม. ยุ. ยํ พุทฺธมภิปูชยึ ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ

Royal Thai

ครั้งนั้น พระสัมพุทธเจ้าพระนามว่าโสภิตะ ประทับอยู่ที่ภูเขาจิตตกูฏเราได้ถือเอาดอกบุนนาคเข้ามาบูชาพระสยัมภู ในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้เราได้บูชาพระสัมพุทธเจ้า ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลยนี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ... เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระคิริปุนนาคิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ คิริปุนนาคิยเถราปทาน.

อฏฺฐมํ วลฺลิการผลทายกตฺเถราปทานํ (๔๗๘)

วัลลิการผลทายกเถราปทานที่ ๘

ว่าด้วยผลแห่งการถวายแตง

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน นฬมาลิวรรค วัลลิการผลทายกเถราปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)

Pali (Siam Rath)

สุมโน นาม สมฺพุทฺโธ ตกฺกรายํ วสี ตทา

วลฺลิการผลํ คยฺห สยมฺภุสฺส อทาสหํ ฯ

เอกตฺตึเส อิโต กปฺเป ยํ ผลํ อททึ ตทา

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ผลทานสฺสิทํ ผลํ ฯ

กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา

นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ

สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา วลฺลิการผลทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

วลฺลิการผลทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

Royal Thai

ครั้งนั้น พระสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสุมนะ ประทับอยู่ในพระนครตักกรา เราได้หยิบเอาผลไม้วัลลิการะถวายแด่พระสยัมภู ในกัปที่๓๑ แต่กัปนี้ เราได้ถวายผลไม้ใดในกาลนั้น ด้วยการถวายผลไม้นั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้ เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระวัลลิการผลทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ วัลลิการผลทายกเถราปทาน.

นวมํ ปานธิทายกตฺเถราปทานํ (๔๗๙)

ปานธิทายกเถราปทานที่ ๙

ว่าด้วยผลแห่งการถวายรองเท้า

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน นฬมาลิวรรค ปานธิทายกเถราปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)

Pali (Siam Rath)

อโนมทสฺสี ภควา โลกเชฏฺโฐ นราสโภ

ทิวาวิหารา นิกฺขมฺม วีถิมารุยฺหิ จกฺขุมา ฯ

ปานธึ สุกตํ คยฺห อทฺธานํ ปฏิปชฺชหํ

ตตฺถทฺทสาสึ สมฺพุทฺธํ ปตฺติกํ จารุทสฺสนํ ฯ

สกํ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา นีหริตฺวาน ปานธึ

ปาทมูเล ฐเปตฺวาน อิทํ วจนมพฺรวึ ฯ

อภิรูห มหาวีร สุคตินฺท วินายก

อิโต ผลํ ลภิสฺสามิ โส เม อตฺโถ สมิชฺฌตุ ฯ

อโนมทสฺสี ภควา โลกเชฏฺโฐ นราสโภ

ปานธึ อภิรูหิตฺวา อิทํ วจนมพฺรวิ ฯ

โย ปานธึ เม อทาสิ ๑ ปสนฺโน เสหิ ปาณิภิ

ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ สุณาถ มม ภาสโต ฯ

พุทฺธสฺส คิรมญฺญาย สพฺเพ เทวา สมาคตา

อุทคฺคจิตฺตา สุมนา เวทชาตา กตญฺชลี ฯ

ปานธิเมว ๒ ทาเนน สุขิโตยํ ภวิสฺสติ

ปญฺจปญฺญาสกฺขตฺตุญฺจ เทวรชฺชํ กริสฺสติ ฯ

สหสฺสกฺขตฺตุํ ราชา จ จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ

ปเทสรชฺชํ วิปุลํ คณนาโต อสงฺขยํ ฯ

อปริเมยฺเย อิโต กปฺเป โอกฺกากกุลสมฺภโว

โคตโม นาม นาเมน สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ ฯ

ตสฺส ธมฺเมสุ ทายาโท โอรโส ธมฺมนิมฺมิโต

สพฺพาสเว ปริญฺญาย นิพฺพายิสฺสตินาสโว ฯ

เทวโลเก มนุสฺเส วา นิพฺพตฺติสฺสติ ปญฺญวา

เทวยานปฏิภาคํ ยานํ ปฏิลภิสฺสติ ฯ

ปาสาทา สิวิกา มยฺหํ หตฺถิโน สมลงฺกตา

รถา วาชญฺญสํยุตฺตา สทา ปาตุภวนฺติ เม ฯ

อคารา นิกฺขมนฺโตปิ รเถน นิกฺขมึ อหํ

เกเสสุ ฉิชฺชมาเนสุ อรหตฺตํ อปาปุณึ ฯ

ลาภา มยฺหํ สุลทฺธํ เม วาณิชํ สุปฺปโยชิตํ

ทตฺวาน ปานธึ เอกํ ปตฺโตมฺหิ อจลํ ปทํ ฯ

อปริเมยฺเย อิโต กปฺเป ยํ ปานธิมทาสหํ

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ปานธิสฺส อิทํ ผลํ ฯ

กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา

นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ

สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ปานธิทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

ปานธิทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

๑ ยุ. อททา ฯ ๒ ม. ยุ. ปานธีนํ ปทาเนน ฯ

๑ ยุ. นิกฺขมามหํ ฯ

Royal Thai

พระผู้มีพระภาคพระนามว่าอโนมทัสสี เชษฐบุรุษของโลกประเสริฐกว่านรชน มีพระจักษุ เสด็จออกจากที่ประทับ สำราญกลางวันแล้วเสด็จขึ้นถนน เราสวมรองเท้าที่ทำอย่างดีออกเดินทางไป ณ ที่นั้นเราได้เห็นพระสัมพุทธเจ้างามน่าดูน่าชม เสด็จดำเนินด้วยพระบาทเปล่า เรายังจิตของตนให้เลื่อมใส ถอดรองเท้าออกวางไว้แทบพระบาท แล้วกราบทูลว่า ข้าแต่พระสุคต ผู้เป็นมหาวีรบุรุษเป็นใหญ่เป็นผู้นำชั้นพิเศษ ขอเชิญสวมรองเท้าเถิด ข้าพระองค์จักได้ผลแต่รองเท้าคู่นี้ ขอความต้องการของข้าพระองค์จงสำเร็จเถิด พระผู้มีพระภาคพระนามว่าอโนมทัสสี เชษฐบุรุษของโลกประเสริฐกว่านรชน ทรงสวมรองเท้าแล้ว ได้ตรัสพระดำรัสนี้ว่าผู้ใดเลื่อมใสถวายคู่รองเท้าแก่เรา

ด้วยมือทั้งสองของตน เราจักพยากรณ์ผู้นั้น ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าว เทวดาทุกๆ องค์ได้ทราบพระพุทธดำรัสแล้ว มาประชุมกัน ต่างก็มีจิตปีติ ดีใจ เกิดความโสมนัสประนมกรอัญชลี พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า เพราะการถวายรองเท้านี้แล ผู้นี้จักเป็นผู้ถึงความสุข จักเสวยราชสมบัติในเทวโลก ๕๕ครั้ง จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราช ๑,๐๐๐ ครั้ง และจักได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์โดยคณนานับมิได้ ในกัปซึ่งนับไม่ถ้วนแต่กัปนี้ สกุลโอกกากะจักสมภพ

พระศาสดามีพระนามว่าโคดมจักเสด็จอุบัติขึ้นในโลก ผู้นี้จักเป็นทายาทในธรรมของพระศาสดาพระองค์นั้น เป็นโอรสอันธรรมเนรมิต จักกำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว จักเป็นผู้ไม่มีอาสวะปรินิพพาน ผู้นี้บังเกิดในเทวโลกหรือในมนุษยโลก จักเป็นผู้มีปัญญา จักได้ยานอันเปรียบด้วยยานของเทวดา ปราสาท วอ ช้าง ที่ประดับประดาแล้ว และรถที่เทียมแล้วด้วยม้าอาชาไนย ย่อมเกิดปรากฏแก่เราทุกเมื่อแม้เมื่อเราออกบวช ก็ได้ออกบวชด้วยรถ ได้บรรลุอรหัต เมื่อกำลังปลงผม นี้เป็นลาภของเรา เราได้ดีแล้ว คือ การค้าขายเราได้ประกอบถูกทางแล้ว เราถวายรองเท้าคู่หนึ่งจึงได้บรรลุบทอันไม่หวั่นไหว ในกัปอันประมาณมิได้แต่กัปนี้ เราได้ถวายรองเท้าใด ด้วยการถวายรองเท้านั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งรองเท้า เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระปานธิทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ ปานธิทายกเถราปทาน.

ทสมํ ปุฬินจงฺกมิยตฺเถราปทานํ (๔๘๐)

ปุฬินจังกมิยเถราปทานที่ ๑๐

ว่าด้วยผลแห่งการขนทรายใส่ที่จงกรม

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน นฬมาลิวรรค ปุฬินจังกมิยเถราปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)

Pali (Siam Rath)

มิคลุทฺโธ ๑ ปุเร อาสึ อรญฺเญ กานเน อหํ

วาตมิคํ คเวสนฺโต จงฺกมํ อทฺทสํ อหํ ฯ

อุจฺฉงฺเคน ปุฬินํ คยฺห จงฺกเม โอกิรึ อหํ

ปสนฺนจิตฺโต สุมโน สุคตสฺส สิรีมโต ฯ

เอกตฺตึเส อิโต กปฺเป ปุฬินํ โอกิรึ อหํ

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ปุฬินสฺส อิทํ ผลํ ฯ

กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา

นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ

สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ปุฬินจงฺกมิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

ปุฬินจงฺกมิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

อุทฺทานํ

นฬมาลิ มณิทโท อุกฺกาสติกวีชนิ

กุมฺมาสญฺจ กุสฏฺฐญฺจ คิริปุนฺนาคิโยปิจ

วลฺลิกาโร ปานธิโท อโถ ปุฬินจงฺกโม

คาถาโย ปญฺจนวุติ คณิตาโย วิภาวิภิ ฯ

นฬมาลิวคฺโค อฏฺฐจตฺตาฬีโส ฯ

๑ ม. ยุ. สพฺพตฺถ มิคลุทฺโท ฯ

Royal Thai

เมื่อก่อน เราเป็นพรานเนื้อ เราเที่ยวหาเนื้อสมันอยู่ในอรัญราวป่าได้พบที่จงกรม เรามีจิตเลื่อมใสมีใจโสมนัส กอบเอาทรายใส่พกมาโรยลงในที่จงกรมของพระสุคตเจ้าผู้มีสิริ ในกัปที่ ๓๑ แต่กัปนี้เราได้โรยทราย ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งทราย เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้วดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระปุฬินจังกมิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ ปุฬินจังกมิยเถราปทาน.

----------------

รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. นฬมาลิยเถราปทาน ๖. กุสัฏฐกทายกเถราปทาน

๒. มณิปูชกเถราปทาน ๗. คิริปุนนาคิยเถราปทาน

๓. อุกกาสติกเถราปทาน ๘. วัลลิการผลทายกเถราปทาน๔. สุมนวีชนิยเถราปทาน ๙. ปานธิทายกเถราปทาน

๕. กุมมาสทายกเถราปทาน ๑๐. ปุฬินจังกมิยเถราปทานบัณฑิตคำนวณคาถาได้ ๙๕ คาถา.

จบ นฬมาลิวรรคที่ ๔๘.