นาคสมาลวรรค
Text layerBuddha’s wordsItems 73–82 (Royal Thai)8/59 in อปทาน4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
อฏฺฐโม นาคสมาลวคฺโค
ปฐมํ นาคสมาลตฺเถราปทานํ (๗๑)
นาคสมาลวรรคที่ ๘
นาคสมาลเถราปทานที่ ๑ (๗๑)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาสถูปด้วยดอกแคฝอย
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน นาคสมาลวรรค นาคสมาลเถราปทาน (๗๑) (Royal Thai Volume 32 · Mahachula Volume 32 · Mahamakut Volume 71 · Chaloem Phrakiat Volume 32)
อาปาฏลึ อหํ ปุปฺผํ อุชฺฌิตํ สุมหาปเถ
ถูปมฺหิ อภิโรเปสึ สิขิโน โลกพนฺธุโน ฯ
เอกตฺตึเส อิโต กปฺเป ยํ กมฺมมกรึ ตทา
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ถูปปูชายิทํ ผลํ ฯ
อิโต ปณฺณรเส กปฺเป ปุปฺผิโย ๕ นาม ขตฺติโย
สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา นาคสมาโล เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ
นาคสมาลตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
๑ ม. สกจินฺตี อโว ปุปฺผี สปจฺจาคมเนน จ ฯ ๒ ม. ปรปฺปสาทีภิสโท ฯ
๓ ม. ปุปฺผจงฺโกฏกีปิจ ฯ ๔ ม. อตฺถทสฺสิภิ ฯ ๕ ม. ยุ. ภูมิโย ฯ
เราถือเอาดอกแคฝอยไปบูชาที่พระสถูป ซึ่งมหาชนสร้างไว้ที่หนทางใหญ่ของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิขีผู้เผ่าพันธุ์ของโลก ในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้ เราได้ทำกรรมใดในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลยนี้เป็นผลแห่งการบูชาพระสถูป ในกัลปที่ ๑๕ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิจอมกษัตริย์ พระนามว่าปุปผิยะทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการมีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเรา ได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระนาคสมาลเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ นาคสมาลเถราปทาน.
ทุติยํ ปทสญฺญกตฺเถราปทานํ (๗๒)
ปทสัญญกเถราปทานที่ ๒ (๗๒)
ว่าด้วยผลแห่งการเลื่อมใสรอยพระบาท
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน นาคสมาลวรรค ปทสัญญกเถราปทาน (๗๒) (Royal Thai Volume 32 · Mahachula Volume 32 · Mahamakut Volume 71 · Chaloem Phrakiat Volume 32)
อกฺกนฺตญฺจ ปทํ ทิสฺวา ติสฺสสฺสาทิจฺจพนฺธุโน
หฏฺโฐ หฏฺเฐน จิตฺเตน ปเท จิตฺตํ ปสาทยึ ฯ
เทฺวนวุเต อิโต กปฺเป ยํ สญฺญมลภึ ตทา
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ปทสญฺญายิทํ ผลํ ฯ
อิโต สตฺตมเก กปฺเป สุเมโธ นาม ขตฺติโย
สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ปทสญฺญโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ
ปทสญฺญกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
ก็เราได้เห็นรอยพระบาทที่พระผู้มีพระภาคพระนามว่าติสสะ ผู้เป็นเผ่าพันธุ์พระอาทิตย์ ทรงเหยียบไว้ เป็นผู้มีใจร่าเริงโสมนัส ยังจิตให้เลื่อมใสในรอยพระบาท ในกัลปที่ ๙๒ แต่กัลปนี้ เราได้สัญญาใดในกาลนั้นด้วยสัญญานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งสัญญาในรอยพระบาทในกัลปที่ ๗ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิจอมกษัตริย์พระนามว่าสุเมธ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระปทสัญญกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ปทสัญญกเถราปทาน.
ตติยํ สุสญฺญกตฺเถราปทานํ (๗๓)
สุสัญญกเถราปทานที่ ๓ (๗๓)
ว่าด้วยผลแห่งการไหว้ผ้าบังสุกุลจีวร
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน นาคสมาลวรรค สุสัญญกเถราปทาน (๗๓) (Royal Thai Volume 32 · Mahachula Volume 32 · Mahamakut Volume 71 · Chaloem Phrakiat Volume 32)
ทุมคฺเค ปํสุกูลิกํ ลคฺคํ ทิสฺวาน สตฺถุโน
ตโตหํ อญฺชลึ กตฺวา ปํสุกูลํ อวนฺทิหํ ฯ
เทฺวนวุเต อิโต กปฺเป ยํ กมฺมมกรึ ตทา
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ปํสุสญฺญายิทํ ๑ ผลํ ฯ
อิโต จตุตฺถเก กปฺเป ทุมหโร ๑ สุ ขตฺติโย
จาตุรนฺโต วิชิตาวี จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา สุสญฺญโก ๒ เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ
สุสญฺญกตฺเถรสฺส ๓ อปทานํ สมตฺตํ ฯ
จตุตฺถํ ภิสาลุวทายกตฺเถราปทานํ (๗๔)
๑ ม. ยุ. พุทฺธสญฺญายิทํ ฯ
เราได้เห็นผ้าบังสุกุลจีวรของพระศาสดาห้อยอยู่บนยอดไม้ แล้วได้ประนมอัญชลีไปทางนั้นไหว้บังสุกุลจีวร ในกัลปที่ ๙๒ แต่กัลปนี้ เราได้ทำกรรมใดในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งสัญญาในบังสุกุลจีวร ในกัลปที่ ๔ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิจอมกษัตริย์พระนามว่าทุมหระ ทรงครอบครองแผ่นดินมีสมุทรสาคร ๔ เป็นที่สุด มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระสุสัญญกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ สุสัญญกเถราปทาน.
ภิสาลวทายกเถราปทานที่ ๔ (๗๔)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายเหง้ามันผลไม้และน้ำ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน นาคสมาลวรรค ภิสาลุวทายกเถราปทาน (๗๔) (Royal Thai Volume 32 · Mahachula Volume 32 · Mahamakut Volume 71 · Chaloem Phrakiat Volume 32)
กานนํ วนโมคฺคยฺห วสามิ ปวเน ๔ อหํ
วิปสฺสึ อทฺทสํ พุทฺธํ อาหุตีนํ ปฏิคฺคหํ ฯ
ภิสาลุวญฺจ ปาทาสึ อุทกํ หตฺถโธวนํ
วนฺทิตฺวา สิรสา ปาเท ปกฺกามิ อุตฺตรามุโข ฯ
เอกนวุเต อิโต กปฺเป ภิสาลุวํ อทํ ตทา
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ปุญฺญกมฺมสฺสิทํ ผลํ ฯ
อิโต จ ตติเย กปฺเป ภิสสมฺมตขตฺติโย
สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ภิสาลุวทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ
ภิสาลุวทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
ฉฏฺฐมํ ภาณวารํ ฯ
๑ ม. ทุมสาโร สิ ฯ ยุ. ทุมสาโร สุ ฯ ๒ ม. พุทฺธสญฺญโก ฯ ยุ. สญฺญโก ฯ
๓ พุทฺธสญฺญกตฺเถรสฺสาปทานํ ฯ ๔ โป. ปิวเน ฯ ม. วิปิเน ฯ ยุ. วิวเน ฯ
เราเข้าไปยังป่าชัฏอยู่ในป่าใหญ่ ได้พบพระพุทธเจ้าพระนามว่าวิปัสสี ผู้สมควรรับเครื่องบูชาจึงได้ถวายเหง้ามัน ผลไม้และน้ำสำหรับล้างพระหัตถ์ถวายบังคมพระบาทด้วยเศียรเกล้าแล้ว มุ่งหน้าทางทิศอุดรหลีกไป ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายเหง้ามันและผลไม้ในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งบุญกรรม และในกัลปที่ ๓แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิจอมกษัตริย์ พระนามว่าภิสสมมต ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระภิสาลุวทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ภิสาลุวทายกเถราปทาน
จบ ภาณวารที่ ๖
ปญฺจมํ เอกสญฺญกตฺเถราปทานํ (๗๕)
เอกสัญญกเถราปทานที่ ๕ (๗๕)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายภิกษาทัพพีหนึ่ง
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน นาคสมาลวรรค เอกสัญญกเถราปทาน (๗๕) (Royal Thai Volume 32 · Mahachula Volume 32 · Mahamakut Volume 71 · Chaloem Phrakiat Volume 32)
ขณฺโฑ นามาสิ นาเมน วิปสฺสิสฺสคฺคสาวโก
เอกา ภิกฺขา มยา ทินฺนา โลกาหุติปฏิคฺคโห ๑ ฯ
เตน จิตฺตปฺปสาเทน ทิปทินฺท นราสภ
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ เอกภิกฺขายิทํ ผลํ ฯ
จตฺตาฬีเส อิโต กปฺเป วรุโณ นาม ขตฺติโย
สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา เอกสญฺญโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ
เอกสญฺญกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
ฉฏฺฐํ ติณสนฺถารทายกตฺเถราปทานํ (๗๖)
ข้าพระองค์ได้ถวายภิกษาทัพพีหนึ่ง แก่พระอัครสาวกของพระพุทธเจ้าพระนามว่าวิปัสสี มีนามชื่อว่าขัณฑะ ผู้สมควรรับเครื่องบูชาของโลกข้าแต่พระองค์ผู้จอมสัตว์นราสภ ด้วยจิตอันเลื่อมใสนั้น ข้าพระองค์ไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายภิกษาทัพพีหนึ่ง ในกัลปที่ ๔๐ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิจอมกษัตริย์พระนามว่าวรุณ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพระองค์ทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาข้าพระองค์ได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระเอกสัญญกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ เอกสัญญกเถราปทาน.
ติณสันถารทายกเถราปทานที่ ๖ (๗๖)
ว่าด้วยผลแห่งการลาดหญ้ามาลาถวาย
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน นาคสมาลวรรค ติณสันถารทายกเถราปทาน (๗๖) (Royal Thai Volume 32 · Mahachula Volume 32 · Mahamakut Volume 71 · Chaloem Phrakiat Volume 32)
หิมวนฺตสฺส อวิทูเร มหาชาตสฺสโร อหุ
สตฺตปตฺเตหิ สญฺฉนฺโน นานาสกุณมาลโย ฯ
ตมฺหิ นฺหาตฺวา จ ปิตฺวา จ อวิทูเร วสามหํ
อทฺทสํ สมณานคฺคํ คจฺฉนฺตํ อนิลญฺชเส ฯ
มม สงฺกปฺปมญฺญาย สตฺถา โลเก อนุตฺตโร
อพฺภโต โอโรหิตฺวาน ภูมิยํ ฐาติ ๑ ตาวเท ฯ
ลายเนน ๒ ติณํ คยฺห นิสีทนมทาสหํ
นิสีทิ ภควา ตตฺถ ติโลกปติ ๓ นายโก ฯ
สกํ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา อวนฺทึ โลกนายกํ
อุกฺกุฏิโก ๔ อวสกฺขิ นิชฺฌายนฺโต มหามุนึ ฯ
เตน จิตฺตปฺปสาเทน นิมฺมานํ อุปปชฺชหํ
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ สนฺถารสฺส อิทํ ผลํ ฯ
อิโต ทุติยเก กปฺเป มิตฺตสมฺมตขตฺติโย ๕
สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ติณสนฺถารทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ
ติณสนฺถารทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
๑ ม. โลกาหุติปฏิคฺคเห ฯ
ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมวันต์ มีสระใหญ่อยู่สระหนึ่ง ดาดาษไปด้วยดอกปทุมเป็นที่อาศัยของนกต่างๆ เราอาบและดื่มน้ำในสระนั้นแล้ว อยู่ในที่ไม่ไกล ได้เห็นพระพุทธเจ้า ผู้เลิศกว่าสมณะเสด็จไปในอากาศ พระศาสดาผู้ยอดเยี่ยมในโลก ทรงทราบความดำริของเรา เสด็จลงจากอากาศแล้วประทับยืนอยู่ที่พื้นดินในขณะนั้น เราได้เกี่ยวหญ้ามาลาดถวายเป็นที่ประทับนั่ง พระผู้มีพระภาคผู้เป็นใหญ่ในโลก ๓ เป็นนายกประทับนั่งบนนั้น เรายังจิตของตนให้เลื่อมใสแล้ว ได้ถวายบังคมพระองค์ผู้นายกของโลก นั่งกระเย่งเพ่งดูพระมหามุนีไม่กระพริบตา ด้วยจิตอันเลื่อมใสนั้นเราเข้าถึงภพชั้นนิมมานรดี เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลการถวายเครื่องลาดหญ้า ในกัลปที่ ๒ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิจอมกษัตริย์พระนามว่ามิตตสมมต ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมากคุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนา เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระติณสันถารทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ติณสันถารทายกเถราปทาน
สตฺตมํ สุจิทายกตฺเถราปทานํ (๗๗)
สูจิทายกเถราปทานที่ ๗ (๗๗)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายเข็ม
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน นาคสมาลวรรค สูจิทายกเถราปทาน (๗๗) (Royal Thai Volume 32 · Mahachula Volume 32 · Mahamakut Volume 71 · Chaloem Phrakiat Volume 32)
ตึสกปฺปสหสฺสมฺหิ สมฺพุทฺโธ โลกนายโก
สุเมโธ นาม นาเมน ทฺวตฺตึสวรลกฺขโณ ฯ
ตสฺส กญฺจนวณฺณสฺส ทิปทินฺทสฺส ตาทิโน
ปญฺจ สูจี มยา ทินฺนา สิพฺพนตฺถาย จีวรํ ฯ
เตเนว สูจิทาเนน นิปุณตฺถวิปสฺสกํ
ติกฺขลหุญฺจ ผาสุญฺจ ญาณํ เม อุปปชฺชถ ฯ
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา
ธาเรมิ อนฺติมํ เทหํ สมฺมาสมฺพุทฺธสาสเน ฯ
ทิปทาธิปติ นาม ราชาโน จตุโร อหุํ
สตฺตรตนสมฺปนฺนา จกฺกวตฺตี มหพฺพลา ฯ
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา สูจิทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ
สูจิทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
๑ โป. ฐิโต ฯ ม. ฐาสิ. ฯ ยุ. ภูมิยฏฐาสิ ฯ ๒ ม. ยุ. วิสาเณน ฯ ๓ ม. ติสฺโส
โลกคฺคนายโก ฯ ยุ. ติสฺโส โลกวินายโก ฯ ๔ ปฏิกุฏิโก อปสกฺกึ ฯ ยุ. อวสกฺกึ ฯ
๕ ม. ยุ. มิคสมฺมตขตฺติโย ฯ
ในกัลปที่ ๓ หมื่น แต่กัลปนี้ เราได้ถวายเข็ม ๕ เล่ม แต่พระพุทธเจ้าผู้เป็นนายกของโลก มีพระนามชื่อว่าสุเมธ มีพระลักษณะอันประเสริฐ๓๒ ประการ มีพระฉวีวรรณดังทองคำ ผู้เป็นจอมสัตว์ ผู้คงที่ เพื่อต้องการเย็บจีวร ด้วยการถวายเข็มนั้นแล ญาณเป็นเครื่องเห็นแจ้ง อรรถอันละเอียด คมกล้า เกิดขึ้นแก่เรารวดเร็วและสะดวก เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ถอนภพทั้งปวงขึ้นแล้ว เราทรงกายครั้งที่สุดอยู่ในศาสนาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๔ พระองค์ ทรงพระนามว่าทิปทาธิบดี ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนา เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระสูจิทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ สูจิทายกเถราปทาน
อฏฺฐมํ ปาฏลิปุปฺผิยตฺเถราปทานํ (๗๘)
ปาฏลิปุปผิยเถราปทานที่ ๘ (๗๘)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกแคฝอย
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน นาคสมาลวรรค ปาฏลิปุปผิยเถราปทาน (๗๘) (Royal Thai Volume 32 · Mahachula Volume 32 · Mahamakut Volume 71 · Chaloem Phrakiat Volume 32)
สุวณฺณวณฺณํ สมฺพุทฺธํ คจฺฉนฺตํ อนฺตราปเณ
กญฺจนคฺฆิยสงฺกาสํ ทฺวตฺตึสวรลกฺขณํ ฯ
เสฏฺฐิปุตฺโต ตทา อาสึ สุขุมาโล สุเข ฐิโต ๑
อุจฺฉงฺเค ปาฏลีปุปฺผํ กตฺวา ตํ อภิโรปยึ ฯ
หฏฺโฐ หฏฺเฐน จิตฺเตน ปุปฺเผหิ อภิปูชยึ
ติสฺสํ โลกวิทุํ นาถํ นรเทวํ นมสฺสิหํ ฯ
เทฺวนวุเต อิโต กปฺเป ยํ กมฺมมกรึ ตทา
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ปุปฺผปูชายิทํ ผลํ ฯ
อิโต เตสฏฺฐิกปฺปมฺหิ อภิสมฺมตนามโก
สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ปาฏลิปุปฺผิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ
ปาฏลิปุปฺผิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
๑ ม. สุเขธิโต ฯ
ในกาลนั้น เราเป็นบุตรเศรษฐีสุขุมาลชาติ ตั้งอยู่ในความสุข ได้เอาดอกแคฝอยห่อพกไปบูชาพระสัมพุทธเจ้า ผู้มีพระฉวีวรรณดังทองคำเช่นกับแท่งทองคำอันมีค่า มีพระลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ประการ กำลังเสด็จดำเนินอยู่ในละแวกตลาด เราร่าเริง มีจิตโสมนัส บูชาพระองค์ด้วยดอกไม้ ถวายนมัสการพระพุทธเจ้าพระนามว่าติสสะ ทรงรู้แจ้งโลกเป็นนาถะของโลก ประเสริฐกว่านระ ในกัลปที่ ๙๒ แต่กัลปนี้ เราได้ทำกรรมใดในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาด้วยดอกไม้ ในกัลปที่ ๖๓ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิมีพระนามว่าอภิสมมต ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมากคุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้ทราบว่า ท่านพระปาฏลิปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ปาฏลิปุปผิยเถราปทาน.
นวมํ ฐิตญฺชลิยตฺเถราปทานํ (๗๙)
ฐิตัญชลิยเถราปทานที่ ๙ (๗๙)
ว่าด้วยผลแห่งการประนมกรอัญชลี
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน นาคสมาลวรรค ฐิตัญชลิยเถราปทาน (๗๙) (Royal Thai Volume 32 · Mahachula Volume 32 · Mahamakut Volume 71 · Chaloem Phrakiat Volume 32)
มิคลุทฺโธ ๑ ปุเร อาสึ อรญฺเญ กานเน อหํ
ตตฺถทฺทสาสึ สมฺพุทฺธํ พตฺตึสวรลกฺขณํ ฯ
ตตฺถาหํ อญฺชลึ กตฺวา ปกฺกามึ ปาจินามุโข
อวิทูเร นิสินฺนสฺส นิยเต ปณฺณสนฺถเร ฯ
ตโต เม อสนีปาโต มตฺถเก นิปตี ตทา
โสหํ มรณกาลมฺหิ อกาสึ ปุนรญฺชลึ ฯ
เทฺวนวุเต อิโต กปฺเป อญฺชลึ อกรึ ตทา
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ อญฺชลิสฺส อิทํ ผลํ ฯ
จตุปณฺณาสกปฺปมฺหิ มิคเกตุสนามโก
สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ฐิตญฺชลิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ
ฐิตญฺชลิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
๑ ม. ยุ. มิคลุทุโท ฯ
เมื่อก่อน เราเป็นพรานเนื้ออยู่ในป่าชัฏ ได้พบพระสัมพุทธเจ้าผู้มีพระลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ประการ ในป่านั้น ณ ที่นั้น เราประนมกรอัญชลีแล้ว เดินบ่ายหน้าไปทางทิศปราจีน ขณะเมื่อเรานั่งอยู่บนเครื่องลาดใบไม้ที่เรานำมาในที่ไม่ไกล อสนีบาตตกลงบนกระหม่อมของเราในเวลานั้น ในเวลาใกล้ตาย เราได้ประนมกรอัญชลีอีกครั้งหนึ่ง ในกัลปที่๙๒ แต่กัลปนี้ เราได้ทำอัญชลีในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการทำอัญชลีในกัลปที่ ๕๔ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ มีพระนามว่ามิคเกตุ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนา เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระฐิตัญชลิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ฐิตัญชลิยเถราปทาน.
ทสมํ ตีณิปทุมิยตฺเถราปทานํ (๘๐)
ตีณิปทุมิยเถราปทานที่ ๑๐ (๘๐)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายดอกปทุม ๓ ดอก
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน นาคสมาลวรรค ตีณิปทุมิยเถราปทาน (๘๐) (Royal Thai Volume 32 · Mahachula Volume 32 · Mahamakut Volume 71 · Chaloem Phrakiat Volume 32)
ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน สพฺพธมฺมาน ปารคู
ทนฺโต ทนฺตปริวุโต นครา นิกฺขมี ตทา ฯ
นคเร หํสวติยา อโหสึ มาลิโก ตทา
ยํ ตตฺถ อุตฺตมํ ตีณิ ปทุมปุปฺผานิ อคฺคหึ ฯ
อทฺทสํ วิรชํ พุทฺธํ ปฏิมคฺคนฺตราปเณ
สห ๑ ทิสฺวาน สมฺพุทฺธํ เอวํ จินฺเตสหํ ตทา ฯ
กึ เม อิเมหิ ปุปฺเผหิ รญฺโญ อุปฏฺฐิเตหิ เม
คามํ วา คามเขตฺตํ วา สหสฺสํ วา ลเภยฺยหํ ฯ
อทนฺตทมกํ ๑ วีรํ ๒ สพฺพสตฺตสุขาวหํ
โลกนาถํว ปูเชตฺวา ลจฺฉามิ อมตนฺธนํ ฯ
เอวาหํ จินฺตยิตฺวาน สกํ จิตฺตํ ปสาทยึ
ตีณิ โลหิตเก คยฺห อากาเส อุกฺขิปึ ตทา ฯ
มยา อุกฺขิตฺตมตฺตมฺหิ อากาเส ปตฺถรึสุ เต
ธารึสุ มตฺถเก ตตฺถ อุทฺธํวณฺฏา ๓ อโธมุขา ฯ
เย เกจิ มนุชา ทิสฺวา อุกฺกุฏฺฐึ สมฺปวตฺตยุํ
เทวตา อนฺตลิกฺขมฺหิ สาธุการํ ปวตฺตยุํ ฯ
อจฺเฉรํ โลเก อุปฺปนฺนํ พุทฺธเสฏฺฐสฺส วาหสา
สพฺเพ ธมฺมํ สุณิสฺสาม ปุปฺผานํ วาหสา มยํ ฯ
ปทุมุตฺตโร โลกวิทู อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห
วีถิยญฺหิ ฐิโต สนฺโต อิมา คาถา อภาสถ ฯ
โย โส พุทฺธํ อปูเชสิ รตฺตปทุเมหิ มาณโว
ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ สุณาถ มม ภาสโต ฯ
ตึสกปฺปสหสฺสานิ เทวโลเก รมิสฺสติ
ตึสกฺขตฺตุญฺจ ๔ เทวินฺโท เทวรชฺชํ กริสฺสติ ฯ
มหาวิตฺถาริกํ นาม พฺยมฺหํ เหสฺสติ ตาวเท
ติโยชนสตุพฺพิทฺธํ ทิยฑฺฒสตวิตฺถตํ ฯ
จตฺตาริ สตสหสฺสานิ นิยฺยุหา จ สุมาปิตา
กูฏาคารวรูเปตา มหาสยนมณฺฑิตา ๕ ฯ
โกฏิสตสหสฺสาโย ปริวาเรสฺสนฺติ อจฺฉรา
กุสลา นจฺจคีตสฺส วาทิเต ๑ จ ปทกฺขิณา ฯ
เอตาทิเส พฺยมฺหวเร นารีคณสมากุเล
วสฺสิสฺสติ ปุปฺผวสฺโส ทิพฺโพ โลหิตโก ตทา ฯ
ภิตฺติขีเล นาคทนฺเต ทฺวารพาเห จ โตรเณ
จกฺกมตฺตา โลหิตกา โอลมฺพิสฺสนฺติ ตาวเท ฯ
ปตฺเตน ปตฺตสญฺฉนฺเน อนฺโต พฺยมฺหวเร อิมํ
อตฺถริตฺวา ปารุปิตฺวา ตุวฏฺฏิสฺสนฺติ ตาวเท ฯ
ภวนํ ปริวาเรตฺวา สมนฺตา สตโยชนํ ๒
เต ๓ วิสุทฺธา โลหิตกา ทิพฺพคนฺธํ ปวายเร ฯ
ปญฺจสตฺตติกฺขตฺตุญฺจ จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ
ปเทสรชฺชํ วิปุลํ คณนาโต อสงฺขยํ ฯ
สมฺปตฺติโย ทุเว ภุตฺวา อนีติ อนุปทฺทโว
สมฺปตฺเต ปริโยสาเน นิพฺพานํ ปาปุณิสฺสติ ฯ
สุทิฏฺโฐ วต เม พุทฺโธ วาณิชฺชมุปโยชิตํ ๔
ปทุมานิ ตีณิ ปูเชตฺวา อนุโภสินฺติสมฺปทา ฯ
อชฺช เม ธมฺมปตฺตสฺส วิปฺปมุตฺตสฺส สพฺพโส
สุปุปฺผิตํ โลหิตกํ ธารยิสฺสติ มตฺถเก ฯ
มม กมฺมํ กเถนฺตสฺส ปทุมุตฺตรสตฺถุโน
สตปาณสหสฺสานํ ธมฺมาภิสมโย อหุ ฯ
สตสหสฺเส อิโต กปฺเป ยํ พุทฺธมภิปูชยึ ๑
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ติณฺณํ ปทุมานิทํ ผลํ ฯ
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา
สพฺพาสวา ปริกฺขีณา นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว ฯ
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ตีณิปทุมิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ
ตีณิปทุมิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
อุทฺทานํ
นาคสมาโล ปทสญฺญี สุสญฺญาลุวทายโก
เอกสญฺญี ติณทโท สูจี ปาฏลิปุปฺผิโย
ฐิตญฺชลี ติปทุมี คาถาโย ปญฺจสตฺตติ ฯ
นาคสมาลวคฺโค อฏฺฐโม ฯ
______________
๑ ยุ. โสหํ ฯ
๑ ม. อทนฺตทมนํ ฯ ๒ ยุ. ธีรํ ฯ ๓ โป. อุทฺธวณฺฑา ฯ ๔ ม. ยุ. ตสกปฺปานิ ฯ
๕ ยุ. มหาสยนโวสิโต ฯ
๑ ม. วาทิเตปิ ฯ ยุ. วาทิเตหิ ฯ ๒ ม. สตโยชเน ฯ ๓ ม. เตปิ ปทมา โลหิตกา ฯ
๔ ม. ยุ. วาณิชฺชํ สุปโยชิตํ ฯ
๑ โป. พุทฺธมภิโรปยึ ฯ
ในกาลนั้น พระชินเจ้าพระนามปทุมุตระ ทรงรู้จบธรรมทั้งปวง ทรงฝึกพระองค์เองแล้ว ทรงแวดล้อมด้วยพระสาวกผู้ฝึกตนแล้ว เสด็จออกจากนคร เวลานั้น เราเป็นช่างดอกไม้ อยู่ในพระนครหงสวดี เราถือดอกปทุม ๓ ดอก อย่างดีเลิศ (จะไป) ในพระนครนั้น ได้พบพระพุทธเจ้าผู้ปราศจากธุลี เสด็จดำเนินอยู่ในละแวกตลาด พร้อมกับได้เห็นพระสัมพุทธเจ้า เราได้คิดอย่างนี้ในกาลนั้นว่า จะมีประโยชน์อะไรแก่เราด้วยดอกไม้เหล่านี้ ที่เราบำรุงพระราชา เราจะพึงได้บ้านหรือคามเขตหรือทรัพย์พันหนึ่ง (เท่านั้น) เราบูชาพระพุทธเจ้าผู้ฝึกคนที่มิได้ฝึกตน ผู้แกล้วกล้า ทรงนำสุขมาให้แก่สัตว์ทั้งปวง เป็นนาถะของโลกแล้ว จักได้ทรัพย์อันไม่ตาย
ครั้นเราคิดอย่างนี้แล้ว จึงยังจิตของตนให้เลื่อมใสแล้วจับดอกปทุม ๓ ดอกโยนขึ้นไปบนอากาศ ในกาลนั้น พอเราโยนขึ้นไป ดอกปทุมเหล่านั้นก็แผ่ (บาน) อยู่ในอากาศ มีขั้วขึ้นข้างบนดอกลงข้างล่าง ทรงอยู่เหนือพระเศียรในอากาศ มนุษย์เหล่าใดเหล่าหนึ่งเห็นแล้ว พากันโห่ร้องเกรียวกราว ทวยเทพเจ้าในอากาศพากันซ้องสาธุการว่า ความอัศจรรย์เกิดขึ้นแล้วในโลก เราทั้งหลายจักนำดอกไม้มาบูชาพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด เราทั้งหมดจักฟังธรรม จักนำดอกไม้มาบูชาพระผู้มีพระภาคพระนามว่าปทุมุตระ ผู้ทรงรู้แจ้งโลก ทรงสมควรรับเครื่องบูชา ประทับยืนอยู่ที่ถนนนั่นเอง ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า มาณพใดได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกบัวแดง
เราจักพยากรณ์มาณพนั้น ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าว มาณพนั้นจักรื่นรมย์อยู่ในเทวโลกตลอด ๓ หมื่นกัลป และจักได้เป็นจอมเทวดาเสวยเทวรัชสมบัติอยู่ ๓๐ ครั้ง จักมีวิมานชื่อมหาวิตถาริกะในเทวโลกนั้นสูง ๓๐๐ โยชน์ กว้าง ๑๕๐ โยชน์พวงดอกไม้ ๑๔๐,๐๐๐ พวงที่เทวดานิรมิตอย่างสวยงามห้อยอยู่ที่ปราสาทอันประเสริฐ และประดับที่นอนใหญ่ นางอัปสรแสนโกฏิ มีรูปอุดมฉลาดในการฟ้อน การขับรำและการประโคม จักแวดล้อมอยู่โดยรอบในกาลนั้น ฝนดอกไม้ทิพย์มีสีแดง จักตกลงในวิมานประเสริฐ อันเกลื่อนกล่นด้วยหมู่เทพนารีเช่นนี้ แก้วปทุมราคะโตประมาณเท่าจักร จักห้อยอยู่ที่ตะปูฝาที่ไม้ฟันนาค ที่บานประตู และที่เสาระเนียด
ที่วิมานนั้นนางเทพอัปสรทั้งหลายจักลาด จักห่มด้วยใบบัว นอนอยู่ภายในวิมานอันประเสริฐซึ่งดาดาษด้วยใบบัว ดอกบัวแดงล้วนเหล่านั้น แวดล้อมภพส่งกลิ่นหอมตลบไปประมาณร้อยโยชน์โดยรอบ มาณพนี้จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗๕ ครั้ง จักได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์โดยคณานับมิได้ ได้เสวยสมบัติทั้ง ๒ แล้ว หากังวลมิได้ ไม่มีอันตราย เมื่อกาลเป็นที่สุดมาถึงแล้ว จักได้บรรลุนิพพาน พระพุทธเจ้าเราได้เห็นดีแล้วหนอ การค้าเราประกอบแล้ว เราบูชา (พระพุทธเจ้าด้วย) ดอกบัว ๓ดอกแล้ว ได้เสวยสมบัติ ๓ ดอกบัวแดงอันบานงาม จักทรงไว้บนกระหม่อมของเราผู้บรรลุธรรม พ้นวิเศษแล้วโดยประการทั้งปวงในวันนี้เมื่อพระปทุมุตรบรมศาสดาตรัสกรรมของเราอยู่ ธรรมาภิสมัยได้มีแก่สัตว์หลายแสน ในกัลปที่หนึ่งแสนแต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าใดด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่ง (การบูชาด้วย)ดอกบัว ๓ ดอก เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ถอนภพทั้งปวงขึ้นแล้วอาสวะทั้งหมดสิ้นรอบแล้ว บัดนี้ ภพใหม่ไม่มี คุณวิเศษเหล่านี้ คือปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้วพระพุทธศาสนา เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระตีณิปทุมิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ตีณิปทุมิยเถราปทาน.
--------------
รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. นาคสมาลเถราปทาน ๒. ปทสัญญกเถราปทาน
๓. สุสัญญกเถราปทาน ๔. ภิสาลุวทายกเถราปทาน
๕. เอกสัญญกเถราปทาน ๖. ติณสันถารทายกเถราปทาน
๗. สูจิทายกเถราปทาน ๘. ปาฏลิปุปผิยเถราปทาน
๙. ฐิตัญชลิยเถราปทาน ๑๐. ตีณิปทุมิยเถราปทาน
มีคาถา ๗๕ คาถา
จบ นาคสมาลวรรคที่ ๘.
End of นาคสมาลวรรค