arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน · ปังสุกุลสวรรค

๔. ญาณถวิกเถราปทาน เล่ม ๓๓

Text layerBuddha’s wordsItems ๗๔ (Royal Thai)4/10 in ปังสุกุลสวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

๔. ญาณัตถวิกเถราปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระญาณัตถวิกเถระ

(พระญาณัตถวิกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ปังสุกุลสวรรค ญาณถวิกเถราปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒), vol. 33, pp. 141–144

The Mahachula Pali of this passage is not in the e-tipitaka data.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าพเจ้าสร้างอาศรมอย่างสวยงามไว้

ณ ทิศใต้แห่งภูเขาหิมพานต์

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าแสวงหาประโยชน์สูงสุด

จึงอาศัยอยู่ในป่าใหญ่

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าพเจ้ายินดีด้วยเหง้ามันและผลไม้ตามมีตามได้

ไม่เที่ยวแสวงหา อยู่เพียงผู้เดียว

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ครั้งนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสุเมธะ

เสด็จอุบัติขึ้นในโลกแล้ว

พระองค์ทรงประกาศสัจจะ ๔ ช่วยฉุดมหาชนขึ้น

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าพเจ้ามิได้สดับข่าวพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

แม้ใคร ๆ ก็ไม่บอกข้าพเจ้า เมื่อล่วงไปได้ ๘ ปี

ข้าพเจ้าจึงได้สดับข่าวพระผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าพเจ้านำไฟและฟืนออกแล้ว

กวาดอาศรม หาบบริขารออกจากป่าใหญ่ไป

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าพักอยู่ในบ้านและนิคม ๑ คืน

เข้าไปใกล้กรุงจันทวดีโดยลำดับ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สมัยนั้น พระผู้มีพระภาค

ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลกพระนามว่าสุเมธะ

ทรงแสดงอมตบทช่วยฉุดสัตว์จำนวนมากขึ้น

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าพเจ้าได้ผ่านหมู่ชนเข้าไปไหว้พระชินเจ้าผู้เสด็จมาดีแล้ว

ทำผ้าหนังสัตว์เฉวียงบ่าข้างหนึ่ง

แล้วสรรเสริญพระผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลกว่า

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระองค์ผู้เป็นพระศาสดาผู้สูงสุด

แห่งเทวดาและมนุษย์ ผู้ปรากฏดุจธง

เป็นดุจธงชัยและเป็นดุจเสาพิธีผูกสัตว์บูชายัญ

เป็นที่หมายปอง เป็นที่พึ่ง และเป็นดุจดวงประทีปของหมู่สัตว์

ภาณวารที่ ๒๑ จบ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระองค์เป็นผู้ฉลาด เป็นนักปราชญ์ในญาณทัสสนะ

ทรงช่วยหมู่ชนให้ข้ามพ้นไปได้

ข้าแต่พระมุนี ผู้อื่นที่จะช่วยหมู่สัตว์

ให้ข้ามพ้น(วัฏฏสงสาร)ไปได้ยิ่งกว่าพระองค์ไม่มีในโลก

Footnotes (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. 1ญาณทัสสนะ หมายถึงมัคคญาณ ผลญาณ สัพพัญญุตญาณ ปัจจเวกขณญาณ วิปัสสนาญาณ (ที.สี.อ. ๑/๒๓๔/๑๙๘)
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

มหาสมุทรที่ลึกที่สุด ก็พึงอาจที่จะประมาณได้ด้วยปลายหญ้าคา

ข้าแต่พระสัพพัญญู ส่วนพระญาณของพระองค์

ใคร ๆ ไม่อาจจะประมาณได้เลย

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

แผ่นดินก็อาจจะวางลงบนตราชั่งแล้วชั่งดูได้

ข้าแต่พระองค์ผู้มีพระจักษุ

แต่สิ่งที่เสมอด้วยพระปัญญาของพระองค์ไม่มีเลย

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

อากาศก็อาจจะวัดได้ด้วยเชือกและนิ้วมือ

ข้าแต่พระสัพพัญญู ส่วนศีลของพระองค์

ใคร ๆ ไม่อาจจะประมาณได้เลย

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

น้ำในมหาสมุทร อากาศและพื้นแผ่นดิน

สิ่งทั้ง ๓ นี้ ก็พึงอาจประมาณได้

ข้าแต่พระองค์ผู้มีพระจักษุ

พระองค์เป็นผู้ที่ใคร ๆ จะประมาณไม่ได้เลย

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

๔. ญาณัตถวิกเถราปทาน

ข้าพเจ้ากล่าวสรรเสริญพระสัพพัญญู

ผู้มีพระยศยิ่งใหญ่ ด้วยคาถา ๖ คาถาแล้ว

ประนมมือยืนนิ่งอยู่ในเวลานั้น

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระพุทธเจ้าผู้มีปัญญาเสมอด้วยพื้นปฐพี

เป็นเมธีชั้นเลิศ ซึ่งชนทั้งหลายถวายพระนามว่าสุเมธะ

ประทับนั่งในท่ามกลางหมู่ภิกษุแล้ว ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เราจักพยากรณ์ผู้ที่มีจิตเลื่อมใส

ได้กล่าวสรรเสริญญาณของเรา

ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ผู้นี้จักรื่นรมย์ในเทวโลกตลอด ๗๗ กัป

จักเป็นจอมเทพครองเทวสมบัติอยู่ในเทวโลกตลอด ๑,๐๐๐ ชาติ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิหลายร้อยชาติ

และจักได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์นับชาติไม่ถ้วน

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เขาจะเกิดเป็นเทวดาหรือมนุษย์ก็ตาม

ก็จักเป็นผู้มั่นคงในกรรมดี

จักเป็นผู้มีความดำริไม่บกพร่อง มีปัญญาเฉียบแหลม

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ในกัปที่ ๓๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป)

พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร

ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ผู้นี้จักไม่มีความกังวล ออกบวช

จักบรรลุอรหัตตผลตั้งแต่อายุได้ ๗ ขวบ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ในระหว่างกาลที่ข้าพเจ้าจำความได้

จนถึงการบรรลุศาสนธรรมนี้

ข้าพเจ้าไม่รู้จักความไม่สบายใจเลย

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าพเจ้าเวียนว่ายตายเกิด เสวยสมบัติในภพน้อยภพใหญ่

ข้าพเจ้าไม่มีความบกพร่องในโภคะเลย

นี้เป็นผลในการสรรเสริญพระญาณ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ไฟ ๓ กอง ข้าพเจ้าดับได้แล้ว

ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว

อาสวะทั้งปวงสิ้นแล้ว

บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ในกัปที่ ๓๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป)

ข้าพเจ้าได้สรรเสริญพระญาณไว้

จึงไม่รู้จักทุคติเลย

นี้เป็นผลในการสรรเสริญพระญาณ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว

ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้า

เป็นการมาดีแล้วโดยแท้

วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า ท่านพระญาณัตถวิกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

ญาณัตถวิกเถราปทานที่ ๔ จบ

End of ๔. ญาณถวิกเถราปทาน