พระอภิธรรมปิฎก · ปัฏฐาน
กุสลัตติกนเหตุสเหตุกทุกะ เล่ม ๔๔
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๕๕๔–๕๖๖ (ฉบับหลวง)มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๕ กุสลัตติกนเหตุสเหตุกทุกะ (ฉบับหลวง เล่ม ๔๔ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๔๔ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๙๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๔๔)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๔๔ หน้า ๖๕๕–๖๕๘
สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต ซึ่งสัมปยุตด้วยเหตุแต่ไม่เป็นเหตุ เป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต ซึ่งสัมปยุตด้วยเหตุแต่ไม่เป็นเหตุ โดยอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาร (ย่อ)
[๒๗๘] ในอารัมมณปัจจัย มี ๙ วาร
ในอธิปติปัจจัย ” ๗ ”
ในอนันตรปัจจัย ” ๕ ” ...
ในสหชาตปัจจัย ” ๓ ” ...
ในอุปนิสสยปัจจัย ” ๙ ” ...
ในอวิคตปัจจัย ” ๓ ” (ย่อ)
ในนเหตุปัจจัย ” ๙ ”
ในนอารัมมณปัจจัย ” ๙ ” (ย่อ)
ในนเหตุปัจจัย
กับอารัมมณปัจจัย ” ๙ ” (ย่อ)
ในอารัมมณปัจจัย
กับนเหตุปัจจัย ” ๙ ” (ย่อ)
(พึงให้พิสดารเหมือนปัญหาวารในกุสลติกะ)
จบ กุสลติกเหตุสเหตุกสัมปยุตตทุกะ
๑. กุสลติกะ ๖. นเหตุสเหตุกทุกะ
๑-๗. ปฏิจจาทิวาร ปัจจยจตุกกะ - เหตุปัจจัย
[๒๗๙] อาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศล ซึ่งไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุ สภาวธรรมที่เป็นกุศล ซึ่งไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุ เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย (๑)อาศัยสภาวธรรมที่เป็นอกุศล ซึ่งไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุ สภาวธรรมที่ เป็นอกุศล ซึ่งไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุ เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย (๑)
อาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต ซึ่งไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต ซึ่งไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุ เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย (๑) (ย่อ)
[๒๘๐] ในเหตุปัจจัย มี ๓ วาร
ในอารัมมณปัจจัย ” ๓ ” …
ในอวิคตปัจจัย ” ๓ ” (ย่อ)
ในนอธิปติปัจจัย ” ๓ ” (ย่อ)
(สหชาตวารก็ดี ... สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร)
อารัมมณปัจจัย
[๒๘๑] สภาวธรรมที่เป็นกุศล ซึ่งไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุ เป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่เป็นกุศล ซึ่งไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุ โดยอารัมมณปัจจัย มี ๓ วารสภาวธรรมที่เป็นอกุศล ซึ่งไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุ เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นอกุศล ซึ่งไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุ โดยอารัมมณปัจจัย มี ๓ วารสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต ซึ่งไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต ซึ่งไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุ โดยอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาร (ย่อ)
[๒๘๒] ในอารัมมณปัจจัย มี ๙ วาร
ในอธิปติปัจจัย ” ๗ ”
ในอนันตรปัจจัย ” ๗ ” ...
ในสหชาตปัจจัย ” ๓ ”
ในอัญญมัญญปัจจัย ” ๓ ”
ในนิสสยปัจจัย ” ๓ ”
ในอุปนิสสยปัจจัย ” ๙ ”
ในอาเสวนปัจจัย ” ๓ ”
ในกัมมปัจจัย ” ๕ ”
ในวิปากปัจจัย มี ๑ วาร
ในอาหารปัจจัย ” ๓ ” ...
ในสัมปยุตตปัจจัย ” ๓ ” ...
ในอวิคตปัจจัย ” ๓ ” (ย่อ)
ในนเหตุปัจจัย ” ๙ ”
ในนอารัมมณปัจจัย ” ๙ ” (ย่อ)
ในนเหตุปัจจัย
กับอารัมมณปัจจัย ” ๙ ” (ย่อ)
ในอารัมมณปัจจัย
กับนเหตุปัจจัย ” ๙ ” (ย่อ)
(พึงให้พิสดารเหมือนปัญหาวารในกุสลติกะ)
นเหตุอเหตุกปทะ - เหตุปัจจัย
[๒๘๓] อาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต ซึ่งไม่เป็นเหตุและที่ไม่มีเหตุ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต ซึ่งไม่เป็นเหตุและที่ไม่มีเหตุ เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย (ย่อ)
ในเหตุปัจจัย มี ๑ วาร
ในอารัมมณปัจจัย ” ๑ ”
ในอวิคตปัจจัย ” ๑ ” ...
ในนเหตุปัจจัย ” ๑ ” (ย่อ)
ในโนวิคตปัจจัย ” ๑ ” (ย่อ)
(สหชาตวารก็ดี ... สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร)
[๒๘๔] สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต ซึ่งไม่เป็นเหตุและที่ไม่มีเหตุ เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต ซึ่งไม่เป็นเหตุและที่ไม่มีเหตุ โดยอารัมมณปัจจัย (ย่อ)
ในอารัมมณปัจจัย มี ๑ วาร
ในอธิปติปัจจัย ” ๑ ” ...
ในอวิคตปัจจัย ” ๑ ” (ย่อ)
(พึงให้พิสดารเหมือนปัญหาวารในกุสลติกะ)
จบ กุสลติกนเหตุสเหตุกทุกะ
จบ เหตุโคจฉกะ
๑. กุสลติกะ ๗. สัปปัจจยทุกะ
๑-๗. ปฏิจจาทิวาร ปัจจยจตุกกะ
[๑] อาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศล ซึ่งมีปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นกุศล ซึ่งมีปัจจัย เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
อาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศล ซึ่งมีปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต ซึ่งมีปัจจัย เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
อาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศล ซึ่งมีปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นกุศล ซึ่งมี ปัจจัย และที่เป็นอัพยากฤต ซึ่งมีปัจจัย เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย (๓)อาศัยสภาวธรรมที่เป็นอกุศลซึ่งมีปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นอกุศล ซึ่งมีปัจจัย เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ วารอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต ซึ่งมีปัจจัย สภาวธรรมที่เป็น อัพยากฤต ซึ่งมีปัจจัย เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย (๑)อาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศล ซึ่งมีปัจจัย และที่เป็นอัพยากฤต ซึ่งมี ปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต ซึ่งมีปัจจัย เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย (๑)อาศัยสภาวธรรมที่เป็นอกุศล ซึ่งมีปัจจัย และที่เป็นอัพยากฤต ซึ่งมี ปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต ซึ่งมีปัจจัย เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย (๑)
จบ กุสลัตติกนเหตุสเหตุกทุกะ