พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · โสภิตวรรค
๕. รโหสัญญิกเถราปทาน (๑๓๕) เล่ม ๓๒
Text layerBuddha’s wordsItems ๑๓๗ (Royal Thai)5/10 in โสภิตวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
ปญฺจมํ รโหสญฺญิกตฺเถราปทานํ (๑๓๕)
รโหสัญญิกเถราปทานที่ ๕ (๑๓๕)
ว่าด้วยผลแห่งการสัญญาในการเลื่อมใส
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน โสภิตวรรค รโหสัญญิกเถราปทาน (๑๓๕) (Royal Thai Volume 32 · Mahachula Volume 32 · Mahamakut Volume 71 · Chaloem Phrakiat Volume 32)
หิมวนฺตสฺสวิทูเร วสโภ นาม ปพฺพโต
ตสฺมึ ปพฺพตปาทมฺหิ อสฺสโม อาสิ มาปิโต ฯ
ตีณิ สิสฺสสหสฺสานิ วาเจสึ พฺราหฺมโณ ตทา
สํสาวิตฺวาน ๑ เต สิสฺเส เอกมนฺตํ อุปาวิสึ ฯ
เอกมนฺตํ นิสีทิตฺวา พฺราหฺมโณ มนฺตปารคู
พุทฺธเวสํ คเวสนฺโต ญาเณ จิตฺตํ ปสาทยิ ฯ
ตตฺถ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา นิสีทิ ปณฺณสนฺถเร
ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวาน ตตฺถ กาลํ กโต อหํ ฯ
เอกตฺตึเส อิโต กปฺเป ยํ สญฺญมลภึ ตทา
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ญาณสญฺญายิทํ ผลํ ฯ
สตฺตวีสมฺหิ กปฺปมฺหิ ราชา สิรีธโร อหุ
สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา รโหสญฺญิโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ
รโหสญฺญิกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
๑ ม. สํหริตฺวาน ฯ ยุ. สํสาเวตฺวาน ฯ
ภูเขาชื่อวสภะ มีอยู่ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมวันต์ที่เชิงเขาวสภะนั้น มีอาศรมที่เราสร้างไว้ในกาลนั้น เราเป็นพราหมณ์บอกมนต์กะศิษย์ประมาณ ๓๐๐๐เราสั่งสอนศิษย์เหล่านั้นแล้วเข้าอยู่ (ในที่สงัด) ณ ที่สมควรข้างหนึ่งพราหมณ์ผู้รู้จบมนต์ นั่งอยู่ ณ ที่สมควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว แสวงหาเพศพระพุทธเจ้ายังจิตให้เลื่อมใสในพระญาณ ครั้นเรายังจิตให้เลื่อมใสในพระญาณแล้ว นั่งคู่บัลลังก์อยู่บนเครื่องลาดหญ้า กระทำการกิริยา ณ ที่นั้นในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้ เราได้สัญญาใดในกาลนั้น ด้วยสัญญานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งสัญญาในพระญาณ ในกัลปที่ ๒๗ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิราชทรงพระนามว่าสิรีธร ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้วดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระรโหสัญญิกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ รโหสัญญิกเถราปทาน.
End of ๕. รโหสัญญิกเถราปทาน (๑๓๕)