arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · อารักขทายกวรรค

๘. ติรังสิยเถราปทาน (๓๑๘) เล่ม ๓๒

Text layerBuddha’s wordsItems ๓๒๐ (Royal Thai)8/10 in อารักขทายกวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน อารักขทายกวรรค ติรังสิยเถราปทาน (๓๑๘) (Royal Thai Volume 32 · Mahachula Volume 32 · Mahamakut Volume 71 · Chaloem Phrakiat Volume 32)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 32, pp. 490–492

Page 490

[๓๖] เราได้ฟังเสียงนฤโฆษแล้วทำจิตให้เลื่อมใสในพระสุรเสียงของ พระพุทธเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ได้ถวายบังคมพระองค์ผู้เป็นนายกของโลก[๓๗] ในกัปที่ ๙๔ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้สัญญาใดในกาลนั้น ด้วยสัญญานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งสัญญาในพระพุทธเจ้า[๓๘] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราทำเสร็จแล้ว ดังนี้แลนัยว่า ท่านพระสัททสัญญกเถระโด้กล่าวคาถาเหล่านี้ไว้แล้ว ด้วยประการฉะนี้แล

จบ สัททสัญญกเถราปทานที่ ๗

๘. ติรังสิยเถราปทาน

บุพประวัติของพระติรังสิยเถระ

ว่าด้วยผลแห่งการสรรเสริญ

(ท่านพระติรังสิยเถระได้กล่าวบุพประวัติของตนไว้ว่า)

{๓๒๐} [๓๙] ปีติเกิดขึ้นแก่เราเพราะได้เห็นพระพุทธเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้องอาจดังพญาราชสีห์ ประทับนั่งอยู่ ณ ระหว่างภูเขา ทำให้ ทิศสว่างไสวดังกองไฟที่ภูเขา[๔๐] และเพราะได้เห็นแสงสว่างของดวงอาทิตย์ แสงสว่างของดวงจันทร์ และแสงสว่างของพระพุทธเจ้า

Page 491

[๔๑] ครั้นเราได้เห็นแสงสว่าง ๓ ประการ และเห็นพระสาวก อันสูงส่งแล้วจึงทำหนังสัตว์เฉวียงบ่าข้างหนึ่ง แล้วสรรเสริญ พระพุทธเจ้าผู้นายกของโลกว่า[๔๒] “ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ และพระพุทธเจ้าผู้เป็นนายกของโลก ทั้งสามนี้แลส่องโลกให้สว่างไสว เป็นผู้บรรเทาความมืดของโลก”[๔๓] เรายกข้ออุปมาขึ้นสรรเสริญพระมหามุนี ครั้นเราสรรเสริญ พระคุณของพระพุทธเจ้าแล้วบันเทิงอยู่ในสวรรค์ตลอดกัป[๔๔] ในกัปที่ ๙๔ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้สรรเสริญพระพุทธเจ้าใด ด้วยการสรรเสริญนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการสรรเสริญ[๔๕] ในกัปที่ ๖๑ แต่ภัทรกัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระองค์ หนึ่งมีพระนามว่าญาณวระ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีกำลังมาก[๔๖] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราทำเสร็จแล้ว ดังนี้แลนัยว่า ท่านพระติรังสิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ไว้แล้ว ด้วยประการฉะนี้แล

จบ ติรังสิยเถราปทานที่ ๘

Page 492

๙. นาลิปุปผิยเถราปทาน

บุพประวัติของพระนาลิปุปผิยเถระ

ว่าด้วยผลแห่งการถวายดอกบัว ๗ ดอก

(ท่านพระนาลิปุปผิยเถระได้กล่าวบุพประวัติของตนไว้ว่า)

{๓๒๑} [๔๗] ในกาลนั้น เราเป็นชาวนาอยู่ ณที่ใกล้ฝั่งแม่นั้าสินธุ ประกอบ ในกิจการงานของผู้อื่น อาศัยอาหารของผู้อื่น[๔๘] เราเที่ยวไปตามแม่น้ำสินธุ ได้พบพระชินเจ้าพระนามว่า สิทธัตถะ กำลังประทับนั่งเข้าสมาธิอยู่ดังดอกบัวบานฉะนั้น[๔๙] ในกาลนั้น เราจึงเด็ดดอกบัว ๗ ดอกที่ขั้วโปรยบูชาเหนือ พระเศียรของพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระอาทิตย์[๕๐] พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้มีพระฉวีวรรณดังทองคำ มีพระหฤทัย มั่นคงในการอนุกูล ยากที่จะเข้าใกล้ได้ ดังช้างมาตังคะตกมัน ๓ แห่ง[๕๑] ผู้มีพระปัญญา ทรงอบรมอินทรีย์แล้วพระองค์นั้น เราเข้าไป เฝ้าแล้วได้ประนมกรอัญชลีถวายบังคมแด่พระศาสดา[๕๒] ในกัปที่ ๙๔ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา[๕๓] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราทำเสร็จแล้ว ดังนี้แล

End of ๘. ติรังสิยเถราปทาน (๓๑๘)