พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน · สุเมธาวรรค
๙. ปัญจทีปิกาเถริยาปทาน เล่ม ๓๓
Text layerBuddha’s wordsItems ๑๔๙ (Royal Thai)9/10 in สุเมธาวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
นวมํ ปญฺจทีปิกาเถริยาปทานํ (๙)
ปัญจทีปิกาเถริยาปทานที่ ๙
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยประทีป ๕ ดวง
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน สุเมธาวรรค ปัญจทีปิกาเถริยาปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)
นคเร หํสวติยา จารินี ๑ อาสหํ ตทา
อาราเมเนว อารามํ จรามิ กุสลตฺถิกา ฯ
กาลปกฺขมฺหิ ทิวเส อทฺทสํ โพธิมุตฺตมํ
ตตฺถ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา โพธิมูเล นิสีทหํ ฯ
ครุจิตฺตํ อุปฏฺเฐตฺวา สิเร กตฺวาน อญฺชลึ
โสมนสฺสํ ปเวเทตฺวา เอวํ จินฺเตสิ ตาวเท ฯ
ยทิ พุทฺโธ อมิตคุโณ อสมปฺปฏิปุคฺคโล
ทสฺเสตุ ปาฏิหีรํ เม โพธิ โอภาสตุ อยํ ฯ
สห อาวชฺชิเต มยฺหํ โพธิ ปชฺชลิ ตาวเท
สพฺพโสวณฺณมยา อาสิ ทิสา สพฺพา วิโรจติ ฯ
สตฺตรตฺตินฺทิวํ ตตฺถ โพธิมูเล นิสีทหํ
สตฺตเม ทิวเส ปตฺเต ทีปปูชํ อกาสหํ ฯ
อาสนํ ปริวาเรตฺวา ปญฺจทีปานิ ปชฺชลล
ยาว อุเทติ สุริโย ทีปา เม ปชฺชลล ตทา ฯ
เตน กมฺเมน สุกเตน เจตนาปณิธีหิ จ
ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ ตาวตึสํ อคญฺฉหํ ฯ
ตตฺถ เม สุกตํ พฺยมฺหํ ปญฺจทีปาติ ๒ วุจฺจติ
สตโยชนมุพฺเพธํ ๓ สฏฺฐิโยชนวิตฺถตํ ฯ
อสงฺเขยฺยานิ ทีปานิ ปริวาเร ชลนฺติ เม
ยาวตา เทวภวนํ ทีปาโลเกน โชตติ ฯ
ปุริตฺถาภิมุขา สนฺติ ๑ ยทิ อิจฺฉามิ ปสฺสิตุํ
อุทฺธํ อโธ จ ติริยํ สพฺพํ ปสฺสามิ จกฺขุนา ฯ
ยาวตา อภิกงฺขามิ ทฏฺฐฐ สุกตทุกฺกฏํ ๒
ตตฺถ อาวรณํ นตฺถิ รุกฺเขสุ ปพฺพเตสุ วา ฯ
อสีติเทวราชูนํ มเหสิตฺตมการยึ
สตานํ จกฺกวตฺตีนํ มเหสิตฺตมการยึ ฯ
ยํ ยํ โยนูปปชฺชามิ เทวตฺตํ อถ มานุสํ
ทีปสตสหสฺสานิ ปริวาเร ชลนฺติ เม ฯ
เทวโลกา จวิตฺวาน อุปฺปชฺชึ ๓ มาตุกุจฺฉิยํ
มาตุ กุจฺฉคตํ สนฺตํ ๔ อกฺขิ เม น นิมีลติ ฯ
ทีปสตสหสฺสานิ ปุญฺญกมฺมสมงฺคิโน ๕
สูติฆเรว ชลนฺติ ปญฺจทีปานิทํ ผลํ ฯ
ปจฺฉิเม ภวสมฺปตฺเต มานสํ วินิวตฺตยึ
อชรามรํ ๖ สีติภาวํ นิพฺพานํ ปสฺสยึ ๗ อหํ ฯ
ชาติยา สตฺตวสฺสาหํ อรหตฺตํ อปาปุณึ
อุปสมฺปาทยิ พุทฺโธ คุณมญฺญาย โคตโม ฯ
มณฺฑเป รุกฺขมูเล วา ปาสาเทสุ คุหาสุ วา
สุญฺญาคาเร ปชฺฌายนฺตา ๑ ปญฺจทีปา ชลนฺติ เม ฯ
ทิพฺพจกฺขุ วิสุทฺธํ เม สมาธิกุสลา อหํ
อภิญฺญาปารมิปฺปตฺตา ปญฺจทีปานิทํ ผลํ ฯ
สพฺพโวสิตโวสานา กตกิจฺจา อนาสวา
ปญฺจทีปา มหาวีร ปาเท วนฺทามิ จกฺขุมา ฯ
สตสหสฺเส อิโต กปฺเป ยํ ทีปมททึ ตทา
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ปญฺจทีปานิทํ ผลํ ฯ
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา
นาคีว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสวา ฯ
สฺวาคตํ วต เม อาสิ พุทฺธเสฏฺฐสฺส สนฺติเก
ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ
อิตฺถํ สุทํ ปญฺจทีปิกา ภิกฺขุนี อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ
ปญฺจทีปิกาเถริยา อปทานํ สมตฺตํ ฯ
๑ ม. ยุ. จาริกี ฯ ๒ ยุ. ปญฺจทีปีติ ฯ ๓ ม สฏฺฐิโยชนมุพฺเพธํ ตึสโยชนวิตฺถตํ
ยุ. สตโยชนมุพฺพิทฺธํ ฯ
๑ ม. ปรมฺมุขา นิสีทิตฺวา ฯ ๒ ม. สุกตทุกฺกเฏ ฯ ยุ. ทสฺสุํ สุกตทุกฺกเฏ ฯ ๓ ม.
ยุ. อุปชฺช ฯ ๔ ม. ยุ. กุจฺฉคตา สนฺตี ฯ ๕ ม. สมงคิตา ฯ ยุ. สมงฺคินา ฯ ๖ ม.
อชรามตํ ฯ ยุ. อชรามรณํ ฯ ๗ ม. ยุ. ผสฺสยึ ฯ
ครั้งนั้น ดิฉันเป็นหญิงนักท่องเที่ยวอยู่ในพระนครหงสวดี ดิฉันต้องการกุศล จึงเที่ยวไปสู่อารามหนึ่งจากอารามหนึ่ง ได้พบไม้โพธิ์อันอุดม วันกาฬปักษ์ ยังจิตให้เลื่อมใสในไม้โพธิ์นั้นแล้ว นั่งลงที่โคนไม้โพธิ์ ดิฉันตั้งจิตเคารพประนมอัญชลีเหนือเศียรเกล้าสำแดงความโสมนัสแล้วคิดอย่างนี้ในขณะนั้นว่า ถ้าพระพุทธเจ้ามีพระคุณนับไม่ได้ ไม่มีบุคคลเปรียบเสมอไซร้ ก็ขอให้ทรงแสดงปาฏิหาริย์แก่เราเถิด ขอไม้โพธิ์จงเปล่งรัศมี ทันใดนั้นเองไม้โพธิ์ ก็ได้โพลงไปทั่วพร้อมกับที่ดิฉันนึก รัศมีสำเร็จด้วยสีทองล้วนไพโรจน์ไปทั่วทิศ ดิฉันนั่งอยู่ที่โคนโพธิ์นั้น ๗ คืน ๗ วันเมื่อถึงวันเป็นวันคำรบ ๗ ดิฉันได้ทำการบูชาด้วยประทีป ประทีป ๕ดวงลุกโพลงล้อมรอบอาสนะ
ครั้งนั้น ประทีปของดิฉันลุกโพลงอยู่จนถึงเวลาพระอาทิตย์อุทัย เพราะกรรมที่ทำไว้ดีนั้น และเพราะการตั้งเจตน์จำนงไว้ ดิฉันละร่างมนุษย์แล้ว ได้ไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์วิมานที่บุญกรรมสร้างให้ดิฉันอย่างสวยงามในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์นั้นเรียกว่า "ปัญจทีปวิมาน" ปัญจทีปวิมานนั้นสูง ๑๐๐ โยชน์ กว้าง๖๐ โยชน์ ประทีปนับไม่ถ้วนส่องสว่างล้อมดิฉันอยู่ ทั่วเทพพิภพโชติช่วงด้วยแสงประทีป คนที่หันหน้าไปทางทิศบูรพา ถ้าดิฉันปรารถนาที่จะดู ดิฉันย่อมเห็นได้ด้วยจักษุทุกคน ทั้งเบื้องบนเบื้องล่างและเบื้องขวาง ดิฉันปรารถนาจะเห็นกรรมดีและกรรมชั่วที่คนทำในที่มีประมาณเท่าใด ที่มีประมาณเท่านั้น ย่อมไม่มีต้นไม้หรือภูเขามากั้นกาง ดิฉันได้เป็นพระอัครมเหสีของท้าวสักรินทเทวราช ๘๐
พระองค์ ได้เป็นพระอัครมเหสีของพระเจ้าจักรพรรดิ๑๐๐ พระองค์ ดิฉันเข้าถึงกำเนิดนั้นๆ ประทีปตั้งแสนๆ ส่องแสงล้อมดิฉัน ดิฉันจุติจากเทวโลกแล้ว เกิดในครรภ์มารดา เมื่อดิฉันอยู่ในครรภ์มารดา จักษุของดิฉันไม่หลับ ประทีปตั้งจำนวนแสนดวงส่องสว่างอยู่ในเรือนประสูติของดิฉัน ผู้พร้อมเพรียงด้วยบุญกรรมนี้เป็นผลแห่งประทีป ๕ ดวง เมื่อถึงภพสุดท้าย ดิฉันกลับฉันทะที่มีในใจ เห็นนิพพานอันเป็นสภาวะเยือกเย็น ไม่มีชราและมรณะพอเกิดได้อายุ ๗ ขวบ ดิฉันได้บรรลุอรหัต
พระพุทธเจ้าพระนามว่าโคดม ทรงทราบถึงคุณของดิฉัน จึงให้ดิฉันอุปสมบท ดิฉันเข้าฌานอยู่ในมณฑป โคนไม้ ปราสาท ถ้ำ หรือเรือนอันว่างเปล่าก็ดีประทีป ๕ ดวงส่องแสงสว่างให้ดิฉัน ทิพพจักษุของดิฉันบริสุทธิ์ดิฉันฉลาดในสมาธิ ถึงความบริบูรณ์ในอภิญญา นี้เป็นผลแห่งประทีป ๕ ดวง ดิฉันเป็นผู้อยู่จบพรหมจรรย์ทั้งปวง ทำกิจเสร็จแล้วไม่มีอาสวะ ข้าแต่พระมหาวีระผู้มีพระจักษุ หม่อมฉันชื่อว่าปัญจทีปาขอถวายบังคมพระยุคลบาทของพระองค์ ในกัปที่แสนแต่กัปนี้ดิฉันได้ถวายประทีปใดในครั้งนั้น ด้วยการถวายประทีปนั้น ดิฉันไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งประทีป ๕ ดวง ดิฉันเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาดิฉันได้ทำเสร็จแล้ว.
ทราบว่า ท่านพระปัญจทีปิกาภิกษุณีได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ปัญจทีปิกาเถริยาปทาน.
End of ๙. ปัญจทีปิกาเถริยาปทาน