พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน · สุเมธาวรรค
๖. เอกปิณฑปาตทายิกาเถริยาปทาน เล่ม ๓๓
Text layerBuddha’s wordsItems ๑๔๖ (Royal Thai)6/10 in สุเมธาวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
ฉฏฺฐํ เอกปิณฺฑปาตทายิกาเถริยาปทานํ (๖)
เอกปิณฑปาตทายิกาเถริยาปทานที่ ๖
ว่าด้วยผลแห่งการถวายอาหารบิณฑบาต
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน สุเมธาวรรค เอกปิณฑปาตทายิกาเถริยาปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)
นคเร พนฺธุมติยา พนฺธุมา นาม ขตฺติโย
ตสฺส รญฺโญ อหํ ๔ ภริยา เอกจฺจํ วาทยามหํ ๕ ฯ
รโหคตา นิสีทิตฺวา เอวํ จินฺเตสหํ ตทา
อาทาย คมนียํ หิ กุสลํ นตฺถิ เม กตํ ฯ
มหาภิตาปํ กฏุกํ ๑ โฆรรูปํ สุทารุณํ
นิรยํ นูน คจฺฉามิ เอตฺถ เม นตฺถิ สํสโย ฯ
ราชานํ อุปคนฺตฺวาน ๒ อิทํ วจนมพฺรวึ
เอกํ เม สมณํ เทหิ โภชยิสฺสามิ ขตฺติย ฯ
อทาสิ เม มหาราชา สมณํ ภาวิตินฺทฺริยํ
ตสฺส ปตฺตํ คเหตฺวาน ปรมนฺเนน ตปฺปยึ ฯ
ปูชยิตฺวา ปรมนฺนํ คนฺธาเลปํ อกาสหํ
ชาเลน ปิทหิตฺวาน ปีตโจเลน ๓ ฉาทยึ ฯ
อารมฺมณํ มม เอตํ สรามิ ยาวชีวิตํ
ตตฺถ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา ตาวตึสํ อคญฺฉหํ ฯ
ตึสานํ เทวราชูนํ มเหสิตฺตมการยึ
มนสา ปตฺถิตํ มยฺหํ นิพฺพตฺตติ ยถิจฺฉกํ ๔ ฯ
วีสานํ จกฺกวตฺตีนํ มเหสิตฺตมการยึ
อุปจิตตฺตา ๕ หุตฺวาน สํสรามิ ภวาภเว ๖ ฯ
สพฺพพนฺธนมุตฺตาหํ อเปตา เม อุปาทิกา
สพฺพาสวปริกฺขีณา นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว ฯ
เอกนวุเต อิโต กปฺเป ยํ ทานมททึ ตทา
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ปิณฺฑปาตสฺสิทํ ผลํ ฯ
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา
นาคีว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสวา ฯ
สฺวาคตํ วต เม อาสิ พุทฺธเสฏฺฐสฺส สนฺติเก
ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ
อิตฺถํ สุทํ เอกปิณฺฑปาตทายิกา ภิกฺขุนี อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ
เอกปิณฺฑปาตทายิกาเถริยา อปทานํ สมตฺตํ ฯ
๑ ม. สํเวเชตฺวาน เม จิตฺตํ ฯ ยุ. สํเวทยิตฺวา กุสลํ ฯ ๒ ยุ. ภวา สงฺฆาฏิตา มมํ ฯ
๓ ยุ. ตีณินฬมาลิกา ฯ ๔ ม. สพฺพตฺถ อหุํ ฯ ๕ ม. ยุ. จารยามหํ ฯ
๑ ยุ. ทุกฺขํ ฯ ๒ ม. ยุ. อุปสงฺกมฺม ฯ ๓ ม. วตฺถยุเคน ฯ ยุ. มหาเนเลน ฯ
๔ ยุ. ยทิจฺฉกํ ฯ ๕ ม. โอจิตตฺตาว ฯ ยุ. โอจิตตฺตา จ ฯ ๖ ม. ยุ. ภเวสฺวหํ ฯ
ในพระนครพันธุมดี มีพระบรมกษัตริย์พระองค์หนึ่งพระนามว่าพันธุมา ดิฉันเป็นพระอัครมเหสีของท้าวเธอ ดิฉันย่อมพูดกะคนบางคน ครั้งนั้น ดิฉันอยู่ในที่ลับ นั่งคิดอย่างนี้ว่า ก็กุศลที่จะพึงถือเอาไปที่เราทำไว้ไม่มีเลย เราจะต้องไปนรกที่มีความเร่าร้อนใหญ่ยิ่งเผ็ดร้อน ร้ายกาจ ทารุณ โดยแน่นอน ในข้อนี้เราไม่มีความสงสัยเลยดังนี้ ดิฉันเข้าไปเฝ้าพระราชา แล้วกราบทูลว่า ขอเดชะ ขอพระองค์จงพระราชทานสมณะให้หม่อมฉันสักองค์หนึ่งเถิด หม่อมฉันจักนิมนต์ให้ท่านฉัน พระมหาราชาได้พระราชทานสมณะผู้มีอินทรีย์อันอบรมแล้วให้ดิฉัน ดิฉันรับบาตรของท่านแล้ว นิมนต์ท่านให้ฉันจนอิ่มหนำ ด้วยข้าวที่ระคนด้วยน้ำนมและทธิ
ดิฉันบูชาด้วยข้าวที่ระคนด้วยน้ำนมและทธิแล้ว ทำของหอมและเครื่องไล้ทา เอาร่างแหปิดแล้วเอาผ้าเหลืองคลุมไว้ ดิฉันนึกถึงอารมณ์ของดิฉันนี้ตราบเท่าสิ้นชีวิต ยังจิตให้เลื่อมใสในกรรมนั้นแล้ว ได้ไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ดิฉันได้เป็นพระอัครมเหสีของท้าวสักรินทเทวราช ๓๐ พระองค์สิ่งที่ดิฉันปรารถนาด้วยใจ ย่อมเกิดสมดังประสงค์ ดิฉันได้เป็นพระอัครมเหสีของพระเจ้าจักรพรรดิ ๒๐ พระองค์ ดิฉันเป็นหญิงสร้างตัวเอง ท่องเที่ยวไปในภพน้อยใหญ่ ดิฉันพ้นจากเครื่องผูกพันทุกอย่างแล้ว มีการอุบัติไปปราศแล้ว มีอาสวะสิ้นไปหมดแล้ว บัดนี้ภพใหม่ไม่มีอีก ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ ดิฉันได้ให้ทานใดในกาลนั้นด้วยทานนั้น ดิฉันจึงไม่รู้จักทุคติเคย นี้เป็นผลแห่งบิณฑบาต ดิฉันเผากิเลสทั้งหลายแล้ว .... พระพุทธศาสนาดิฉันได้ทำเสร็จแล้ว.
ทราบว่า ท่านพระเอกปิณฑปาตทายิกาภิกษุณีได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ เอกปิณฑปาตทายิกาเถริยาปทาน.
End of ๖. เอกปิณฑปาตทายิกาเถริยาปทาน