arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน · ภัททิยวรรค

๖. กาฬุทายีเถราปทาน เล่ม ๓๓

Text layerBuddha’s wordsItems ๑๓๖ (Royal Thai)6/10 in ภัททิยวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

ฉฏฺฐํ กาฬุทายิตฺเถราปทานํ (๕๔๖)

กาฬุทายีเถราปทานที่ ๖

ว่าด้วยบุพจริยาของพระกาฬุทายีเถระ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ภัททิยวรรค กาฬุทายีเถราปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)

Pali (Siam Rath)

ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน สพฺพธมฺเมสุ จกฺขุมา

อิโต สตสหสฺสมฺหิ กปฺเป อุปฺปชฺชิ นายโก ฯ

นายกานํ วโร สตฺถา คุณาคุณวิทู ชิโน

กตญฺญูกตเวที จ ติตฺเถ โยเชติ ปาณิโน ฯ

สพฺพญฺญู เตน ญาเณน ตุลยิตฺวา ทยาสโย

เทเสติ ปวรํ ธมฺมํ อนนฺตคุณสญฺจโย ฯ

ส กทาจิ มหาวีโร อนนฺตชนตํ สุธี

เทเสติ มธุรํ ธมฺมํ จตุสจฺจูปสญฺหิตํ ฯ

สุตฺวาน ตํ ธมฺมวรํ อาทิมชฺฌนฺตโสภนํ

ปาณสตสหสฺสานํ ธมฺมาภิสมโย อหุ ฯ

นินฺนาทิตา ตทา ภูมิ คชฺชึสุ จ ปโยธรา

สาธุการํ ปวตฺตึสุ เทวพฺรหฺมนราสุรา ฯ

อโห การุณิโก สตฺถา อโห สทฺธมฺมเทสนา

อโห ภวสมุทฺทสฺมึ นิมุคฺเค อุทฺธริ ชิโน ฯ

เอวํ ๑ สํเวคชาเตสุ สนรามรพฺรเหฺมสุ

กุลปฺปสาทกานคฺคํ สาวกํ วณฺณยิ ชิโน ฯ

ตทาหํ หํสวติยา ชาโตมจฺจกุเล อหุ

ปาสาทิโก ทสฺสนีโย ปหูตธนธญฺญวา ฯ

หํสารามมุเปจฺจาหํ วนฺทิตฺวา ตํ ตถาคตํ

สุณิตฺวา มธุรํ ธมฺมํ การํ กตฺวา จ ตาทิโน ฯ

นิปจฺจ ปาทมูเลหํ อิมํ วจนมพฺรวึ

กุลปฺปสาทกานคฺโค โย ตว สาสเน มุเน ๒ ฯ

ตาทิโสหํ มหาวีร ๑ พุทฺธเสฏฺฐสฺส สาสเน

ตทา มหาการุณิโก สิญฺจนฺโตวามเตน มํ ฯ

อาห มํ ปุตฺต อุตฺติฏฺฐ ลจฺฉเสตํ มโนรถํ

กถํ นาม ชิเน การํ กตฺวาน วิผโล สิยา ฯ

สตสหสฺเส อิโต กปฺเป โอกฺกากกุลสมฺภโว

โคตโม นาม นาเมน สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ ฯ

ตสฺส ธมฺเมสุ ทายาโท โอรโส ธมฺมนิมฺมิโต

อุทายี นาม นาเมน เหสฺสติ สตฺถุสาวโก ฯ

ตํ สุตฺวา มุทิโต หุตฺวา ยาวชีวํ ตทา ชินํ

เมตฺตจิตฺโต ปริจรึ ปจฺจเยหิ วินายกํ ฯ

เตน กมฺมวิปาเกน เจตนาปณิธีหิ จ

ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ ตาวตึสํ อคญฺฉหํ ฯ

ปจฺฉิเม จ ภเว ทานิ รมฺเม กาปิลวตฺถเว

ชาโต มหามจฺจกุเล สุทฺโธทโน มหีปติ ๒ ฯ

ตทา อชายิ สิทฺธตฺโถ รมฺเม ลุมฺพินิกานเน

หิตาย สพฺพโลกสฺส สุขาย จ นราสโภ ฯ

ตทเหว อหํ ชาโต สห เตเนว วฑฺฒิโต

ปิโย สหาโย ทยิโก วิสฺสฏฺโฐ ๓ นีติโกวิโท ฯ

เอกูนตึโส วยสา นิกฺขนฺโต ปพฺพชิตฺถ โส ๔

ฉวสฺสานิ ๕ วินาเมตฺวา อาสิ พุทฺโธ วินายโก ฯ

เชตฺวา สเสนกํ มารํ เขปยิตฺวาน อาสเว

ภวณฺณวํ ตริตฺวาน พุทฺโธ อาสิ สเทวเก ฯ

อิสิวฺหยํ ปตนํ คนฺตฺวา ๑ วิเนตฺวา ปญฺจวคฺคิเย

ตโต วิเนสิ ภควา คนฺตฺวา คนฺตฺวา ตหึ ตหึ ฯ

เวเนยฺเย วินยนฺโต โส สงฺคณฺหนฺโต สเทวกํ

อุเปจฺจ มคเธ คิรึ วิหริตฺถ ตทา ชิโน ฯ

ตทา สุทฺโธทเนนาหํ ภูมิปาเลน เปสิโต

คนฺตฺวา ทิสฺวา ทสพลํ ปพฺพชิตฺวารหา อหุํ ฯ

ตทา มเหสึ ยาจิตฺวา ปาปยึ กปิลวฺหยํ

ตโต ปุราหํ คนฺตฺวาน ปสาเทสึ มหากุลํ ฯ

ชิโน ตสฺมึ คุเณ ตุฏฺโฐ มมาห ปุริสาสโภ ๒

กุลปฺปสาทกานคฺคํ ปญฺญาเปสิ วินายโก ฯ

กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา

นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ

สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา กาฬุทายี เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

กาฬุทายิตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

๑ ม. ปเวทชาเตสุ ฯ ๒ ม. ยุ. โย ตยา สนฺถุโต มุเน ฯ

๑ ม. ยุ. ตาทิโสโหมหํ วีร ฯ ๒ ม. ยุ. สุทฺโธทนมหีปเต ฯ ๓ ม. วิยตฺโต ฯ

๔ ม. นิกฺขมิตฺวา อคารโต ฯ ๕ ม. ฉพฺพสฺสํ วีตินาเมตฺวา ฯ

๑ ม. ยุ. อิสิวฺหยํ คมิตฺวาน ฯ ๒ ม. มํ. มหาปริสาย โส ฯ

Royal Thai

ในกัปที่แสนแต่ภัทรกัปนี้ไป พระพิชิตมารพระนามว่าปทุมุตระผู้มีจักษุในธรรมทั้งปวง เป็นผู้นำ ได้เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว พระองค์เป็นครูผู้ประเสริฐกว่าพวกผู้นำ เป็นพระพิชิตมารผู้เข้าใจสิ่งดีและสิ่งชั่วแจ้งชัด และเป็นคนกตัญญูกตเวที ย่อมประกอบสัตว์ทั้งหลายเข้าในอุบาย อันเป็นเหตุให้ถึงนิพพาน พระองค์ทรงรู้ธรรมทั้งปวง เป็นที่อาศัยอยู่แห่งความเอ็นดู เป็นที่สั่งสมแห่งอนันตคุณ ทรงพิจารณาด้วยพระญาณนั้นแล้ว ทรงแสดงธรรมอันประเสริฐ พระองค์เป็นผู้มีความเพียรใหญ่ เจ้าปัญญา บางครั้ง ทรงแสดงธรรมไพเราะปฏิสังยุตด้วยสัจจะ ๔ แก่หมู่ชนไม่มีที่สุด สัตว์จำนวนแสนได้บรรลุธรรม เพราะได้ฟังธรรมอันประเสริฐ อันงามในเบื้องต้นงามท่ามกลางและงามที่สุดนั้น

ครั้งนั้น แผ่นดินสั่นสะเทือน เมฆกระหึ่ม ทวยเทพ พรหม มนุษย์และอสูร ต่างก็แซ่ซ้องสาธุการว่าโอ พระศาสดาประกอบด้วยพระกรุณา โอ พระสัทธรรมเทศนาโอ พระพิชิตมารทรงฉุดหมู่สัตว์ที่จมลงในสมุทรคือภพขึ้นมาแล้วเมื่อสัตว์พร้อมทั้งมนุษย์ เทวดาและพรหม เกิดความสังเวชเช่นนี้แล้ว พระพิชิตมารได้ทรงสรรเสริญสาวกผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายฝ่ายทำสกุลให้เลื่อมใส ครั้งนั้น เราเกิดในสกุลอำมาตย์ในพระนครหงสวดี เป็นผู้นำมาซึ่งความเลื่อมใส น่าดู มีทรัพย์และธัญญาหารเหลือล้น เราเข้าไปยังพระวิหารหังสาราม ถวายบังคมพระตถาคตพระองค์นั้น ได้สดับธรรมอันไพเราะ และทำสักการะแด่พระผู้คงที่หมอบลงแทบบาทมูลแล้ว ได้กราบทูลว่า

ข้าแต่พระมุนีผู้มีความเพียรใหญ่ ภิกษุใดในศาสนาของพระองค์ เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายฝ่ายผู้ทำสกุลให้เลื่อมใส ขอให้ข้าพระองค์ได้เป็นเหมือนภิกษุนั้นในศาสนาของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุดเถิด ครั้งนั้น พระศาสดาผู้ประกอบด้วยพระมหากรุณา เมื่อจะเอาน้ำอมฤตรดเรา ได้ตรัสกะเราว่า ลุกขึ้นเถิดลูก ท่านจะได้ฐานันดรนี้สมมโนรถปรารถนาบุคคลทำสักการะในพระพิชิตมารแล้ว จะพึงเป็นผู้ปราศจากผลอย่างไรได้เล่า ในกัปที่แสนแต่กัปนี้ พระศาสดามีพระนามชื่อว่าโคดม ผู้สมภพในวงศ์พระเจ้าโอกกากราช จักเสด็จอุบัติขึ้นในโลก ท่านจักได้เป็นธรรมทายาทของพระศาสดาพระองค์นั้น เป็นโอรสอันธรรมเนรมิตร จักเป็นสาวกของพระศาสดา มีนามชื่อว่ากาฬุทายี ครั้งนั้น เราได้สดับพระพุทธยากรณ์แล้ว เป็นผู้เบิกบานมีจิตประกอบด้วยเมตตา บำรุงพระพิชิตมารซึ่งเป็นผู้นำชั้นพิเศษด้วยปัจจัยทั้งหลาย ตราบเท่าสิ้นชีวิต เพราะวิบากของกรรมนั้นและเพราะตั้งเจตน์จำนงไว้ เราละร่างมนุษย์แล้ว ได้ไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

ก็ในภพสุดท้าย ในบัดนี้ เราเกิดในสกุลมหาอำมาตย์ ของพระเจ้าแผ่นดินพระนามว่าสุทโธทนะ ในพระนครกบิลพัสดุ์ อันรื่นรมย์ ครั้งนั้น พระสิทธัตถราชกุมารผู้ประเสริฐกว่านรชน ได้ประสูติแล้วที่สวนลุมพินีอันรื่นรมย์ เพื่อประโยชน์และความสุขแก่โลกทั้งมวลเราก็เกิดในวันเดียวกัน เติบโตมาพร้อมกันกับพระสิทธัตถราชกุมารนั้นแหละ เป็นสหายรักใคร่ชอบใจของกัน คุ้นเคยกัน ฉลาดในทางนิติบัญญัติ พระสิทธัตถราชกุมารนั้น มีพระชนมายุ ๒๙ พรรษาได้เสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์ ยับยั้งอยู่ ๖ พรรษา ก็ได้เป็นพระพุทธเจ้าผู้นำชั้นพิเศษ พระพุทธองค์ทรงชำนะมารพร้อมทั้งเสนามารยังอาสวะให้สิ้นไป ข้ามห้วงอรรณพคือภพแล้ว เป็นพระพุทธเจ้าในโลกนี้พร้อมทั้งเทวโลก เสด็จไปยังป่าอิสิปตนะ ทรงแนะนำภิกษุเบญจวัคคีย์ ต่อจากนั้น พระผู้มีพระภาคก็เสด็จไปๆ ในที่นั้นๆแล้วทรงแนะนำเวไนยสัตว์ พระพิชิตมารพระองค์นั้น ทรงแนะนำเวไนยสัตว์ ทรงสงเคราะห์มนุษย์พร้อมทั้งทวยเทพ ได้เสด็จไปถึงภูเขาในแคว้นมคธแล้ว ประทับอยู่ในคราวครั้งนั้น ครั้งนั้น เราอันพระเจ้าแผ่นดินพระนามว่า สุทโธทนะทรงส่งไป ได้ไปเฝ้าพระทศพลบวชแล้ว ได้เป็นพระอรหันต์ ครั้งนั้น เราทูลอ้อนวอนพระศาสดาผู้ทรงแสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ให้เสด็จไปนครกบิลพัสดุ์ ต่อจากนั้นเราได้ล่วงหน้าไปก่อน ทำสกุลใหญ่ๆ ให้เลื่อมใส พระพิชิตมารผู้ประเสริฐกว่าบุรุษ ทรงพอพระทัยในคุณข้อนั้นของเรา จึงได้ทรงแต่งตั้งเราไว้ว่า เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายฝ่ายที่ทำสกุลให้เลื่อมใสเราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระกาฬุทายีเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ กาฬุทายีเถราปทาน.

End of ๖. กาฬุทายีเถราปทาน