arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน · ภัททิยวรรค

๕. นันทกเถราปทาน เล่ม ๓๓

Text layerBuddha’s wordsItems ๑๓๕ (Royal Thai)5/10 in ภัททิยวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

ปญฺจมํ นนฺทกตฺเถราปทานํ (๕๔๕)

นันทกเถราปทานที่ ๕

ว่าด้วยบุพจริยาของพระนันทกเถระ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ภัททิยวรรค นันทกเถราปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)

Pali (Siam Rath)

ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน สพฺพธมฺเมสุ จกฺขุมา

อิโต สตสหสฺสมฺหิ กปฺเป อุปฺปชฺชิ นายโก ฯ

หิตาย สพฺพสตฺตานํ สุขาย วทตํ วโร

อตฺถาย ปุริสาชญฺโญ ปฏิปนฺโน สเทวเก ฯ

ยสคฺคปตฺโต สิริมา กิตฺติวณฺณภโฏ ชิโน

ปูชิโต สพฺพโลกสฺส ทิสา สพฺพา สุวิสฺสุโต ฯ

อุตฺติณฺณวิจิกิจฺโฉ โส วีติวตฺตกถํกโถ

ปริปุณฺณมนสงฺกปฺโป ปตฺโต สมฺโพธิมุตฺตมํ ฯ

อนุปฺปนฺนสฺส มคฺคสฺส อุปฺปาเทตา นรุตฺตโม

อนกฺขาตญฺจ อกฺขาสิ อสญฺชาตญฺจ สญฺชนี ฯ

มคฺคญฺญู มคฺควิทู จ มคฺคกฺขายี นราสโภ

มคฺคสฺส กุสโล สตฺถา สารถีนํ นรุตฺตโม ฯ

ตทา มหาการุณิโก ธมฺมํ เทเสสิ นายโก

นิมุคฺเค โมหปงฺกมฺหิ ๑ สมุทฺธรติ ปาณิโน ฯ

ภิกฺขุนีนํ โอวทเน สาวกํ เชฏฺฐสมฺมตํ ๒

วณฺณยํ เอตทคฺคมฺหิ ปญฺญาเปสิ มหามุนิ ฯ

ตํ สุตฺวาหํ ปมุทิโต นิมนฺเตตฺวา ตถาคตํ

โภชยิตฺวา สสงฺฆนฺตํ ปตฺถยึ ฐานมุตฺตมํ ฯ

ตทา ปมุทิโต นาโถ มํ อโวจ มหาอิสิ

สุขี ภวสฺสุ ทีฆายุ ๓ ลจฺฉเสตํ มโนรถํ ฯ

สตสหสฺเส อิโต กปฺเป โอกฺกากกุลสมฺภโว

โคตโม นาม นาเมน สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ ฯ

ตสฺส ธมฺเมสุ ทายาโท โอรโส ธมฺมนิมฺมิโต

นนฺทโก นาม นาเมน เหสฺสติ สตฺถุสาวโก ฯ

เตน กมฺเมน สุกเตน เจตนาปณิธีหิ จ

ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ ตาวตึสํ ๔ อคญฺฉหํ ฯ

ปจฺฉิเม จ ภเว ทานิ ชาโต เสฏฺฐิกุเล อหํ

สาวตฺถิยํ ปุรวเร อิทฺเธ ผีเต มหทฺธเน ฯ

ปุรปฺปเวเส สุคตํ ทิสฺวา วิมฺหิตมานโส

เชตารามปฏิคฺคาเห ปพฺพชึ อนคาริยํ ฯ

น จิเรเนว กาเลน อรหตฺตํ อปาปุณึ

ตโตหํ ติณฺณสํสาโร สาสิโต สพฺพทสฺสินา ฯ

ภิกฺขุนีนํ ธมฺมกถํ ปริปุจฺฉา กรึ อหํ

สาสิตา ตา มยา สพฺพา อภวึสุ อนาสวา ฯ

สตานิ ปญฺจนูนานิ ตทา ตุฏฺโฐ มหาหิโต

ภิกฺขุนีนํ โอวทตํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสิ มํ ฯ

สตสหสฺเส กตํ กมฺมํ ผลํ ทสฺเสสิ เม อิธ

สุมุตฺโต สรเวโคว กิเลสา ฌาปิตา มม ฯ

กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา

นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ

สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา นนฺทโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

นนฺทกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

๑ ม. กามปงฺกมฺหิ ฯ ๒ ม. ยุ. เสฏฺฐสมฺมตํ ฯ ๓ ม. ทีฆาวุ ฯ ๔ ม. ยุ.

ตาวตึสูปโค อหํ ฯ

Royal Thai

ในกัปที่แสนแต่ภัทรกัปนี้ พระพิชิตมารพระนามว่าปทุมุตระ ผู้มีจักษุในธรรมทั้งปวง เป็นพระผู้นำ ได้เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว พระองค์กว่านักปราชญ์ทั้งหลาย เป็นบุรุษอาชาไนยทรงปฏิบัติเพื่อเกื้อกูลเพื่อประโยชน์ เพื่อสุขแก่สรรพสัตว์ ถึงความเป็นผู้เลิศด้วยยศในโลกนี้พร้อมทั้งเทวโลก มีศิริ มีเกียรติคุณเป็นเครื่องอลังการทรงชำนะมาร ได้รับการบูชาทั่วโลก ปรากฏทั่วไปทุกทิศ

พระองค์ทรงข้ามพ้นวิจิกิจฉา ล่วงพ้นความสงสัย มีความดำริชอบเต็มเปี่ยมทรงบรรลุสัมโพธิญาณอันอุดม ทรงยังหนทางที่ยังไม่เกิดให้เกิดเป็นผู้สูงสุดกว่านรชน ตรัสบอกสิ่งที่คนอื่นยังไม่ได้บอก และทรงยังสิ่งที่ยังไม่เกิดให้เกิดมีพร้อม ทรงรู้จักหนทาง ทรงเข้าใจหนทางแจ้งชัด ตรัสบอกหนทางให้ ประเสริฐกว่านรชน ทรงฉลาดในหนทาง เป็นครู เป็นพระผู้สูงสุดกว่านายสารถีทั้งหลาย ครั้งนั้นพระโลกนายกผู้ประกอบด้วยพระมหากรุณา ได้ตรัสพระธรรมเทศนาฉุดสัตว์ทั้งหลายผู้จมลงแล้วในหล่มคือโมหะขึ้น พระมหามุนีทรงสรรเสริญพระสาวกผู้มีสมมติว่าเลิศในการให้โอวาทแก่นางภิกษุณีทั้งหลาย ได้ทรงแต่งตั้งไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะ

เราได้ฟังพระพุทธดำรัสนั้นแล้ว ก็ชอบใจ จึงนิมนต์พระตถาคตพร้อมด้วยพระสงฆ์ให้เสวยและฉันภัตตาหารแล้วปรารถนาฐานันดรนั้น ครั้งนั้น พระโลกนาถผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ทรงเบิกบานพระทัยได้ตรัสกะเราว่า ท่านจงมีสุขอายุยืนเถิด ท่านจักได้ฐานันดรนี้สมมโนรถปรารถนา ในกัปที่แสนแต่กัปนี้ พระศาสดามีพระนามชื่อว่าโคดมผู้ทรงสมภพในวงศ์พระเจ้าโอกกากราช จักเสด็จอุบัติขึ้นในโลกท่านจักเป็นธรรมทายาทของพระศาสดาพระองค์นั้น จักเป็นโอรสอันธรรมเนรมิต จักได้เป็นสาวกของพระศาสดามีนามชื่อว่านันทกะเพราะกรรมที่ได้ทำไว้ดีนั้น และเพราะการตั้งเจตน์จำนงไว้ เราละร่างมนุษย์แล้ว ได้ไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ก็ในภพสุดท้ายในบัดนี้เราเกิดในสกุลเศรษฐี อันมั่นคั่งสมบูรณ์มีทรัพย์มากมาย ในพระนครสาวัตถี

เราได้พบพระสุคตเจ้า ในวันที่พระองค์เสด็จเข้าพระนคร เป็นผู้มีใจอัศจรรย์ ได้ออกบวชเป็นบรรพชิตในวันที่พระพุทธองค์ทรงรับพระเชตวนาราม ได้บรรลุอรหัตผลโดยกาลไม่นานเลย ครั้งนั้น เราอันพระศาสดาผู้ทรงเห็นธรรมทั้งปวงทรงพร่ำสอนจึงข้าม ข้ามพ้นสังสารวัฏไปได้ เราสอนธรรมแก่พระภิกษุณีทั้งหลาย พระภิกษุณีที่เราสอนนั้นรวม ๕๐๐ รูปด้วยกัน ล้วนเป็นผู้ไม่มีอาสวะ ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคผู้มีประโยชน์เกื้อกูลใหญ่ ทรงพอพระทัย จึงทรงตั้งเราไว้ในตำแหน่งแห่งภิกษุผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลาย ฝ่ายให้โอวาทพระภิกษุณี กรรมที่เราทำไว้ในกัปที่แสนแสดงผลแก่เราในอัตภาพนี้แล้ว เราเป็นผู้พ้นจากกิเลสด้วยดีเหมือนลูกศรที่พ้นไปจากแล่ง ฉะนั้น เราเผากิเลสเสียแล้ว เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระนันทกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ นันทกเถราปทาน.

End of ๕. นันทกเถราปทาน