arnon.world

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · พุทธวรรค

๔. มหาโมคคัลลานเถราปทาน (๒) เล่ม ๓๒

Text layerBuddha’s wordsItems ๔ (Royal Thai)4/12 in พุทธวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

มหาโมคคัลลานเถราปทานที่ ๔ (๒)

ว่าด้วยบุพจริยาของพระมหาโมคคัลลาน์

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน พุทธวรรค มหาโมคคัลลานเถราปทาน (๒) (Royal Thai Volume 32 · Mahachula Volume 32 · Mahamakut Volume 70 · Chaloem Phrakiat Volume 32)

Pali (Siam Rath)

อโนมทสฺสี ภควา โลกเชฏฺโฐ นราสโภ

วิหาสิ หิมวนฺตมฺหิ เทวสงฺฆปุรกฺขโต ฯ

วรุโณ นาม นาเมน นาคราชา อหํ ตทา

กามรูปี วิกุพฺพามิ มโหทธินิวาสหํ ฯ

องฺคนิยคณํ หิตฺวา ตุริยํ ปฏฺฐเปสหํ

สมฺพุทฺธํ ปริวาเรตฺวา วาเทสุํ อจฺฉรา ตทา ฯ

วิชฺชมาเนสุ ๑ ตุริเยสุ เทวตุริยานิ วชฺชยุํ

อุภินฺนํ สทฺทํ สุตฺวาน พุทฺโธปิ สมฺปพุชฺฌถ ฯ

นิมนฺตยิตฺวา สมฺพุทฺธํ สกํ ภวนมุปาคมึ

อาสนํ ปญฺญเปตฺวาน กาลมาโรจยึ อหํ ฯ

ขีณาสวสหสฺเสหิ ปุริโต ๒ โลกนายโก

โอภาเสนฺโต ทิสา สพฺพา ภวนมฺเม อุปาคมิ ฯ

อุปวิฏฺฐํ มหาวีรํ เทวเทวํ นราสภํ

ภิกฺขุสงฺฆํ สนฺตปฺเปสึ ๓ อนฺนปาเนนหํ ตทา ฯ

อนุโมทิ มหาวีโร สยมฺภู อคฺคปุคฺคโล

ภิกฺขุสงฺเฆ นิสีทิตฺวา อิมา คาถา อภาสถ ฯ

โย โส สงฺฆํ อปูเชสิ พุทฺธญฺจ โลกนายกํ

เตน จิตฺตปฺปสาเทน เทวโลกํ คมิสฺสติ ฯ

สตฺตสตฺตติกฺขตฺตุญฺจ เทวรชฺชํ กริสฺสติ

ปฐพฺยา รชฺชํ อฏฺฐสตํ วสุธํ อาวสิสฺสติ ฯ

ปญฺจปญฺญาสกฺขตฺตุํ จ จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ

โภคา อสงฺขยา ตสฺส อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตาวเท ฯ

อปริเมยฺเย อิโต กปฺเป โอกฺกากกุลสมฺภโว

โคตโม นาม โคตฺเตน สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ ฯ

นิรยา โส จวิตฺวาน มนุสฺสตฺตํ คมิสฺสติ

โกลิโต นาม นาเมน พฺรหฺมพนฺธุ ภวิสฺสติ ฯ

โส ปจฺฉา ปพฺพชิตฺวาน กุสลมูเลน โจทิโต

โคตมสฺส ภาวโต ทุติโย เหสฺสติ สาวโก ฯ

อารทฺธวิริโย ปหิตตฺโต อิทฺธิยา ปารมึ คโต

สพฺพาสเว ปริญฺญาย นิพฺพายิสฺสตฺยนาสโว ฯ

ปาปมิตฺโตปนิสฺสาย กามราควสํ คโต

มาตรํ ปิตรญฺจาปิ ฆาตยึ ทุฏฺฐมานโส ฯ

ยํ ยํ โยนูปปชฺชามิ นิรยํ อถ มานุสํ

ปาปกมฺมสมงฺคิตํ ๑ ภินฺนสีโส มรามหํ ๒ ฯ

อิทํ ปจฺฉิมกํ มยฺหํ จริโม วตฺตเต ภโว

อิธาปิ อีทิสํ มยฺหํ มรณกาเล ภวิสฺสติ ฯ

ปวิเวกมนุยุตฺโต สมาธิภาวนารโต

สพฺพาสเว ปริญฺญาย วิหรามิ อนาสโว ฯ

ธรณึปิ สุคมฺภีรํ พหลํ ทุปฺปธํสิยํ

วามงฺคุฏฺเฐน จาเลยฺยํ ๓ อิทฺธิยา ปารมึ คโต ฯ

อสฺมิมานํ น ปสฺสามิ มาโน มยฺหํ น วิชฺชติ

สามเณเร อุปาทาย ครุจิตฺตํ กโรมหํ ฯ

อปริเมยฺเย อิโต กปฺเป ยํ กมฺมํ อภินีหรํ

ตมหํ ภูมึ อนุปฺปตฺโต ปตฺโตมฺหิ อาสวกฺขยํ ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

มหาโมคฺคลฺลานตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

๑ ม. ยุ. อหํ ฯ ๒ ยุ. วีโร ฯ ๓ ม. ยุ. ตสฺสาหํ อาหสา อชฺช ฯ

๔ ม. กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา

มาโคว พนฺธนํ หิตฺวา วิหรามิ อนาสโว

สฺวาคตํ วต เม อาสิ พุทฺธเสฏฺฐสฺส สนฺติเก

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ

๕ ม. สพฺพตฺถ อิติสทฺโท นตฺถิ ฯ

๑ ม. วชฺชมาเนสุ ตูเรสุ เทวา ตูรานิ วชฺชยุ ฯ ยุ. อชฺชมาเนสุ ฯ ๒ ม. ปริวุโต ฯ

ยุ. ปุรโต ฯ ๓ ม. ส ภิกฺขุสงฺฆํ ตปฺเปสึ ฯ

๑ ม. ปาปกมฺมสมงฺคิตา ฯ ยุ. ปาปกมฺมสมงฺคีนํ ฯ ๒ ยุ. ภวามหํ ฯ

๓ ม. ยุ. โขเภยฺยํ ฯ

Royal Thai

พระผู้มีพระภาคพระนามว่าอโนมทัสสี เป็นผู้ประเสริฐสุดในโลก เป็นนระผู้องอาจ อันเทวดาและภิกษุสงฆ์แวดล้อมประทับอยู่ ณ ประเทศหิมวันต์ เวลานั้น เราเป็นนาคราช มีนามชื่อว่าวรุณแปลงรูปอันน่าใคร่ได้ต่างๆ อาศัยอยู่ในทะเลใหญ่ เราละหมู่นาคซึ่งเป็นบริวารทั้งสิ้น มาตั้งวงดนตรีในกาลนั้น หมู่นางนาคแวดล้อมพระสัมพุทธเจ้าประโคมอยู่เมื่อดนตรีของมนุษย์และนาคประโคมอยู่ ดนตรีของเทวดาก็ประโคมพระพุทธเจ้าทรงสดับเสียงดนตรีทั้งสองฝ่ายแล้ว ทรงตื่นบรรทม เรานิมนต์พระสัมพุทธเจ้า ทูลเชิญให้เสด็จเข้าไปยังภพของเรา เราปูลาดอาสนะแล้วกราบทูลเวลาเสวยพระกระยาหาร พระผู้มีพระภาคผู้นายกของโลก อันพระขีณาสพพันหนึ่งแวดล้อมแล้ว

ทรงยังทิศทุกทิศให้สว่างไสวเสด็จมายังภพของเรา เวลานั้น เรายังพระมหาวีรเจ้าผู้ประเสริฐกว่าเทวดาเป็นนระผู้องอาจ ซึ่งเสด็จเข้ามา (พร้อม) กับภิกษุสงฆ์ให้อิ่มหนำด้วยข้าวและน้ำ พระมหาวีรเจ้าผู้เป็นสยัมภูอัครบุคคลทรงอนุโมทนาแล้วประทับนั่งในท่ามกลางภิกษุสงฆ์ ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า ผู้ใดได้บูชาสงฆ์และได้บูชาพระพุทธเจ้าผู้นายกของโลก ด้วยจิตอันเลื่อมใส ผู้นั้นจักไปสู่เทวโลก จักเสวยเทวรัชสมบัติสิ้น ๓๓ ครั้ง จักเสวยราชสมบัติในแผ่นดิน ครอบครองพสุธา ๑๐๘ ครั้ง และจะเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ๕๕ ครั้ง โภคสมบัติอันนับไม่ถ้วน จักบังเกิดแก่ผู้นั้นในขณะนั้น ในกัลป์นับไม่ถ้วน แต่กัลป์นี้

พระศาสดาพระนามว่าโคดมโดยพระโคตร ซึ่งสมภพในวงศ์พระเจ้าโอกกากราช จักเสด็จอุบัติขึ้นในโลก ผู้นั้นเคลื่อนจากนรกแล้ว จักถึงความเป็นมนุษย์ จักเป็นบุตรพราหมณ์ มีนามว่าโกลิตะภายหลังอันกุศลมูลตักเตือนแล้วเขาจักออกบวช จักได้เป็นพระสาวกองค์ที่สองของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าโคดม จักปรารภความเพียรมอบกายถวายชีวิต ถึงที่สุดแห่งฤทธิ์ กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะจักปรินิพพาน จักอาศัยมิตรผู้ลามกตกอยู่ในอำนาจกามราคะ มีใจอันโทษประทุษร้ายแล้ว ฆ่ามารดาและแม้บิดาได้ เราไม่ได้เข้าถึงนรกหรือความเป็นมนุษย์ อันพรั่งพร้อมด้วยกรรมลามก ยังต้องศีรษะแตกตายนี้เป็นกรรมครั้งหลังสุดของเรา

ภพที่สุดย่อมเป็นไป กรรมเช่นนี้จักมีแก่เราในเวลาใกล้จะตายแม้ในที่นี้ เราหมั่นประกอบในวิเวก ยินดีในสมาธิภาวนา กำหนดรู้อาสวะทั้งปวง เป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่ แม้แผ่นดินอันลึกซึ้ง หนาอันอะไรขจัดได้ยาก เราผู้ถึงที่สุดแห่งฤทธิ์พึงให้ไหวได้ด้วยนิ้วแม่มือซ้าย เราไม่เห็นอัสมีมานะ มานะของเราไม่มี (เราไม่มีมานะ)เรากระทำความยำเกรงอย่างหนักแม้ที่สุดในสามเณร ในกัลป์อันประมาณมิได้แต่กัลป์นี้ เราสั่งสมกรรมใดไว้ เราบรรลุถึงภูมิแห่งกรรมนั้น เป็นผู้บรรลุถึงธรรมเครื่องสิ้นอาสวะแล้ว คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งแล้ว พระพุทธศาสนา เราทำเสร็จแล้ว ฉะนี้แล.

ทราบว่า ท่านพระมหาโมคคัลลานเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ด้วยประการฉะนี้แล.

จบมหาโมคคัลลานเถราปทาน

End of ๔. มหาโมคคัลลานเถราปทาน (๒)