arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · พุทธวรรค

๕. มหากัสสปเถราปทาน (๓) เล่ม ๓๒

Text layerBuddha’s wordsItems ๕ (Royal Thai)5/12 in พุทธวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

ปญฺจมํ มหากสฺสปตฺเถราปทานํ (๓)

มหากัสสปเถราปทานที่ ๕ (๓)

ว่าด้วยผลแห่งการสร้างพุทธเจดีย์

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน พุทธวรรค มหากัสสปเถราปทาน (๓) (Royal Thai Volume 32 · Mahachula Volume 32 · Mahamakut Volume 70 · Chaloem Phrakiat Volume 32)

Pali (Siam Rath)

ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต โลกเชฏฺฐสฺส ตาทิโน

นิพฺพุเต โลกนาถสฺมึ ปูชํ กุพฺพนฺติ สตฺถุโน ฯ

อุทคฺคจิตฺตา ชนตา อาโมทิตปฺปโมทิตา

เตสุ สํเวคชาเตสุ ปีติ เม อุปปชฺชถ ๑ ฯ

ญาติมิตฺเต สมาเนตฺวา อิทํ วจนมพฺรวึ

ปรินิพฺพุโต มหาวีโร หนฺท ปูชํ กโรม เส ฯ

สาธูติ เต ปฏิสฺสุตฺวา ภิยฺโย หาสํ ชนึสุ เม

พุทฺธสฺมึ โลกนาถสฺมึ กาหาม ปุญฺญสญฺจยํ ฯ

อคฺฆิยํ สุกตํ กตฺวา สตหตฺถํ สมุคฺคตํ

ทิยฑฺฒํ หตฺถสตํปิ วิมานํ นภมุคฺคตํ ฯ

กตฺวาน อคฺฆิยํ ตตฺถ กุสลปนฺตีหิ จิตฺติตํ

สกํ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา เจติยํ ปูชยุตฺตมํ ฯ

อคฺคิกฺขนฺโธว ชลติ สาลราชาว ผุลฺลิโต ๑

อินฺทลฏฺฐีว อากาเส โอภาสติ ๒ จตุทฺทิสา ฯ

ตตฺถ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา กตฺวาน กุสลํ พหุํ

ปุพฺพกมฺมํ สริตฺวาน ติทสํ อุปปชฺชหํ ฯ

สหสฺสยุตฺตํ หยวาหึ ทิพฺพยานํ อธิฏฺฐิโต

อุพฺพิทฺธํ ภวนํ มยฺหํ สตฺตภุมฺมํ สมุคฺคตํ ฯ

กูฏาคารสหสฺสานิ สพฺพโสณฺณมยา อหุ ๓

ชลนฺติ สกเตเชน ทิสา สพฺพา ปภาสยุํ ๔ ฯ

สนฺติ อญฺเญปิ นิยฺยุหา โลหิตงฺกมยา ๕ ตทา

เตปิ โชตนฺติ อาภาย สมนฺตา จตุโร ทิสา ฯ

ปุญฺญกมฺมาภินิพฺพตฺตา กูฏาคารา สุนิมฺมิตา

มณิมยาปิ โชตนฺติ ทิโสทิสํ ๖ สมนฺตโต ฯ

เตสํ อุชฺโชตมานานํ โอภาโส วิปุโล อหุ

สพฺเพ เทเว อภิโภมิ ปุญฺญกมฺมสฺสิทํ ผลํ ฯ

สฏฺฐิกปฺปสหสฺสมฺหิ อุพฺพิทฺโธ นาม ขตฺติโย

จาตุรนฺโต วิชิตาวี ปฐวึ อาวสึ อหํ

ตเถว ภทฺทเก กปฺเป ตึสกฺขตฺตุํ อโหสหํ ฯ

สกกมฺมาภิรทฺโธมฺหิ จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ

สตฺตรตนสมฺปนฺโน จตุทีปมฺหิ อิสฺสโร

ตตฺถาปิ ภวนํ มยฺหํ อินฺทลฏฺฐีว อุคฺคตํ ฯ

อายามโต จตุพฺพีสา วิตฺถาเรน จ ทฺวาทสา

รมฺมกํ ๑ นาม นครํ ทฬฺหปาการโตรณํ ฯ

อายามโต ปญฺจสตํ วิตฺถาเรน ตทฑฺฒกํ

อากิณฺณํ ชนกาเยหิ ติทสานํ ปุรํ วิย ฯ

ยถา สูจิฆเร สูจิ ปกฺขิตฺตา ปณฺณวีสติ

อญฺญมญฺญํ ปฆฏฺเฏนฺติ อากิณฺณา โหติ สตตา ๒ ฯ

เอวมฺปิ นครํ มยฺหํ หตฺถสฺสรถสงฺกุลํ ๓

มนุสฺเสหิ ตทากิณฺณํ รมฺมกํ ๑ นครุตฺตมํ ฯ

ตตฺถ ภุตฺวา ปิวิตฺวา จ ปุน เทวตฺตตํ คโต

ภเว ปจฺฉิมเก มยฺหํ อโหสิ กุลสมฺปทา ฯ

พฺรหฺมญฺญกุลสมฺภูโต มหารตนสญฺจโย

อสีติโกฏิโย หิตฺวา หิรญฺญสฺส ปริพฺพชึ ๔ ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา มหากสฺสโป เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

มหากสฺสปตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

๑ ม. ยุ. อุทปชฺชถ ฯ

๑ ม. อคฺคิกฺขนฺโธว ชลิโต กึสุโกอิว ผุลฺลิโต ฯ ยุ... ชลิโต... ฯ ๒ ม. โอภาเสติ ฯ

๓ ม. อหํ ฯ ยุ. สพฺเพ โสวณฺณมยา อหํ ฯ ๔ ม. ยุ. ปภาสยํ ฯ

๕ ม. นิยฺยูหา โลหิตงฺคมยา ฯ ๖ ม. ยุ. ทิสา ทส ฯ

๑ ม. รมฺมณํ ฯ ๒ ม. อากิณฺณํ โหติ ลงฺกตํ ฯ ยุ. .. โหติ ตํ ตทา ฯ

๓ ม. หตฺถิสฺสรถสงฺกุลํ ฯ ๔ ม. หิรญฺญสฺสาปิ ปพฺพชึ ฯ

Royal Thai

ในกาลเมื่อพระผู้มีพระภาคพระนามว่าปทุมุตตระเชฏฐบุรุษของโลก ผู้คงที่ผู้เป็นนาถะของโลก นิพพานแล้ว ชนทั้งหลายทำการบูชาพระศาสดา หมู่ชนมีจิตร่าเริง เบิกบาน บันเทิง เมื่อเขาเหล่านั้นเกิดความสังเวช ปีติย่อมเกิดแก่เรา เราประชุมญาติและมิตรแล้ว ได้กล่าวคำนี้ว่า พระมหาวีรเจ้าปรินิพพานแล้ว เชิญเรามาทำการบูชากันเถิด พวกเขารับคำว่าสาธุแล้วทำความร่าเริงให้เกิดแก่เราอย่างยิ่งว่า พวกเราจักทำทานก่อสร้างบุญ ในพระพุทธเจ้าผู้เป็นนาถะของโลก

เราได้สร้างเจดีย์อันมีค่าทำอย่างเรียบร้อยสูงร้อยศอก สร้างปราสาทร้อยห้าสิบศอก สูงจรดท้องฟ้า ครั้นสร้างเจดีย์อันมีค่างดงามด้วยระเบียบอันดีไว้ที่นั้นแล้ว ได้ยังจิตของตนให้เลื่อมใสบูชาเจดีย์อันอุดม ปราสาทย่อมรุ่งเรือง ดังกองไฟโพลงอยู่ในอากาศ เช่นพระยารังกำลังดอกบาน ย่อมสว่างจ้าทั่วสี่ทิศเหมือนสายฟ้าในอากาศ เรายังจิตให้เลื่อมใสในห้องพระบรมธาตุนั้น ก่อสร้างกุศลเป็นอันมาก ระลึกถึงกรรมเก่าแล้ว ได้เข้าถึงไตรทศ เราอยู่บนยานทิพย์อันเทียมด้วยม้าสินธพพันตัว วิมานของเราสูงตระหง่าน สูงสุดเจ็ดชั้น กูฏาคาร (ปราสาท)พันหนึ่ง สำเร็จด้วยทองคำล้วน ย่อมรุ่งเรือง ยังทิศทั้งปวงให้สว่างไสวด้วยเดชของตน

ในกาลนั้น ศาลาหน้ามุขแม้เหล่าอื่นอันสำเร็จด้วยแก้วมณีมีอยู่ แม้ศาลาหน้ามุขเหล่านั้นก็โชติช่วงด้วยรัศมีทั่วสี่ทิศโดยรอบกูฏาคารอันบังเกิดขึ้นด้วยบุญกรรม อันบุญกรรมนิรมิตไว้เรียบร้อย สำเร็จด้วยแก้วมณีโชติช่วงทั่วทิศน้อยทิศใหญ่โดยรอบ โอภาสแห่งกูฏาคารอันโชติช่วงอยู่เหล่านั้น เป็นสิ่งไพบูลย์ เราย่อมครอบงำเทวดาทั้งปวงได้ นี้เป็นผลแห่งบุญกรรม เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิครอบครองแผ่นดิน มีสมุทรสาครสี่เป็นขอบเขต ในหกหมื่นกัลป์ ในภัทรกัลป์นี้

เราได้เป็นเหมือนอย่างนั้น ๓๓ ครั้ง เป็นพระเจ้าจักรพรรดิผู้มีกำลังมาก ยินดีในกรรมของตนสมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ เป็นใหญ่ในทวีปทั้ง ๔ ในครั้งนั้น ปราสาทของเราสว่างไสวดังสายฟ้า ด้านยาว ๒๔ โยชน์ ด้านกว้าง ๑๒ โยชน์พระนครชื่อรัมมกะ มีกำแพงและค่ายมั่นคงด้านยาว ๕๐๐ โยชน์ ด้านกว้าง๒๕๐ โยชน์ คับคั่งด้วยหมู่ชน เหมือนเทพนครของชาวไตรทศ เข็ม ๒๕ เล่มเขาใส่ไว้ในกล่องเข็ม ย่อมกระทบกันและกัน เบียดเสียดกันเป็นนิจ ฉันใดแม้นครของเราก็ฉันนั้น เกลื่อนด้วยช้างม้าและรถ คับคั่งด้วยหมู่มนุษย์น่ารื่นรมย์ เป็นนครอุดม เรากินและดื่มอยู่ในนครนั้น แล้วไปเกิดเป็นเทวดาอีกในภพที่สุด กุศลสมบัติได้มีแล้วแก่เรา เราสมภพในสกุลพราหมณ์สั่งสมรัตนะมาก ละเงินประมาณ ๘๐ โกฏิ เสียแล้วออกบวช คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งแล้วพระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ฉะนี้แล.

ทราบว่า ท่านพระมหากัสสปเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ด้วยประการฉะนี้แล.

จบมหากัสสปเถราปทาน.

End of ๕. มหากัสสปเถราปทาน (๓)