พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · พุทธวรรค
๔. มหาโมคคัลลานเถราปทาน (๒) เล่ม ๓๒
Text layerBuddha’s wordsItems ๔ (Royal Thai)4/12 in พุทธวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
สารีปุตฺตตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ. <211>
_______
๒. มหาโมคฺคลฺลานตฺเถรอปทาน
๒. มหาโมคคัลลานเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระมหาโมคคัลลานเถระ
(พระมหาโมคคัลลานเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน พุทธวรรค มหาโมคคัลลานเถราปทาน (๒) (Royal Thai Volume 32 · Mahachula Volume 32 · Mahamakut Volume 70 · Chaloem Phrakiat Volume 32)
บาลี (มหาจุฬาฯ), vol. 32, pp. 45–48 · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒), vol. 32, pp. 59–61
อโนมทสฺสี ภควา โลกเชฏฺโฐ นราสโภ
วิหาสิ หิมวนฺตมฺหิ เทวสงฺฆปุรกฺขโต.
พระผู้มีพระภาคพระนามว่าอโนมทัสสี ผู้เจริญที่สุดในโลก ผู้องอาจกว่านรชน มีหมู่เทวดาห้อมล้อมประทับอยู่ที่ภูเขาหิมพานต์
วรุโณ นาม นาเมน นาคราชา อหํ ตทา
กามรูปี วิกุพฺพามิ มโหทธีนิวาสหํ.
ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเกิดเป็นพญานาคมีนามว่าวรุณ เนรมิตรูปได้ตามที่ต้องการ แสดงฤทธิ์ได้ต่าง ๆ อาศัยอยู่ในทะเลใหญ่
อนงฺคนิยคณํ <212> หิตฺวา ตูริยํ ปฏฺฐเปสหํ
สมฺพุทฺธํ ปริวาเรตฺวา วาเทสุํ อจฺฉรา ตทา.
ข้าพเจ้าละหมู่นาคซึ่งเป็นบริวารประจำ ให้เริ่มบรรเลงดนตรี ในครั้งนั้น หมู่นางนาคแวดล้อมพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว พากันประโคมดนตรี
วิชฺชมาเนสุ <213> ตูริเยสุ เทวาตูรานิ วชฺชยุํ
อุภินฺนํ สทฺทํ สุตฺวาน พุทฺโธปิ สมฺปพุชฺฌถ.
เมื่อดนตรีประโคมอยู่ เหล่าเทวดาก็ประโคมดนตรี พระพุทธเจ้าได้ทรงสดับเสียงดนตรีของทั้ง ๒ ฝ่ายแล้วก็ทรงทราบ
นิมนฺตยิตฺวา สมฺพุทฺธํ สกํ ภวนุปาคมึ
อาสนํ ปญฺญเปตฺวาน กาลมาโรจยึ อหํ.
ขีณาสวสหสฺเสหิ ปริวุโต โลกนายโก
โอภาเสนฺโต ทิสา สพฺพา ภวนมฺเม อุปาคมิ.
พระผู้มีพระภาคผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก มีพระขีณาสพ ๑,๐๐๐ รูป แวดล้อม (ทรงเปล่งรัศมี) ทำทิศทั้งปวงให้สว่างไสว เสด็จเข้าไปยังภพของข้าพเจ้า
อุปวิฏฺฐํ มหาวีรํ เทวเทวํ นราสภํ
ภิกฺขุสํฆํ สนตปฺเปสึ <214> อนฺนปาเนนหํ ตทา.
ครั้งนั้น ข้าพเจ้าอังคาสพระผู้มีพระภาค ผู้มีความเพียรมาก ผู้เป็นเทพยิ่งกว่าเทพ ผู้องอาจกว่านรชน และหมู่ภิกษุให้อิ่มหนำด้วยข้าวและน้ำ
อนุโมทิ มหาวีโร สยมฺภู อคฺคปุคฺคโล
ภิกฺขุสํเฆ นิสีทิตฺวา อิมา คาถา อภาสถ.
พระผู้มีพระภาคผู้ทรงมีความเพียรมาก ผู้เป็นพระสยัมภู เป็นบุคคลผู้เลิศ ทรงอนุโมทนาแล้ว ประทับนั่งในท่ามกลางหมู่ภิกษุแล้ว ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า
โย โส สํฆํ อปูเชสิ พุทฺธญฺจ โลกนายกํ
เตน จิตฺตปฺปสาเทน เทวโลกํ คมิสฺสติ.
บุคคลใดได้บูชาพระสงฆ์ และได้บูชาพระพุทธเจ้า ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ด้วยจิตที่เลื่อมใสนั้น บุคคลนั้นจักไปเกิดยังเทวโลก
สตฺตสตฺตติกฺขตฺตุญฺจ เทวรชฺชํ กริสฺสติ
ปฐพยา รชฺชํ อฏฺฐสตํ วสุธํ อาวสิสฺสติ.
จักครองเทวสมบัติ ๗๗ ชาติ จักเป็นพระเจ้าแผ่นดินครองแผ่นดิน ๑๐๘ ชาติ
ปญฺจปญฺญาสกฺขตฺตุํ จ จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ
โภคา อสงฺขยา ตสฺส อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตาวเท.
และจักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๕๕ ชาติ โภคสมบัตินับจำนวนไม่ถ้วน จักเกิดขึ้นแก่เขาในขณะนั้น
อปริเมยฺเย อิโต กปฺเป โอกฺกากกุลสมฺภโว
โคตโม นาม โคตฺเตน สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ.
ในกัปที่นับมิได้ นับจากกัปนี้ไป พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก
นิรยา โส จวิตฺวาน มนุสฺสตํ คมิสฺสติ
โกลิโต นาม นาเมน พฺรหฺมพนฺธุ ภวิสฺสติ.
เขาจุติจากนรกแล้วจักมาเกิดเป็นมนุษย์ เป็นบุตรของพราหมณ์มีนามว่าโกลิตะ
โส ปจฺฉา ปพฺพชิตฺวาน กุสลมูเลน โจทิโต
โคตมสฺส ภควโต ทุติโย เหสฺสติ สาวโก.
ภายหลัง เขาถูกกุศลมูลตักเตือนแล้ว จักบวชเป็นสาวกองค์ที่ ๒ ของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าโคดม
อารทฺธวีริโย ปหิตตฺโต อิทฺธิยา ปารมึ คโต
สพฺพาสเว ปริญฺญาย นิพฺพายิสฺสตฺยนาสโว.
ปาปมิตฺโตปนิสฺสาย กามราควสํ คโต
มาตรํ ปิตรญฺจาปิ ฆาตยึ ทุฏฺฐมานโส.
(พระเถระครั้นกล่าวคำพยากรณ์ที่ตนได้รับแล้ว เมื่อจะประกาศความประพฤติชั่วจึงกล่าวว่า)ข้าพเจ้าคลุกคลีมิตรชั่ว ตกอยู่ในอำนาจกามราคะ มีใจโกรธเคือง ได้ฆ่ามารดาและบิดาเสียแล้ว
ยํ ยํ โยนูปปชฺชามิ นิรยํ อถ มานุสํ
ปาปกมฺมสมงฺคิตํ <215> ภินฺนสีโส มรามหํ.
ข้าพเจ้าเกิดในกำเนิดใด ๆ คือ จะเป็นนรกหรือมนุษย์ก็ตาม เพราะเป็นผู้มากด้วยความชั่ว ข้าพเจ้าจึงถูกทุบศีรษะตาย
อิทํ ปจฺฉิมกํ มยฺหํ จริโม วตฺตเต ภโว
อิธาปิ อีทิสํ มยฺหํ มรณกาเล ภวิสฺสติ.
นี้เป็นกรรมครั้งสุดท้ายของข้าพเจ้า ภพสุดท้ายกำลังเป็นไปอยู่ กรรมเช่นนี้จักปรากฏแก่ข้าพเจ้าในเวลาจะตายแม้ในชาตินี้
ปวิเวกมนุยุตฺโต สมาธิภาวนารโต
สพฺพาสเว ปริญฺญาย วิหรามิ อนาสโว.
ข้าพเจ้าหมั่นประกอบความสงัด ยินดีในการเจริญสมาธิ กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ
ธรณึปิ สุคมฺภีรํ พหลํ ทุปฺปธํสิยํ
วามงฺคุฏฺเฐน จาเลยฺยํ อิทฺธิยา ปารมึ คโต.
(เมื่อพระเถระจะประกาศผลแห่งความประพฤติในก่อน จึงกล่าวว่า)
ข้าพเจ้าถึงความสำเร็จแห่งฤทธิ์ พึงใช้นิ้วหัวแม่เท้าข้างซ้าย เขี่ยแผ่นดินซึ่งทั้งลึกทั้งหนาที่อะไร ๆ กำจัดได้ยาก ให้ไหวได้
อสฺมิมานํ น ปสฺสามิ มาโน มยฺหํ น วิชฺชติ
สามเณเร อุปาทาย ครุจิตฺตํ กโรมหํ.
ข้าพเจ้าไม่เห็นอัสมิมานะ(ถือตัวว่าเป็นนั่นเป็นนี่) ข้าพเจ้าไม่มีความถือตัว ข้าพเจ้ากระทำจิตให้มีความเคารพ แม้กระทั่งสามเณร
อปริเมยฺเย อิโต กปฺเป ยํ กมฺมํ อภินีหรํ <216>
ตาหํ ภูมึ อนุปฺปตฺโต ปตฺโตมฺหิ อาสวกฺขยํ.
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ.
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ.
มหาโมคฺคลฺลานตฺเถรสฺส อปทานํ ทุติยํ สมตฺตํ.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แลได้ทราบว่า ท่านพระมหาโมคคัลลานเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการ ฉะนี้
มหาโมคคัลลานเถราปทานที่ ๒ จบ
End of ๔. มหาโมคคัลลานเถราปทาน (๒)