arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน · ปังสุกุลสวรรค

๒. พุทธสัญญกเถราปทาน เล่ม ๓๓

Text layerBuddha’s wordsItems ๗๒ (Royal Thai)2/10 in ปังสุกุลสวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

๒. พุทธสัญญกเถราปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระพุทธสัญญกเถระ

(พระพุทธสัญญกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ปังสุกุลสวรรค พุทธสัญญกเถราปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒), vol. 33, pp. 135–138

The Mahachula Pali of this passage is not in the e-tipitaka data.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าพเจ้าเป็นผู้สาธยายพระเวท ทรงมนตร์ จบไตรเพท

ชำนาญในคัมภีร์พยากรณ์ลักษณะ คัมภีร์อิติหาสะ

พร้อมด้วยคัมภีร์นิฆัณฑุศาสตร์ และคัมภีร์เกฏุภศาสตร์

Footnotes (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. 1พระพุทธสัญญกเถระ หมายถึง พระวีตโสกเถระ พระอนุชาของพระเจ้าอโศกมหาราช ภายหลังพุทธ ปรินิพพาน ๒๑๘ ปี (ขุ.เถร.อ. ๑/๒๘๒/๔๕๔)
  2. 2ผู้สาธยายพระเวท หมายถึงเป็นผู้บอกไตรเพทแก่ชนเหล่าอื่น (ขุ.อป.อ. ๑/๔๔๒/๓๓๒)
  3. 3ทรงมนตร์ หมายถึงมีปัญญา รอบรู้ในสาขาของพระเวท (ขุ.อป.อ. ๑/๔๔๒/๓๓๒)
  4. 4ไตรเพท หมายถึงคัมภีร์ ๓ คือ ฤคเวท(อิรุเวท) ยชุรเวท และสามเวท (ขุ.อป.อ. ๑/๔๔๒/๓๓๒)
  5. 5ลักษณะ หมายถึงศาสตร์ว่าด้วยลักษณะของบุคคลสำคัญมีพระพุทธเจ้าเป็นต้น (ที.สี.อ. ๒๕๖/๒๐๓, ขุ.อป.อ. ๑/๔๔๒/๓๓๒)
  6. 6คัมภีร์อิติหาสะ หมายถึงประวัติศาสตร์ คือพงศาวดารเล่าเรื่องเก่า ๆ มักจะมีคำว่า สิ่งนี้ได้เป็นมาอย่างนี้ (ที.สี.อ. ๒๕๖/๒๒๓, ขุ.อป.อ. ๑/๓๓๒/๔๔๒) และดู Dawson, John. A CLASSICAL DICTIONARY OF HINDU MYTHOLOGY (LONDON; ROUTLEDGE AND KEGAN PAUL 1957) P. 222
  7. 7นิฆัณฑุศาสตร์ คัมภีร์ประเภทศัพท์มูลวิทยา (Etymology) คลังศัพท์ (Lexicon) หรืออภิธานศัพท์ (Glossary) ซึ่งรวบรวมคำศัพท์ในพระเวทซึ่งเป็นคำยากหรือคำที่เลิกใช้แล้ว นำมาอธิบายความหมาย เป็น ส่วนหนึ่งของปรกติ ซึ่งเป็น ๑ ในเวทางคศาสตร์ ๖ ของศาสนาพราหมณ์ ภาษาสันสกฤตเรียกว่า นิฆัณฏุ (ที.สี.อ. ๑/๒๕๖/๒๒๓)
  8. 8เกฏุภศาสตร์ คัมภีร์ที่ว่าด้วยกฎเกณฑ์การใช้ถ้อยคำให้เหมาะสมแก่การประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ เป็น ส่วนหนึ่งของกัลปะซึ่งเป็น ๑ ในเวทางคศาสตร์ ๖ ของศาสนาพราหมณ์ ภาษาสันสกฤตเรียกว่า ไกฏภ (ที.สี.อ. ๑/๒๕๖/๒๒๒)
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ครั้งนั้น ศิษย์ทั้งหลายพากันมาหาข้าพเจ้าไม่ขาดสาย

เหมือนกระแสน้ำ ข้าพเจ้าไม่เกียจคร้าน

สอนมนตร์แก่ศิษย์เหล่านั้นทั้งกลางวันและกลางคืน

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ในคราวนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ

เสด็จอุบัติขึ้นในโลก พระองค์ทรงกำจัดความมืดมนให้พินาศแล้ว

ให้แสงสว่างคือพระญาณเป็นไป

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ครั้งนั้น ศิษย์ของข้าพเจ้าคนหนึ่ง

ได้บอกแก่ศิษย์ทั้งหลายของข้าพเจ้า

พวกเขาได้ฟังความนั้น จึงบอกแก่ข้าพเจ้า

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าพเจ้าคิดว่า พระสัพพัญญูพุทธเจ้า

ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก เสด็จอุบัติขึ้นในโลกแล้ว

ชนย่อมประพฤติตามพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น แต่เราไม่มีลาภเลย

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระพุทธเจ้าทั้งหลาย เป็นผู้มีการอุบัติเลิศลอย

มีพระจักษุ มีพระยศยิ่งใหญ่ ไฉนหนอ

เราควรเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าพเจ้าถือหนังสัตว์ ผ้าเปลือกไม้

และคนโทน้ำของข้าพเจ้าแล้ว จึงออกจากอาศรม

เรียกศิษย์ทั้งหลายมา (กล่าวว่า)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

๒. พุทธสัญญกเถราปทาน

ความเป็นพระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลกนี้หาได้ยาก

เหมือนหาดอกมะเดื่อที่ดี เหมือนหากระต่ายในดวงจันทร์

หรือเหมือนหาน้ำมันกา

Footnotes (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. 1น้ำมันกาหายาก เพราะกาทั้งหลายถูกความหิวความสะดุ้งเบียดเบียนทั้งกลางคืนและกลางวันจึงหามัน เหลวได้ยาก (ขุ.อป.อ. ๒/๑๖/๒๖๐)
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติขึ้นในโลกแล้ว

แม้ความเป็นมนุษย์ก็หาได้ยาก เมื่อทั้ง ๒ อย่างมีอยู่

แต่การได้สดับพระสัทธรรมก็หาได้ยากยิ่ง

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติขึ้นในโลกแล้ว

ความเจริญจักมีแก่พวกเราผู้ได้ดวงตา มาเถิดท่านทั้งหลาย

เราทุกคนจักไปยังสำนักของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ศิษย์ทุกคนสะพายคนโทน้ำ นุ่งผ้าหนังสัตว์ที่มีเล็บ

ในครั้งนั้น พวกเขาเกล้าชฎาและหาบบริขารพากันออกจากป่าใหญ่

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พวกเขาทอดสายตาดูประมาณชั่วแอก

แสวงหาประโยชน์สูงสุด เดินมาเหมือนลูกช้าง

เป็นผู้ไม่สะดุ้ง ดุจพญาไกรสรราชสีห์

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พวกเขาไม่มีความสะดุ้ง หมดความละโมบ

มีปัญญารักษาตน มีความประพฤติสงบ

เที่ยวไปพร้อมด้วยเสบียงกรังเข้าไปใกล้พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ในระยะทาง ๑ โยชน์ครึ่ง ข้าพเจ้าได้เกิดเจ็บป่วยขึ้น

จึงระลึกถึงพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุดแล้วสิ้นชีวิตในที่นั้น

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ในกัปที่ ๙๔ (นับจากกัปนี้ไป)

ข้าพเจ้าได้สัญญาในครั้งนั้น

จึงไม่รู้จักทุคติเลย

นี้เป็นผลแห่งการได้สัญญาในพระพุทธเจ้า

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว

ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้า

เป็นการมาดีแล้วโดยแท้

วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า ท่านพระพุทธสัญญกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

พุทธสัญญกเถราปทานที่ ๒ จบ

End of ๒. พุทธสัญญกเถราปทาน