arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน · ขัตติยกัญญาวรรค

๑. อัฏฐารสหัสสขัตติยกัญญาเถริยาปทาน เล่ม ๓๓

Text layerBuddha’s wordsItems ๑๗๑ (Royal Thai)1/10 in ขัตติยกัญญาวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

จตุตฺโถ ขตฺติยกญฺญาวคฺโค

ปฐมํ อฏฺฐารสสหสฺสขตฺติยกญฺญาเถรีนมปทานํ (๓๑)

ขัตติยกัญญาวรรคที่ ๔

อปทานแห่งพระเถรีที่เคยเป็นขัตติยกัญญา

หมื่นแปดพันที่ ๑

ว่าด้วยบุพจริยาของพระเถรีหมื่นแปดพันรูป

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ขัตติยกัญญาวรรค อัฏฐารสหัสสขัตติยกัญญาเถริยาปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)

Pali (Siam Rath)

ภวา สพฺเพ ปริกฺขีณา ภวสนฺธิ ๑ วิโมจิตา

สพฺพาสวา จ โน นตฺถิ อาโรเจม มหามุเน ฯ

ปริกมฺมญฺจ ๒ กุสลํ ยงฺกิญฺจิ สาธุ ๓ ปตฺถิตํ

ปริโภคํ ๔ มยา ทินฺนํ ตุยฺหตฺถาย มหามุเน ฯ

พุทฺธปจฺเจกพุทฺธานํ สาวกานญฺจ ปตฺถิตํ

ปริโภคํ มยา ทินฺนํ ตุยฺหตฺถาย มหามุเน ฯ

อุจฺจานีจํ มยา กมฺมํ ภิกฺขูนํ สาธุ ปตฺถิตํ

อุจฺจากุลปริกฺกมฺมํ กตเมฺหหิ ๕ มหามุเน ฯ

เตเนว สุกฺกมูเลน โจทิตา กมฺมสมฺปทา

มานุสิกมติกฺกนฺตา ชายึสุ ขตฺติเย กุเล ฯ

อุปจิเต ๖ กเต กมฺเม ชาติยา จาปิ ๗ เอกโต

ปจฺฉิเม เอกโต ชาตา ขตฺติยา กุลสมฺภวา ฯ

รูปวตี โภควตี ลาภสกฺการปูชิตา

อนฺเตปุเร มหาวีร เทวานํ อิว นนฺทเน ฯ

นิพฺพินฺทิตฺวา อคารมฺหา ปพฺพชิมฺหานคาริยํ

กติปาหํ อุปาทาย สพฺพา ปตฺตามฺห นิพฺพุตึ ฯ

จีวรํ ปิณฺฑปาตญฺจ ปจฺจยํ สยนาสนํ

อุปเนนฺติ พหู อเมฺห สทา สกฺกตปูชิตา ฯ

กิเลสา ฌาปิตา อมฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา

นาคีว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหราม อนาสวา ฯ

สฺวาคตํ วต โน อาสิ พุทฺธเสฏฺฐสฺส สนฺติเก

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ ยสวตีปมุขานิ ขตฺติยกญฺญา ภิกฺขุนิโย อฏฺฐารสสหสฺสานิศ

ภควโต สมฺมุขา อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

อฏฺฐารสสหสฺสขตฺติยกญฺญาเถรีนํ อปทานํ สมตฺตํ ฯ

ทุติยํ จตุราสีติสหสฺสพฺราหฺมณกญฺญาเถรีนมปทานํ (๓๒)

๑ ม. ภวา สนฺติ ... ฯ ๒ ม. ยุ. ปุริมํ กุสลํ กมฺมํ ฯ ๓ โป. ยุ. สพฺพํ ฯ

๔ ม. ปริโภคมยํ ฯ ยุ. ปริโภคํ อยํ ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ ๕ ม. กตเมตํ ฯ

๖ ม. อุปฺปตฺเตจ ฯ ยุ. อุปฺปตฺเตว ฯ ๗ ม. วาปิ ฯ

Royal Thai

ข้าแต่พระมหามุนี หม่อมฉันทั้งหลายมีภพทั้งปวงสิ้นไปแล้ว ปลดเปลื้องที่ต่อแห่งภพแล้ว มิได้มีอาสวะทั้งปวงเลย ขอกราบทูลว่าข้าแต่พระมหามุนี หม่อมฉันทั้งหลายมีกรรมเก่า ส่วนกุศลทุกอย่างบำเพ็ญไว้ดีแล้ว วัตถุเครื่องบริโภคก็ให้แล้วเพื่อประโยชน์แก่พระองค์ ข้าแต่พระมหามุนี หม่อมฉันทั้งหลายบำเพ็ญกุศลกรรมถวายเครื่องบริโภคแก่พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า และพระสาวกทั้งหลายเพื่อประโยชน์แก่พระองค์

ข้าแต่พระมหามุนีหม่อมฉันทั้งหลายมีกรรมอย่างสูงและอย่างต่ำบำเพ็ญดีแล้ว แก่ภิกษุทั้งหลายมีกรรมเก่าทั้งส่วนสูงทั้งส่วนต่ำทำไว้แล้ว หม่อมฉันทั้งหลายอันกรรมเดิม ที่เป็นกุศลนั้นนั่นแหละเตือนแล้ว เป็นผู้พรั่งพร้อมไปด้วยกุศลกรรม ล่วงวิบัติของมนุษย์แล้ว มาเกิดในสกุลกษัตริย์ เพราะหม่อมฉันทั้งหลายร่วมก่อสร้างกรรมโดยชาติเดียวกันจึงได้มาเกิดมีสมภพในตระกูลกษัตริย์ร่วมกัน ในภพหลังข้าแต่พระมหาวีรเจ้า หม่อมฉันทั้งหลายเป็นผู้มีรูปสมบัติ มีโภคสมบัติ มีลาภสักการะ อันมหาชนบูชาแล้ว ณ ภายในบุรี เหมือนนันทนวันของทวยเทพ หม่อมฉันทั้งหลายเบื่อหน่ายจึงพากันออกบวชเป็นภิกษุณี มีอุปาทานอยู่สองสามวัน ก็บรรลุถึงความดับทุกข์ทั้งหมดด้วยกัน หม่อมฉันทั้งหลาย อันชนเป็นอันมากนำจีวรบิณฑบาต เสนาสนะเภสัชปัจจัยเข้ามาสักการะบูชาแล้ว หม่อมฉันทั้งหลายเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาหม่อมฉันทั้งหลายได้ทำเสร็จแล้ว.

ทราบว่า ภิกษุณีผู้เคยเป็นขัตติยกัญญา ๑๘,๐๐๐ มีพระยสวดีเถรีเป็นหัวหน้า ได้กล่าวคาถานี้เฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาค ด้วยประการฉะนี้แล.

จบอปทานแห่งพระเถรีพระธิดากษัตริย์ ๑๘,๐๐๐.

End of ๑. อัฏฐารสหัสสขัตติยกัญญาเถริยาปทาน