arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน · ขัตติยกัญญาวรรค

๘. ปุณณิกาเถริยาปทาน เล่ม ๓๓

Text layerBuddha’s wordsItems ๑๗๘ (Royal Thai)8/10 in ขัตติยกัญญาวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

อฏฺฐมํ ปุณฺณิกาเถริยาปทานํ (๓๘)

ปุณณิกาเถริยาปทานที่ ๘

ว่าด้วยบุพจริยาของพระปุณณิกาเถรี

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ขัตติยกัญญาวรรค ปุณณิกาเถริยาปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)

Pali (Siam Rath)

วิปสฺสิโน ภควโต สิขิโน เวสฺสภุสฺส จ

กกุสนฺธสฺส มุนิโน โกนาคมนตาทิโน ฯ

กสฺสปสฺส จ พุทฺธสฺส ปพฺพชิตฺวาน สาสเน

ภิกฺขุนี สีลสมฺปนฺนา นิปกา สํวุตินฺทฺริยา ฯ

พหุสฺสุตา ธมฺมธรา ธมฺมตฺถปริปุจฺฉิตา ๑

อุคฺคเหตฺวา ๒ จ ธมฺมานํ โสตา ปยิรุปาสิกา ๓ ฯ

เทเสนฺตี ชนมชฺเฌหํ อโหสึ ชินสาสนํ ๔

พาหุสจฺเจน เตนาหํ เปสลา อติมญฺญิสํ ฯ

ปจฺฉิเม จ ภเว ทานิ สาวตฺถิยํ ปุรุตฺตเม

อนาถปิณฺฑิโน เคเห ชาตาหํ กุมฺภทาสิยา ฯ

คตา อุทกหาริยํ โสตฺถิยํ ทิชมทฺทสํ

สีตฏฺฏํ โตยมชฺฌมฺหิ ตํ ทิสฺวา อิทมพฺรวึ ฯ

อุทกหารี ๑ อหํ สีเต สทา อุทกโมตรึ

อยฺยานํ ทณฺฑภยภีตา วาจาโรสภยฏฺฏิตา ๒ ฯ

กสฺส พฺราหฺมณ ตฺวํ ภีโต สทา อุทกโมตริ

เวธมาเนหิ คตฺเตหิ สีตํ เวทยเส ภุสํ ฯ

ชานนฺตี วต มํ โภติ ๓ ปุณฺณิเก ปริปุจฺฉสิ ๔

กโรนฺตํ ๕ กุสลํ กมฺมํ นุทนฺตํ กมฺมปาปกํ ฯ

โย วุฑฺโฒ ๖ ทหโร จาปิ ปาปกมฺมํ ปกุพฺพติ

อุทกาภิเสจนา โสปิ ปาปกมฺมา ปมุจฺจติ ฯ

อุตฺตรนฺตสฺส อกฺขาสึ ธมฺมตฺถสหิตํ ปทํ

ตญฺจ สุตฺวา สุสํวิคฺโค ๗ ปพฺพชิตฺวารหา อหุ ฯ

ปูเรนฺตี อูนกสตํ ชาตา ทาสิกุเล ยโต

ตโต ปุณฺณาติ นามํ เม ภุชิสฺสํ ๘ มํ อกํสุ เต ฯ

เสฏฺฐึ ตโตนุโมเทตฺวา ๙ ปพฺพชึ อนคาริยํ

น จิเรเนว กาเลน อรหตฺตํ อปาปุณึ ฯ

อิทฺธีสุ จ วสี โหมิ ทิพฺพาย โสตธาตุยา

เจโตปริยญาณสฺส วสี โหมิ มหามุเน ฯ

ปุพฺเพนิวาสํ ชานามิ ทิพฺพจกฺขุํ วิโสธิตํ

สพฺพาสวปริกฺขีณา นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว ฯ

อตฺถธมฺมนิรุตฺตีสุ ปฏิภาเณ ตเถว จ

ญาณํ เม วิมลํ สุทฺธํ พุทฺธเสฏฺฐสฺส วาหสา ฯ

ภาวนาย มหาปญฺญา สุเตเนว สุตาวินี

มาเนน นีจกุลชา น หิ กมฺมํ ปนสฺสติ ๑ ฯ

กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ วิหรามิ อนาสวา ฯ

นาคีว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสวา ฯ

สฺวาคตํ วต เม อาสิ พุทฺธเสฏฺฐสฺส สนฺติเก

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ ปุณฺณิกา ภิกฺขุนี อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

๑ ม. ...ปฏิปุจฺฉิกา ฯ ยุ. อตฺถตฺถปริปุจฺฉิกา ฯ ๒ ม. ยุ. อุคฺคเหตา ฯ

๓ โป. ...สิตา ฯ ๔ ม. ชินสาสเน ฯ

๑ ม. อุทหารี ฯ ยุ. อุทภารี ฯ ๒ ม. ยุ. วาจาโทสภยฏฺฏิตา ฯ ๓ ยุ. โหติ ฯ

๔ ยุ. ปริปุจฺฉิยํ ฯ ๕ ม. รุนฺทนฺตํ ฯ ยุ. นิทฺธนฺตํ ฯ ๖ ม. โย เจ วุฑฺโฒ ทหโร

วา ฯ ยุ. โย จ วุทฺโธ ทหโร วา ฯ ๗ ม. ยุ. สสํวิคฺโค ฯ ๘ ยุ. ภุชิสฺสญฺจ ... ฯ

โป. ภุชิสฺสญฺจ อกาสิ มํ ฯ ๙ ม. ... ตโตนุชาเนตฺวา ฯ

Royal Thai

ดิฉันบวชเป็นภิกษุณีในศาสนาของพระพุทธเจ้า ๖ พระองค์ คือพระวิปัสสี พระสิขี พระเวสสภู พระกกุสันธะ พระโกนาคมน์ผู้คงที่ พระกัสสป เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศีลมีปัญญา สำรวมอินทรีย์เป็นพหูสูต ทรงธรรมสอบถามอรรถแห่งธรรม ศึกษาธรรมแล้วมีกระแสธรรม เป็นผู้นั่งใกล้แสดงพุทธศาสนาในท่ามกลางประชุมชน ดิฉันมีศีลเป็นที่รักแต่ถือตัวจัดเพราะความเป็นพหูสูตนั้นในภพครั้งหลังนี้ดิฉันเกิดในเรือนแห่งนางกุมภทาสี ของอนาถบิณฑิกเศรษฐีในพระนครสาวัตถีอันอุดม ดิฉันไปตักน้ำ ได้เห็นโสตถิยพราหมณ์หนาวสั่นอยู่ในกลางน้ำ ครั้นเห็นแล้วได้กล่าวว่าดิฉันมาตักน้ำในคราวหนาว กลัวภัยแต่อาชญา และระแวงภัย คือการด่าด้วยวาจาของเจ้านายจึงต้องลงน้ำร่ำไป

ดูกรพราหมณ์ท่านกลัวอะไร จึงลงน้ำเสมอ มีตัวสั่น รู้สึกหนาวมากดูกรนางปุณณิกาผู้เจริญ ท่านรู้จักสอบถามข้าพเจ้าผู้ทำกุศลกรรม กำจัดบาปกรรม(ดิฉันกล่าวว่า) บุคคลใดเป็นผู้ใหญ่ก็ตาม เป็นเด็กก็ตาม ทำบาปกรรม บุคคลนั้น จะพ้นจากบาปกรรม เพราะความอาบน้ำได้หรือเมื่อพราหมณ์นั้นกลับขึ้นมาดิฉันได้บอกซึ่งบทอันประกอบด้วยธรรมและอรรถ พราหมณ์ได้ฟังธรรมบทนั้น แล้วมีความสลดใจ บวชแล้วได้เป็นพระอรหันต์ เพราะดิฉันเกิดในสกุลทาสี ยังทาสทาสี๙๙ คนให้ครบ ๑๐๐ คน เจ้านายนั้นจึงตั้งชื่อให้ดิฉันว่าปุณณาและปลดดิฉันให้เป็นไทย ดิฉันให้เศรษฐีอนุโมทนาบุญนั้นแล้ว ออกบวชเป็นภิกษุณี โดยกาลไม่นานนักก็ได้บรรลุอรหัต ข้าแต่พระมหามุนี หม่อมฉันเป็นผู้มีความชำนาญในฤทธิ์ ในทิพโสตธาตุและในเจโตปริยญาณ รู้ปุพเพนิวาสญาณและทิพจักษุอันหมดจดวิเศษ มีอาสวะทั้งปวงสิ้นไปแล้ว บัดนี้ภพใหม่มิได้มีอีก หม่อมฉันมีญาณอันปราศจาก มลทิน บริสุทธิ์ในอรรถะ ธรรมะ นิรุตติและปฏิภาณ เพราะอำนาจพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด หม่อมฉันมีปัญญามากเพราะภาวนา มีสุตะเพราะพาหุสัจจะเกิดในสกุลต่ำเพราะมานะ แต่มิได้มีกุศลกรรมวิบัติไปเลย ดิฉันเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ...

พระพุทธศาสนา ดิฉันได้ทำเสร็จแล้ว.

ทราบว่า ท่านพระปุณณิกาภิกษุณีได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบปุณณิกาเถริยาปทาน.

End of ๘. ปุณณิกาเถริยาปทาน