arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน · ขัตติยกัญญาวรรค

๖. อภิรูปนันทาเถริยาปทาน เล่ม ๓๓

Text layerBuddha’s wordsItems ๑๗๖ (Royal Thai)6/10 in ขัตติยกัญญาวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

ปญฺจมํ ภาณวารํ

ฉฏฺฐํ อภิรูปนนฺทาเถริยาปทานํ (๓๖)

อภิรูปนันทาเถริยาปทานที่ ๖

ว่าด้วยบุพจริยาของพระอภิรูปนันทาเถรี

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ขัตติยกัญญาวรรค อภิรูปนันทาเถริยาปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)

Pali (Siam Rath)

เอกนวุเต อิโต กปฺเป วิปสฺสี นาม นายโก

อุปฺปชฺชิ จารุนยโน ๑ สพฺพธมฺเมสุ จกฺขุมา ฯ

ตทาหํ พนฺธุมติยา อิทฺเธ ผีเต มหากุเล

ชาตา สุรูปา ๑ ทยิตา ปูชนียา ๒ ชนสฺส จ ฯ

อุปคนฺตฺวา มหาวีรํ วิปสฺสึ โลกนายกํ

ธมฺมํ สุตฺวาน สรณํ อุเปสึ นรนายกํ ฯ

สีเลสุ สํวุตา หุตฺวา นิพฺพุเต จ นรุตฺตเม

ธาตุถูปสฺส อุปริ โสณฺณฉตฺตํ อปูชยึ ฯ

มุตฺตจาคา สีลวตี ยาวชีวํ ตโต จุตา

ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ ตาวตึสํ ๓ อคญฺฉหํ ฯ

ตทา ทสหิ ฐาเนหิ อภิโภตฺวา ๔ อเสสโต

รูปสทฺเทหิ คนฺเธหิ รเสหิ ผุสฺสเนหิ จ ฯ

อายุนาปิจ ๕ วณฺเณน สุเขน ยสสาปิจ

ตเถวาธิปเตยฺเยน อธิคยฺห วิโรจหํ ฯ

ปจฺฉิเม จ ภเว ทานิ ชาตาหํ กปิลวฺหเย

ธีตา เขมกสกฺกสฺส ๖ นนฺทา นาเมน วิสฺสุตา ฯ

อภิรูปสมฺปทมฺปิ อาหุ เมกนฺติ สูจกํ

ยทาหํ โยพฺพนํ ปตฺตา รูปวณฺณวิภูสิตา ฯ

อิธ ๗ มมตฺเต สกฺยานํ วิวาโท สุมหา อหุ

ปพฺพาเชสิ ตโต ตาโต มา สกฺยา วินสฺสุํ ๘ อิติ ฯ

ปพฺพชิตฺวาน ๙ ตถาคตํ รูปเทสฺสึ นรุตฺตมํ

สุตฺวาน โนปคจฺฉามิ มม รูเปน คพฺภิตา ฯ

โอวาทํปิ น คจฺฉามิ พุทฺธทสฺสนภีรุกา ๑

ตทา ชิโน อุปาเยน อุปเนตฺวา สสนฺติกํ ฯ

ติสฺสิตฺถิโย ๒ นิทสฺเสสิ อิทฺธิยา มคฺคโกวิโท

อจฺฉรารูปสทิสํ ๓ ตรุณึ ชริกํ ๔ มตํ ฯ

ตโย ทิสฺวา สุสํวิคฺคา วิรตฺตาเส ๕ กเลวเร

อฏฺฐาสึ ภวนิพฺพินฺทา ๖ ตโต ๗ มํ อาห ๘ นายโก ฯ

อาตุรํ อสุจึ ปูตึ ปสฺส นนฺเท สมุสฺสยํ

อุคฺฆรนฺตํ ปคฺฆรนฺตํ พาลานํ อภิปตฺถิตํ ๙ ฯ

อสุภาย จิตฺตํ ภาเวหิ เอกคฺคํ สุสมาหิตํ

ยถา อิทํ ตถา เอตํ ยถา เอตํ ตถา อิทํ ฯ

เอวเมตํ อเวกฺขนฺตี รตฺตินฺทิวมตนฺทิตา

ตโต สกาย ปญฺญาย อภินิพฺพิชฺช วจฺฉสิ ฯ

ตสฺสา เม อปฺปมตฺตาย วิจินนฺตีธ โยนิโส

ยถาภูตํ อยํ กาโย ทิฏฺโฐ สนฺตรพาหิโร ฯ

อถ นิพฺพินฺทิหํ ๑๐ กาเย อชฺฌตฺตญฺจ วิรชฺชหํ

อปฺปมตฺตา วิสํยุตฺตา อุปสนฺตมฺหิ นิพฺพุตา ฯ

อิทฺธีสุ จ วสี โหมิ ทิพฺพาย โสตธาตุยา

เจโตปริยญาณสฺส วสี โหมิ มหามุเน ๑๑ ฯ

ปุพฺเพนิวาสํ ชานามิ ทิพฺพจกฺขุํ วิโสธิตํ

สพฺพาสวปริกฺขีณา นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว ฯ

อตฺถธมฺมนิรุตฺตีสุ ปฏิภาเณ ตเถว จ

ญาณํ มม มหาวีร อุปฺปนฺนํ ตว สนฺติเก ฯ

กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา

นาคีว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสวา ฯ

สฺวาคตํ วต เม อาสิ พุทฺธเสฏฺฐสฺส สนฺติเก

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อภิรูปนนฺทา ภิกฺขุนี อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

อภิรูปนนฺทาเถริยา อปทานํ สมตฺตํ ฯ

๑ ม. สพฺพตฺถ จารุทสฺสโน ฯ

๑ โป. ยุ. สุรูปทสฺสิตา ฯ ๒ โป. สชนสฺส จหํ สทา ฯ ยุ. สชนสฺสา-ชนสฺส จ ฯ

๓ ม. ตาวตึสูปคา อหํ ฯ ๔ ม. ยุ. อภิโภตฺวาน เสสเก ฯ ๕ โป. ยากาสิ ปญฺจวณฺเณน ฯ

๖ โป. สุขสกฺกสฺส ฯ ๗ ม. ตทา มมตฺเถ ฯ ยุ อิทํ เม มตฺเถสกฺยานํ ฯ สกฺยานํ ฯ

๘ ม. วินสฺสึ สุติ ฯ ๙ ม. ปพฺพชิตฺวา ตถาคตํ ฯ ยุ. ปพฺพชิตฺวา ตถาจาหํ ฯ

๑ ม. ...ภีรุตา ฯ ๒ โป. ยุ. ติสฺโสตฺถิโย ฯ ๓ ยุ. อจฺฉรารูปสทิสา ตรุณิ ชริกา

มตา ฯ ๔ โป. ม. ชริตํ ฯ ๕ โป. อิมสฺมึปิ ... ฯ ๖ ยุ. ... นิพฺพินฺนา ฯ

๗ ม. ยุ. ตทา ฯ ๘ โป. อถ ฯ ๙ ม. อภินนฺทิตํ ฯ ๑๐ ม. ยุ. นิพฺพินฺทหํ ฯ

๑๑ ม. ตทา มุนิ ฯ

Royal Thai

ในกัปที่ ๙๑ แต่ภัทรกัปนี้ พระพุทธเจ้าผู้เป็นนายกของโลกพระนามว่าปัสสี มีพระเนตรงาม มีพระจักษุในธรรมทั้งปวง เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว ครั้งนั้น ดิฉันเกิดในสกุลใหญ่ที่มั่งคั่งเจริญ ในพระนครพันธุมดี เป็นหญิงมีรูปงาม น่าพึงใจและเป็นที่บูชาของประชุมชนได้เข้าเฝ้าพระพุทธวิปัสสีผู้มีความเพียรมาก เป็นนายกของโลก ได้ฟังธรรมแล้วถึงพระองค์เป็นสรณะ สำรวมอยู่ในศีล เมื่อพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นผู้มีพระคุณสูงสุดกว่านรชน ปรินิพพานแล้วดิฉันได้เอาฉัตรทองบูชาไว้ ณ เบื้องบนแห่งพระสถูปที่บรรจุพระธาตุดิฉันเป็นผู้มีจาคะอันสละแล้ว มีศีลจนตลอดชีวิตเคลื่อนจากอัตภาพนั้น ละร่างกายมนุษย์แล้ว ได้ไปสู่ภพดาวดึงส์

ครั้งนั้น ดิฉันครอบงำเทพธิดาทั้งหมดด้วยฐานะ ๑๐ ประการ คือ ด้วยรูป เสียงกลิ่น รส โผฏฐัพพะ อายุ วรรณะ สุข ยศ และความเป็นอธิบดี รุ่งโรจน์ปรากฏอยู่ ในภพหลังครั้งนี้ ดิฉันเกิดในพระนครกบิลพัสดุ์เป็นธิดาของศากยราชนามว่าเขมกะ มีนามปรากฏว่านันทาประชุมชนกล่าวว่า ดิฉันเป็นผู้หนึ่งซึ่งมีความถึงพร้อมด้วยรูปงามน่าชม เมื่อดิฉันเติบโตเป็นสาว (รู้จัก) ตกแต่งรูปและผิวพรรณพวกศากยราชมีความวิวาทกันมากเพราะตัวดิฉัน ครั้งนั้น พระบิดาของดิฉันกล่าวว่า พวกศากยราชอย่าฉิบหายเสียเลย จึงให้ดิฉันบวชเสีย ครั้นดิฉันบวชแล้วได้ฟังว่า พระตถาคตเจ้าผู้มีพระคุณสูงสุดกว่านรชน ทรงติรูป จึงไม่เข้าไปเฝ้า เพราะดิฉันชอบรูปกลัวจะพบพระพุทธเจ้า จึงไม่ไปรับโอวาท

ครั้งนั้น พระพิชิตมารทรงให้ดิฉันเข้าไปสู่สำนักของพระองค์ด้วยอุบาย พระองค์ทรงฉลาดในทางอุบาย ทรงแสดงหญิง ๓ ชนิด ด้วยฤทธิ์ คือ หญิงสาวสวยเหมือนรูปเทพอัปสร หญิงแก่ หญิงตายแล้ว ดิฉันเห็นหญิงทั้ง ๓แล้ว มีความสลดใจ ไม่ยินดีในซากศพหญิงที่ตายแล้ว มีความเบื่อหน่ายในภพเฉยอยู่ ขณะนั้นพระผู้มีพระภาคนายกของโลกตรัสกะดิฉันว่า ดูกรนักทาท่านจงดูร่างกายที่ทุรนทุราย ไม่สะอาดโสโครก ไหลเข้าถ่ายออกอยู่ ที่พวกพลาชนปรารถนากัน ท่านจงอบรมจิตให้เป็นสมาธิมีอารมณ์อย่างเดียวด้วยอสุภเถิด รูปนี้เป็นฉันใด รูปท่านนั้นก็เป็นฉันนั้น รูปท่านนั้นเป็นฉันใด รูปนี้ก็เป็นฉันนั้น เมื่อท่านพิจารณาเห็นรูปนั้น

อย่างนี้ มิได้เกียจคร้านทั้งกลางคืนกลางวัน แต่นั้นก็จะเบื่อหน่ายอยู่ด้วยปัญญาของตน ดิฉันผู้ไม่ประมาท พิจารณาในร่างกายนี้อยู่โดยแยบคาย ก็เห็นกายนี้ทั้งกายในภายนอกตามความเป็นจริง เมื่อเป็นเช่นนั้น ดิฉันจึงเบื่อหน่ายในกาย และไม่ยินดีเป็นภายใน ไม่ประมาท ไม่เกาะเกี่ยว เป็นผู้สงบเย็นแล้ว ข้าแต่พระมหามุนี หม่อมฉันเป็นผู้มีความชำนาญในฤทธิ์ ในทิพโสตธาตุ และในเจโตปริยญาณ รู้ปุพเพนิวาสญาณและทิพจักษุอันหมดจดวิเศษ หม่อมฉันสิ้นอาสวะทั้งปวงแล้วบัดนี้ภพใหม่ไม่มี ข้าแต่พระมหาวีรเจ้า หม่อมฉันมีญาณในอรรถะธรรมะ นิรุตติ และปฏิภาณ เกิดขึ้นแล้วในสำนักของพระองค์ดิฉันเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนา ดิฉันได้ทำเสร็จแล้ว.

ทราบว่า ท่านพระอภิรูปนันทาภิกษุณีได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบอภิรูปนันทาเถริยาปทาน.

End of ๖. อภิรูปนันทาเถริยาปทาน