arnon.world

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน · กัจจายวรรค

๗. มหาโกฏฐิตเถราปทาน เล่ม ๓๓

Text layerBuddha’s wordsItems ๑๒๗ (Royal Thai)7/10 in กัจจายวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

สตฺตมํ มหาโกฏฺฐิกตฺเถราปทานํ (๕๓๗)

มหาโกฏฐิตเถราปทานที่ ๗

ว่าด้วยบุพจริยาของพระมหาโกฏฐิตเถระ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน กัจจายวรรค มหาโกฏฐิตเถราปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)

Pali (Siam Rath)

ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน สพฺพโลกวิทู มุนิ

อิโต สตสหสฺสมฺหิ กปฺเป อุปฺปชฺชิ จกฺขุมา ฯ

โอวาทโก วิญฺญาปโก ตารโก สพฺพปาณินํ

เทสนากุสโล พุทฺโธ ตาเรสิ ชนตํ พหุํ ฯ

อนุกมฺปโก การุณิโก หิเตสี สพฺพปาณินํ

สมฺปตฺเต ติตฺถิเย สพฺเพ ปญฺจสีเล ปติฏฺฐหิ ๑ ฯ

เอวํ นิรากุลํ อาสิ สุญฺญตํ ติตฺถิเยหิ จ

วิจิตฺตํ อรหนฺเตหิ วสีภูเตหิ ตาทิภิ ฯ

รตนานฏฺฐปญฺญาสํ อุคฺคโต โส มหามุนิ

กญฺจนคฺฆิยสงฺกาโส พตฺตึสวรลกฺขโณ ฯ

วสฺสสตสหสฺสานิ อายุ วิชฺชติ ตาวเท

ตาวตา ติฏฺฐมาโน โส ตาเรสิ ชนตํ พหุํ ฯ

ตทาหํ หํสวติยา พฺราหฺมโณ เวทปารคู

อุเปตฺวา ๒ สพฺพโลกคฺคํ ๓ อสฺโสสึ ธมฺมเทสนํ ฯ

ตทา โส สาวกํ ธีโร ปภินฺนปฏิสมฺภิทํ ๔

อตฺเถ ธมฺเม นิรุตฺเต จ ปฏิภาเณ จ โกวิทํ ฯ

ฐเปสิ เอตทคฺคมฺหิ ตํ สุตฺวา มุทิโต อหํ

สสาวกํ ชินวรํ สตฺตาหํ โภชยึ ตทา ฯ

ทุสฺเสหิ ฉาทยิตฺวาน สสิสฺสํ พุทฺธสาครํ ๑

นิปจฺจ ปาทมูลมฺหิ ตณฺฐานํ ปตฺถยึ อหํ ฯ

ตโต อโวจ โลกคฺโค ปสฺสเถตํ ทิชุตฺตมํ

วินตํ ปาทมูลมฺหิ ๒ กมโลทรสปฺปภํ ฯ

เสฏฺฐํ ๓ พุทฺธสฺส ภิกฺขุสฺส ฐานํ ปตฺถยเต อยํ

ตาย สทฺธาย จาเคน สทฺธมฺมสฺสวเนน ๔ จ ฯ

สพฺพตฺถ สุขิโต หุตฺวา สํสริตฺวา ภวาภเว

อนาคตมฺหิ อทฺธาเน ลจฺฉเสตํ มโนรถํ ฯ

สตสหสฺเส อิโต กปฺเป โอกฺกากกุลสมฺภโว

โคตโม นาม นาเมน สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ ฯ

ตสฺส ธมฺเมสุ ทายาโท โอรโส ธมฺมนิมฺมิโต

โกฏฺฐิโก นาม นาเมน เหสฺสติ สตฺถุสาวโก ฯ

ตํ สุตฺวา มุทิโต หุตฺวา ยาวชีวํ ตทา ชินํ

เมตฺตจิตฺโต ปริจรึ ยโต ๕ ปญฺญาสมาหิโต

เตน กมฺมวิปาเกน เจตนาปณิธีหิ จ

ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ ตาวตึสํ อคญฺฉหํ ฯ

สตานํ ตีณิกฺขตฺตุญฺจ เทวรชฺชมการยึ

สตานํ ปญฺจกฺขตฺตุญฺจ จกฺกวตฺติ อโหสหํ ฯ

ปเทสรชฺชํ วิปุลํ คณนาโต อสงฺขยํ

สพฺพตฺถ สุขิโต อาสึ ตสฺส กมฺมสฺส วาหสา ฯ

ทุเว ภเว สํสรามิ เทวตฺเต อถ มานุเส

อญฺญํ คตึ น ชานามิ ๑ สุจิณฺณสฺส อิทํ ผลํ ฯ

ทุเว กุเล ปชายามิ ขตฺติเย วาปิ พฺราหฺมเณ

นีเจ กุเล น ชายามิ สุจิณฺณสฺส อิทํ ผลํ ฯ

ปจฺฉิเม ภวสมฺปตฺเต พฺรหฺมพนฺธุ อโหสหํ

สาวตฺถิยํ วิปฺปกุเล ปจฺฉา ชาโต มหทฺธเน ๒ ฯ

มาตา จนฺทวตี นาม ปิตา เม อสฺสลายโน

ยทา เม ปิตรํ พุทฺโธ วินยิ สพฺพสุทฺธิยา ๓ ฯ

ตทา ปสนฺโน สุคเต ปพฺพชึ อนคาริยํ

โมคฺคลฺลาโน อาจริโย อุปชฺฌา สาริสมฺภโว ฯ

เกเสสุ ฉิชฺชมาเนสุ ทิฏฺฐิ ฉินฺนา สมูลิกา

นิวาเสนฺโต จ กาสาวํ อรหตฺตํ อปาปุณึ ฯ

อตฺถธมฺมนิรุตฺตีสุ ปฏิภาเณ จ เม มติ

ปภินฺนา เตน โลกคฺโค เอตทคฺเค ฐเปสิ มํ ฯ

อสนฺทิฏฺฐํ วิยากาสึ อุปติสฺเสน ปุจฺฉิโต

ปฏิสมฺภิทาสุ เตนาหํ อคฺโค สมฺพุทฺธสาสเน ฯ

กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา

นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ

สฺวาคตํ วต เม อาสิ พุทฺธเสฏฺฐสฺส สนฺติเก

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา มหาโกฏฺฐิโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

มหาโกฏฺฐิกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

๑ ม. ยุ. ปติฏฺฐปิ ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ ๒ ม. อุเปจฺจ ฯ ๓ ยุ. สตฺตปารงฺคํ ฯ

๔ ม. ยุ. ปภินฺนมติโคจรํ ฯ

๑ ม. พุทฺธิสาครํ ฯ ๒ ม. ปาทมูลํ เม ฯ ๓ ม. ยุ. พุทฺธเสฏฺฐสฺส ฯ ๔ ยุ. เตน

ธมฺมสฺสวเนน จ ฯ ๕ ม. ยุ. สโต ฯ

๑ ม. ยุ. น คจฺฉามิ ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ ๒ โป. มหทฺธโน ฯ ๓ ยุ. สพฺพพุทฺธิยา ฯ

Royal Thai

ในกัปนับจากภัทรกัปนี้ไปแสนหนึ่ง พระพิชิตมารพระนามว่าปทุมุตระ ผู้รู้แจ้งโลกทั้งปวง เป็นมุนีจักษุ ได้เสด็จอุบัติขึ้นแล้วพระองค์ตรัสสอน ทรงแสดงให้สัตว์รู้ชัดได้ ทรงยังสรรพสัตว์ให้ข้ามวัฏสงสาร ทรงฉลาดในเทศนา เป็นผู้เบิกบาน ทรงช่วยให้ประชุมชนข้ามพ้นไปเสียเป็นอันมาก พระองค์เป็นผู้อนุเคราะห์ประกอบด้วยพระกรุณา แสวงหาประโยชน์ให้สรรพสัตว์ ยังเดียรถีย์ที่มาเฝ้าให้ดำรงอยู่ในเบญจศีลได้ทุกคน เมื่อเป็นเช่นนี้พระศาสนา จึงไม่มีความอากูล ว่างสูญจากเดียรถีย์ วิจิตรด้วยพระอรหันต์ผู้คงที่ มีความชำนิชำนาญ พระมหามุนีพระองค์นั้นสูงประมาณ ๕๘ ศอก พระฉวีวรรณงามคล้ายทองคำอันล้ำค่า มีพระลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ประการ

ครั้งนั้น อายุของสัตว์แสนปีพระชินสีห์พระองค์นั้น เมื่อดำรงพระชนม์อยู่โดยกาลประมาณเท่านั้น ได้ทรงยังประชุมชนเป็นอันมากให้ข้ามพ้นวัฏสงสารไปได้ครั้งนั้น เราเป็นพราหมณ์ผู้เรียนจบไตรเพท ชาวพระนครหงสวดีได้เข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้าผู้เลิศกว่าโลกทั้งปวง แล้วสดับพระธรรมเทศนา ครั้งนั้น พระธีรเจ้าพระองค์นั้น ทรงตั้งสาวกผู้แตกฉานในปฏิสัมภิทา ฉลาดในอรรถ ธรรม นิรุตติ และปฏิภาณ ในตำแหน่งเอตทัคคะ เราได้ฟังดังนั้นแล้วก็ชอบใจ จึงได้นิมนต์พระชินวรเจ้าพร้อมด้วยพระสาวกให้เสวยและฉันถึง ๗ วัน ในกาลนั้น เรายังพระพุทธเจ้าผู้เปรียบด้วยสาคร พร้อมทั้งพระสาวก ให้ครองผ้าแล้วหมอบลงแทบเท้าบาทมูล ปรารถนาฐานันดรนั้น ลำดับนั้น

พระพุทธเจ้าผู้เลิศกว่าโลกได้ตรัสว่า จงดูพราหมณ์ผู้สูงสุดที่หมอบอยู่แทบเท้าผู้นี้ มีรัศมีเหมือนกลีบดอกบัว พราหมณ์นี้ปรารถนาตำแหน่งแห่งภิกษุผู้แตกฉาน ซึ่งเป็นตำแหน่งประเสริฐสุด เพราะการบริจาคทานด้วยศรัทธานั้น และเพราะการสดับพระธรรมเทศนาพราหมณ์นี้จักเป็นผู้ถึงสุขในทุกภพ เที่ยวไปในภพน้อยภพใหญ่จักได้สมมโนรถเช่นนี้ ในกัปนับแต่นี้ขึ้นไปแสนหนึ่ง พระศาสดามีพระนามชื่อว่าโคดม ซึ่งสมภพในวงศ์พระเจ้าโอกกากราช จักเสด็จอุบัติขึ้นในโลก พราหมณ์นี้จักเป็นธรรมทายาทของพระศาสดาพระองค์นั้น จักเป็นโอรสอันธรรมเนรมิต เป็นสาวกของพระศาสดามีนามชื่อว่า โกฏฐิตะ

เราได้ฟังพระพุทธพยากรณ์นั้นแล้ว เป็นผู้เบิกบาน มีจิตประกอบด้วยเมตตา บำรุงพระชินสีห์เจ้าตราบเท่าสิ้นชีวิตในครั้งนั้น เพราะเราเป็นผู้ประกอบด้วยปัญญา เพราะผลกรรมนั้นและเพราะการตั้งเจตน์จำนงไว้ เราละร่างมนุษย์แล้ว ได้ไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เราได้เสวยราชสมบัติ ในเทวโลก ๓๐๐ ครั้งได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๕๐๐ ครั้ง และได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์โดยคณนานับมิได้ เพราะกรรมนั้นนำไป เราจึงเป็นผู้ถึงความสุขในทุกภพ เราท่องเที่ยวไปแต่ในสองภพ คือในเทวดาและมนุษย์ คติอื่นเราไม่รู้จัก นี้เป็นผลแห่งกรรมที่สั่งสมไว้ดี เราเกิดแต่ในสองสกุล คือสกุลกษัตริย์ และสกุลพราหมณ์ หาเกิดในสกุลอันต่ำทรามไม่นี้

เป็นผลแห่งกรรมที่สั่งสมไว้ดี เมื่อถึงภพสุดท้ายเราเป็นบุตรของพราหมณ์ เกิดในสกุลที่มีทรัพย์สมบัติมาก ในพระนครสาวัตถี มารดาของเราชื่อจันทวดี บิดาชื่ออัสสลายนะ ในคราวที่พระพุทธเจ้าทรงแนะนำบิดาเรา เพื่อความบริสุทธิ์ทุกอย่างเราเลื่อมใสในพระสุคตเจ้า ได้ออกบวชเป็นบรรพชิต พระโมคคัลลานะ เป็นอาจารย์ พระสารีบุตรเป็นอุปัชฌาย์ เราตัดทิฏฐิพร้อมด้วยมูลรากเสียได้ในเมื่อกำลังปลงผม และเมื่อกำลังนุ่งผ้ากาสาวะ ก็ได้บรรลุอรหัต เรามีปรีชาแตกฉานในอรรถ ธรรม นิรุตติและปฏิภาณ ฉะนั้น พระผู้มีพระภาคผู้เลิศกว่าโลก จึงทรงตั้งเราไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะ เราอันท่านพระอุปติสสะไต่ถามในปฏิสัมภิทาก็แก้ได้ไม่ขัดข้อง ฉะนั้น เราจึงเป็นผู้เลิศในพระพุทธศาสนา เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระมหาโกฏฐิตเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ พระมหาโกฏฐิตเถราปทาน.

End of ๗. มหาโกฏฐิตเถราปทาน