arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน · กัจจายวรรค

๗. มหาโกฏฐิตเถราปทาน เล่ม ๓๓

Text layerBuddha’s wordsItems ๑๒๗ (Royal Thai)7/10 in กัจจายวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน กัจจายวรรค มหาโกฏฐิตเถราปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)

The Mahamakut edition prints the commentary in the same volumes as the canon, so this text includes commentary.

ไทย (มหามกุฏฯ), vol. 72, pp. 292–300

Page 292

มหาโกฏฐิตเถราปทานที่ ๗ (๕๓๗)

[๑๒๗] ในแสนกัปนับจากภัทรกัปนี้ไป

พระพิชิตมารพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้รู้แจ้งโลกทั้งปวง เป็นมุนีมีจักษุ ได้เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว

พระองค์ตรัสสอน ทรงแสดงให้สัตว์รู้

ชัดได้ ทรงยังสรรพสัตว์ให้ข้ามวัฏสงสาร ทรงฉลาดในเทศนา เป็นผู้เบิกบาน ทรงช่วยให้ประชุมชนข้ามพ้นไปเสียเป็นอันมาก

พระองค์เป็นผู้อนุเคราะห์ ประกอบด้วย

พระกรุณา แสวงหาประโยชน์ให้สรรพสัตว์ ยังเดียรถีย์ที่มาเฝ้าให้ดำรงอยู่ในเบญจศีลได้ทุกคนเมื่อเป็นเช่นนี้ พระศาสนาจึงไม่มีความ

อากูล ว่างสูญจากเดียรถีย์ วิจิตรด้วยพระอรหันต์ผู้คงที่มีความชำนิชำนาญ

พระมหามุนีพระองค์นั้น สูงประมาณ

๕๘ ศอก พระฉวีวรรณงามคล้ายทองคำอันล้ำค่ามีพระลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ประการ

ครั้งนั้นอายุของสัตว์แสนปี พระชินสีห์

พระองค์นั้น เมื่อดำรงพระชนม์อยู่ โดยกาล

Page 293

ประมาณเท่านั้น ได้ทรงยังประชุมชนเป็นอันมากให้ข้ามพ้นวัฏสงสารไปได้

ครั้งนั้น เราเป็นพราหมณ์ผู้เรียนจบ

ไตรเพท ชาวพระนครหังสวดี ได้เข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้าผู้เลิศกว่าโลกทั้งปวง แล้วสดับพระ-ธรรมเทศนา

ครั้งนั้น พระธีรเจ้าพระองค์นั้น ทรง

ตั้งสาวกผู้แตกฉานในปฏิสัมภิทา ฉลาดในอรรถธรรม นิรุตติและปฏิภาณ ในตำแหน่งเอตทัคคะเราได้ฟังดังนั้นแล้วก็ชอบใจ จึงได้นิมนต์พระ-ชินวรเจ้าพร้อมด้วยพระสาวก ให้ครองผ้าแล้วถึง ๗ วัน

ในกาลนั้น เรายังพระพุทธเจ้าผู้เปรียบ

ด้วยสาคร พร้อมทั้งพระสาวก ให้ครองผ้าแล้วหมอบลงแทบบาทมูล ปรารถนาฐานันดรนั้น

ลำดับนั้น พระพุทธเจ้าผู้เลศกว่าโลกได้

ตรัสว่า จงดูพราหมณ์ผู้สูงสดที่หมอบอยู่แทบเท้าผู้นี้มีรัศมีเหมือนกลับดอกบัว พราหมณ์นี้ปรารถนาตำแหน่งแห่งภิกษุผู้แตกฉาน ซึ่งเป็นตำแหน่งประเสริฐสุด เพราะการบริจาคทานด้วยศรัทธานั้นและเพราะการสดับพระธรรมเทศนา

Page 294

พราหมณ์นี้จักเป็นผู้ถึงสุขในทุกภพ เที่ยว

ไปในภพน้อยภพใหญ่ จักได้สมมโนรถเช่นนี้

ในกัปนับแต่นี้ขึ้นไปแสนหนึ่ง พระ-

ศาสดามีพระนามชื่อว่าโคดม ซึ่งสมภพในวงศ์พระเจ้าโอกกากราช จักเสด็จอุบัติขึ้นในโลก

พราหมณ์นี้จักเป็นธรรมทายาทของพระ-

พราหมณ์นี้จักเป็นธรรมทายาทของพระ-

ศาสดาพระองค์นั้น จักเป็นโอรสอันธรรมเนรมิตเป็นสาวกของพระศาสดา มีนามชื่อว่า โกฏฐิตะ

เราได้ฟังพระพุทธพยากรณ์นั้นแล้ว เป็น

ผู้เบิกบาน มีใจยินดี บำรุงพระชินสีห์เจ้าตราบเท่าสิ้นชีวิต ในกาลนั้น เพราะเราเป็นผู้มีสติประกอบด้วยปัญญา ด้วยผลของกรรมนั้นและด้วยการตั้งเจตน์จำนงไว้ เราละร่างมนุษย์

แล้ว ได้ไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

เราได้เสวยราชสมบัติ ในเทวโลก ๓๐๐

ครั้งได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๕๐๐ ครั้งและได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์โดยคณนานับมิได้เพราะกรรมนั้นนำไป เราจึงเป็นผู้ถึงความสุขในทุกภพ

เราท่องเที่ยวไปแต่ในสองภพ คือใน

เทวดาและมนุษย์ คติอื่นเราไม่รู้จัก นี้เป็นผลแห่งกรรมที่สั่งสมไว้ดีแล้ว

Page 295

เราเกิดแต่ในสองสกุล คือสกุลกษัตริย์

และสกุลพราหมณ์ หาเกิดในสกุลต่ำทรามไม่ นี้

เป็นผลแห่งกรรมที่สั่งสมไว้ดีแล้ว

เมื่อถึงภพสุดท้าย เราเป็นบุตรของ

พราหมณ์ เกิดในสกุลที่มีทรัพย์สมบัติมาก ใน

พระนครสาวัตถี มารดาของเราชื่อจันทวดี บิดาชื่อ

อสัสลายนะ ในคราวที่พระพุทธเจ้าทรงแนะนำ

บิดาเรา เพื่อความบริสุทธิ์ทุกอย่าง

เราเลื่อมใสในพระสุคตเจ้า ได้ออกบวช

เป็นบรรพชิต พระโมคคัสลานะ เป็นอาจารย์

พระสารีบุตร เป็นอุปัชฌาย์

เราตัดทิฏฐิพร้อมด้วยมูลรากเสียได้ในเมื่อ

กำลังปลงผม และเมื่อกำลังนุ่งผ้ากาสาวะ ก็ได้

บรรลุพระอรหัต

เรามีปรีชาแตกฉานในอรรถ ธรรม นิรุตติ

และปฏิภาณ ฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เลิศกว่า

โลก จึงทรงตั้งเราไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะ

เราอันท่านพระอุปติสสะไต่ถามในปฏิ-

สัมภิทา ก็แก้ได้ไม่ขัดข้อง ฉะนั้น เราจึงเป็น

ผู้เลิศในพระพุทธศาสนา

Page 296

เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว . . . คำสอน

ของพระพุทธเจ้า เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระมหาโกฏฐิตเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบมหาโกฏฐิเถราปทาน

๕๓๗. อรรถกถามหาโกฏฐิกฺเถราปทาน๑

พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๗ ดังต่อไปนี้ :-

อปทานของท่านพระมหาโกฏฐิกเถระ มีคำเริ่มต้นว่า ปทุมุตฺตโรนาม ชิโน ดังนี้.

มีเรื่องเกิดขึ้นอย่างไร ? แม้พระเถระรูปนี้ ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้ว ในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อน ๆ ได้สั่งสมบุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระ-นิพพานไว้เป็นอันมากในภพนั้น ๆ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ท่านได้บังเกิดในตระกูลที่มีโภคะมากในหังสวดีนคร บรรลุนิติ-ภาวะแล้ว พอมารดาล่วงลับไปแล้ว ดำรงตำแหน่งกุฎุมพีอยู่ครองฆราวาส.

วันหนึ่งในเวลาที่พระมีพระภาคเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระทรงแสดงธรรม เขาได้มองเห็นชาวหังสวดีนคร ถือของหอมและระเบียบดอกไม้เป็นต้น ซึ่งกำลังนอบน้อม น้อมกายไปในที่เป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์จึงเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าพร้อมกับคนเหล่านั้นด้วย ได้เห็นภิกษุรูปหนึ่งซึ่งพระศาสดาทรงสถาปนาเธอไว้ในตำแหน่งที่เลิศกว่าพวกภิกษุผู้บรรลุ๑. บาลีเป็น มหาโกฏฐิเตเถราปทาน

Page 297

ปฏิสัมภิทาจึงคิดว่า ภิกษุรูปนี้ เยี่ยมยอดกว่าพวกภิกษุผู้บรรลุปฏิสัมภิทาในพระศาสนานี้ ถ้าแม้ไฉนเราพึงเป็นผู้ยอดเยี่ยม กว่าพวกภิกษุผู้บรรลุปฏิสัมภิทาเหมือนดังภิกษุรูปนี้บ้าง ในพระศาสนาของพระพุทธเจ้าสักพระองค์หนึ่ง ดังนี้ในเวลาจบเทศนาของพระศาสดา เมื่อบริษัทลุกไปแล้ว จึงเข้าไปใกล้พระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วกราบทูลนิมนต์ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พรุ่งนี้ขอนิมนต์รับภิกษาที่เรือนของข้าพระองค์ พระเจ้าข้า.

พระศาสดาทรงรับนิมนต์แล้ว. เขาถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว ทำประทักษิณแล้ว กับไปยังเรือนของตน เอาของหอมและระเบียบดอกไม้เป็นต้น ประดับที่ที่ประทับนั่งของพระพุทธเจ้า และที่นั่งของภิกษุสงฆ์ตลอดทั้งคืนยังรุ่งแล้ว ให้คนจัดแจงขาทนียะและโภชนียะ ณ ที่อยู่ของตน พอล่วงราตรีนั้นไป ได้นิมนต์พระ-ศาสดา ซึ่งมีภิกษุแสนรูปเป็นบริวารให้ฉันข้าวสาลีอันมีกลิ่นหอม พร้อมทั้งสูปะและพยัญชนะ อันเป็นบริวารของยาคูและของเคี้ยวนานาชนิด ในเวลาเสร็จภัตรกิจ คิดว่า เราจะขอปรารถนาตำแหน่งให้ยิ่งใหญ่แล แต่เราไม่ควรถวายทานเพียงวันเดียวเท่านั้น ควรถวายทานตลอด

๗ วัน ตามลำดับเพื่อปรารถนาตำแหน่งนั้น แล้วจึงจักปรารถนา. เขาได้ถวายมหาทานตลอด ๗ วัน โดยทำนองนั้นนั่นแล ในเวลาเสร็จภัตรกิจ ให้คนเปิดโรงเก็บผ้าแล้ว วางผ้าเนื้อละเอียดชนิดเยี่ยมซึ่งเพียงพอทำเป็นไตรจีวรได้ ณ ที่บาทมูลของพระพุทธ-เจ้า และได้ถวายไตรจีวรแก่ภิกษุแสนรูปแล้ว เข้าไปใกล้พระตถาคตเจ้าหมอบลงที่บาทมูลของพระศาสดาแล้วตั้งความปรารถนาว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญภิกษุรูปใดที่พระองค์ทรงสถาปนาไว้ในตำแหน่งที่เลิศกว่าพวกภิกษุผู้ปฏิ-สัมภิทาในวันที่ ๗ นับแต่วันนี้ แม้ข้าพระองค์ก็พึงเป็นเหมือนภิกษุรูปนั้นบ้าง

Page 298

คือ ขอให้ได้บวชในพระศาสนาของพระพุทธเจ้าผู้จะทรงอุบัติในอนาคตกาลแล้ว พึงเป็นผู้เลิศกว่าพวกภิกษุผู้บรรลุปฏิสัมภิทาเถิด. พระศาสดาทรงทราบถึงความสำเร็จของเขา จึงทรงพยากรณ์ว่า ในอนาคตกาล คือในที่สุดแห่งแสนกัปแต่นี้ไป พระพุทธเจ้าพระนามว่าโคดม จักทรงอุบัติขึ้นในโลก ความปรารถนาของเธอ จักสำเร็จในพระศาสนาของพระโคดมพุทธเจ้าพระองค์นั้นและ เขากระทำบุญไว้ในที่นั้นเป็นอันมากจนตลอดอายุ จุติจากอัตภาพนั้นแล้ว ได้เสวยเทวสมบัติวนเวียนอยู่ในเทวโลกและมนุษยโลก

เขาท่องเที่ยวไปในเทวโลกและมนุษย์โลกอย่างนั้น ได้รวบรวมสั่งสมบุญสมภารไว้ในภพนั้น ๆ ในพุทธุปบาทกาลนี้ ได้บังเกิดในตระกูลพราหมณ์มหาศาลในกรุงสาวัตถี. มารดาบิดาได้ตั้งชื่อเขาว่าโกฏฐิกะ. หากจะมีคำถามว่า ทำไมไม่ดังชื่อตามมารดา หรือ ตามฝ่ายญาติมีปู่ ตา เป็นต้น เพราะเหตุไรจึงพากันตั้งชื่ออย่างนั้นเล่า. บัณฑิตพึงทราบคำตอบว่า มารดาบิดาได้ตั้งชื่อเขาตามความหมายว่า เป็นผู้ทำชนที่ตนเห็นแล้ว เห็นแล้วให้หลบซ่อนเที่ยวเจาะแทงด้วยหอกคือปาก เพราะว่าตนเป็นผู้ฉลาด ในเวทางคศาสตร์ในตักกศาสตร์ของคนและของผู้อื่น ในนิฆัณฑุศาสตร์ เกฏุภศาสตร์ของตนในประเภทแห่งอักษรสมัยของตน และในการพยากรณ์ทั้งหมดแล. เขาเจริญวัยแล้วเล่าเรียนไตรเพทจนถึงความสำเร็จในศิลปของพราหมณ์ วันหนึ่งเข้าไปเฝ้าพระศาสดาฟังธรรมแล้ว ได้มีศรัทธาบวช ตั้งแต่เวลาได้อุปสมบทแล้วก็บำเพ็ญวิปัสสนากัมมัฎฐาน ได้บรรลุพระอรหัตพร้อมด้วยปฏิสัมภิทา ๔ เป็นผู้เชี่ยวชาญในการประพฤติในปฏิสัมภิทา ไม่กลัว แม้เข้าไปหาพระมหาเถระก็

Page 299

ถามปัญหา เข้าไปเฝ้าพระทศพลแล้วก็ยังถามปัญหาในปฏิสัมภิทา ๔ นั่นแล.

พระเถระรูปนี้ กลายเป็นผู้เลิศกว่าพวกภิกษุผู้บรรลุปฏิสัมภิทาได้ ก็เพราะท่านได้สั่งสมบุญไว้ในปฏิสัมภิทานั้น และเพราะท่านชำนาญในการประพฤติปฏิสัมภิทานั้น. ลำดับนั้น พระศาสดาได้ทรงการทำมหาเวทัลลสูตรให้เป็นอัตถุปัตติเหตุแล้ว ทรงสถาปนาท่านไว้ในตำแหน่งที่เลิศกว่าพวกภิกษุผู้บรรลุปฏิสัมภิทา และตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มหาโกฏฐิกะนี้ เป็นผู้เลิศกว่าพวกภิกษุสาวกของเราผู้บรรลุปฏิสัมภิทาแล.

สมัยต่อมา ท่านเมื่อได้เสวยความสุขอันเกิดแต่ก็วิมุตติ เกิดความโสมนัสใจ เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อนของตน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน ดังนี้. คำนั้นทั้งหมดมีเนื้อความง่ายทั้งนั้น เพราะมีนัยดังที่ข้าพเจ้าได้กล่าวไว้แล้วในหนหลังแล.

คำว่า สุทํ ในบทว่า อิตฺถํ สุทมายสฺมา มหาโกฏฺฐิโก นิ เป็นนิบาตใช้ลงในการชี้แจงแสดงตัวอย่าง. คำว่า อายสฺมา เป็นความเรียกโดยความเคารพอย่างยิ่งเหมือนดังคำว่า อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน ท่านพระมหาโมคคัลลานะดังนี้แล.

จบอรรถกถามหาโกฏฐิกเถราปทาน

Page 300

อุรุเวทกัสสปเถราปทานที่ ๘ (๕๓๘)

. .

ว่าด้วยบุพจริยาของพระอุรุเวลกัสสปเถระ

[๑๒๘] ในกัปที่แสนแต่กัปนี้ พระพิชิต

มาร พระนามว่าปทุมุตตระ ผู้รู้แจ้งโลกทั้งปวงเป็นนักปราชญ์มีจักษุ ได้เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว พระ-องค์เป็นผู้ตรัสสอน ทรงแสดงให้สัตว์รู้ชัด ได้ยังสรรพสัตว์ให้ข้ามพ้นวัฏสงสาร ฉลาดในเทศนาเป็นผู้เบิกบาน ทรงช่วยประชุมชนให้ข้ามพ้นไปเสียเป็นอันมาก

พระองค์เป็นผู้อนุเคราะห์ประกอบด้วย

พระกรุณา แสวงหาประโยชน์ให้สรรพสัตว์ ยังเดียรถีย์ที่มาเฝ้าให้ดำรงอยู่ในเบญจศีลได้ทุกคน

เมื่อเป็นเช่นนี้ พระศาสนาจึงไม่มีความ

อากูล ว่างสูญจากเดียรถีย์ วิจิตรด้วยพระอรหันต์ผู้คงที่มีความชำนิชำนาญ

พระมหามุนีพระองค์นั้น สูงประมาณ

๕๘ ศอก มีพระฉวีวรรณงามคล้ายทองคำอันล้ำค่ามีพระลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ประการ

ครั้งนั้น อายุของสัตว์แสนปี พระชิน-

สีห์พระองค์นั้น เมื่อดำรงพระชนม์อยู่โดยกาล

End of ๗. มหาโกฏฐิตเถราปทาน