arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · สุภูติวรรค

๑. สุภูติเถราปทาน (๒๑) เล่ม ๓๒

Text layerBuddha’s wordsItems ๒๓ (Royal Thai)1/10 in สุภูติวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

_______

๓. สุภูติวคฺค

๑. สุภูติตฺเถราปทาน

ในวรรคที่ ๒ มี ๑๐ เรื่องเท่านั้น

ในวรรคนี้ท่านประกาศคาถาไว้ ๑๓๘ คาถา

๓. สุภูติวรรค

หมวดว่าด้วยเรื่องพระสุภูติเป็นต้น

๑. สุภูติเถราปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระสุภูติเถระ

(พระสุภูติเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน สุภูติวรรค สุภูติเถราปทาน (๒๑) (Royal Thai Volume 32 · Mahachula Volume 32 · Mahamakut Volume 71 · Chaloem Phrakiat Volume 32)

บาลี (มหาจุฬาฯ), vol. 32, pp. 94–99 · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒), vol. 32, pp. 122–129

บาลี (มหาจุฬาฯ)

หิมวนฺตสฺส อวิทูเร นิสโภ นาม ปพฺพโต

อสฺสโม สุกโต มยฺหํ ปณฺณสาลา สุมาปิตา

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมพานต์ มีภูเขาลูกหนึ่งชื่อว่านิสภะ เขาสร้างอาศรมและบรรณศาลาไว้อย่างดีเพื่อข้าพเจ้า

บาลี (มหาจุฬาฯ)

โกสิโย นาม นาเมน ชฏิโล อุคฺคตาปโน

เอกากิโย <368> อทุติโย วสามิ นิสเภ ตทา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นชฎิลมีนามว่าโกสิยะ มีตบะแก่กล้า ผู้เดียว ไม่มีเพื่อน อยู่ที่ภูเขานิสภะ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ผลํ มูลญฺจ ปณฺณญฺจ น ภุญฺชามิ อหํ ตทา

ปวตฺตํว สุปาตาหํ <369> อุปชีวามิ ตาวเท.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ครั้งนั้น ข้าพเจ้ามิได้เก็บผลไม้ เหง้า และใบไม้ มากิน ในครั้งนั้น ข้าพเจ้าอาศัยใบไม้เป็นต้นที่หล่นเองเท่านั้นเลี้ยงชีวิต

บาลี (มหาจุฬาฯ)

นาหํ โกเปมิ อาชีวํ จชมาโนปิ ชีวิตํ

อาราเธมิ สกํ จิตฺตํ วิวชฺเชมิ อเนสนํ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าพเจ้าแม้ถึงจะสละชีวิตก็ไม่ทำอาชีวะให้กำเริบ ย่อมทำจิตของตนให้ยินดี งดเว้นการแสวงหาที่ไม่สมควรเสีย

Footnotes (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. 1การแสวงหาที่ไม่สมควร หมายถึงการแสวงหาที่ไม่สมควรมีเวชกรรมและทูตกรรมเป็นต้น (ขุ.อป.อ. ๒/๔/๔๔)
บาลี (มหาจุฬาฯ)

ราคูปสํหิตํ จิตฺตํ ยทา อุปฺปชฺชเต มม

สยํว ปจฺจเวกฺขามิ เอกโก ตํ ทเมมหํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เมื่อใดจิตของข้าพเจ้าเกิดความกำหนัด เมื่อนั้นข้าพเจ้าย่อมพิจารณาด้วยตนเอง ข้าพเจ้ามีใจเด็ดเดี่ยวข่มจิตนั้นเสียว่า

บาลี (มหาจุฬาฯ)

รชฺชเส รชฺชนีเย จ โทสนีเย จ ทุสฺสเส

มุยฺหเส โมหนีเย จ นิกฺขมสฺสุ วนา ตุวํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เจ้ากำหนัดในอารมณ์ที่ชวนให้กำหนัด ขัดเคืองในอารมณ์ที่ชวนให้ขัดเคือง และหลงในอารมณ์ที่ชวนให้หลง เพราะฉะนั้น เจ้าจงออกจากป่าไปเสียเถิด

บาลี (มหาจุฬาฯ)

วิสุทฺธานํ อยํ วาโส นิมฺมลานํ ตปสฺสินํ

มา โข วิสุทฺธํ ทูเสสิ นิกฺขมสฺสุ วนา ตุวํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ที่อยู่แห่งนี้เป็นที่อยู่ของท่านผู้บริสุทธิ์ ปราศจากมลทิน มีตบะ เจ้าอย่าประทุษร้ายผู้บริสุทธิ์เลย จงออกจากป่าไปเสียเถิด

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อาคาริโก ภวิตฺวาน ยทา ยุตฺตํ <370> ลภิสฺสสิ.

อุโภปิ มา วิราเธสิ นิกฺขมสฺสุ วนา ตุวํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เจ้าจักเป็นผู้ครองเรือนได้บุตรในกาลใด ในกาลนั้นเจ้าอย่าให้ล้มเหลวแม้ทั้ง ๒ อย่างนั้นเลย จงออกจากป่าไปเสียเถิด

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ฉวาลาตํ ยถา กฏฺฐํ น กฺวจิ กิจฺจการกํ

เนว คาเม อรญฺเญ วา น หิ ตํ กฏฺฐสมฺมตํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ฟืนเผาศพ ใช้ทำกิจอะไรในที่ไหน ๆ ก็ไม่ได้ ไม้นั้นเขาไม่ได้ถือกันว่า เป็นไม้ในบ้านหรือเป็นไม้ในป่า และไม่ได้ถือกันว่า เป็นไม้ตามปกติ ฉันใด

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ฉวาลาตูปโม ตฺวํสิ น คิหี นปิ สญฺญโต

อุภโต มุตฺตโก อชฺช นิกฺขมสฺสุ วนา ตุวํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เจ้าก็ฉันนั้น เปรียบเหมือนฟืนเผาศพ ไม่ใช่คฤหัสถ์ ทั้งไม่ใช่สมณะ วันนี้ เจ้าพ้นจากภาวะทั้ง ๒ จงออกจากป่าไปเสียเถิด

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สิยา นุ โข ตว เอตํ โก ปชานาติ เต อิทํ

สีฆํ ธุรํ วหิสิ <371> เม โกสชฺชพหุลาย จ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้อนี้พึงมีแก่เจ้าหรือหนอ ใครจะรู้ข้อนี้ของเจ้า ใครจะนำธุระของเจ้าไปโดยเร็ว เพราะเจ้ามากไปด้วยความเกียจคร้าน

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ชิคุจฺฉิสฺสนฺติ ตํ วิญฺญู อสุจึ นาคริโก ยถา

อากฑฺฒิตฺวาน อิสโย โจทยิสฺสนฺติ ตํ สทา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

วิญญูชนจักรังเกียจเจ้า เหมือนชาวเมืองรังเกียจของไม่สะอาดฉะนั้น ฤๅษีทั้งหลายจักฉุดเจ้ามาตักเตือนทุกเมื่อ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตํ วิญฺญู ปวทิสฺสนฺติ สมติกฺกนฺตสาสนํ

สํวาสํ อลภนฺโต หิ กถํ ชีวิหิสิ <372> ตุวํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

วิญญูชนจักประจานเจ้าว่า ล่วงละเมิดศาสนา ก็เจ้าเมื่อไม่ได้การอยู่ร่วม จักเป็นอยู่อย่างไร

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ติธปฺปภินฺนํ มาตงฺคํ กุญฺชรํ สฏฺฐิหายนํ

พลีนาโค <373> อุปคนฺตฺวา ยูถา นีหรเต คชํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ช้างมีกำลัง เข้าไปหาช้างกุญชรซึ่งตกมัน ๓ แห่ง เกิดในตระกูลช้างมาตังคะ เสื่อมกำลังในเวลามีอายุ ๖๐ ปีแล้ว ขับออกจากโขลง

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ยูถา วินิสฺสโฏ สนฺโต สุขํ สาตํ น วินฺทติ

ทุกฺขิโต วิมโน โหติ ปชฺฌายนฺโต ปเวธติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

มันถูกขับออกจากโขลงแล้ว หาความสุขสำราญไม่ได้ เป็นสัตว์มีทุกข์ เศร้าใจ ซบเซา สั่นเทาอยู่ ฉันใด

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตเถว ชฏิลา ตํปิ นีหริสฺสนฺติ ทุมฺมตึ

เตหิ ตฺวํ นิสฺสโฏ สนฺโต สุขํ สาตํ น ลจฺฉสิ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ชฎิลทั้งหลายจักขับเจ้าผู้มีปัญญาทรามออก เจ้าถูกชฎิลเหล่านั้นขับออกแล้ว จักหาความสุขสำราญไม่ได้ ฉันนั้นเหมือนกัน

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ทิวา วา ยทิ วา รตฺตึ โสกสลฺลสมปฺปิโต

ฑยฺหสิ ปริฬาเหน คโช ยูถาว นิสฺสโฏ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เจ้าถูกลูกศรคือความเศร้าโศกเสียบแล้ว ทั้งกลางวันและกลางคืน จักถูกความเร่าร้อนแผดเผา เหมือนช้างถูกขับออกจากโขลง ฉะนั้น

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ชาตรูปํ ยถา กูฏํ เนว ยายติ <374> กตฺถจิ.

ตถา สีลวิหีโน ตฺวํ น ยายิสฺสสิ <375> กตฺถจิ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ทองเก๊ ย่อมใช้ไม่ได้ในที่ไหน ๆ ฉันใด เจ้าเสื่อมแล้วจากศีลก็จักใช้ในที่ไหน ๆ ไม่ได้ ฉันนั้น

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อคาราวสมาโนปิ <376> กถํ ชีวิหิสี ตุวํ

มตฺติกํ เปตฺติกญฺจาปิ นตฺถิ เต นิหิตํ ธนํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

แม้เจ้าอยู่ครองเรือน จักเป็นอยู่ได้อย่างไร ทรัพย์ทั้งที่เป็นของมารดาและบิดาของเจ้าที่เก็บไว้ก็ไม่มี

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สกํ กมฺมํ กริตฺวาน คตฺเต เสทํ ปโมจยํ

เอวํ ชีวิหิสิ เคเห สาธุ เต ตํ น รุจฺจติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เจ้าจักต้องทำการงานของตน ต้องอาบเหงื่อต่างน้ำ จักเป็นอยู่ในเรือนอย่างนี้ เป็นการดีแก่เจ้าที่จะไม่ชอบมัน

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอวาหํ ตตฺถ วาเรมิ สงฺกิเลสคตํ มนํ

นานาธมฺมกถํ กตฺวา ปาปา จิตฺตํ นิวารยึ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าพเจ้าห้ามใจที่หมักหมมด้วยสังกิเลสอย่างนี้ในที่นั้น ได้กล่าวธรรมกถาต่าง ๆ ห้ามจิตจากความชั่ว

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอวํ เม วิหรนฺตสฺส อปฺปมาทวิหาริโน

ตึสวสฺสสหสฺสานิ ปวเน <377> เม อติกฺกมุํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เมื่อข้าพเจ้าเป็นอยู่ด้วยความไม่ประมาทอย่างนี้ ข้าพเจ้าอยู่ในป่าใหญ่ล่วงเลยมา ๓๐,๐๐๐ ปี

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อปฺปมาทรตํ <378> ทิสฺวา อุตฺตมตฺถํ คเวสกํ

ปทุมุตฺตรสมฺพุทฺโธ อาคญฺฉิ มม สนฺติกํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ทรงเห็นข้าพเจ้าผู้ยินดีในความไม่ประมาท ผู้แสวงหาประโยชน์อย่างสูงสุด จึงเสด็จมายังสำนักของข้าพเจ้า

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ติมฺพรูสกวณฺณาโภ อปฺปเมยฺโย อนูปโม

รูเปนาสทิโส พุทฺโธ อากาเส จงฺกมี ตทา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ครั้งนั้น พระพุทธเจ้าผู้มีพระรัศมีดังสีทองชมพูนุท ประมาณมิได้ ไม่มีใครเปรียบได้ ไม่มีใครเสมอด้วยพระรูป เสด็จจงกรมอยู่ในอากาศ

Footnotes (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. 1ทองชมพูนุท หมายถึงทองคำเนื้อบริสุทธิ์ (องฺ.ติก.อ. ๒/๖๔/๑๙๑) ที่เรียกว่า ชมพูนุท เพราะเป็นทอง ที่เกิดขึ้นในแควของแม่น้ำมหาชมพู (องฺ.ติก.ฏีกา ๒/๖๔/๑๙๙)
บาลี (มหาจุฬาฯ)

สุผุลฺโล สาลราชาว วิชฺชูวพฺภฆนนฺตเร

ญาเณนาสทิโส พุทฺโธ อากาเส จงฺกมี ตทา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ครั้งนั้น พระพุทธเจ้าไม่มีใครเสมอด้วยพระญาณ เสด็จจงกรมอยู่ในอากาศ ดังต้นพญาไม้สาละมีดอกบานสะพรั่ง เหมือนสายฟ้าในกลีบเมฆ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สีหราชาวสมฺภีโต คชราชาว ทปฺปิโต <379>

อภีโต <380> พยคฺฆราชาว อากาเส จงฺกมี ตทา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ครั้งนั้น พระองค์เสด็จจงกรมอยู่ในอากาศ ดังพญาราชสีห์ผู้ไม่กลัว ดุจพญาช้างคึกคะนอง เหมือนพญาเสือโคร่งผู้ไม่ครั่นคร้าม ฉะนั้น

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สิงฺคินิกฺขสวณฺณาโภ ขทิรงฺคารสนฺนิโภ

มณิ ยถา โชติรโส อากาเส จงฺกมี ตทา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ครั้งนั้น พระพุทธเจ้าผู้มีพระรัศมีดังแท่งทองสีสุก เหมือนถ่านเพลิงไม้ตะเคียน มีพระรัศมีโชติช่วงดังแก้วมณี เสด็จจงกรมอยู่ในอากาศ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

วิสุทฺธเกลาสสนฺนิโภ <381> ปุณฺณมาเยว จนฺทิมา

มชฺฌณฺหิเกว <382> สุริโย อากาเส จงฺกมี ตทา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ครั้งนั้น พระพุทธเจ้าผู้มีพระรัศมี เหมือนภูเขาไกรลาสที่บริสุทธิ์ เหมือนดวงจันทร์ในวันเพ็ญ เหมือนดวงอาทิตย์ในเวลาเที่ยงวัน เสด็จจงกรมอยู่ในอากาศ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ทิสฺวา นเภ จงฺกมนฺตํ เอวํ จินฺเตสหํ ตทา

เทโว นุ โข อยํ สตฺโต อุทาหุ มนุโช อยํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าได้เห็นพระองค์ เสด็จจงกรมอยู่ในท้องฟ้า จึงคิดอย่างนี้ว่า ผู้นี้เป็นเทวดาหรือมนุษย์

บาลี (มหาจุฬาฯ)

น เม สุโต วา ทิฏฺโฐ วา มหิยา เอทิโส นโร

อปิ มนฺตปทํ อตฺถิ อยํ สตฺถา ภวิสฺสติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

นรชนเช่นนี้เราไม่เคยได้ฟังหรือได้เห็นในแผ่นดิน เออ บทมนต์ก็มีอยู่ ผู้นี้จักเป็นพระศาสดา

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอวาหํ จินฺตยิตฺวาน สกํ จิตฺตํ ปสาทยึ

นานาปุปฺผญฺจ คนฺธญฺจ สนฺนิปาเตสหํ <383> ตทา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ครั้นข้าพเจ้าคิดอย่างนี้แล้วได้ทำจิตของตนให้เลื่อมใส รวบรวมดอกไม้และของหอมต่าง ๆ ไว้ในครั้งนั้น

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ปุปฺผาสนํ ปญฺญาเปตฺวา สาธุจิตฺตํ มโนรมํ

นรสารถินํ อคฺคํ อิทํ วจนมพฺรวึ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าพเจ้าได้ปูลาดอาสนะดอกไม้ ซึ่งวิจิตรดีเป็นที่รื่นรมย์ใจแล้ว ได้กล่าวคำนี้กับพระพุทธเจ้าผู้เลิศกว่าสารถีผู้ฝึกนรชนว่า

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อิทํ เม อาสนํ วีร ปญฺญตฺตํ ตวนุจฺฉวํ

หาสยนฺโต มม จิตฺตํ นิสีท กุสุมาสเน.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่พระองค์ผู้มีความเพียร อาสนะนี้สมควรแก่พระองค์ ข้าพระองค์จัดถวายไว้แล้ว ขอพระองค์เมื่อจะทำจิตของข้าพระองค์ให้ร่าเริง โปรดประทับนั่งบนอาสนะดอกไม้เถิด

บาลี (มหาจุฬาฯ)

นิสีทิ ตตฺถ ภควา อสมฺภีโตว เกสรี

สตฺตรตฺตินฺทิวํ พุทฺโธ ปวเร กุสุมาสเน.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า เป็นดุจพญาไกรสร ผู้ไม่ครั่นคร้าม ประทับนั่งบนอาสนะดอกไม้อันประเสริฐนั้นตลอด ๗ คืน ๗ วัน

บาลี (มหาจุฬาฯ)

นมสฺสมาโน อฏฺฐาสึ สตฺตรตฺตินฺทิวํ อหํ

วุฏฺฐหิตฺวา สมาธิมฺหา สตฺถา โลเก อนุตฺตโร

มม กมฺมํ ปกิตฺเตนฺโต อิทํ วจนมพฺรวิ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าพเจ้าได้ยืนนมัสการพระองค์อยู่ตลอด ๗ คืน ๗ วัน พระศาสดาผู้ยอดเยี่ยมในโลก เสด็จออกจากสมาธิแล้ว เมื่อจะทรงพยากรณ์กรรมของข้าพเจ้าได้ตรัสพระดำรัสนี้ว่า

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ภาเวหิ พุทฺธานุสฺสตึ ภาวนานํ อนุตฺตรํ

อิมํ สตึ ภาวยิตฺวา ปูรยิสฺสสิ มานสํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

บรรดาภาวนาทั้งหลาย เธอจงเจริญพุทธานุสสติที่ยอดเยี่ยม ครั้นเจริญพุทธานุสสตินี้แล้ว จักทำใจให้บริบูรณ์ได้

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตึสกปฺปสหสฺสานิ เทวโลเก รมิสฺสสิ

อสีติกฺขตฺตุํ เทวินฺโท เทวรชฺชํ กริสฺสสิ

สหสฺสกฺขตฺตุํ จกฺกวตฺตี ราชา รฏฺเฐ ภวิสฺสสิ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เธอจักรื่นรมย์ในเทวโลกตลอด ๓๐,๐๐๐ กัป จักเป็นจอมเทพ ครองเทวสมบัติ ๘๐ ชาติ จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิในแว่นแคว้น ๑,๐๐๐ ชาติ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ปเทสรชฺชํ วิปุลํ คณนาโต อสงฺขิยํ

อนุโภสฺสสิ ตํ สพฺพํ พุทฺธานุสฺสติยา ผลํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

จักเป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์นับชาติไม่ถ้วน จักได้เสวยสมบัตินั้นทั้งหมด นี้เป็นผลแห่งการเจริญพุทธานุสสติ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ภวาภเว สํสรนฺโต มหาโภคํ ลภิสฺสสิ

โภเค <384> เต โอนตา นตฺถิ พุทฺธานุสฺสติยา ผลํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เธอเมื่อเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพน้อยภพใหญ่ จักได้โภคสมบัติเป็นอันมาก ความพร่องในโภคะของท่านจะไม่มี นี้เป็นผลแห่งการเจริญพุทธานุสสติ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

กปฺปสตสหสฺสมฺหิ โอกฺกากกุลสมฺภโว

โคตโม นาม โคตฺเตน สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป) พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อสีติโกฏึ ฉฑฺเฑตฺวา ทาสกมฺมกเร พหู

โคตมสฺส ภควโต สาสเน ปพฺพชิสฺสสิ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เธอจักสละทรัพย์ประมาณ ๘๐ โกฏิ รวมทั้งทาสและกรรมกรจำนวนมากแล้ว บวชในศาสนาของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าโคดม

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อาราธยิตฺวาน สมฺพุทฺธํ โคตมํ สกฺยปุงฺควํ

สุภูติ นาม นาเมน เหสฺสสิ สตฺถุสาวโก.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ท่านจักให้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าโคดมศากยะ ผู้ประเสริฐ ทรงพอพระทัยแล้ว เป็นสาวกมีนามว่าสุภูติ ของพระศาสดา

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ภิกฺขุสํเฆ นิสีทิตฺวา ทกฺขิเณยฺยคุณมฺหิ <385> ตํ

ตถารณวิหาเร จ ทฺวีสุ อคฺคํ <386> ฐเปสฺสติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระศาสดาพระนามว่าโคดม ประทับนั่งในท่ามกลางหมู่ภิกษุแล้ว จักทรงแต่งตั้งท่านว่าเป็นผู้เลิศใน ๒ ตำแหน่ง คือในพระทักขิไณยบุคคลผู้มีคุณ และในความเป็นผู้มีธรรมเครื่องอยู่ซึ่งไม่มีข้าศึก

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อิทํ วตฺวาน สมฺพุทฺโธ ชลชุตฺตมนายโก

นภํ อพฺภุคฺคมิ ธีโร หํสราชาว อมฺพเร.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นผู้นำซึ่งรุ่งเรืองสูงสุด ผู้เป็นนักปราชญ์ ครั้นตรัสดังนี้แล้ว ได้เสด็จเหาะขึ้นไปยังนภากาศดุจพญาหงส์ในท้องฟ้า ฉะนั้น

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สาสิโต โลกนาเถน นมสฺสิตฺวา ตถาคตํ

สทา ภาเวสึ <387> มุทิโต พุทฺธานุสฺสติมุตฺตมํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าพเจ้าซึ่งพระผู้ทรงเป็นที่พึ่งของสัตว์โลก ทรงพร่ำสอนแล้ว นอบน้อมพระตถาคตแล้วมีจิตเบิกบาน เจริญพุทธานุสสติอันยอดเยี่ยมทุกเมื่อ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เตน กมฺเมน สุกเตน เจตนาปณิธีหิ จ

ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ ตาวตึสํ อคจฺฉหํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ด้วยกรรมที่ข้าพเจ้าได้ทำไว้ดีแล้วนั้น และด้วยการตั้งเจตนาไว้มั่น ข้าพเจ้าละกายมนุษย์แล้วได้ไปเกิดยังสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อสีติกฺขตฺตุํ เทวินฺโท เทวรชฺชํ อการยึ

สหสฺสกฺขตฺตุํ ราชา จ จกฺกวตฺตี อสงฺขยํ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าพเจ้าได้เป็นจอมเทพครองเทวสมบัติ ๘๐ ชาติ และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑,๐๐๐ ชาติ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ปเทสรชฺชํ วิปุลํ คณนาโต อสํขิยํ

อนุโภมิ สุสมฺปตฺตึ พุทฺธานุสฺสติยา ผลํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าพเจ้าได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์นับชาติไม่ถ้วน ข้าพเจ้าได้เสวยสมบัติอย่างดีนับไม่ถ้วน นี้เป็นผลแห่งการเจริญพุทธานุสสติ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ภวาภเว สํสรนฺโต มหาโภคํ ลภามหํ

โภเค เม โอนตา นตฺถิ พุทฺธานุสฺสติยา ผลํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าพเจ้าเมื่อเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพน้อยภพใหญ่ จะได้โภคสมบัติเป็นอันมาก ความบกพร่องในโภคะของข้าพเจ้าไม่มีเลย นี้เป็นผลแห่งการเจริญพุทธานุสสติ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สตสหสฺสิโต กปฺเป ยํ กมฺมมกรึ ตทา

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ พุทฺธานุสฺสติยา ผลํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ทำกรรมไว้ในครั้งนั้น

จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการเจริญพุทธานุสสติ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิ จ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ.

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา สุภูติ เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ.

สุภูติตฺเถรสฺส อปทานํ ปฐมํ สมตฺตํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แลได้ทราบว่า ท่านพระสุภูติเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

สุภูติเถราปทานที่ ๑ จบ

End of ๑. สุภูติเถราปทาน (๒๑)