พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · สุภูติวรรค
๓. ตีณิสรณาคมนียเถราปทาน (๒๓) เล่ม ๓๒
Text layerBuddha’s wordsItems ๒๕ (Royal Thai)3/10 in สุภูติวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
ตีณิสรณาคมนียเถราปทานที่ ๓ (๒๓)
ว่าด้วยผลแห่งการรับสรณะ ๓
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน สุภูติวรรค ตีณิสรณาคมนียเถราปทาน (๒๓) (Royal Thai Volume 32 · Mahachula Volume 32 · Mahamakut Volume 71 · Chaloem Phrakiat Volume 32)
นคเร จนฺทวติยา ๒ มาตุปฏฺฐานโก ๓ อหํ
อนฺธา มาตาปิตา มยฺหํ เต โปเสมิ อหํ ตทา ฯ
รโหคโต นิสีทิตฺวา เอวํ จินฺเตสหํ ตทา
โปเสนฺโต มาตาปิตโร ปพฺพชฺชํ น ลภามหํ ฯ
ตมนฺธการปิหิตา ๑ ติวิธคฺคีหิ ทยฺหเร
เอตาทิเส ภเว ชาเต นตฺถิ โกจิ วินายโก ฯ
พุทฺโธ โลเก สมุปฺปนฺโน ทิปฺเปติ ทานิ ๒ สาสนํ
สกฺกา อุทฺธริตุํ อตฺตา ปุญฺญกาเมน ชนฺตุนา ฯ
อุคฺคยฺห ตีณิ สรเณ ปริปุณฺณานิ โคปยึ
เตน กมฺเมน สุกเตน ปฏิมุกฺขามิ ทุคฺคตึ ฯ
นิสโภ นาม สมโณ พุทฺธสฺส อคฺคสาวโก
ตํ อหํ อุปคนฺตฺวาน สรณาคมนํ คหึ ฯ
วสฺสสตสหสฺสานิ อายุํ วิชฺชติ ตาวเท
ตาวตา สรณาคมนํ ปริปุณฺณํ อโคปยึ ฯ
จริเม วตฺตมานมฺหิ สรณนฺตมนุสฺสรึ
เตน กมฺเมน สุกเตน ตาวตึสํ อคญฺฉหํ ฯ
เทวโลกคโต สนฺโต ปุญฺญกมฺมสมาหิโต
ยํ ยํ เทสํ อุปปชฺชาม อฏฺฐเหตู ลภามหํ ฯ
ทิสาสุ ปูชิโต โหมิ ติกฺขปญฺโญ ภวามหํ
สพฺเพ เทวานุวตฺตนฺติ อมิตโภคํ ลภามหํ ฯ
สุวณฺณวณฺโณ สพฺพตฺถ ปฏิภาโณ ๓ ภวามหํ
มิตฺตานํ อจโล โหมิ ยโส อจฺจุคฺคโต มม ฯ
อสีติกฺขตฺตุํ เทวินฺโท เทวรชฺชมการยึ
ทิพฺพสุขํ อนุภวึ อจฺฉราหิ ปุรกฺขโต ฯ
ปญฺจสตฺตติกฺขตฺตุญฺจ จกฺกวตฺติ อโหสหํ
ปเทสรชฺชํ วิปุลํ คณนาโต อสงฺขยํ ฯ
ปจฺฉิเม ภวสมฺปตฺเต ปุญฺญกมฺมสมาหิโต
ปุเร สาวตฺถิยํ ชาโต มหาสาเล สุอทฺธเก ฯ
นครา นิกฺขมิตฺวาน ทารเกหิ ปุรกฺขโต
สายํ ๑ ขิฑฺฑาสมงฺคีหํ สงฺฆารามํ อุปาคมึ ฯ
ตตฺถทฺทสาสึ สมณํ วิปฺปมุตฺตํ นิรูปธึ
โส เม ธมฺมมเทเสสิ สรณญฺจ อทาสิ เม ฯ
โสหํ สุตฺวาน สรณํ สรณํ เม อนุสฺสรึ
เอกาสเน นิสีทิตฺวา อรหตฺตํ อปาปุณึ ฯ
ชาติยา สตฺตวสฺเสน ๒ อรหตฺตํ อปาปุณึ
อุปสมฺปาทยิ พุทฺโธ คุณมญฺญาย จกฺขุมา
อปริเมยฺเย อิโต กปฺเป สรณานิ อคญฺฉหํ
ตาว ๓ เม สุกตํ กมฺมํ ผลํ ทสฺเสสิ เม อิธ ฯ
สุโคปิตํ เม สรณํ มานสํ สุปฺปณิหิตํ
อนุโภตฺวา ยสํ สพฺพํ ปตฺโตมฺหิ อจลํ ปทํ ฯ
เยสํ โสตาวธานตฺถิ สุณาถ มม ภาสโต
อตฺถํ ๔ โว กถยิสฺสามิ สามํ ทิฏฺฐํ ปทํ มม ฯ
พุทฺโธ โลเก สมุปฺปนฺโน วตฺตเต ชินสาสนํ
อมตา วาทิตา เภริ โสกสลฺลวิโนทนา ฯ
ยถาสเกน ถาเมน ปุญฺญกฺเขตฺเต อนุตฺตเร
อธิการํ กเรยฺยาถ ปสฺสยิสฺสถ นิพฺพุตึ ฯ
ปคฺคยฺห ตีณิ สรเณ ปญฺจสีลานิ โคปิย
พุทฺเธ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา ทุกฺขสฺสนฺตํ กริสฺสถ ฯ
มโมปมํ ๑ กริตฺวาน สิลานิ ปริโคปิย
อจิรํ อรหตฺตํ โว สพฺเพปิ ปาปุณิสฺสถ ฯ
เตวิชฺโช อิทฺธิปตฺโตมฺห เจโตปริยโกวิโท
สาวโก เต มหาวีร จรเณ ๒ วนฺทามิ สตฺถุโน ฯ
อปริเมยฺเย อิโต กปฺเป สรณํ พุทฺธมคญฺฉหํ
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ สรณาคมเน ผลํ ฯ
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ตีณิสรณาคมนิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ
ตีณิสรณาคมนิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
จตุตฺถํ ปญฺจสีลสมาทานิยตฺเถราปทานํ (๒๔)
๑ ม. อุสฺสีสนฺติ ฯ ยุ. ทสฺสิสฺสนฺติ ฯ ๒ โป. พนฺธมติยา ฯ ๓ ม. มาตุปฏฺฐาโก
อหุํ ฯ ยุ. มาตุปฏฺฐายโก อหุํ ฯ
๑ ม. มหนฺธการปิหิตา ฯ ๒ ยุ. ชินสาสนํ ฯ ๓ ม. ยุ. ปฏิกฺกนฺโต ฯ
๑ ม. หสขิฑฺฑสมงฺคีหํ ฯ ยุ. สหสฺสขิฑฺฑาสมงฺคีหํ ฯ ๒ ม. สตฺตเม วสฺเส ฯ
๓ ม. ยุ. ตโต ฯ ๔ ม. อหํ ฯ
เราเป็นคนบำรุงมารดาบิดา อยู่ในนครจันทวดีเวลานั้น เราเลี้ยงดูมารดาบิดาของเราผู้ตาบอด เรานั่งอยู่ในที่ลับ คิดอย่างนี้ในเวลานั้นว่า เราเลี้ยงดูมารดาบิดาอยู่ จึงไม่ได้บวช โลกทั้งหลายอันความมืดมนอนธการปิดแล้ว ย่อมถูกไฟ ๓ กองเผา เมื่อเราเกิดแล้วในภพเช่นนี้ ไม่มีใครจะเป็นผู้แนะนำ พระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติแล้วในโลก บัดนี้ พระพุทธศาสนากำลังรุ่งเรือง สัตว์ผู้ใคร่บุญอาจรื้อถอนตนขึ้นได้ เราจะรับสรณะ ๓ แล้วจะรักษาให้บริบูรณ์ ด้วยกุศลกรรมที่ได้ทำแล้วนั้น เราจะพ้นทุคติได้เราได้เข้าไปหาท่านพระสมณะชื่อนิสภะ อัครสาวกของพระพุทธเจ้าแล้วรับสรณคมน์ ในครั้งนั้นเรามีอายุได้แสนปี ได้รักษาสรณคมน์ให้บริบูรณ์ตลอดเวลาเท่านั้น เมื่อกาลที่สุดล่วงไป
เราได้ระลึกถึงสรณคมน์ ด้วยกุศลกรรมที่ได้ทำแล้วนั้น เราได้ไปสู่ภพดาวดึงส์ เมื่อเรายังอยู่ในเทวโลกประกอบแต่บุญกรรม เราอุบัติ ณ ประเทศใดๆ เราย่อมได้เหตุ ๘ประการ คือ ในประเทศนั้นๆ เราเป็นผู้อันเขาบูชาทุกทิศ ๑ เป็นผู้มีปัญญาคมกล้า ๑ เทวดาทั้งปวงย่อมประพฤติตามเรา ๑ เราย่อมได้โภคสมบัติไม่ขาดสาย ๑ เป็นผู้มีผิวพรรณดังทอง ๑ เป็นผู้มีปฏิภาณในที่ทั้งปวง ๑ เป็นผู้ไม่หวั่นไหวต่อมิตร ๑ ยศของเราสูงสุด ๑ เราได้เป็นจอมเทวดาเสวยเทวรัชสมบัติอยู่ ๘๐ ครั้ง อันนางอัปสรแวดล้อมเสวยสุขอันเป็นทิพย์
เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗๕ ครั้ง ได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์โดยคณนานับมิได้ เมื่อถึงภพที่สุด เราประกอบด้วยบุญกรรม เกิดในสกุลพราหมณ์มหาศาลมั่งคั่งที่สุดในนครสาวัตถีเวลาเย็น (วันหนึ่ง) เราต้องการจะเล่น แวดล้อมด้วยพวกเด็ก ออกจากนครแล้ว เข้าไปสู่สังฆาราม ณ ที่นั้น เราได้เห็นพระสมณะผู้พ้นวิเศษแล้ว ไม่มีอุปธิ ท่านแสดงธรรมแก่เรา และได้ให้สรณะแก่เรา เรานั้นฟังสรณะแล้ว ระลึกถึงสรณะของเราได้ นั่งอยู่บนอาสนะอันหนึ่งได้บรรลุอรหัต เราได้บรรลุอรหัตนับแต่เกิดได้เจ็ดปี พระพุทธเจ้ามีพระจักษุ ทรงรู้คุณของเราแล้ว ทรงประทานอุปสมบทในกัลปอันประมาณมิได้แต่กัลปนี้
เราได้ถึงสรณะ กรรมที่เราทำดีแล้วเพียงนั้น ได้ให้ผลแก่เรา ณ ที่นี้ สรณะเรารักษาดีแล้ว ความปรารถนาแห่งใจเรานั้นตั้งไว้ดีแล้ว เราได้เสวยยศทุกอย่างแล้ว ได้บรรลุบทอันไม่หวั่นไหว ท่านเหล่าใดมีความต้องการฟัง ท่านเหล่านั้นจงฟังเรากล่าว เราจักบอกความแห่งบทที่เราเห็นเองแก่ท่านทั้งหลาย พระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติแล้ว ในโลกศาสนาของพระชินเจ้าเป็นไปอยู่
พระองค์ทรงตีกลองอมฤต อันเป็นเครื่องบรรเทาลูกศร คือความโศกได้ ท่านทั้งหลายพึงทำสักการะอันยิ่งในบุญเขตอันยอดเยี่ยม ตามกำลังของตน ท่านทั้งหลายจักพบนิพพานท่านทั้งหลายจงรับไตรสรณคมน์ จงรักษาศีล ๕ ยังจิตให้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้าแล้ว จักทำที่สุดทุกข์ได้ ท่านทั้งหลายจงยกเราเป็นตัวอย่างรักษาศีลแล้ว แม้ทุกท่านก็จัก ได้บรรลุอรหัตโดยไม่นานเลยเราเป็นผู้มีวิชชา ๓ บรรลุอิทธิวิธี ฉลาดในเจโตปริยญาณ ข้าแต่พระมหาวีรเจ้าข้าพระองค์เป็นสาวกของพระองค์ ขอถวายบังคม จรณะของพระศาสดาในกัลปอันประมาณมิได้แต่กัลปนี้ เราได้นับถือพระพุทธเจ้าเป็นสรณะ เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลในการถึงสรณคมน์ คุณวิเศษเหล่านี้ คือปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ฉะนี้แล.
ทราบว่า ท่านพระตีสรณาคมนิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ตีณิสรณาคมนิยเถราปทาน.
End of ๓. ตีณิสรณาคมนียเถราปทาน (๒๓)