พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · สีหาสนิวรรค
๔. จุลลปันถกเถราปทาน (๑๔) เล่ม ๓๒
Text layerBuddha’s wordsItems ๑๖ (Royal Thai)4/10 in สีหาสนิวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
จตุตฺถํ จุลฺลปนฺถกตฺเถราปทานํ (๑๔)
จุลลปันถกเถราปทานที่ ๔ (๑๔)
ว่าด้วยพระจุลลปันถกปัญญาเขลา
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน สีหาสนิวรรค จุลลปันถกเถราปทาน (๑๔) (Royal Thai Volume 32 · Mahachula Volume 32 · Mahamakut Volume 71 · Chaloem Phrakiat Volume 32)
ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห
คณมฺหา วูปกฏฺโฐ โส หิมวนฺเต วสี ตทา ฯ
อหํปิ หิมวนฺตมฺหิ วสามิ อสฺสเม ตทา
อจิราคตํ มหาวีรํ อุเปสึ โลกนายกํ ฯ
ปุปฺผจฺฉตฺตํ คเหตฺวาน อุปคญฺฉึ นราสภํ
สมาธึ สมาปชฺชนฺตํ อนฺตรายมกาสหํ ฯ
อุโภหตฺเถหิ ปคฺคยฺห ปุปฺผจฺฉตฺตํ อทาสหํ
ปฏิคฺคเหสิ ภควา ปทุมุตฺตโร มหามุนิ ฯ
สพฺเพ เทวา อตฺตมนา หิมวนฺตํ อุเปนฺติ เต
สาธุการํ ปวตฺตึสุ อนุโมทิสฺสติ จกฺขุมา ฯ
อิทํ วตฺวาน เต เทวา อุปคญฺฉฉ นรุตฺตมํ
อากาเส ธารยนฺตสฺส ปทุมํ ฉตฺตมุตฺตมํ ฯ
สตฺตปตฺตฉตฺตํ ๑ ปคฺคยฺห อทาสิ ตาปโส มม
ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ สุณาถ มม ภาสโต ฯ
ปญฺจวีสติกปฺปานิ เทวรชฺชํ กริสฺสติ
จตุตฺตึสติกฺขตฺตุญฺจ จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ ฯ
ยํ ยํ โยนึ สํสรติ เทวตฺตํ อถ มานุสํ
อพฺโภกาเส ปติฏฺฐนฺตํ ปทุมํ ธารยิสฺสติ ฯ
กปฺปสตสหสฺสมฺหิ โอกฺกากกุลสมฺภโว
โคตโม นาม โคตฺเตน สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ ฯ
ปกาสิเต ปาวจเน มนุสฺสตฺตํ ลภิสฺสติ
มโนมยมฺหิ กายมฺหิ อุตฺตโม โส ภวิสฺสติ ฯ
เทฺว ภาตโร ภวิสฺสนฺติ อุโภปิ ปนฺถกวฺหยา ๑
อนุโภตฺวา อุตฺตมตฺถํ โชตยิสฺสนฺติ สาสนํ ฯ
โส อฏฺฐารสวสฺโสหํ ปพฺพชึ อนคาริยํ
วิเสสาหํ น วินฺทามิ สกฺยปุตฺตสฺส สาสเน ฯ
ทนฺธา มยฺหํ คติ อาสิ ปริภูโต ปุเร อหํ ๒
ภาตา จ มํ ปณาเมสิ คจฺฉ ทานิ สกํ ฆรํ ฯ
โสหํ ปณามิโต สนฺโต สงฺฆารามสฺส โกฏฺฐเก
ทุมฺมโน ตตฺถ อฏฺฐาสึ สามญฺญสฺมึ อเปกฺขวา ฯ
อเถตฺถ ๓ สตฺถา อาคจฺฉิ สีสํ มยฺหํ ปรามสิ
พาหาย มํ คเหตฺวาน สงฺฆารามํ ปเวสยิ ฯ
อนุกมฺปาย เม สตฺถา อทาสิ ปาทปุญฺฉนึ
เอวํ สุทฺธํ อธิฏฺเฐหิ เอกมนฺตํ อธิฏฺฐิตํ ฯ
หตฺเถหิ ตมหํ คยฺห สรึ โกกนทํ อหํ
ตตฺถ จิตฺตํ วิมุจฺจี เม อรหตฺตํ อปาปุณึ ฯ
มโนมเยสุ กาเยสุ สพฺพตฺถ ปารมึ คโต
สพฺพาสเว ปริญฺญาย วิหรามิ อนาสโว ฯ
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา จุลฺลปนฺถโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ
จุลฺลปนฺถกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
๑ ม. ตทา ฯ
๑ ยุ. ปทุมฉตฺตํ ฯ
๑ โป. ยุ. ปนฺถสฺวหยา ฯ ๒ ม. อหุํ ฯ ๓ ม. ภควา ตตฺถ อาคจฺฉิ ฯ
เวลานั้น พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตระ ทรงรับเครื่องบูชาแล้ว พระองค์เสด็จหลีกออกจากหมู่ ประทับอยู่ ณ ภูเขาหิมวันต์ แม้เวลานั้นเราก็อยู่ในอาศรมใกล้ภูเขาหิมวันต์ เราได้เข้าไปเฝ้าพระมหาวีรเจ้าผู้เป็นนายกของโลก ซึ่งเสด็จมาไม่นาน เราถือเอาฉัตรอันประดับด้วยดอกไม้ เข้าไปเฝ้าพระนราสภ เราได้ทำอันตรายแก่พระผู้มีพระภาคซึ่งกำลังเสด็จเข้าสมาธิเราประคองฉัตรดอกไม้ด้วยมือทั้งสองถวายแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาคมหามุนีพระนามว่าปทุมุตระทรงรับแล้ว เทวดาทั้งปวงมีใจชื่นบานเข้ามาสู่ภูเขาหิมวันต์ ยังสาธุการให้เป็นไปว่า พระผู้มีพระภาคผู้มีจักษุทรงอนุโมทนา ครั้นเทวดาเหล่านี้กล่าวเช่นนี้แล้วได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคผู้สูงสุดว่านระ
เมื่อเรากั้นฉัตรดอกบัวอันอุดมอยู่ในอากาศ (พระผู้มีพระภาคตรัสว่า) ดาบสได้ประคองฉัตรใบบัว ๗ ใบให้แก่เรา เราจักพยากรณ์ดาบสนั้น ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าว ดาบสนี้จักเสวยเทวรัชสมบัติอยู่ตลอด ๒๕ กัลป์ และจักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓๔ ครั้ง จะท่องเที่ยวสู่กำเนิดใดๆ คือ ความเป็นเทวดาหรือมนุษย์ ในกำเนิดนั้นๆจักทรงไว้ซึ่งดอกปทุมอันตั้งอยู่ในอากาศ ในแสนกัลป
พระศาสดาพระนามว่าโคดม โดยพระโคตร ซึ่งมีสมภพในวงศ์พระเจ้าโอกกากราช จักเสด็จอุบัติในโลก เมื่อพระศาสดาทรงประกาศพระศาสนา ดาบสผู้จักได้ความเป็นมนุษย์ เราจักเป็นผู้อุดมในกายอันบังเกิดแล้วด้วยใจ จักมีพี่น้องชายสองคนมีชื่อว่าปันถก แม้ทั้งสองคนเสวยประโยชน์อันสูงสุดแล้วจักยังพระศาสนาให้รุ่งเรือง เรานั้นมีอายุ ๑๘ ปี ออกบวชเป็นบรรพชิตเรายังไม่ได้คุณวิเศษในศาสนาของพระศากยบุตร เรามีปัญญาเขลา เพราะเราอบรมอยู่ในบุรี พระพี่ชายจึงขับไล่เราว่า จงไปสู่เรือนเดี๋ยวนี้ เราถูกพระพี่ชายขับไล่แล้วน้อยใจ ได้ยืนอยู่ที่ซุ้มประตูสังฆาราม ไม่หวังในความเป็นสมณะ ลำดับนั้น พระศาสดาเสด็จมา ณ ที่นั้น ทรงลูบศีรษะเรา ทรงจับเราที่แขน พาเข้าไปในสังฆาราม
พระศาสดาได้ทรงอนุเคราะห์ประทานผ้าเช็ดพระบาทให้แก่เราว่า จงอธิษฐานผ้าอันสะอาดอย่างนี้วางไว้ณ ส่วนข้างหนึ่ง เราจับผ้านั้นด้วยมือทั้งสองแล้วจึงระลึกถึงดอกบัวได้จิตของเราปล่อยไปในดอกบัวนั้น เราจึงได้บรรลุอรหัต เราถึงที่สุดในฌานทั้งปวง ในกายอันบังเกิดแล้วแต่ใจ กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้วไม่มีอาสวะอยู่ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมปภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้วฉะนี้แล.
ทราบว่า ท่านพระจุลลปันถกได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ จุลลปันถกเถราปทาน
End of ๔. จุลลปันถกเถราปทาน (๑๔)