arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · ติมิรปุปผิยวรรค

๑. ติมิรปุปผิยเถราปทาน (๘๑) เล่ม ๓๒

Text layerBuddha’s wordsItems ๘๓ (Royal Thai)1/10 in ติมิรปุปผิยวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

นวโม ติมิรปุปฺผิยวคฺโค

ปฐมํ ติมิรปุปฺผิยตฺเถราปทานํ (๘๑)

ติมิรปุปผิยวรรคที่ ๙

ติมิรปุปผิยเถราปทานที่ ๑ (๘๑)

ว่าด้วยผลแห่งการโปรยดอกดีหมี

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ติมิรปุปผิยวรรค ติมิรปุปผิยเถราปทาน (๘๑) (Royal Thai Volume 32 · Mahachula Volume 32 · Mahamakut Volume 71 · Chaloem Phrakiat Volume 32)

Pali (Siam Rath)

จนฺทภาคานทีตีเร อนุโสตํ วชามหํ

นิสินฺนํ สมณํ ทิสฺวา วิปฺปสนฺนมนาวิลํ ฯ

ตสฺส ๑ จิตฺตํ ปสาเทสี ๒ เอวํ จินฺเตสหํ ตทา

ตารยิสฺสติ ติณฺโณยํ ทนฺโตยํ ทมยิสฺสติ ฯ

อสฺสาสิสฺสติ อสฺสตฺโถ สนฺโต จ สมยิสฺสติ

โมจยิสฺสติ มุตฺโต จ นิพฺพาเปสฺสติ นิพฺพุโต ฯ

เอวาหํ จินฺตยิตฺวาน สิทฺธตฺถสฺส มเหสิโน

คเหตฺวา ติมิรปุปฺผํ มตฺถเก โอกิรึ ตทา ๓ ฯ

อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวาน กตฺวา จ นํ ปทกฺขิณํ

วนฺทิตฺวา สตฺถุโน ปาเท ปกฺกามึ อปรํ ทิสํ ฯ

อจิรํ คตมตฺตํ มํ มิคราชา อปีฬยิ ๔

ปปาตมนุคจฺฉนฺโต ตตฺเถว ปปตึ อหํ ฯ

จตุนวุเต อิโต กปฺเป ยํ ปุปฺผมภิโรปยึ

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ

ฉปฺปญฺญาสมฺหิ กปฺปมฺหิ สตฺเตวาสุํ มหารหา ๕

สตฺตรตนสมฺปนฺนา จกฺกวตฺตี มหพฺพลา ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ติมิรปุปฺผิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

ติมิรปุปฺผิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

๑ ม. ตตฺถ ฯ ๒ ม. ยุ. ปสาเทตฺวา ฯ ๓ ม. ยุ. อหํ ฯ ๔ ม. อวิเหฐยิ ฯ

๕ ม. ยุ. มหายสา ฯ

Royal Thai

เรา (เที่ยว) ไปตามกระแสน้ำใกล้ฝั่งแม่น้ำจันทภาคา ได้เห็นพระสมณะซึ่งประทับนั่งอยู่ ผู้ผ่องใส ไม่ขุ่นมัว เรายังจิตให้เลื่อมใสในพระสมณะนั้นแล้วให้คิดอย่างนี้ในกาลนั้นว่า พระผู้มีพระภาคนี้ทรงข้ามเองแล้ว จักทรงยังสรรพสัตว์ให้ข้าม ทรงทรมานเองแล้ว จักทรงทรมานสรรพสัตว์ ทรงเบาพระทัยเองแล้ว จักทรงยังสรรพสัตว์ให้เบาใจ ทรงสงบเองแล้ว จักทรงยังสรรพสัตว์ให้สงบ ทรงพ้นเองแล้ว จักทรงยังสรรพสัตว์ให้พ้น ทรงดับเองแล้ว จักทรงยังสรรพสัตว์ให้ดับ ครั้นเราคิดอย่างนี้แล้ว ได้ถือเอาดอกดีหมี มาโปรยลงบนพระเศียรแห่งพระพุทธเจ้า ผู้แสวงหาคุณใหญ่พระนามว่าสิทธัตถะ ในกาลนั้น (บูชา) แล้วประนมอัญชลี

ทำประทักษิณพระองค์ และถวายบังคมพระบาทพระศาสดาแล้ว กลับไปทางทิศอื่น พอเราไปแล้วไม่นาน พระยาเนื้อได้เบียดเบียนเรา เราเดินไปตามริมเหวได้ตกลงในเหวนั้นนั่นเอง ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาด้วยดอกไม้ใดด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัลปที่ ๕๖แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๗ พระองค์ พระนามว่ามหารหะ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้,

ทราบว่า ท่านพระติมิรปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ ติมิรปุปผิยเถราปทาน.

End of ๑. ติมิรปุปผิยเถราปทาน (๘๑)