arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · กุณฑธานวรรค

๕. โมฆราชเถราปทาน (๓๕) เล่ม ๓๒

Text layerBuddha’s wordsItems ๓๗ (Royal Thai)5/10 in กุณฑธานวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

ปญฺจมํ โมฆราชตฺเถราปทานํ (๓๕)

โมฆราชเถราปทานที่ ๕ (๓๕)

ว่าด้วยผลแห่งการถวายบังคมพระพุทธเจ้า

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน กุณฑธานวรรค โมฆราชเถราปทาน (๓๕) (Royal Thai Volume 32 · Mahachula Volume 32 · Mahamakut Volume 71 · Chaloem Phrakiat Volume 32)

Pali (Siam Rath)

อตฺถทสฺสี ตุ ภควา สยมฺภู อปราชิโต

ภิกฺขุสงฺฆปริพฺยุโฬฺห รถิยํ ปฏิปชฺชถ ฯ

สิสฺเสหิ สมฺปริวุโต ฆรมฺหา อภินิกฺขมึ

นิกฺขมิตฺวานหํ ตตฺถ อทฺทสํ โลกนายกํ ฯ

อภิวาเทตฺวาน ๑ สมฺพุทฺธํ สิเร กตฺวาน อญฺชลึ

สกํ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา สนฺถวึ โลกนายกํ ฯ

ยาวตา รูปิโน สตฺตา อรูปี วา อสญฺญิโน

สพฺเพ เต ตว ญาณมฺหิ อนฺโต โหนฺติ สโมคธา ๒ ฯ

สุขุมจฺฉิเกน ๓ ชาเลน อุทกํ โย ปริกฺขิเป

เย เกจิ อุทเก ปาณา อนฺโตชาเล ภวนฺติ เต ฯ

เยสญฺจ เจตนา อตฺถิ รูปิโน จ อรูปิโน ฯ

สพฺเพ เต ตว ญาณมฺหิ อนฺโต โหนฺติ สโมคธา

สมุทฺธรสิมํ โลกํ อนฺธการสมากุลํ ฯ

ตว ธมฺมํ สุณิตฺวาน กงฺขาโสตํ ตรนฺติ เต

อวิชฺชานิวุโต โลโก อนฺธกาเรน โอตฺถโฏ ฯ

ตว ญาณมฺหิ โชตนฺเต อนฺธการา ปธํสิตา

ตุวํ จกฺขุสิ สพฺเพสํ มหาตมวินูทโน ฯ

ตว ธมฺมํ สุณิตฺวาน นิพฺพายิสฺสติ พหุชฺชโน

ปุตรํ ๑ ปูรยิตฺวาน มธธ ขุทฺทํ อเนลกํ ฯ

อุโภหตฺเถหิ ปคฺคยฺห อปเนสึ มเหสิโน

ปฏิคฺคณฺหิ มหาวีโร สุภเกน มหาอิสิ ฯ

ภุญฺชิตฺวา ตญฺจ สพฺพญฺญู เวหาสํ นภมุคฺคมิ

อนฺตลิกฺเข ฐิโต สตฺถา อตฺถทสฺสี นราสโภ ฯ

มม จิตฺตํ ปสาเทนฺโต อิมา คาถา อภาสถ

เยนิทํ ถวิตํ ญาณํ พุทฺธเสฏฺโฐ จ โถมิโต ฯ

เตน จิตฺตปฺปสาเทน ทุคฺคตึ โส น คจฺฉติ

จตุสฏฺฐิญฺจ ๒ ขตฺตุํ โส เทวรชฺชํ กริสฺสติ ฯ

ปเทสรชฺชฏฺฐสตํ ๓ วสุธํ อาวสิสฺสติ

ปญฺเจว สตกฺขตฺตุญฺจ จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ ฯ

ปเทสรชฺชํ อสงฺเขยฺยํ มหิยา การยิสฺสติ

อชฺฌายิโก มนฺตธโร ติณฺณํ เวทาน ปารคู ฯ

โคตมสฺส ภควโต สาสเน ปพฺพชิสฺสติ

คมฺภีรํ นิปุณํ อตฺถํ ญาเณน วิจินิสฺสติ ฯ

โมฆราชาติ นาเมน เหสฺสติ สตฺถุสาวโก

ตีหิ วิชฺชาหิ สมฺปนฺโน ๔ กตกิจฺโจ อนาสโว ฯ

โคตโม สตฺถวาหคฺโค เอตทคฺเค ฐเปสฺสติ

หิตฺวา มานุสกํ โยคํ เฉตฺวาน ภวพนฺธนํ

สพฺพาสเว ปริญฺญาย วิหรามิ อนาสโว ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา โมฆราชา เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

โมฆราชตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

๑ ม. อภิวาทิย ฯ ๒ ยุ. สมาหฏา ฯ ๓ ยุ. สุมจฺฉิเกน ฯ

๑ ม. ปุฏกํ ฯ ยุ. ปีฐรํ ฯ ๒ ม. ยุ. จตุทฺทสญฺจ ฯ ๓ ม. ปฐพฺยา รชฺชํ อฏฺฐสตํ ฯ

๔ ม. ตีหิ วิชฺชาหิ สมฺปนฺนํ กตกิจฺจํ อนาสวํ ฯ

Royal Thai

ก็พระผู้มีพระภาคผู้สยัมภู พระนามว่าอัตถทัสสี ไม่ทรงแพ้อะไรๆ แวดล้อมด้วยภิกษุสงฆ์ เสด็จดำเนินไปในถนน เราแวดล้อมด้วยพวกศิษย์ทั้งหลายออกจากเรือนไป ครั้นแล้วได้พบพระผู้มีพระภาคผู้เป็นนายกของโลกที่ถนนนั้น เราได้ประนมอัญชลีบนเศียรเกล้าถวายบังคมพระสัมพุทธเจ้า ยังจิตของตนให้เลื่อมใสแล้ว เชยชมพระองค์ผู้นายกของโลก สัตว์มีรูปก็ดี มีสัญญาก็ดี ไม่มีสัญญาก็ดี ประมาณเท่าใด สัตว์เหล่านั้นย่อมเข้าไปภายในพระญาณของพระองค์ ทั้งหมดเปรียบเหมือนสัตว์ในน้ำเหล่าใดเหล่าหนึ่ง สัตว์เหล่านั้นย่อมติดอยู่ภายในข่ายของคนที่เอาข่ายตาเล็กๆเหวี่ยงลงในน้ำฉะนั้น

อนึ่งสัตว์เหล่าใดคือ สัตว์มีรูป และไม่มีรูป มีเจตนา(ความตั้งใจ) สัตว์เหล่านั้นย่อมเข้าไปภายในพระญาณของพระองค์ทั้งหมดพระองค์ทรงถอนโลกอันอากูลด้วยความมืดนี้ขึ้นได้แล้ว สัตว์เหล่านั้นได้ฟังธรรมของพระองค์แล้ว ย่อมข้ามกระแสความสงสัยได้ โลกอันอวิชชาห่อหุ้มแล้ว อันความมืดท่วมทับ โลกกำจัดความมืดได้ ส่งแสงโชติช่วงอยู่เพราะพระญาณของพระองค์ พระองค์ผู้มีจักษุเป็นผู้ทรงบรรเทาความมืดมนของสัตว์ทั้งปวง ชนเป็นอันมากฟังธรรมของพระองค์แล้ว จักนิพพานดังนี้แล้ว เราเอาน้ำผึ้งรวงอันไม่มีตัวผึ้งใส่เต็มหม้อแล้ว ประคองด้วยมือทั้งสอง น้อมถวายแด่พระผู้มีพระภาค พระมหาวีรเจ้าผู้แสวงหาคุณอันใหญ่หลวง ทรงรับด้วยพระหัตถ์อันงาม ก็พระสัพพัญญูเสวยน้ำผึ้งนั้นแล้ว เสด็จเหาะขึ้นสู่นภากาศ

พระศาสดาพระนามว่าอัตถทัสสีนราสภประทับอยู่ในอากาศ ทรงยังจิตของเราให้เลื่อมใส ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า ผู้ใดชมเชยญาณนี้ และชมเชยพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุดด้วยจิตอันเลื่อมใสนั้น ผู้นั้นจะไม่ไปสู่ทุคติและผู้นั้นจักเสวยเทวรัชสมบัติ ๔๖ ครั้งจักได้เป็นพระเจ้าประเทศราชครอบครองแผ่นดิน ๘๐๐ ครั้ง จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๕๐๐ ครั้ง จักได้เป็นพระเจ้าประเทศราชเสวยสมบัติอยู่ในแผ่นดินนับไม่ถ้วน จักเป็นผู้เล่าเรียน ทรงจำมนต์ รู้จบไตรเพทจักบวชในศาสนาของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าโคดม จักพิจารณาอรรถอันลึกซึ้งอันละเอียดได้ด้วยญาณ จักเป็นสาวกของพระศาสดา มีนามชื่อว่าโมฆราช จักถึงพร้อมด้วยวิชชา ๓ ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว ไม่มีอาสวะ พระโคดมผู้ทรงเป็นยอดของผู้นำหมู่ จักทรงตั้งผู้นั้นไว้ในเอตทัคคสถาน เราละกิเลสเครื่องประกอบของมนุษย์ ตัดเครื่องผูกพันในภพกำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว ไม่มีอาสวะอยู่ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระโมฆราชเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ โมฆราชเถราปทาน.

End of ๕. โมฆราชเถราปทาน (๓๕)