พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · กุณฑธานวรรค
๒. สาคตเถราปทาน (๓๒) เล่ม ๓๒
Text layerBuddha’s wordsItems ๓๔ (Royal Thai)2/10 in กุณฑธานวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน กุณฑธานวรรค สาคตเถราปทาน (๓๒) (Royal Thai Volume 32 · Mahachula Volume 32 · Mahamakut Volume 71 · Chaloem Phrakiat Volume 32)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 32, pp. 138–140
[๑๖]คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราทำเสร็จแล้ว ดังนี้แลนัยว่า ท่านพระกุณฑธานเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ไว้แล้ว ด้วย ประการฉะนี้แล
จบ กุณฑธานเถราปทานที่ ๑
๒. สาคตเถราปทาน
บุพประวัติของพระสาคตเถระ
ว่าด้วยผลแห่งการสรรเสริญพระพุทธเจ้า
(ท่านพระสาคตเถระได้กล่าวบุพประวัติของตนไว้ว่า)
{๓๔} [๑๗] ในกาลนั้น เราได้เป็นพราหมณ์มีนามว่าโสภิตะ มีลูกศิษย์ของ ตนห้อมล้อมแล้วได้ไปยังอาราม[๑๘] ในสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้อุดมบุรุษมีหมู่ภิกษุแวดล้อม เสด็จออกจากประตูพระอารามแล้วได้ประทับยืนอยู่[๑๙] เราได้เห็นพระสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้นผู้ฝึกพระองค์แล้ว แวดล้อม ด้วยภิกษุสงฆ์ผู้ฝึกฝนตนแล้ว จึงทำจิตของตนให้เลื่อมใส ได้ ชมเชยพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้นำโลกว่า[๒๐] “ต้นไม้ทุกชนิดบรรดามี ย่อมงอกงามบนแผ่นดิน ฉันใด ส่ำสัตว์ ผู้มีความรู้ก็ย่อมงอกงามในพระศาสนาของพระชินเจ้า ฉันนั้น
[๒๑] พระองค์ทรงเป็นพระสัพพัญญูผู้นำหมู่ แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ทรงรื้อถอนผู้คนเป็นอันมากขึ้นจากทางผิดแล้ว ตรัสบอกทางที่ ถูกให้
[๒๒] พระองค์ทรงเป็นผู้ฝึกพระองค์แล้ว แวดล้อมด้วยหมู่ภิกษุผู้ ฝึกตน ทรงมีปกติเพ่งฌาน แวดล้อมด้วยหมู่ภิกษุ ผู้ยินดีในฌาน ทรงมีความเพียร แวดล้อมด้วยภิกษุผู้มีความเพียรอันตนส่งไป ผู้สงบระงับ ผู้คงที่[๒๓] พระองค์ประดับด้วยบริษัทย่อมงามด้วยพระญาณอันเกิดจากบุญ พระรัศมีของพระองค์รุ่งเรืองดังดวงอาทิตย์อุทัย”
[๒๔] พระศาสดาพระนามว่าปทุมตตระ ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ทอดพระเนตรเห็นเราผู้มีจิตเลื่อมใสแล้ว ประทับยืน ณ ท่าม กลางภิกษุสงฆ์ ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า[๒๕] “พราหมณ์ใดยังความร่าเริงให้เกิดแล้วสรรเสริญเรา พราหมณ์ นั้นจักรื่นรมย์อยู่ในเทวโลกตลอดแสนกัป
[๒๖] เขาอันกุศลมูลตักเตือนแล้ว จุติจากภพชื่อว่าดุสิตแล้วจักบวช ในศาสนาของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าโคดม
[๒๗] ครั้นบวชในศาสนาแล้ว จักได้ความยินดีและความร่าเริง จัก บวชเป็นสาวกของพระศาสดา มีนามว่าสาคตะ”
[๒๘] เราครั้นบวชแล้ว เว้นกรรมอันชั่วช้าด้วยกาย ละวจีทุจริต ยัง อาชีวะให้บริสุทธิ์
[๒๙] เราเป็นอยู่อย่างนี้ เป็นผู้ฉลาดในเตโชธาตุ กำหนดรู้อาสวะ ทั้งปวงแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่
[๓๐] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราทำเสร็จแล้ว ดังนี้แลนัยว่า ท่านพระสาคตเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ไว้แล้ว ด้วยประการ ฉะนี้แล
จบ สาคตเถรปทานที่ ๒
๓. มหากัจจายนเถราปทาน
บุพประวัติของพระมหากัจจายนเถระ
ว่าด้วยผลแห่งการปิดทองแผ่นศิลา
(ท่านพระมหากัจจายนเถระได้กล่าวบุพประวัติของตนไว้ว่า)
{๓๕} [๓๑] พระเจดีย์ที่ประทับชื่อว่าปทุมของพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ทรงเป็น นาถะของโลกพระนามว่าปทุมุตตระ เราให้ทำแผ่นศิลาไว้ภาย ใต้แล้วเอาทองคำปิดแผ่นศิลานั้น[๓๒] และได้กั้นฉัตรอันสำเร็จด้วยรัตนะ แล้วเอาพัดวาลวีชนีพัด ถวายพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของโลก ผู้คงที่[๓๓] ภุมมเทวดามีประมาณเท่าไร มาประชุมกันทั้งหมดในเวลานั้น ด้วยหวังว่า “พระศาสดาจักตรัสผลแห่งอาสนะและฉัตรแก้ว[๓๔] พวกเราจักฟังพระศาสดาตรัสเรื่องทั้งหมดนั้น พึงยังความ ร่าเริงให้เกิดขึ้นอย่างยิ่งในศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า”
End of ๒. สาคตเถราปทาน (๓๒)