arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · สุภูติวรรค

๓. ตีณิสรณาคมนียเถราปทาน (๒๓) เล่ม ๓๒

Text layerBuddha’s wordsItems ๒๕ (Royal Thai)3/10 in สุภูติวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน สุภูติวรรค ตีณิสรณาคมนียเถราปทาน (๒๓) (Royal Thai Volume 32 · Mahachula Volume 32 · Mahamakut Volume 71 · Chaloem Phrakiat Volume 32)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 32, pp. 123–126

Page 123

๓. ตีณิสรณาคมนิยเถราปทาน

บุพประวัติของพระตีณิสรณคมนิยเถระ

ว่าด้วยผลแห่งงการรับไตรสรณคมน์

(ท่านพระตีณิสรณคมนิยเถระได้กล่าวบุพประวัติของตนไว้ว่า)

{๒๕} [๑๐๖] เราเป็นคนบำรุงมารดาบิดาอยู่ในนครจันทวดี มารดาบิดาของ เราตาบอด ในเวลานั้นเราเลี้ยงดูท่านเหล่านั้น[๑๐๗] ในกาลนั้น เรานั่งอยู่ในที่ลับคิดอย่างนี้ว่า เราเลี้ยงดูมารดา บิดาอยู่ จึงไม่ได้บวช[๑๐๘] สัตว์โลกอันความมืดมนอนธการปิดไว้แล้ว ถูกไฟ ๓ กองเผาอยู่ เมื่อภพเช่นนี้เกิดขึ้นแล้ว ไม่มีใครจะเป็นผู้แนะนำ[๑๐๙] พระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติขึ้นแล้วในโลก ยังคำสั่งสอนให้รุ่งเรือง อยู่ในบัดนี้ สัตว์ผู้ใคร่บุญอาจเพื่อจะถอนตนขึ้นได้[๑๑๐] เรารับสรณะ ๓ แล้วจะรักษาให้บริบูรณ์ ด้วยกุศลกรรมที่ได้ทำ ดีแล้วนั้น เราจะพ้นทุคติได้[๑๑๑] พระสมณะผู้เป็นอัครสาวกของพระพุทธเจ้าชื่อนิสภะ เราเข้าไป หาท่านแล้วรับเอาสรณคมน์[๑๑๒] ในครั้งนั้น เรามีอายุได้หนึ่งแสนปี ได้รักษาสรณคมน์ให้บริบูรณ์ ตลอดเวลาเท่านั้น

[๑๑๓] เมื่อภพสุดท้ายเป็นไปอยู่ เราระลึกถึงสรณคมน์นั้น ด้วยกรรม ที่ทำไว้ดีแล้วนั้น เราได้ไปสู่ภพดาวดึงส์

Page 124

[๑๑๔] เราเมื่ออยู่ในเทวโลกประกอบแต่บุญกรรม เราเข้าถึงประเทศ ใด ๆ เราย่อมได้เหตุ ๘ ประการในประเทศนั้น ๆ[๑๑๕] คือ เป็นผู้อันเขาบูชาทุกทิศ ๑ เป็นผู้มีปัญญากล้า ๑ เทวดา ทั้งปวงย่อมประพฤติตามเรา ๑ เราย่อมได้โภคสมบัติอันนับ ไม่ถ้วน ๑[๑๑๖] เป็นผู้มีผิวพรรณดังทอง ๑ เป็นผู้มีปฏิภาณในที่ทุกสถาน ๑ เป็น ผู้ไม่หวั่นไหวต่อมิตร ๑ เรามียศสูงสุด ๑[๑๑๗] เราได้เป็นจอมเทวดาเสวยเทวรัชสมบัติ ๘๐ ครั้ง อันนางอัปสร แวดล้อม เสวยสุขอันเป็นทิพย์

[๑๑๘] เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗๕ ครั้ง ได้เป็นพระเจ้าประเทศ ราชอันไพบูลย์โดยคณานับมิได้

[๑๑๙] เมื่อถึงภพสุดท้าย เราประกอบด้วยบุญกรรม เกิดในสกุลพราหมณ์ มหาศาล มั่งคั่งที่สุดในพระนครสาวัตถี[๑๒๐] เวลาเย็น เราต้องการจะเล่น มีพวกเด็ก ๆ ห้อมล้อมออกจาก พระนครแล้วเข้าไปยังสังฆาราม[๑๒๑] ณ ที่นั้น เราได้เห็นพระสมณะผู้พ้นวิเศษแล้ว ไม่มีอุปธิ ท่าน แสดงธรรมแก่เราและได้ให้สรณะแก่เรา[๑๒๒] เรานั้นฟังสรณะแล้ว ระลึกถึงสรณะของเราได้ นั่งอยู่บนอาสนะ เดียวได้บรรลุพระอรหัตแล้ว

[๑๒๓] นับแต่เกิดได้ ๗ ปี เราได้บรรลุพระอรหัต พระพุทธเจ้าผู้มีจักษุ ทรงรู้คุณของเราแล้วทรงประทานอุปสมบท

Page 125

[๑๒๔] ในกัปอันประมาณมิได้แต่ภัทรกัปนี้ เราได้ถึงสรณะ กรรมที่ เราทำดีแล้วเพียงนั้นได้ให้ผลแก่เรา ณ ที่นี้

[๑๒๕] สรณะเรารักษาดีแล้ว ความปรารถนาแห่งใจเรานั้นตั้งไว้ดีแล้ว เราได้เสวยยศทุกอย่างแล้ว ได้บรรลุบทอันไม่หวั่นไหว[๑๒๖] ท่านเหล่าใดมีความต้องการฟัง ท่านเหล่านั้นจงตั้งใจฟังคำเรา กล่าวเถิด เราจักบอกบทอันเป็นประโยชน์ที่เราเห็นเองแก่ท่าน ทั้งหลาย[๑๒๗] พระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติขึ้นแล้วในโลก ศาสนาของพระชินเจ้า เป็นไปอยู่ พระองค์ทรงตีกลองอมฤตอันเป็นเครื่องบรรเทา ลูกศรคือความโศกได้[๑๒๘] ท่านทั้งหลายควรทำสักการะอันยิ่งในบุญเขตอันยอดเยี่ยมตาม กำลังของตน ท่านทั้งหลายจักพบนิพพาน

[๑๒๙] ท่านทั้งหลายจงรับไตรสรณคมน์ จงรักษาศีล ๕ ยังจิตให้เลื่อม ใสในพระพุทธเจ้าแล้วจักทำที่สุดทุกข์ได้

[๑๓๐] ท่านทั้งหลายจงยกเราเป็นตัวอย่าง รักษาศีลแล้ว แม้ทุกท่าน ก็จักได้บรรลุพระอรหัตโดยไม่นานเลย

[๑๓๑] เราเป็นผู้มีวิชชา ๓ บรรลุอิทธิวิธี ฉลาดในเจโตปริยญาณ ข้า แต่พระมหาวีรเจ้า ข้าพระองค์เป็นสาวกของพระองค์ ขอ ถวายบังคมพระยุคลบาทของพระศาสดา[๑๓๒] ในกัปอันประมาณมิได้แต่ภัทรกัปนี้ เราได้ถึงพระพุทธเจ้าว่า เป็นสรณะ ด้วยผลกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผล แห่งการถึงสรณะ

Page 126

[๑๓๓] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราทำเสร็จแล้ว ดังนี้แลนัยว่า ท่านพระตีณิสรณาคมนิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ไว้แล้ว ด้วยประการฉะนี้แล

จบ ตีณิสรณาคมนิยเถราปทานที่ ๓

๔. ปัญจสีลสมาทานิยเถราปทาน

บุพประวัติของพระปัญจสีลสมาทานิยเถระ

ว่าด้วยผลแห่งการสมาทานเบญจศีล

(ท่านพระปัญจสีลสมาทานิยเถระได้กล่าวบุพประวัติของตนไว้ว่า)

{๒๖} [๑๓๔] เวลานั้น เราเป็นคนทำงานรับจ้างอยู่ในนครจันทวดี เรามัว ประกอบในการทำงานของผู้อื่นเสียจึงไม่ได้บวช[๑๓๕] สัตว์โลกถูกความมืดมนอนธการใหญ่ปิดไว้แล้ว ถูกไฟ ๓ กอง แผดเผา เราจะพึงพรากไปได้ด้วยอุบายอะไรหนอแล[๑๓๖] ไทยธรรมของเราก็ไม่มี และเราก็เป็นคนยากไร้ ทำการับจ้าง อยู่ ถ้ากระไร เราจะพึงรักษาเบญจศีลให้บริบูรณ์ไว้[๑๓๗] เราจึงเข้าไปหาพระภิกษุชื่อนิสภะ ผู้เป็นสาวกของพระมุนี พระนามว่าอโนมทัสสี แล้วจึงรับเอาสิกขาบท ๕ ประการ

End of ๓. ตีณิสรณาคมนียเถราปทาน (๒๓)