พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน · สกิงสัมมัชชกวรรค
๑. สกิงสัมมัชชกเถราปทาน เล่ม ๓๓
Text layerBuddha’s wordsItems ๑๑ (Royal Thai)1/10 in สกิงสัมมัชชกวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
เตจตฺตาฬีโส สกึสมฺมชฺชกวคฺโค
ปฐมํ สกึสมฺมชฺชกตฺเถราปทานํ (๔๒๑)
สกิงสัมมัชชกวรรคที่ ๔๓
สกิงสัมมัชชกเถราปทานที่ ๑
ว่าด้วยผลแห่งการกวาดลานพระศรีมหาโพธิ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน สกิงสัมมัชชกวรรค สกิงสัมมัชชกเถราปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)
วิปสฺสิโน ภควโต ปาฏลึ โพธิมุตฺตมํ
ทิสฺวาว ตํ ปาทปคฺคํ ตตฺถ จิตฺตํ ปสาทยึ ฯ
สมฺมชฺชนึ คเหตฺวาน โพธึ สมฺมชฺชิ ตาวเท
สมฺมชฺชิตฺวาน ตํ โพธึ อวนฺทึ ปาฏลึ อหํ ฯ
ตตฺถ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา สิเร กตฺวาน อญฺชลึ
นมสฺสมาโน ตํ โพธึ คญฺฉึ ปฏิกุฏึ อหํ ฯ
จาริมคฺเคน ๑ คจฺฉามิ สรนฺโต โพธิมุตฺตมํ
อชคโร มํ ปีเฬติ โฆรรูโป มหพฺพโล ฯ
อาสนฺเน เม กตํ กมฺมํ ผเลน โตสยี มมํ
กเลวรํ เม คิลติ เทวโลเก รมามหํ ฯ
อนาวิลํ มม จิตฺตํ วิสุทฺธํ ปณฺฑรํ สทา
โสกสลฺลํ น ชานามิ จิตฺตสนฺตาปนํ มม ฯ
กุฏฺฐํ คณฺโฑ กิลาโส จ อปมาโร วิตจฺฉิกา
ททฺทุ กณฺฑุ จ เม นตฺถิ ผลํ สมฺมชฺชนายิทํ ฯ
โสโก จ ปริฬาโห จ หทเย เม น วิชฺชติ
อภนฺตํ ๒ อุชุกํ จิตฺตํ ผลํ สมฺมชฺชนายิทํ ฯ
สมาธึ ๑ ปุน ปชฺชามิ วิสุทฺธํ ๒ โหติ มานสํ
ยํ ยํ สมาธึ อิจฺฉามิ โส โส สมฺปชฺชเต มม ฯ
รชนีเย น รชฺชามิ อโถ โทสนิเยสุ จ
โมหนีเย น มุยฺหามิ ผลํ สมฺมชฺชนายิทํ ฯ
เอกนวุเต อิโต กปฺเป ยํ กมฺมมกรึ ตทา
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ผลํ สมฺมชฺชนายิทํ ฯ
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา
นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ
สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก
ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา สกึสมฺมชฺชโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ
สกึสมฺมชฺชกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
๑ ม. ตาทิมคฺเคน ฯ ยุ. จาริมมคฺเคน ฯ ๒ ยุ. อสตฺตํ ฯ
เราได้เห็นไม้แคฝอย ซึ่งเป็นไม้โพธิอันอุดมของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าวิปัสสี แล้วยังใจให้เลื่อมใสในไม้โพธินั้น เราหยิบเอาไม้กวาดมากวาด (ลานโพธิพฤกษ์) อันเป็นที่ตั้งแห่งไม้โพธิในกาลนั้น ครั้นแล้วได้ไหว้ไม้แคฝอยซึ่งเป็นไม้โพธินั้น เรายังจิตให้เลื่อมใสในไม้โพธินั้น ประนมกรอัญชลีเหนือเศียรเกล้า นมัสการไม้โพธินั้นแล้ว กลับไปยังกระท่อม เราเดินนึกถึงไม้โพธิอันอุดมไปตามหนทางสัญจร งูเหลือมซึ่งมีรูปร่างน่ากลัว มีกำลังมาก รัดเรากรรมที่เราทำในเวลาใกล้จะตาย ได้ทำให้เรายินดีด้วยผล งูเหลือมกลืนกินร่างของเรา เรารื่นรมย์อยู่ในเทวโลก จิตของเราไม่ขุ่นมัวบริสุทธิ์ขาวสะอาดในกาลทุกเมื่อ
ลูกศรคือความโศก ที่เป็นเหตุทำจิตของเราให้เร่าร้อน เราไม่รู้จักมันเลย เราไม่มีโรคเรื้อน ฝีโรคกลาก ลมบ้าหมู คุดทะราด หิดเปื่อย และหิดด้าน นี้ก็เป็นผลแห่งการกวาด ความโศก ความเร่าร้อน ไม่มีในหทัยของเราจิตของเราตรง ไม่วอกแวก นี้เป็นผลแห่งการกวาด เราถึงสมาธิอีกใจของเราเป็นธรรมชาติบริสุทธิ์ สมาธิที่เราปรารถนาย่อมสำเร็จแก่เราเราไม่กำหนัดในอารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัด ไม่ขัดเคืองในอารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งความขัดเคือง และไม่หลงในอารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งความหลง นี้ก็เป็นผลแห่งการกวาด ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ เราได้ทำกรรมใดในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้นเราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการกวาด เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระสกิงสัมมัชชกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ สกิงสัมมัชชกเถราปทาน.
End of ๑. สกิงสัมมัชชกเถราปทาน