arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน · สกิงสัมมัชชกวรรค

๓. เอกาสนทายกเถราปทาน เล่ม ๓๓

Text layerBuddha’s wordsItems ๑๓ (Royal Thai)3/10 in สกิงสัมมัชชกวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

ตติยํ เอกาสนทายกตฺเถราปทานํ (๔๒๓)

เอกาสนทายกเถราปทานที่ ๓

ว่าด้วยผลแห่งการแต่งอาสนะบูชา

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน สกิงสัมมัชชกวรรค เอกาสนทายกเถราปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)

Pali (Siam Rath)

หิมวนฺตสฺส อวิทูเร กสิโก ๑ นาม ปพฺพโต

อสฺสโม สุกโต มยฺหํ ปณฺณสาลา สุมาปิตา ฯ

นารโท นาม นาเมน กสฺสโป อิติ มํ วิทู

สุทฺธิมคฺคํ คเวสนฺโต วสามิ กสิเก ตทา ฯ

ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน สพฺพธมฺมาน ปารคู

วิเวกกาโม สมฺพุทฺโธ อาคญฺฉิ อนิลญฺชสา ฯ

วนคฺเค คจฺฉมานสฺส ทิสฺวา รํสึ มเหสิโน

กฏฺฐมญฺจํ ปญฺญาเปตฺวา อชินญฺจ อปตฺถรึ ฯ

อาสนํ ปญฺญาเปตฺวาน สีเส กตฺวาน อญฺชลึ

โสมนสฺสํ ปเวเทตฺวา อิทํ วจนมพฺรวึ ฯ

สลฺลกตฺโต ตุวํ ธีร อาตุรานํ ติกิจฺฉโก

มม ราคปเรตสฺส ๒ ติกิจฺฉํ เทหิ นายก ฯ

ปุญฺญตฺถิกา ๓ เย ปสฺสนฺติ พุทฺธเสฏฺฐํ ตุวํ มุนิ

ธุวตฺถสิทฺธึ ปปฺโปนฺติ เอเตสํ อชโร ภเว ฯ

น เม เทยฺยํ ๔ ตว อตฺถิ ปวตฺตผลโภชหํ

อิทํ เม อาสนํ อตฺถิ นิสีท กฏฺฐมญฺจเก ฯ

นิสีทิ ตตฺถ ภควา อฉมฺภิโตว เกสรี

มุหุตฺตํ วีตินาเมตฺวา อิทํ วจนมพฺรวิ ฯ

วิสฺสฏฺโฐ โหหิ มา ภายิ ลทฺโธ โชติรโส ตยา

ยํ ตุยฺหํ ปตฺถิตํ สพฺพํ ปริปูเรสฺสตาสนํ ๑ ฯ

น ๒ โถกํ สุกตํ ปุญฺญํ ปุญฺญกฺเขตฺเต อนุตฺตเร

สกฺกา อุทฺธริตุํ อตฺตา ยสฺส จิตฺตํ สุนีหิตํ ๓ ฯ

อิมินา อาสนทาเนน เจตนาปณิธีหิ จ

กปฺปสตสหสฺสานิ วินิปาตํ น คจฺฉติ ฯ

ปญฺญาสกฺขตฺตุํ เทวินฺโท เทวรชฺชํ กริสฺสติ

อสีติกฺขตฺตุํ ราชา จ จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ ฯ

ปเทสรชฺชํ วิปุลํ คณนาโต อสงฺขยํ

สพฺพตฺถ สุขิโต หุตฺวา สํสาเร สํสริสฺสติ ฯ

อิทํ วตฺวาน สมฺพุทฺโธ ชลชุตฺตมนามโก

นภํ อพฺภุคฺคมิ ธีโร หํสราชาว อมฺพเร ฯห

หตฺถิยานํ อสฺสยานํ สรถํ สนฺทมานิกํ

ลภามิ สพฺพเมเวตํ เอกาสนสฺสิทํ ผลํ ฯ

กานนํ ปวิสิตฺวาน ยทา อิจฺฉามิ อาสนํ

มม สงฺกปฺปมญฺญาย ปลฺลงฺโก อุปติฏฺฐติ ฯ

วาริมชฺฌคโต สนฺโต ยทา อิจฺฉามิ อาสนํ

มม สงฺกปฺปมญฺญาย ปลฺลงฺโก อุปติฏฺฐติ ฯ

ยํ ยํ โยนูปปชฺชามิ เทวตฺตํ อถ มานุสํ

ปลฺลงฺกสตสหสฺสานิ ปริวาเรนฺติ มํ สทา ฯ

ทุเว ภเว สํสรามิ เทวตฺเต อถ มานุเส

ทุเว กุเล จ ชายามิ ขตฺติเย จาปิ พฺราหฺมเณ ฯ

เอกาสนํ ททิตฺวาน ปุญฺญกฺเขตฺเต อนุตฺตเร

ธมฺมปลฺลงฺกมญฺญาย ๑ วิหรามิ อนาสโว ฯ

สตสหสฺเส อิโต กปฺเป ยํ ทานมททึ ตทา

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ เอกาสนสฺสิทํ ผลํ ฯ

กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา

นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ

สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา เอกาสนทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

เอกาสนทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

๑ ม. โคสิโต ฯ ยุ. โกสิโก ฯ ๒ ม. ยุ. โรคปเรตสฺส ฯ ๓ ม. ยุ.

กลฺลตฺถิกา ฯ ๔ ม. เทยฺยธมฺโม อตฺถิ ฯ

๑ ม. ยุ. ปริปูริสฺสตินาคเต ฯ ๒ ม. น โมฆํ ตํ กตํ ตุยฺหํ ฯ ยุ. น โถกํ ตํ

กตํ ตุยฺหํ ฯ ๓ ม. ยุ. ปณีหิตํ ฯ

Royal Thai

มีภูเขาลูกหนึ่งชื่อกสิกะ อยู่ในที่ไม่ไกลจากภูเขาหิมวันต์ เราสร้างอาศรมอย่างสวยงาม สร้างบรรณศาลาไว้ที่ภูเขานั้น เรามีนามชื่อว่านารทะ แต่คนทั้งหลายเรียกเราว่า กัสสปะ ในกาลนั้น เราแสวงหาทางบริสุทธิ์อยู่ที่ภูเขากสิกะ พระชินสัมพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตระ ทรงรู้จบธรรมทั้งปวง ทรงใคร่ต่อวิเวก ได้เสด็จมาทางอากาศ เราเห็นพระรัศมีของพระองค์ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่กำลังเสด็จมาที่ชายป่า จึงตบแต่งเตียงไม้แล้วปูลาดหนังสัตว์ ครั้นตบแต่งอาสนะเสร็จแล้ว จึงประนมกรอัญชลีขึ้นเหนือเศียรเกล้าประกาศถึงความโสมนัสแล้ว ได้กราบทูลอย่างนี้ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นปราชญ์ นำสัตว์ออกจากโลก ขอพระองค์ผู้เป็นดังศัลยแพทย์รักษาความเดือดร้อน ได้โปรดประทานการรักษาแก่ข้าพระองค์ผู้อันความกำหนัดครอบงำเถิด

ข้าแต่พระมุนี ชนเหล่าใดมีความต้องการด้วยบุญ มองดูพระองค์ผู้เป็นพระพุทธเจ้า ผู้ประเสริฐสุดชนเหล่านั้นย่อมถึงความสำเร็จแห่งประโยชน์อันยั่งยืน พึงเป็นผู้ไม่แก่ ข้าพระองค์หามีไทยธรรมเพื่อพระองค์ไม่ เพราะข้าพระองค์บริโภคผลไม้ที่หล่นเอง ข้าพระองค์มีแต่อาสนะนี้ ขอเชิญประทับนั่งบนเตียงไม้เถิด พระผู้มีพระภาคผู้ไม่มีความสะดุ้งเหมือนราชสีห์ได้ประทับนั่งบนเตียงไม้แล้ว ทรงยับยั้งอยู่ครู่หนึ่ง แล้วได้ตรัสอย่างนี้ว่า ท่านจงเบาใจอย่าได้กลัวเลย แก้วมณีที่สว่างไสวควรยินดี ท่านได้แล้ว ความปรารถนาที่ท่านได้ตั้งไว้ จักสำเร็จทุกประการก็เพราะอาสนะ บุญที่ได้บำเพ็ญไว้ดีแล้ว ในเขตบุญอันยอดเยี่ยมหาน้อยไม่เลย

อันผู้ที่ตั้งจิตไว้ดีแล้ว สามารถจะรื้อตนขึ้นได้เพราะอาสนทานนี้ และเพราะการตั้งเจตนาไว้ ท่านจะไม่ไปสู่วินิบาตตลอดแสนกัป จักได้เป็นจอมเทพเสวยราชสมบัติในเทวโลก ๕๐ ครั้ง จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราช ๘๐ ครั้ง จักได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์ โดยคณนานับมิได้ พระสัมพุทธเจ้าผู้มีพระนามว่าปทุมุตระ เป็นนักปราชญ์ ครั้นตรัสดังนี้แล้ว ได้เสด็จขึ้นสู่นภากาศ ปานดังว่าพญาหงส์ในอัมพร ฉะนั้น ยานช้างยานม้า รถ คานหาม

เราได้สิ้นทุกอย่าง นี้เป็นผลของอาสนะอันหนึ่ง ในเมื่อเราเข้าป่าแล้วต้องการที่นั่ง บัลลังก์ดุจว่ารู้ความดำริของเรา ตั้งขึ้นใกล้ๆ ในเมื่อเราอยู่ท่ามกลางน้ำต้องการที่นั่ง บัลลังก์ดังจะรู้ความดำริของเรา ตั้งขึ้นใกล้ๆ เราเข้าถึงกำเนิดใดๆ คือ เป็นเทวดาหรือมนุษย์ ในกำเนิดนั้นๆ บัลลังก์ตั้งแสน ย่อมแวดล้อมเราอยู่ทุกเมื่อ เราท่องเที่ยวอยู่ในสองภพ คือ ในเทวดาและมนุษย์และเกิดในสองสกุล คือกษัตริย์และพราหมณ์ เราถวายอาสนะอันหนึ่งในเขตบุญอันยอดเยี่ยม รู้ทั่วถึงบัลลังก์ คือ ธรรมแล้วเป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่ ในกัปที่แสน แต่กัปนี้ เราได้ถวายทานใดในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้ก็เป็นผลของอาสนะอันหนึ่ง เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้วดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระเอกาสนทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ เอกาสนทายกเถราปทาน.

End of ๓. เอกาสนทายกเถราปทาน