พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน · ภัททาลิวรรค
๓. ติณสูลกฉาทนิยเถราปทาน เล่ม ๓๓
Text layerBuddha’s wordsItems ๓ (Royal Thai)3/10 in ภัททาลิวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
ตติยํ ติณสูลกฉาทนิยตฺเถราปทานํ (๔๑๓)
ติณสูลกฉาทนิยเถราปทานที่ ๓
ว่าด้วยผลแห่งการถวายดอกมะลิซ้อนเป็นพุทธบูชา
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ภัททาลิวรรค ติณสูลกฉาทนิยเถราปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)
ชาติชรญฺจ มรณํ ปจฺจเวกฺขึ อหํ ตทา
เอกโก อภินิกฺขมฺม ปพฺพชึ อนคาริยํ ฯ
จรมาโน อนุปุพฺเพน คงฺคาตีรํ อุปาคมึ
ตตฺถทฺทสาสึ ปฐวึ คงฺคาตีเร สปุณฺณกํ ๓ ฯ
อสฺสมํ ตตฺถ มาเปตฺวา วสามิ มม อสฺสเม ๔
สุกฺกโต จงฺกโม มยฺหํ นานาทิชคณายุโต ฯ
มมํ อุเปนฺติ จ สตฺตา ๑ กุชฺชนฺติ จ มโนหรํ
รมฺมมาโน สห เตหิ วสามิ อสฺสเม อหํ ฯ
มม อสฺสมสามนฺตา มิคราชา จตุกฺกโม
อาสยา อภินิกฺขมฺม คชฺชิ โส อสนี ๒ วิย ฯ
นทิเต มิคราเช จ หาโส เม อุปปชฺชถ
มิคราชํ คเวสนฺโต อทฺทสํ โลกนายกํ ฯ
ทิสฺวานาหํ เทวเทวํ ติสฺสํ โลกคฺคนายกํ
หฏฺโฐ หฏฺเฐน จิตฺเตน ปูชยึ นาคเกสรํ ฯ
อุคฺคจฺฉนฺตํว สุริยํ สาลราชํว ปุปฺผิตํ
โอสธีว วิโรจนฺตํ สนฺถวึ โลกนายกํ ฯ
ตว ญาเณน สพฺพญฺญุ โชเตสิ มํ สเทวกํ
ตุวํ [๓] อาราธยิตฺวาน ชาติยา ปริมุจฺจเร ฯ
อทสฺสเนน สพฺพญฺญู พุทฺธานํ สพฺพทสฺสินํ
ปตนฺติวีจินิรยํ ราคโทเสหิ โอตฺถฏา ๔ ฯ
ตว ทสฺสนมาคมฺม สพฺพญฺญุโลกนายกํ
ปมุจฺจนฺติ ภวา สพฺเพ ผุสนฺติ อมตํปทํ ฯ
ยทา พุทฺธา จกฺขุมนฺโต อุปฺปชฺชนฺติ ปภงฺกรา
กิเลเส ฌาปยิตฺวาน อาโลกํ ทสฺสยนฺติ เต ฯ
กิตฺตยิตฺวาน สมฺพุทฺธํ ติสฺสํ โลกคฺคนายกํ
หฏฺโฐ หฏฺเฐน จิตฺเตน ติณสูลํ อปูชยึ ฯ
มม สงฺกปฺปมญฺญาย ติสฺโส โลกคฺคนายโก
สกาสเน นิสีทิตฺวา อิมา คาถา อภาสถ ฯ
โย มํ ปุปฺเผหิ ฉาเทสิ ปสนฺโน เสหิ ปาณิภิ
ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ สุณาถ มม ภาสโต ฯ
ปญฺจวีสติกฺขตฺตุญฺจ ๑ เทวรชฺชํ กริสฺสติ
ปญฺจสตฺตติกฺขตฺตุญฺจ จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ ฯ
ปเทสรชฺชํ วิปุลํ คณนาโต อสงฺขยํ
ตสฺส ๒ กมฺมสฺส นิสฺสนฺโท ปุปฺผานํ ปูชนาย โส ๓ ฯ
สายํ ๔ ปาโต จ ยํ โปโส ปุปฺเผหิ ๕ มํ อฉาทยิ
ปุญฺญกมฺเมน สํยุตฺโต ๖ ปุรโต ปาตุภวิสฺสติ ฯ
ยํ ยํ อิจฺฉติ กาเมหิ ตํ ตํ ปาตุภวิสฺสติ
สงฺกปฺปํ ปริปูเรตฺวา นิพฺพายิสฺสตินาสโว ฯ
กิเลเส ฌาปยิตฺวาน สมฺปชาโน ปฏิสฺสโต
เอกาสเน นิสีทิตฺวา อรหตฺตํ อปาปุณิ ๗ ฯ
จงฺกมนฺโต นิปชฺชนฺโต นิสินฺโน อถวา ฐิโต
พุทฺธเสฏฺฐํ สริตฺวาน วิหรามิ อหํ ตทา ฯ
จีวเร ปิณฺฑปาเต จ ปจฺจเย สยนาสเน
ตตฺถ เม อูนตา นตฺถิ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ
โส ทานิ ปตฺโต อมตํ สนฺตํ ปทมนุตฺตรํ
สพฺพาสเว ปริญฺญาย วิหรามิ อนาสโว ฯ
เทฺวนวุเต อิโต กปฺเป ยํ พุทฺธมภิปูชยึ
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา
นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ
สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก
ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ติณสูลกฉาทนิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ
ติณสูลกฉาทนิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
๑ ม. ยุ. ฉตฺตธารณมชฺชาปิ วตฺตเต ฯ ๒ ยุ. สาคตํ ฯ สพฺพตฺถ อีทิสเมว ฯ
๓ ม. ยุ. สุปุณฺณตํ ฯ ๔ ม. ยุ. วสามิ อสฺสเม อหํ ฯ
๑ ม. ยุ. มมุเปนฺติ จ วิสฺสตฺถา ฯ ๒ ยุ. เมทนี ฯ ๓ ยุ. หิ ฯ ๔ ม. ยุ. โอผุฏา ฯ
๑ ม. ยุ. ปญฺจวีสติกฺขตฺตุํ โส ฯ ๒ ม. ตสฺส กมฺมนิสฺสนฺเทน ฯ ๓ ม. ... จ ฯ
๔ ม. ยุ. สีสํ นฺหาโต จ ยํ โปโส ฯ ๕ ม. ปุปฺผมากงฺขเต ยทิ ฯ ยุ. ... จยํ ฯ
๖ ม. -- สํยุตฺตํ ฯ ๗ ม. ยุ. อปาปุณึ ฯ
ครั้งนั้น เราได้พิจารณาถึงความเกิด ความแก่ และความตาย ผู้เดียวได้ออกบวชเป็นบรรพชิต เราเที่ยวไปโดยลำดับได้ไปถึงฝั่งแม่น้ำคงคา ได้เห็นพื้นแผ่นดินที่ฝั่งแม่น้ำคงคานั้น เรียบราบ สม่ำเสมอจึงได้สร้างอาศรมขึ้นที่ฝั่งแม่น้ำคงคานั้น อยู่ในอาศรมของเรา ที่จงกรมซึ่งประกอบด้วยหมู่นกนานาชนิด เราได้ทำไว้อย่างสวยงามสัตว์ทั้งหลายอยู่ใกล้เรา และส่งเสียงน่ารื่นรมย์ เรารื่นรมย์อยู่กับสัตว์เหล่านั้น อยู่ในอาศรม ที่ใกล้อาศรมของเรามีมฤคราชสี่เท้าออกจากที่อยู่แล้ว มันคำรามเหมือนอสนีบาต ก็เมื่อมฤคราชคำราม เราเกิดความร่าเริง เราค้นหามฤคราชอยู่ ได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้นำโชคครั้นได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้นำชั้นเลิศของโลกพระนามว่าติสสะ
ผู้ประเสริฐกว่าเทวดาแล้ว เป็นผู้ร่าเริง มีจิตบันเทิง เอาดอกกากะทิงบูชาพระองค์ ได้ชมเชยพระผู้นำโลก ผู้เด่นเหมือนพระอาทิตย์ บานเหมือนไม้พระยารัง รุ่งโรจน์เหมือนดาวประกายพฤกษ์ว่า พระองค์ผู้สัพพัญญู ทำข้าพระองค์พร้อมทั้งเทพยดาให้สว่าง ด้วยพระญาณของพระองค์ บุคคลทำให้พระองค์โปรดปรานแล้ว ย่อมพ้นจากชาติได้ เพราะไม่ได้เฝ้าพระสัพพัญญูพุทธเจ้าผู้เห็นธรรมทั้งปวง สัตว์ทั้งหลายที่ถูกราคะและโทสะทับถม จึงพากันตกนรกอเวจี เพราะอาศัยการได้เข้าเฝ้าพระองค์ผู้สัพพัญญูนายกของโลก สัตว์ทั้งปวงจึงหลุดพ้นจากภพ ย่อมถูกต้องอมตบทเมื่อใด พระพุทธเจ้าผู้มีพระปัญญาจักษุ เปล่งรัศมี อุบัติขึ้น เมื่อนั้นพระองค์ทรงเผากิเลสแล้วทรงแสดงแสงสว่าง
เราได้กล่าวสดุดีพระสัมพุทธเจ้าพระนามว่าติสสะ ผู้เป็นนายกชั้นเลิศของโลกแล้ว เป็นผู้ร่าเริง มีจิตบันเทิงเอาดอกมะลิซ้อนบูชาพระองค์ พระพุทธเจ้า พระนามว่าติสสะ ผู้นำชั้นเลิศของโลก ทรงทราบความดำริของเรา ประทับนั่งบนอาสนะของพระองค์แล้ว ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า ผู้ใดเป็นผู้เลื่อมใสได้เอาดอกไม้บังเราด้วยมือของตน เราจักพยากรณ์ผู้นั้น ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าว ผู้นั้นจักเสวยราชสมบัติในเทวโลก ๒๕ ครั้งจักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗๕ ครั้ง จักได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์โดยคณนานับมิได้ ผลแห่งกรรมนั้น เป็นผลแห่งการบูชาด้วยดอกไม้ ก็บุรุษที่ได้เอาดอกไม้บังเราทั้งเย็นและเช้า
เป็นผู้ประกอบด้วยบุญกรรม จักปรากฏต่อไปข้างหน้า เขาปรารถนาสิ่งใดๆ สิ่งนั้นๆ จักปรากฏตามความประสงค์ เขาทำความดำริชอบให้บริบูรณ์แล้ว จักเป็นผู้ไม่มีอาสวะ ปรินิพพาน เขาเผากิเลส มีสติสัมปชัญญะ นั่งบนอาสนะเดียว บรรลุอรหัตได้ เราเมื่อเดิน ยืนนั่ง หรือนอน ย่อมระลึกถึงพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุดอยู่ทุกขณะความพร่องในปัจจัยนั้นๆ คือ จีวร บิณฑบาต ที่นอนที่นั่ง และคิลานปัจจัย มิได้มีแก่เรา นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา บัดนี้ เราบรรลุอมตบทอันสงบระงับ เป็นธรรมยอดเยี่ยม กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่ ในกัปที่ ๙๒ แต่กัปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าอันใด ด้วยการบูชานั้น เราจึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ถอนภพขึ้นได้ทั้งหมดแล้วตัดกิเลสเครื่องผูกดังช้างตัดเชือกแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่ การที่เราได้มาในสำนักพระพุทธเจ้าของเรานี้ เป็นการมาดีแล้วหนอวิชชา ๓ เราได้บรรลุแล้วโดยลำดับ พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว คุณวิเศษเหล่านี้คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระติณสูลกฉาทนิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ติณสูลกฉานิยเถราปทาน.
End of ๓. ติณสูลกฉาทนิยเถราปทาน