arnon.world

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · ปิลินทวรรค

๔. มธุทายกเถราทาน (๓๙๔) เล่ม ๓๒

Text layerBuddha’s wordsItems ๓๙๖ (Royal Thai)4/10 in ปิลินทวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

จตุตฺถํ มธุทายกตฺเถราปทานํ (๓๙๔)

มธุทายกเถราทานที่ ๔ (๓๙๔)

ว่าด้วยอานิสงส์การถวายน้ำผึ้งและลาดหญ้า

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ปิลินทวรรค มธุทายกเถราทาน (๓๙๔) (Royal Thai Volume 32 · Mahachula Volume 32 · Mahamakut Volume 71 · Chaloem Phrakiat Volume 32)

Pali (Siam Rath)

สินฺธุยา นทิยา ตีเร สุกโต อสฺสโม มม

ตตฺถ วาเจมหํ สิสฺเส อิติหาสํ สลกฺขณํ ฯ

ธมฺมกามา วินีตา เต โสตุกามา สุสาสนํ

ฉฬงฺเค ปารมิปฺปตฺตา สินฺธุกูเล วสนฺติ เต ฯ

อุปฺปาทาคมเน เจว ลกฺขเณสุ จ โกวิทา

อุตฺตมตฺถํ คเวสนฺตา วสนฺติ ปวเน ตทา ฯ

สุเมโธ นาม สมฺพุทฺโธ โลเก อุปฺปชฺชิ ตาวเท

อมฺหากํ อนุกมฺปนฺโต อุปคญฺฉิ วินายโก ฯ

อุปาคตํ มหาวีรํ สุเมธํ โลกนายกํ

ติณสนฺถารกํ กตฺวา โลกเชฏฺฐสฺสทาสหํ ฯ

ปวนาโต มธธ คยฺห พุทฺธเสฏฺฐสฺสทาสหํ

สมฺพุทฺโธ ปริภุญฺชิตฺวา อิทํ วจนมพฺรวิ ฯ

โย ๑ ตํ อทาสิ มธธ เม ปสนฺโน เสหิ ปาณิภิ

ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ สุณาถ มม ภาสโต ฯ

อิมินา มธุทาเนน ติณสนฺถารเกน จ

ตึสกปฺปสหสฺสานิ เทวโลเก รมิสฺสติ ฯ

ตึสกปฺปสหสฺสมฺหิ โอกฺกากกุลสมฺภโว

โคตโม นาม นาเมน สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ ฯ

ตสฺส ธมฺเมสุ ทายาโท โอรโส ธมฺมนิมฺมิโต

สพฺพาสเว ปริญฺญาย นิพฺพายิสฺสตินาสโว ฯ

เทวโลกา อิธาคนฺตฺวา มาตุกุจฺฉิมฺหุปาคโต

มธุวสฺโส ปวสฺสิตฺถ ฉาทยํ มธุนา มหึ ฯ

มม นิกฺขนฺตมตฺตมฺหิ กุมฺภิยา จ สุทุตฺตรา

ตตฺราปิ มธุวสฺโส ๒ เม วสฺสเต นิจฺจกาลิกํ ฯ

อคารา อภินิกฺขมฺม ปพฺพชึ อนคาริยํ

ลาภี อนฺนสฺส ปานสฺส มธุทานสฺสิทํ ผลํ ฯ

สพฺพกามสมิทฺโธหํ ภวิตฺวา เทวมานุเส

เตเนว มธุทาเนน ปตฺโตมฺหิ อาสวกฺขยํ ฯ

วุฏฺฐมฺหิ เทเว จตุรงฺคุเล ติเณ

สุปุปฺผิเต ธรณีรุเห วปฺปเทเส ๑

สุญฺเญ ฆเร มณฺฑปรุกฺขมูลเก

วสามิ นิจฺจํ สุขิโต อนาสโว ฯ

มชฺเฌ ๒ มยฺหํ ภวา อสฺสุ เย ภเว สมติกฺกมึ

อชฺช เม อาสวา ขีณา นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว ฯ

ตึสกปฺปสหสฺสมฺหิ ยํ ทานมททึ ตทา

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ มธุทานสฺสิทํ ผลํ ฯ

กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา

สพฺพาสวา ปริกฺขีณา นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว ฯ

สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา มธุทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

มธุทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

ปญฺจมํ ปทุมกูฏาคาริกตฺเถราปทานํ (๓๙๕)

๑ ยุ. พุทฺธมภิปูชยึ ฯ

๑ ยุ. ยํ ฯ ๒ มธุวสฺสํ ฯ

๑ ม. สญฺฉนฺเน ฯ ยุ. จ ฉปฺปเท ฯ ๒ ม. มชฺเฌ มหนฺเต หีเน จ ภเว สพฺเพ อติกฺกมึ ฯ

Royal Thai

เราได้สร้างอาศรมอย่างสวยงามไว้ใกล้ฝั่งแม่น้ำสินธุ เราบอกคัมภีร์อิติหาสะพร้อมทั้งตำราทายลักษณะ กะพวกศิษย์ที่อาศรมนั้น ศิษย์เหล่านั้นเป็นผู้ใคร่ธรรม เราแนะนำดี เป็นผู้ใคร่ฟังคำสั่งสอนดี ถึงที่สุดในองค์ ๖ ประการอยู่ใกล้ฝั่งแม่น้ำสินธู เป็นผู้ฉลาดในการทำนายการมาเกิด และในลักษณะทั้งหลาย แสวงหาประโยชน์อันสูงสุดอยู่ในป่าใหญ่ ในกาลนั้น ครั้งนั้นพระสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสุเมธ เสด็จอุบัติขึ้นในโลก พระองค์ผู้ทรงแนะนำให้วิเศษ จะทรงอนุเคราะห์พวกเรา จึงเสด็จเข้ามา

เราได้เห็นมหาวีระพระนามว่าสุเมธ ผู้เป็นนายกของโลก เสด็จเข้ามา จึงได้เอาหญ้าลาดถวายแด่พระองค์ผู้เป็นเชษฐบุรุษของโลก เราถือเอาน้ำผึ้งจากป่าใหญ่ มาถวายแด่พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด พระสัมพุทธเจ้าเสวยแล้ว ได้ตรัสพระดำรัสนี้ว่า ผู้ใดมีความเลื่อมใส ได้ถวายน้ำผึ้งแก่เราด้วยมือทั้งสองของตน เราจักพยากรณ์ผู้นั้น ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าว ด้วยการถวายน้ำผึ้ง และด้วยการลาดหญ้าถวายนี้ ผู้นั้นจักรื่นรมย์อยู่ในเทวโลกตลอด๓ หมื่นกัลป ใน ๓ หมื่นกัลป

พระศาสดามีพระนามชื่อว่าโคดม ทรงสมภพในวงศ์พระเจ้าโอกกากราช จักเสด็จอุบัติในโลก ผู้นั้นจักเป็นทายาทในธรรมของพระศาสดาพระองค์นั้น จักเป็นโอรสอันธรรมนิรมิต จักกำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะนิพพาน เมื่อเราจากเทวโลกมาในมนุษยโลกนี้ เข้าอยู่ในครรภ์มารดา เมล็ดฝนน้ำผึ้งได้ตกปกปิดแผ่นดินด้วยน้ำผึ้ง แม้ในขณะเมื่อเราพอออกจากครรภ์นั้น ฝนน้ำผึ้งก็ตกให้แก่เรา เต็มเปี่ยมหม้อตลอดกาลเป็นนิตย์ เมื่อเราออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตแล้ว ย่อมได้ข้าวและน้ำ นี้เป็นผลแห่งการถวายน้ำผึ้ง เราเกิดในเทวดาและมนุษย์ เป็นผู้บริบูรณ์ด้วยกามทั้งปวง ได้บรรลุความสิ้นอาสวะ เพราะการถวายน้ำผึ้งนั้นแล.

เมื่อฝนตกแล้ว หญ้างอกยาว ๔ นิ้ว เมื่อต้นไม้ในแถวฝั่งน้ำมีดอกบานสะพรั่ง เราผู้ไม่มีอาสวะเป็นสุขอยู่เป็นนิตย์ ในเรือนว่างเปล่า ที่มณฑปและโคนไม้

เราก้าวล่วงภพเหล่าใด ภพเหล่านั้นของเราพึงมีในท่ามกลาง อาสวะทั้งหลายของเราสิ้นไปแล้วในวันนี้ บัดนี้ ภพใหม่มิได้มีอีก ใน ๓ หมื่นกัลป (แต่กัลปนี้) เราได้ถวายทานใดในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลยนี้เป็นผลแห่งการถวายน้ำผึ้ง เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ถอนภพขึ้นได้ทั้งหมดแล้ว อาสวะทั้งปวงสิ้นรอบแล้ว บัดนี้ ภพใหม่มิได้มี การที่เราได้มาในสำนักพระพุทธเจ้าของเรานี้ เป็นการมาดีแล้วหนอ วิชชา ๓ เราบรรลุแล้วโดยลำดับ พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว คุณวิเศษเหล่านี้คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้วพระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระมธุทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ มธุทายกเถราปทาน.

End of ๔. มธุทายกเถราทาน (๓๙๔)