arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · ปิลินทวรรค

๕. ปทุมกูฏาคาริกเถราปทาน (๓๙๕) เล่ม ๓๒

Text layerBuddha’s wordsItems ๓๙๗ (Royal Thai)5/10 in ปิลินทวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ปิลินทวรรค ปทุมกูฏาคาริกเถราปทาน (๓๙๕) (Royal Thai Volume 32 · Mahachula Volume 32 · Mahamakut Volume 71 · Chaloem Phrakiat Volume 32)

The Mahamakut edition prints the commentary in the same volumes as the canon, so this text includes commentary.

ไทย (มหามกุฏฯ), vol. 71, pp. 925–929

Page 925

ปทุมกูฏาคาริกเถราปทานที่ ๕ (๓๙๕)

ว่าด้วยผลแห่งการทำพุทธบูชา

[๓๙๗] พระผู้มี พระภาคเจ้าพระนามว่า ปิยทัสสี ผู้สยัมภูเป็น

นายกของโลก ตรัสรู้แล้วเอง ทรงใคร่ในวิเวก ฉลาดในสมาธิ เป็นมุนี.

พระมหามุนีพระนามว่า ปิยทัสสี ผู้อุดมบุรุษ เสด็จไปสู่

ไพรสณฑ์ ทรงลาดผ้าบังสุกุลแล้วประทับนั่งอยู่.

ในกาลก่อน เราเป็นพรานเนื้ออยู่ในป่าใหญ่ ในกาลนั้น

เราเที่ยวแสวงหาเนื้อฟานอยู่ในป่านั้น.

เราได้เห็นพระสัมพุทธเจ้า ผู้ข้ามโอฆะแล้ว ไม่มีอาสวะ

เปรียบเหมือนพญารังมีดอกบาน เหมือนดวงอาทิตย์อุทัย.

ครั้นเห็นพระพุทธเจ้า พระนามว่า ปิยทัสสี ผู้มียศมากแล้วเราจึงลงไปสู่สระบัว นำดอกปทุมมาในขณะนั้น.

ครั้นนำเอาดอกปทุมอันเป็นที่รื่นรมย์ใจมาแล้ว จึงสร้าง

เรือนมียอด (ปราสาท) แล้ว มุงบังด้วยดอกปทุม.

พระพุทธชินเจ้าพระนามว่า ปิยทัสสี เป็นมหามุนี ทรง

อนุเคราะห์ประกอบด้วยพระกรุณา ประทับอยู่ในกูฏาคาร ๗คืน ๗ วัน.

เราเก็บดอกปทุมที่เก่า ๆ ทิ้งเสียแล้ว มุงบังด้วยดอกปทุมใหม่ ขณะนั้น เราได้ยืนประนมกรอัญชลีอยู่.

Page 926

พระมหามุนีพระนามว่า ปิยทัสสี ผู้เป็นนายกของโลก

เสด็จออกจากสมาธิแล้วประทับนั่งเหลียวแลดูทิศอยู่.

ในกาลนั้น พระเถระผู้อุปัฏฐากนามว่า สุทัสสนะ มีฤทธิ์มาก รู้พระดำริของพระพุทธเจ้าพระนามว่า ปิยทัสสี ผู้ศาสดา.

ผู้อันภิกษุ หมื่นแวดล้อมแล้ว เข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้า

ผู้เป็นนายกของโลก ซึ่งประทับนั่งทรงสำราญอยู่ที่ชายป่า.

และในกาลนั้น เทวดาผู้สิงสถิตอยู่ในไพรสณฑ์ประมาณ

เท่าใด เทวดาเหล่านั้นทราบพระพุทธดำริแล้ว พากันมาประชุมทั้งหมด

เมื่อพวกยักษ์ กุมภัณฑ์พร้อมทั้งผีเสื้อน้ำ มาพร้อมกัน

และเมื่อภิกษุสงฆ์มาถึงพร้อมแล้ว พระชินเจ้าได้ตรัสพระ-

คาถาว่า

ผู้ใดบูชาเราตลอด ๗ วัน และได้สร้างอาวาสถวายเรา

เราจักพยากรณ์ผู้นั้น ท่านทั้งหลายจงพึงเรากล่าว

เราจักพยากรณ์สิ่งที่เห็นได้ยากนัก ละเอียดนัก ลึกซึ้ง

ปรากฏดีด้วยญาณ ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าว

ผู้นั้นจักได้เสวยราชสมบัติในเทวโลกตลอด ๑๔ กัป เทวดาทั้งหลายจักเนรมิตกูฏาคารอันประเสริฐ ที่มุงบังด้วยดอกปทุมให้แก่ผู้นั้น กั้นไว้ในอากาศ.

นี้เป็นผลแห่งบุรพกรรม เขาจักท่องเที่ยววนเวียนอยู่

ตลอด ๑,๔๐๐ ๑ กัป.

๑. ม. ยุ. ๒๔ กัป.

Page 927

ใน ๑,๔๐๐ กัปนั้น วิมานดอกไม้จักทรงอยู่ในอากาศ น้ำ

ย่อมไม่ติดในใบบัว ฉันใด กิเลสก็ไม่คิดอยู่ในญาณของผู้นั้นฉันนั้น ผู้นี้กำจัดนิวรณ์ ๕ ออกไปจากใจ.

ยังจิตให้เกิดในเนกขัมมะแล้ว จักออกบวช ในกาลนั้น

วิมานดอกไม้อันทรงอยู่ก็จักออกไปด้วย.

เมื่อผู้นั้นผู้มีปัญญา มีสติ อยู่ที่โคนไม้ ที่โคนไม้นั้น

วิมานดอกไม้จักทรงอยู่เหนือศีรษะ.

ผู้นั้นจักถวายจีวร บิณฑบาตคิลานปัจจัย ที่นอนและที่นั่ง

แก่ภิกษุสงฆ์แล้ว จักไม่มีอาสวะ นิพพาน.

เมื่อผู้นั้นเที่ยวไปพร้อมด้วยกูฏาคารออกบวชแล้ว กูฏาคารย่อมทรงผู้นั้นแม้อยู่ที่โคนไม้.

เจตนาในจีวรและบิณฑบาตย่อมไม่มีแก่เรา เราประกอบ

ด้วยบุญกรรม จึงได้จีวรและบิณฑบาตที่สำเร็จแล้ว.

พระพุทธเจ้าผู้เป็นนายกของโลกล่วงเราไปเปล่า ๆ พ้นไปแล้วด้วยดีตลอดโกฏิกัปเป็นอันมากโดยจะนับจะประมาณมิได้.

ในกัปที่ ๑,๘๐๐ แต่กัปนี้ เราจึงได้เฝ้าพระพุทธเจ้า

พระนามว่าปิยทัสสี ผู้แนะนำให้วิเศษ แล้วจึงเข้าถึงกำเนิดนี้.

เราได้เห็นพระสัมพุทธเจ้าพระนามว่า อโนมะ ผู้มีจักษุ

ได้เข้าเฝ้าพระองค์แล้ว บวชเป็นบรรพชิต.

Page 928

พระพุทธชินเจ้าผู้ทรงทำที่สุดทุกข์ได้ ทรงแสดงพระสัท-

ธรรม เราได้ฟังธรรมของพระองค์แล้ว ได้บรรลุบทอันไม่หวั่นไหว.

เรายังพระสัมพุทธเจ้าพระนามว่า โคคมศากยบุตร ให้

ทรงโปรด กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่.

ในกัปที่ ๑,๘๐๐ แต่กัปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าใด ด้วย

ธรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา.

เราเผากิเลสทั้งหลายแล้วถอนภพขึ้นได้ทั้งหมดแล้ว อาสวะทั้งปวงของเราสิ้นรอบแล้ว บัดนี้ภพใหม่มิได้มี.

การที่เราได้มาในสำนักพระพุทธเจ้าของเรานี้ เป็นการ

มาดีแล้วหนอ วิชชา ๓ เราบรรลุแล้วโดยลำดับ คำสอนของพระพุทธเจ้าเราได้ทำเสร็จแล้ว.

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ

อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้าเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระปทุมกูฏาคาริกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบปทุมกูฏาคาริกเถราปทาน

อรรถกถาปิลินทวรรคที่ ๔๐

อปทานที่ ๑, ๒, ๓, ๔, ๕ มีเนื้อความง่ายทั้งนั้นแล.

Page 929

พักกุลเถราปทานที่ ๖ (๓๙๖)

ว่าด้วยผลแห่งการถวายยา

[๓๙๘] ภูเขาชื่อโสภิตะมีอยู่ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมวันต์ พวกศิษย์

ของเราช่วยกันสร้างอาศรมอย่างสวยงามให้เราที่ใกล้ภูเขานั้น.

ที่ใกล้อาศรมนั้น มีมณฑปเป็นอันมาก ไม้ย่างทราย

กำลังมีดอกบาน ไม้มะขวิด ต้นจำปา ไม้กากะทิง ไม้เกดมีเป็นอันมาก.

มีไม้ย่างทราย ต้นพุทรา และต้นมะขามป้อมเป็นอันมากมีต้นมะปราง น้ำเต้า และบัวขาวกำลังมีดอกบาน.

มีต้นรักขาว ต้นมะตูม ต้นกล้วย และต้นมะงั่ว ต้น

สะท้อน ต้นรกฟ้าขาว และต้นประยงค์ มีอยู่มาก.

มีต้นคำ ไม้สน ต้นกระทุ่ม ต้นไทร และมะกอก อาศรม

ของเราเป็นเช่นนี้ เราพร้อมด้วยศิษย์อยู่ที่อาศรมนั้น.

พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้สยัมภูพระนามว่า อโนมทัสสี เป็น

นายกของโลก ทรงแสวงหาที่เร้น เสด็จเข้าสู่อาศรมของเรา.

และเมื่อเราเข้าไปเฝ้าพระมหาวีระพระนามว่า อโนมทัสสีผู้มียศมาก โรคลมก็เกิดขึ้นแก่พระโลกนาถโดยฉับพลัน.

เราเที่ยวไปในป่า ได้เห็นพระสัมพุทธเจ้าผู้เป็นนายกของโลก ผู้มีจักษุ มียศมาก จึงได้เข้ารูปเฝ้า.

ครั้นได้เห็นพระอิริยาบถเข้าก็เข้าใจได้ในทันทีว่า โรคเกิดขึ้นแก่พระพุทธเจ้าแน่แล้ว.

End of ๕. ปทุมกูฏาคาริกเถราปทาน (๓๙๕)