พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน · ติณทายกวรรค
๘. โพธิสัมมัชชกเถราปทาน เล่ม ๓๓
Text layerBuddha’s wordsItems ๑๑๘ (Royal Thai)8/10 in ติณทายกวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ติณทายกวรรค โพธิสัมมัชชกเถราปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 33, pp. 186–189
๘. โพธิสัมมัชชกเถราปทาน
บุพประวัติของพระโพธิสัมมัชชกเถระ
ว่าด้วยผลแห่งการกวาดลานโพธิ
(ท่านพระโพธิสัมมัชชกเถระได้กล่าวบุพประวัติของตนไว้ว่า)
{๑๑๘} [๔๘] ในกาลก่อน เราเก็บใบโพธิที่ถูกทิ้งไว้ ณ ลานพระเจดีย์เอาไปทิ้ง เราจึงได้คุณ ๒๐ ประการ[๔๙] ด้วยเดชแห่งกรรมนั้น เมื่อเรายังเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพน้อย ภพใหญ่ ย่อมวนเวียนอยู่แต่ใน ๒ ภพ คือ ในภพเทวดาและภพมนุษย์[๕๐] จุติจากเทวโลกแล้วมาสู่มนุษยโลกก็เกิดแต่ใน ๒ ตระกูล คือ ตระกูลกษัตริย์และตระกูลพราหมณ์[๕๑] เรามีอวัยวะน้อยใหญ่สมบูรณ์ สูงใหญ่ รูปสวย สะอาดเต็ม เปี่ยม ไม่บกพร่อง
[๕๒] เกิดในภพใดภพหนึ่ง คือ ในเทวโลกหรือมนุษยโลกก็ตาม ในภพนั้น เรามีผิวพรรณเหมือนทอง เปรียบดังทองที่นายช่างหลอมแล้ว[๕๓] ผิวของเราอ่อนนุ่มสนิท ละเอียดอ่อนอยู่ตลอดเวลาเพราะใบโพธิที่เราทิ้งดีแล้ว
[๕๔] ในคติไหน ๆ ก็ตาม ฝุ่นละอองย่อมไม่ติดสรีระของเราผู้อยู่ในที่ประชุม นี้เป็นผลแห่งการทิ้งใบโพธิ
[๕๕] จะเพราะความร้อน ลมแดด หรือเพราะความร้อนของไฟก็ตาม ที่ตัวของเราไม่มีเหงื่อไหล นี้เป็นผลแห่งการทิ้งใบโพธิ[๕๖] ในกายของเราไม่มีใรคเรื้อน ฝี กลาก ตกกระ หูด และ หิดเปื่อยเลย นี้เป็นผลแห่งการทิ้งใบโพธิ[๕๗] คุณอีกข้อหนึ่ง คือ เราเกิดในภพน้อยภพใหญ่ย่อมไม่มีโรคในกาย นี้เป็นผลแห่งการทิ้งใบโพธิ[๕๘] คุณอีกข้อหนึ่ง คือ เราเกิดในภพน้อยใหญ่ย่อมไม่มีความบีบคั้นที่เกิดขึ้นทางใจเลย นี้เป็นผลแห่งการทิ้งใบโพธิ[๕๙] คุณอีกข้อหนึ่ง คือ เราเกิดในภพน้อยภพใหญ่ ย่อมไม่มีคนที่ไม่เป็นมิตรเลย นี้เป็นผลแห่งการทิ้งใบโพธิ[๖๐] คุณอีกข้อหนึ่ง คือ เราเกิดในภพน้อยภพใหญ่ ย่อมมีโภคทรัพย์ไม่บกพร่องเลย นี้เป็นผลแห่งการทิ้งใบโพธิ[๖๑] คุณอีกข้อหนึ่ง คือ เราเกิดในภพน้อยภพใหญ่ ย่อมไม่มีภัยแต่ไฟพระราชา โจร และน้ำ
[๖๒] คุณอีกข้อหนึ่ง คือ เราเกิดในภพน้อยภพใหญ่ ทาสหญิงชายและคนเดินตามย่อมประพฤติตามความคิดของเรา[๖๓] คนเกิดมาในมนุษยโลกมีประมาณอายุเท่าใด อายุของเราไม่ลดไปจากประมาณอายุนั้น ย่อมดำรงอยู่ตราบเท่าสิ้นอายุ[๖๔] คนในคนนอกตลอดถึงชาวนิคม ชาวแว่นแคว้นล้วนแต่เป็นผู้คอยช่วยเหลือ มุ่งความเจริญ ปรารถนาความสุขแก่เราทั้งนั้น[๖๕] ในทุก ๆ ภพ เราเป็นคนมีโภคทรัพย์ มียศ มีสิริ มีญาติพวกพ้อง ไม่มีเวร หมดความสะดุ้งในกาลทั้งปวง
[๖๖] เมื่อเรายังเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพ เทวดา มนุษย์ อสูร คนธรรพ์ ยักษ์ และรากษสล้วนแต่ป้องกันรักษาเราทุกเมื่อ[๖๗] เราเสวยยศ ๒ อย่างทั้งในเทวโลกและมนุษยโลก ในอวสาน เราได้บรรลุศิวโมกขมหานฤพานอันยอดเยี่ยม
[๖๘] บุรุษใดประสบบุญเพราะเจาะจงพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือต้นโพธิของพระศาสดาพระองค์นั้น สำหรับบุรุษเช่นนั้น สิ่งอะไรเล่าที่เขาจะหาได้ยาก[๖๙] เขาย่อมเป็นผู้ยิ่งใหญ่กว่าคนอื่น ๆ ในเรื่องมรรค ผล นิกาย เป็นที่มา (พระปริยัติธรรม) และคุณคือฌานและอภิญญา เป็นผู้ไม่มีอาสวะแล้วปรินิพพาน[๗๐] เมื่อก่อนเรามีใจยินดีเก็บใบโพธิไปทิ้ง จึงเป็นผู้เพียบพร้อมด้วย องค์ ๒๐ ประการนี้ในกาลทั้งปวง
[๗๑-๗๓] เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราทำเสร็จแล้วดังนี้แล
นัยว่า ท่านพระโพธิสัมมัชชกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ไว้แล้ว ด้วยประการฉะนี้แล
จบ โพธิสัมมัชชกเถราปทานที่ ๘
๙. อามัณฑผลทายกเถราปทาน
บุพประวัติของพระอามัณฑผลทายกเถระ
ว่าด้วยผลแห่งการถวายผลแฟง
(ท่านพระอามัณฑผลทายกเถระได้กล่าวบุพประวัติของตนไว้ว่า)
[๗๔] พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระผู้ทรงจบธรรมทั้งปวง ผู้ทรงเป็นนายกของโลกออกจากสมาธิแล้วเสด็จจงกรมอยู่{๑๑๙} [๗๕] ครั้งนั้น เราเก็บผลไม้ใส่หาบหาบมา ได้พบพระพุทธเจ้ามหามุนี ผู้ปราศจากกิเลสธุลีกำลังเสด็จจงกรมอยู่[๗๖] เรามีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัสประนมมือเหนือศีรษะถวายบังคม พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วถวายผลแฟง[๗๗] ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้ถวายผลไม้ใดไว้ในกาลนั้น ด้วยการถวายผลไม้นั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการ ถวายผลแฟง[๗๘-๘๐] เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเรา ทำเสร็จแล้วดังนี้แลนัยว่า ท่านพระอามัณฑผลทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ไว้แล้ว ด้วยประการฉะนี้แล
จบ อามัณฑทายกเถราปทานที่ ๙
End of ๘. โพธิสัมมัชชกเถราปทาน