พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · คันโธทกวรรค
๘. อุตตเรยยทายกเถราปทาน (๓๓๘) เล่ม ๓๒
Text layerBuddha’s wordsItems ๓๔๐ (Royal Thai)8/10 in คันโธทกวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
อุตตเรยยทายกเถราปทานที่ ๘ (๓๓๘)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายผ้า
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน คันโธทกวรรค อุตตเรยยทายกเถราปทาน (๓๓๘) (Royal Thai Volume 32 · Mahachula Volume 32 · Mahamakut Volume 71 · Chaloem Phrakiat Volume 32)
นคเร หํสวติยา อโหสึ พฺราหฺมโณ ตทา
อชฺฌายิโก มนฺตธโร ติณฺณํ เวทาน ปารคู ฯ
ปุรกฺขโต สสิสฺเสหิ ชาติโม ๑ จ สุสิกฺขิโต
โตยาภิเสจนตฺถาย นครา นิกฺขมึ ตทา ฯ
ปทุมุตฺตโร ๒ โลกวิทู สพฺพธมฺมาน ปารคู
ขีณาสวสหสฺเสหิ นครํ ปาวิสี ชิโน ฯ
สุจารุรูปํ ทิสฺวาน อเนญฺชํ การิตํ วิย
ปริวุตํ อรหนฺเตหิ ทิสฺวา จิตฺตํ ปสาทยึ ฯ
สิรสิ อญฺชลึ กตฺวา นมสฺสิตฺวาน สุพฺพตํ
ปสนฺนจิตฺโต สุมโน อุตฺตริยมทาสหํ ฯ
อุโภหตฺเถหิ ปคฺคยฺห สาฏกํ อุกฺขิปึ อหํ
ยาวตา พุทฺธปริสา ตาว ฉาเทสิ สาฏกํ ฯ
ปิณฺฑจารํ จรนฺตสฺส มหาภิกฺขุคณาทิโน ๓
ฉาทํ กโรนฺโต อฏฺฐาสิ หาสยนฺโต มมํ ตทา ฯ
ฆรโต นิกฺขมนฺตสฺส สยมฺภู อคฺคปุคฺคโล
วีถิยํ ๑ ฐิตโก สตฺถา อกาสิ อนุโมทนํ ฯ
ปสนฺนจิตฺโต สุมโน โย เม ปาทาสิ ๒ สาฏกํ
ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ สุณาถ มม ภาสโต ฯ
ตึสกปฺปสหสฺสานิ เทวโลเก รมิสฺสติ
ปญฺญาสกฺขตฺตุํ เทวินฺโท เทวรชฺชํ กริสฺสติ ฯ
เทวโลเก วสนฺตสฺส ปุญฺญกมฺมสมงฺคิโน
สมนฺตา โยชนสตํ ทุสฺสจฺฉนฺนํ ภวิสฺสติ ฯ
ฉตฺตึสกฺขตฺตุํ ราชา จ จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ
ปเทสรชฺชํ วิปุลํ คณนาโต อสงฺขยํ ฯ
ภเว สํสรมานสฺส ปุญฺญกมฺมสมงฺคิโน
มนสา ปตฺถิตํ สพฺพํ นิพฺพตฺติสฺสติ ตาวเท ฯ
โกเสยฺยกมฺพลานิ ๓ จ โขมกปฺปาสิกานิ จ
มหคฺฆานิ จ ทุสฺสานิ ปฏิลจฺฉติยํ นโร ฯ
มนสา ปตฺถิตํ สพฺพํ ปฏิลจฺฉติยํ นโร
เอกทุสฺสสฺส วิปากํ อนุโภสฺสติ สพฺพทา ฯ
โส ปจฺฉา ปพฺพชิตฺวาน สุกฺกมูเลน โจทิโต
โคตมสฺส ภควโต ธมฺมํ สจฺฉิกริสฺสติ ฯ
อโห เม สุกตํ กมฺมํ สมฺพุทฺธสฺส ๔ มเหสิโน
เอกาหํ สาฏกํ ทตฺวา ปตฺโตมฺหิ อมตํ ปทํ ฯ
มณฺฑเป รุกฺขมูเล วา วสโต สุญฺญเก ฆเร
ธาเรติ ทุสฺสฉทนํ สมนฺตา พฺยามโต มม ฯ
อวิญฺญตฺตํ ๑ นิวาเสมิ จีวรํ ปจฺจยญฺจหํ
ลาภิมฺหิ ๒ อนฺนปานสฺส อุตฺตเรยฺยสฺสิทํ ผลํ ฯ
สตสหสฺเส อิโต กปฺเป ยํ กมฺมมกรึ ตทา
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ วตฺถทานสฺสิทํ ผลํ ฯ
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา อุตฺตเรยฺยทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ
อุตฺตเรยฺยทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
๑ ม. ชาติมา ฯ ๒ ม. ยุ. ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน ฯ ๓ ยุ. มหาภิกฺขุคณาทินํ ฯ
๑ ม. ยุ. วิถิยํว ฐิโต สตฺถา อกาเม อนุโมทนํ ฯ ๒ ม. อทาสิ ฯ
๓ ม. โกเสยฺยกมฺพลิยานิ ฯ ๔ ม. ยุ. สพฺพญฺญุสฺส ฯ
ในกาลนั้น เราเป็นพราหมณ์ผู้เล่าเรียน ทรงจำมนต์ รู้จบไตรเพท อยู่ในนครหงสวดี เวลานั้น เราแวดล้อมด้วยพวกศิษย์ของตน เป็นคนมีสกุลศึกษาดี ออกไปจากนคร เพื่อต้องการจะรดน้ำ พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตระ ทรงรู้แจ้งโลก ทรงรู้จบมนต์ทั้งปวง เสด็จเข้ามายังพระนครพร้อมกับพระขีณาสพหลายพัน เราเห็นพระองค์มีพระรูปงามยิ่งนัก ไม่หวั่นไหวเหมือนเขาทำ (หล่อ) ไว้ แวดล้อมด้วยพระอรหันต์ทั้งหลายครั้นแล้วได้ยังจิตให้เลื่อมใส เรามีจิตเลื่อมใสโสมนัส ประนมกรอัญชลีเหนือเศียรเกล้า นมัสการพระองค์มีวัตรอันงาม ได้ถวายผ้าห่ม เราประคองผ้าสาฎกด้วยมือทั้งสองแล้วยกขึ้น ผ้าสาฎกปกปิด (บังแดดฝน) ตลอดทั่วพุทธบริษัท
เมื่อหมู่ภิกษุเป็นต้นเป็นอันมาก เที่ยวจาริกไปบิณฑบาตเวลานั้น ผ้าสาฎกได้กั้นเป็นหลังคา ยังเราให้เกิดโสมนัส เมื่อหมู่ภิกษุเป็นต้นจะออกจากเรือน พระศาสดาผู้สยัมภู เป็นบุคคลผู้เลิศ ประทับยืนอยู่ที่ถนนได้ทรงทำอนุโมทนาว่า ผู้ใดมีจิตเลื่อมใสโสมนัส ได้ถวายผ้าสาฎกแก่เรา เราจักพยากรณ์ผู้นั้น ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าว ผู้นั้นจักรื่นรมย์อยู่ในเทวโลกตลอด ๓ หมื่นกัลป จักเป็นจอมเทวดาเสวยเทวรัชสมบัติอยู่ในเทวโลก ๕๐ ครั้ง เมื่อเขาผู้พร้อมพรั่งด้วยบุญกรรมอยู่ในเทวโลก จักมีผ้าเป็นหลังคาบังแดดฝนตลอดร้อยโยชน์โดยรอบ และจักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราช ๓๖ ครั้ง จักได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์
โดยจะคณานับมิได้ เมื่อเขาผู้พรั่งพร้อมด้วยบุญกรรม ท่องเที่ยวอยู่ในภพ สิ่งที่เขาปรารถนาด้วยใจทุกอย่างจักบังเกิดขึ้นทันที คนผู้นี้จักได้ผ้าไหม ผ้าขนสัตว์ผ้าเปลือกไม้ (ผ้าป่าน) ผ้าฝ้าย และผ้าทั้งหลายอันมีค่ามาก คนผู้นี้จักได้สิ่งที่ตนปรารถนาด้วยใจทุกอย่าง จักเสวยวิบากแห่งผ้าผืนเดียว ในกาลทุกเมื่อภายหลังเขาอันกุศลมูลตักเตือนแล้ว จักบวช จักกระทำธรรมของพระผู้มีพระภาคพระนามว่า โคดมให้แจ้งชัด โอ กุศลกรรม เราได้ทำแล้วแก่พระสัมพุทธเจ้าผู้แสวงหาคุณใหญ่ เราได้บรรลุอมฤตบทเพราะได้ถวายผ้าสาฎกผืนเดียวผ้าเป็นหลังคากันแดดฝนให้แก่เรา ผู้อยู่ในมณฑป ที่โคนไม้ หรือในเรือนว่าง โดยรอบข้างละวา เรานุ่งห่มปัจจัยคือจีวร อันไม่ได้ทำวิญญัติ และได้ข้าวและน้ำ นี้เป็นผลแห่งการถวายผ้าห่ม ในกัลปที่แสนแต่กัลปนี้ เราได้ทำกรรมใด ในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผ้า คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระอุตตเรยยทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ อุตตเรยยทายกเถราปทาน.
End of ๘. อุตตเรยยทายกเถราปทาน (๓๓๘)