พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · สกจิตตนิยวรรค
๒. อาโปปุปผิยเถราปทาน (๖๒) เล่ม ๓๒
Text layerBuddha’s wordsItems ๖๔ (Royal Thai)2/10 in สกจิตตนิยวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
ทุติยํ อาโปปุปฺผิยตฺเถราปทานํ (๖๒)
อาโปปุปผิยเถราปทานที่ ๒ (๖๒)
ว่าด้วยผลแห่งการโปรยดอกไม้บูชา
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน สกจิตตนิยวรรค อาโปปุปผิยเถราปทาน (๖๒) (Royal Thai Volume 32 · Mahachula Volume 32 · Mahamakut Volume 71 · Chaloem Phrakiat Volume 32)
วิหารา อภินิกฺขมฺม อพฺภุฏฺฐาสิ จ จงฺกเม ๔
จตุสจฺจํ ปกาเสนฺโต เทเสนฺโต อมตํ ๕ ปทํ ฯ
สิขิสฺส คิรมญฺญาย พุทฺธเสฏฺฐสฺส ตาทิโน
นานาปุปฺผํ คเหตฺวาน อากาสมฺหิ สโมกิรึ ฯ
เตน กมฺเมน ทิปทินฺท โลกเชฏฺฐ นราสภ
ปตฺโตมฺหิ อจลํ ฐานํ หิตฺวา ชยปราชยํ ฯ
เอกตฺตึเส อิโต กปฺเป ยํ ปุปฺผมภิโรปยึ
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ปุปฺผปูชายิทํ ผลํ ฯ
อิโต วีสติกปฺปมฺหิ สุเมโธ นาม ขตฺติโย
สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา อาโปปุปฺผิโย ๑ เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ
อาโปปุปฺผิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
๑ ม. ปุลินํ ฯ ยุ. เวฬูนํ ฯ ๒ ม. ปุปฺผาปูชายิทํ ฯ ยุ. ถูปปูชายิทํ ฯ
๓ ม. สกจินฺตนิโย ฯ ๔ ม. อพฺภุฏฺฐหิย จงฺกเม ฯ ๕ ม. เทเสติ ฯ
พระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิขี เสด็จออกจากวิหาร แล้วขึ้นที่จงกรม ทรงประกาศสัจจะ ๔ ทรงแสดงอมฤตบท ณ ที่จงกรมนั้น ข้าพระองค์รู้(ได้ฟัง) พระสุรเสียงของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุดพระนามว่าสิขี ผู้คงที่แล้ว จับดอกไม้ต่างๆ โยนขึ้นไปในอากาศ ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมสัตว์เชษฐบุรุษของโลกผู้นราสภ ด้วยกรรมนั้น ข้าพระองค์ผู้ละความชนะและแพ้แล้ว ได้บรรลุถึงฐานะอันไม่ไหวหวั่น ในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้ ข้าพระองค์โปรดดอกไม้ใด ด้วยกรรมนั้น ข้าพระองค์ไม่รู้ทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาด้วยดอกไม้ ในกัลปที่ ๒๐ แต่กัลปนี้ ได้มีกษัตริย์พระนามว่าสุเมธ เป็นพระเจ้าจักรพรรดิทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการมีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา๖ ข้าพระองค์ทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาข้าพระองค์ได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระอาโปปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ อาโปปุปผิยเถราปทาน.
End of ๒. อาโปปุปผิยเถราปทาน (๖๒)