พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน · นฬมาลิวรรค
๙. ปานธิทายกเถราปทาน เล่ม ๓๓
Text layerBuddha’s wordsItems ๖๙ (Royal Thai)9/10 in นฬมาลิวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน นฬมาลิวรรค ปานธิทายกเถราปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)
The Mahamakut edition prints the commentary in the same volumes as the canon, so this text includes commentary.
ไทย (มหามกุฏฯ), vol. 72, pp. 110–113
๔๗๘. อรรถกถาวัลลิการผลทายกเถราปทาน
พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๘ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า ตกฺกรายํ วสี ตทา ความว่า ราชธานี ชื่อว่า ตักกรา
เพราะเป็นที่อยู่ประจำของประชาชนผู้บำเพ็ญบุญกิริยาวัตถุ ๑๐ ประการ ในคราวที่ประทับอยู่ในตักกรานครนั้น.
จบอรรถกถาวัลลิการผลทายกเถราปทาน
ปานธิทายกเถราปทานที่ ๙ (๔๗๙)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายรองเท้า
[๖๙] พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่า
อโนมทัสสี เชษฐบุรุษของโลกประเสริฐกว่า
นรชน มีพระจักษุ เสด็จออกจากที่ประทับสำราญ
กลางวันแล้ว เสด็จขึ้นถนน
เราสวมรองเท้าที่ทำอย่างดีออกเดินทาง
ไป ณ ที่นั้น เราได้เห็นพระสัมพุทธเจ้างามน่าดู
น่าชม เสด็จดำเนินด้วยพระบาทเปล่า เรายังจิต
ของตนให้เลื่อมใส ถอดรองเท้าออกวางไว้แทบ
พระบาท แล้วกราบทูลว่า
ข้าแต่พระสุคต ผู้เป็นมหาวีรบุรุษ
เป็นใหญ่เป็นผู้นำชั้นพิเศษ ขอเชิญสวมรองเท้า
เถิด ข้าพระองค์จักได้ผลแต่รองเท้าคู่นี้ ขอความ
ต้องการของข้าพระองค์จงสำเร็จเถิด
พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าอโนมทัสสี
เชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐกว่านรชน ทรง
สวมรองเท้าแล้ว ได้ตรัสพระดำรัสนี้ว่า
ผู้ใดเลื่อมใสถวายคู่รองเท้าแก่เรา ด้วย
มือทั้งสองของตน เราจักพยากรณ์ผู้นั้น ท่าน
ทั้งหลายจงฟังเรากล่าว
เทวดาทุก ๆ องค์ได้ทราบพระพุทธเจ้าดำรัส
แล้ว มาประชุมกัน ต่างก็มีจิตปีติ ดีใจเกินความ
โสมนัส ประนมกรอัญชลี
พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสว่า เพราะการ
ถวายรองเท้านี้แล ผู้นี้จักเป็นผู้ถึงความสุข จัก
เสวยราชสมบัติในเทวโลก ๕๕ ครั้ง
จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราช ๑,๐๐๐
ครั้ง และจักได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์
โดยคณนานับมิได้
ในกับซึ่งนับไม่ถ้วย แต่กัปนี้ไป จักทรง
สมภพในสกุลโอกกากะ มีพระนามว่าโคดม จัก
เสด็จอุบัติขึ้นเป็นพระศาสดาของโลก
ผู้นี้จักเป็นทายาทในธรรมของพระศาสดา
พระองค์นั้น เป็นโอรสอันธรรมเนรมิต จัก
กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว จักเป็นผู้ไม่มีอาสวะ
ปรินิพพาน
ผู้นี้บังเกิดในเทวโลกหรือในมนุษย์โลก
จักเป็นผู้มีปัญญา จักได้ยานอันเปรียบด้วยยาน
ของเทวดา
ปราสาท วอ ช้าง ที่ประดับประดาแล้ว
และรถที่เทียมแล้วด้วยม้าอาชาไนย ย่อมเกิด
ปรากฏแก่เราทุกเมื่อ
แม้เมื่อเราออกบวช ก็ได้ออกบวชด้วยรถ
ได้บรรลุอรหัตเมื่อกำลังปลงผม
นี้เป็นลาภของเรา เราได้ดีแล้ว คือ
การค้าขายเราได้ประกอบถูกทางแล้ว เราถวาย
รองเท้าคู่หนึ่งจึงได้บรรลุบทอันไม่หวั่นไหว
ในกัปอันประมาณมิได้แต่กัปนี้ เราได้
ถวายรองเท้าใด ด้วยการถวายรองเท้านั้น เราไม่
รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายรองเท้า
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว. . .คำสอนของพระพุทธเจ้าเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระปานธิทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบปานธิทายกเถราปทาน
๔๗๖. อรรถกถาปานธิทายกเถราปทาน
พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๙ ดังต่อไปนี้ :-บทว่า ปานธึ สุกตํ คยฺห ความว่า เราสวมคู่แห่งรองเท้าที่ทำเสร็จโดยอาการอย่างดีแล้วแล.
จบอรรถกถาปานธิทายกเถราปทาน
ปุฬินจังกมิยเถราปทานที่ ๑๐ (๔๘๐)
ว่าด้วยการขนทรายใส่ที่จงกรม
[๗๐] เมื่อก่อน เราเป็นพรานเนื้อ เรา
เที่ยวหาเนื้อสมันอยู่ในอรัญราวป่า ได้พบที่จงกรมเรามีจิตเลื่อมใสมีใจโสมนัสกอบเอาทรายใส่พกมาโรยลงในที่จงกรมของพระสุคตเจ้าผู้มีสิริ
ในกัปที่ ๓๑ แต่กัปนี้ เราได้โรยทราย
ด้วยกรรมนั้นเราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่ง
ทราย
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว. . .คำสอนของ
พระพุทธเจ้าเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
End of ๙. ปานธิทายกเถราปทาน