พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน · นฬมาลิวรรค
๙. ปานธิทายกเถราปทาน เล่ม ๓๓
Text layerBuddha’s wordsItems ๖๙ (Royal Thai)9/10 in นฬมาลิวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน นฬมาลิวรรค ปานธิทายกเถราปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 33, pp. 105–107
๙. ปานธิทายกเถราปทาน
บุพประวัติของพระปานธิทายกเถระ
ว่าด้วยผลแห่งการถวายรองเท้า
(ท่านพระปานธิทายกเถระได้กล่าวบุพประวัติของตนไว้ว่า)
{๖๙} [๗๑] พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าอโนมทัสสีผู้เป็นพระโลกเชษฐ์ ผู้องอาจในหมู่นรชน มีพระจักษุ เสด็จออกจากที่ประทับกลาง วันแล้วเสด็จขึ้นถนน[๗๒] เราสวมรองเท้าที่ทำอย่างดีเดินทางไกล ณ ที่นั้นเราได้เห็นพระสัมพุทธเจ้าผู้งดงาม น่าดูน่าชม เสด็จดำเนินด้วยพระบาทเปล่า
[๗๓] เรายังจิตของตนให้เลื่อมใส ถอดรองเท้าออกวางไว้แทบ พระบาทแล้วกราบทูลว่า
[๗๔] “ข้าแต่พระสุคตผู้เป็นมหาวีรบุรุษ ผู้เป็นใหญ่ ทรงเป็นผู้นำพิเศษ ขอได้โปรดสวมรองเท้าเถิด ข้าพระองค์จักได้ผลแต่รองเท้าคู่นี้ ขอความต้องการของข้าพระองค์จงสำเร็จเถิด”[๗๕] พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าอโนมทัสสีผู้ทรงเป็นพระโลกเชษฐ์ ผู้องอาจในหมู่นรชน ทรงสวมรองเท้าแล้วได้ตรัสพระดำรัสนี้ว่า[๗๖] “ผู้ใดเลื่อมใสถวายคู่รองเท้าแก่เราด้วยมือทั้งสองของตน เราจักพยากรณ์ผู้นั้น ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าว”
[๗๗] เทวดาทุก ๆ องค์ได้ทราบพระพุทธดำรัสแล้วก็มาชุมนุมกัน ต่างก็มีจิตเบิกบาน ดีใจ เกิดความโสมนัสประนมมือ
[๗๘] พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสว่า“เพราะการถวายรองเท้านี้แล ผู้นี้จักเป็นผู้ถึงความสุข จักเสวยรัชสมบัติในเทวโลก ๕๕ ครั้ง[๗๙] จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราช ๑,๐๐๐ ครั้งและจักได้เป็น พระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์โดยคณนานับมิได้[๘๐] ในกัปซึ่งนับไม่ถ้วนแต่ภัทรกัปนี้ พระศาสดาพระนามว่าโคดม ซึ่งสมภพในราชวงศ์ของพระเจ้าโอกกากราชจักเสด็จอุบัติขึ้นในโลก[๘๑] ผู้นี้จักเป็นธรรมทายาทของพระศาสดาพระองค์นั้น เป็นโอรสอันธรรมเนรมิต จักกำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะ จักนิพพาน[๘๒] ผู้นี้บังเกิดในเทวโลกหรือในมนุษยโลกก็ตาม จักเป็นผู้มีปัญญา จักได้ยานอันเปรียบด้วยยานของเทวดา[๘๓] ปราสาท วอ ช้างที่ประดับประดาแล้ว และรถที่เทียมแล้ว ด้วยม้าอาชาไนย ย่อมเกิดปรากฏแก่เราทุกเมื่อ[๘๔] แม้เมื่อเราออกบวชก็ได้ออกบวชด้วยรถ ได้บรรลุอรหัตเมื่อกำลังปลงผม
[๘๕] นั้นเป็นลาภของเรา เราได้ดีแล้ว คือ การค้าขายเราก็ได้ ประกอบถูกทางแล้ว เราถวายรองเท้าคู่หนึ่งจึงได้บรรลุบทอันไม่หวั่นไหว[๘๖] ในกัปอันประมาณมิได้แต่ภัทรกัปนี้ เราได้ถวายรองเท้าไว้ ด้วยการถวายรองเท้านั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งรองเท้า
[๘๗-๘๙] เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราทำเสร็จแล้ว ดังนี้แลนัยว่า ท่านพระปานธิทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ไว้แล้ว ด้วยประการฉะนี้แล
จบ ปานธิทายกเถราปทานที่ ๙
๑๐. ปุฬินจังกมิยเถราปทาน
บุพประวัติของพระปุฬินจังกมิยเถระ
ว่าด้วยผลแห่งการขนทรายใส่ที่จงกรม
(ท่านพระปุฬินจังกมิยเถระได้กล่าวบุพประวัติของตนไว้ว่า)
{๗๐} [๙๐] เมื่อก่อน เราเป็นพรานเนื้อเที่ยวหาเนื้อสมันอยู่ในอรัญราวป่า ได้พบที่จงกรมเข้า[๙๑] เรามีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัสกอบทรายใส่พกมาโรยลงในที่ จงกรมของพระสุคตเจ้าผู้ทรงมีพระสิริ[๙๒] ในกัปที่ ๓๑ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้โรยทรายไว้ ด้วยผลกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการโรยทราย[๙๓-๙๕] เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราทำเสร็จแล้ว ดังนี้แล
End of ๙. ปานธิทายกเถราปทาน