พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน · เอกวิหาริวรรค
๓. ปาฏิหิรสัญญกเถราปทาน เล่ม ๓๓
Text layerBuddha’s wordsItems ๒๓ (Royal Thai)3/10 in เอกวิหาริวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เอกวิหาริวรรค ปาฏิหิรสัญญกเถราปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)
The Mahamakut edition prints the commentary in the same volumes as the canon, so this text includes commentary.
ไทย (มหามกุฏฯ), vol. 72, pp. 56–58
เราเข้าถึงกำเนิดใด คือ เทวดาหรือมนุษย์
แม้เรายังอยู่ในครรภ์ของมารดา กลองก็ประคม
อยู่ตลอดเวลา
เพราะอุปัฏฐากพระสัมพุทธเจ้า เราได้
เสวยสมบัติแล้ว เป็นผู้บรรลุบทอันไม่หวั่นไหว
เป็นบทอันเกษมไม่มีมลทิน ไม่ตาย
ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ เราได้ทำกรรมใด
ในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้นเราไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว . . . คำสอน
ของพระพุทธเจ้า เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระเอกสังขิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบเอกสังขิยเถราปทาน
ปาฏิหิรสัญญกเถราปทานที่ ๓ (๔๓๓)
ว่าด้วยผลแห่งความเลื่อมใสในปาฏิหาริย์
[๒๓] ครั้งนั้น พระพิชิตมารผู้สมควร
รับเครื่องบูชาพระนามว่าปทุมุตตระ ได้เสด็จเข้า
ไปยังพระนคร พร้อมทั้งภิกษุสงฆ์ผู้มีอินทรีย์อัน
สำรวมแล้ว แสนรูป ขณะนั้นได้มีเสียงสนั่นก้อง
ไพเราะรับเสด็จพระพุทธเจ้าผู้สงบระงับ คงที่ ซึ่งกำลังเสด็จเข้าพระนครโดยทางรถ
ด้วยพุทธานุภาพ พิณที่ไม่ถูกทำเพลง
ไม่ถูกเคาะ ก็บรรเลงขึ้นได้เอง ในเมื่อพระพุทธ-
เจ้าเสด็จเข้าบุรี
เรานมัสการพระพุทธเจ้าผุ้ประเสริฐสุด
พระนามว่าปทุมุตตระ ผู้เป็นพระมหามุนี และเห็น
ปาฏิหาริย์แล้ว ได้ยังจิตให้เลื่อมใสในปาฏิหาริย์นั้น
โอ พระพุทธเจ้า โอ พระธรรม โอ
สมบัติแห่งพระศาสดาของเรา ดนตรีถึงไม่มี
เจตนาถึงยังบรรเลงได้เองเทียว
ในกัปที่แสนแต่กัปนี้ เราได้สัญญาใด
ในกาลนั้น ด้วยการได้สัญญานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย
เลย นี้เป็นผลแห่งสัญญาในพระพุทะเจ้า
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว . . . คำสอน
ของพระพุทธเจ้า เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระปาฏิหิรสัญญกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล .
จบปาฏิหิรสัญญกเถราปทาน
ญาณัตถวิกเถราปทานที่ ๔ (๔๓๔)
ว่าด้วยผลแห่งการสดุดีพระพุทธเจ้า
[๒๔] เราได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้สูงสุด
กว่าสัตว์ ผู้รุ่งเรืองเหมือนต้นกรณิการ์ โชติช่วง
ดังดวงประทีป ไพโรจน์ดุจทองคำ
เราวางคนโทน้ำ ผ้าเปลือกไม้กรอง
ธมกรก ทำหนังเสือเฉวียงบ่า แล้วกล่าวสดุดีพระ-พุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุดว่า
ข้าแต่พระมุนี พระองค์ทรงขจัดความ
มืดมิด ซึ่งอากูลไปด้วยข่ายคือโมหะ ทรงแสดง
แสงสว่าง คือ พระญาณแล้วเสด็จข้ามไป
พระองค์ได้ยกโลกนี้ขึ้นแล้ว สิ่งที่ยอด
เยี่ยมซึ่งมีอยู่ทั้งหมด จะเปรียบปานกับพระญาณ
เป็นประมาณเครื่องไปจากโลกของพระองค์ไม่มี
ด้วยพระญาณนั้น โลกจึงขนานนาม
พระองค์ว่าสัพพัญญู สัพพัญญู ข้าพระองค์ขอ
ถวายบังคมพระองค์ผู้มีความเพียรใหญ่ ทรงทราบธรรมทั้งปวง ไม่มีอาสวะ
ในกัปที่แสนแต่กัปนี้ เราได้สดุดีพระ
พุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด ด้วยการสดุดีนั้น เราไม่
รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการสดุดีพระญาณ
End of ๓. ปาฏิหิรสัญญกเถราปทาน