arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน · กณิการวรรค

๑. ตีณิกณิการปุปผิยเถราปทาน เล่ม ๓๓

Text layerBuddha’s wordsItems ๙๑ (Royal Thai)1/10 in กณิการวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

เอกปญฺญาโส กณิการวคฺโค

ปฐมํ ตีณิกณิการปุปฺผิยตฺเถราปทานํ (๕๐๑)

กณิการวรรคที่ ๕๑

ตีณิกณิการปุปผิยเถราปทานที่ ๑

ว่าด้วยผลแห่งการถวายดอกกรรณิการ์

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน กณิการวรรค ตีณิกณิการปุปผิยเถราปทาน (Royal Thai Volume 33 · Mahachula Volume 33 · Mahamakut Volume 72 · Chaloem Phrakiat Volume 33)

Pali (Siam Rath)

สุเมโธ นาม สมฺพุทฺโธ ทฺวตฺตึสวรลกฺขโณ

วิเวกกาโม สมฺพุทฺโธ หิมวนฺตํ อุปาคมิ ฯ

อชฺโฌคเหตฺวา หิมวนฺตํ อคฺโค การุณิโก มุนิ

ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวาน นิสีทิ ปุริสุตฺตโม ฯ

วิชฺชาธโร ตทา อาสึ อนฺตลิกฺขจโร อหํ

ติสุลํ สุกตํ คยฺห คจฺฉามิ อมฺพเร ตทา ฯ

ปพฺพตคฺเค ยถา อคฺคิ ปุณฺณมาเยว จนฺทิมา

วเน โอภาสเต พุทฺโธ สาลราชาว ผุลฺลิโต ฯ

วนโต ๑ นิกฺขมิตฺวาน พุทฺธรํสาภิธาวเร

นฬคฺคิวณฺณสงฺกาสา ทิสฺวา จิตฺตํ ปสาทยึ ฯ

วิจินํ อทฺทสํ ปุปฺผํ กณิการํ เทวคนฺธิกํ

ตีณิ ปุปฺผานิ อาทาย พุทฺธเสฏฺฐํ อปูชยึ ฯ

พุทฺธสฺส อานุภาเวน ตีณิ ปุปฺผานิ เม ตทา

อุทฺธํวณฺฏา อโธปตฺตา ฉายํ กุพฺพนฺติ สตฺถุโน ฯ

เตน กมฺเมน สุกเตน เจตนาปณิธีหิ จ

ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ ตาวตึสํ อคจฺฉหํ ฯ

ตตฺถ เม สุกตํ พฺยมฺหํ กณิการีติ ญายติ

สฏฺฐิโยชนมุพฺพิทฺธํ ตึสโยชนวิตฺถตํ ฯ

สหสฺสกณฺฑํ ๑ สตฺตเคณฺฑุ ๒ ธชาลุ หริตามโย

สตสหสฺสนิยฺยูหา พฺยเมฺห ปาตุภวึสุ เม ฯ

โสณฺณมยา มณิมยา โลหิตงฺกมยาปิจ

ผลิกาปิจ ปลฺลงฺกา เยนิจฺฉกา ยถิจฺฉกํ ฯ

มหารหญฺจ สยนํ ตุลิกํ ๓ วิกติสฺสกํ

อุทฺธโลมิกเอกนฺตํ พิพฺโพหนสมายุตํ ฯ

ภวนา นิกฺขมิตฺวาน จรนฺโต เทวจาริกํ

ยทา อิจฺฉามิ คมนํ เทวสงฺฆปุรกฺขโต ฯ

ปุปฺผสฺส เหฏฺฐา ติฏฺฐามิ อุปริ ฉทนํ มม

สมนฺตา โยชนสตํ กณิกาเรหิ ฉาทิตํ ฯ

สฏฺฐี ตุริยสหสฺสานิ สายํ ปาตํ อุปฏฺฐหุํ

ปริวาเรนฺติ มํ นิจฺจํ รตฺตินฺทิวมตนฺทิตา ฯ

ตตฺถ นจฺเจหิ คีเตหิ ตาเฬหิ วาทิเตหิ จ

รมามิ ขิฑฺฑารติยา โมทามิ กามกามิหํ ฯ

ตตฺถ ภุตฺวา ปิวิตฺวา จ โมทามิ ติทเส ตทา

นารีคเณหิ สหิโต โมทามิ พฺยมฺหมุตฺตเม ฯ

สตานํ ปญฺจกฺขตฺตุญฺจ เทวรชฺชมการยึ

สตานํ ตีณิกฺขตฺตุญฺจ จกฺกวตฺติ อโหสหํ ฯ

ปเทสรชฺชํ วิปุลํ คณนาโต สงฺขยํ

ภวาภเว สํสรนฺโต มหาโภคํ ๑ ลภามหํ ฯฉ

โภเค เม อูนตา นตฺถิ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ

ทุเว ภเว สํสรามิ เทวตฺเต อถ มานุเส ฯ

อญฺญํ คตึ น ชานามิ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ

ทุเว กุเล ปชายามิ ขตฺติเย จาปิ พฺราหฺมเณ ฯ

นีเจ กุเล น ชายามิ ๒ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ

หตฺถิยานํ อสฺสยานํ สิวิกํ สนฺทมานิกํ ฯ

ลภามิ สพฺพเมเวตํ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ

ทาสีคณํ ทาสคณํ นาริโย สมลงฺกตา ฯ

ลภามิ สพฺพเมเวตํ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ

โกเสยฺยกมฺพลิยานิ โขมกปฺปาสิกานิ จ ฯ

ลภามิ สพฺพเมเวตํ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ

นววตฺถํ นวผลํ นวคฺครสโภชนํ ฯ

ลภามิ สพฺพเมเวตํ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ

อิเม ๓ ขาท อิเม ๓ ภุญฺช อิมมฺหิ สยเน สย ฯ

ลภามิ สพฺพเมเวตํ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ

สพฺพตฺถ ปูชิโต โหมิ ยโส อจฺจุคฺคโต ๔ มม ฯ

มเหสกฺโข ๕ สทา โหมิ อเภชฺชปริโส สทา

ญาตีนํ อุตฺตโม โหมิ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ

สีตํ อุณฺหํ น ชานามิ ปริฬาโห น วิชฺชติ

อโถ เจตสิกํ ทุกฺขํ หทเย เม น วิชฺชติ ฯ

สุวณฺณวณฺโณ หุตฺวาน สํสรามิ ภวาภเว

เววณฺณิยํ ๑ น ชานามิ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ

เทวโลกา จวิตฺวาน สุกฺกมูเลน โจทิโต

สาวตฺถิยํ ปุเร ชาโต มหาสาเล สุอทฺธเก ฯ

ปญฺจกามคุเณ หิตฺวา ปพฺพชึ อนคาริยํ

ชาติยา สตฺตวสฺโสหํ อรหตฺตํ อปาปุณึ ฯ

อุปสมฺปาทยิ พุทฺโธ คุณมญฺญาย จกฺขุมา

ตรุโณ ปูชนีโยหํ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ

ทิพฺพจกฺขุํ วิสุทฺธํ เม สมาธิกุสโล อหํ

อภิญฺญาปารมิปฺปตฺโต พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ

ปฏิสมฺภิทา อนุปฺปตฺโต อิทฺธิปาเทสุ โกวิโท

สทฺธมฺเม ๒ ปารมิปฺปตฺโต พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ

ตึสกปฺปสหสฺสมฺหิ ยํ พุทฺธมภิปูชยึ

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ

กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา

นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ

สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ตีณิกณิการปุปฺผิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

ตีณิกณิการปุปฺผิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

๑ ยุ. วนคฺคา ฯ

๑ ยุ. สหสฺสกณฺโฑ ฯ ๒ ม. สตเภณฺฑุ ฯ ๓ ม. ยุ. ตูลิกา วิกตียุตํ ฯ

๑ ยุ. มหาโภเค ฯ ๒ ยุ. ชานามิ ฯ ๓ ม. อิมํ ฯ ๔ ม. อพฺภุคฺคโต ฯ

๕ ม. ยุ. มหาปกฺโข ฯ

๑ ยุ. ทุวณฺณิกํ ฯ ๒ ม. ธมฺเมสุ ฯ

Royal Thai

พระสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสุเมธะ มีพระมหาปุริสลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ประการ พระองค์ทรงประสงค์ความสงัด จึงเสด็จไปป่าหิมพานต์ พระมุนีผู้เลิศ ประกอบด้วยพระกรุณา เป็นอุดมบุรุษเสด็จถึงป่าหิมพานต์แล้ว ประทับนั่งขัดสมาธิ ครั้งนั้น เราเป็นวิทยาธรสัญจรไปในอากาศ เราถือตรีศูลซึ่งกระทำไว้ดีแล้วเหาะไปพระพุทธเจ้าส่องสว่างอยู่ในป่า เหมือนกับไฟบนยอดภูเขา เหมือนพระจันทร์ในวันเพ็ญและเหมือนต้นพระยารังที่มีดอกบาน เราออกจากป่าเหาะไปตามพระรัศมีพระพุทธเจ้า เห็นคล้ายกับสีของไฟที่ไหม้ไม้อ้อ ยังจิตให้เลื่อมใส เราเลือกเก็บดอกไม้อยู่ ได้เห็นดอกกรรณิการ์ที่มีกลิ่นหอมจึงเก็บเอามา ๓ ดอก บูชาพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด ด้วยอานุภาพแห่งพระพุทธเจ้า

ครั้งนั้น ดอกไม้ของเราทั้ง ๓ ดอกเอาขั้วขึ้นเอากลีบลงทำเป็นเงา (บัง) แด่พระศาสดาด้วยกรรมที่ได้ทำไว้ดีแล้วนั้น และด้วยการตั้งเจตน์จำนง เราละร่างมนุษย์แล้ว ได้ไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ วิมานของเราสูง ๖๐ โยชน์กว้าง ๓๐ โยชน์ อันบุญกรรมทำให้อย่างสวยงามในดาวดึงส์นั้นปรากฏชื่อว่า กรรณิการ์ แล่งธนูตั้งพัน ลูกคลีหนัง ๗ ลูก คนถือธงสำเร็จด้วยสีเขียวใบไม้ หิ้งแขวนตั้งแสนปรากฏในปราสาทของเราบัลลังก์ สำเร็จด้วยทองก็มี สำเร็จด้วยแก้วมณีก็มี สำเร็จด้วยแก้วทับทิมก็มี สำเร็จด้วยแก้วผลึกก็มี ตามแต่จะต้องการปรารถนาที่นอนมีค่ามากยัดด้วยนุ่น มีผ้าลาดลายรูปสัตว์ต่างๆ มีราชสีห์เป็นต้นผ้าลาดมีชายเดียว

มีหมอนพร้อม ปรากฏว่ามีอยู่ในปราสาทของเราในเวลาที่เราปรารถนาจะออกจากภพเที่ยวจาริกไปในเทวโลก ย่อมเป็นผู้อันหมู่เทวดาแวดล้อมไป เราสถิตอยู่ภายใต้ดอกไม้ เบื้องบนเรามีดอกไม้เป็นเครื่องกำบัง สถานที่โดยรอบร้อยโยชน์ ถูกคลุมด้วยดอกกรรณิการ์ดนตรี ๖ หมื่นบำรุงทั้งเช้าและเย็น ไม่เกียจคร้านแวดล้อมเราเป็นนิตย์ ตลอดคืนตลอดวัน เรารื่นรมย์ด้วยการฟ้อนการขับและด้วยกังสดาล เครื่องประโคม เป็นผู้มักมากด้วยกามบันเทิงอยู่ด้วยความยินดีในการเล่น ครั้งนั้น เราบริโภคและดื่มในวิมานนั้นบันเทิงอยู่ในไตรทศ เราพร้อมด้วยหมู่นางเทพอัปสรบันเทิงอยู่ในวิมานอันสูงสุด

เราได้เสวยราชสมบัติในเทวโลก ๕๐๐ครั้งได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓๐๐ ครั้ง และได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์ โดยคณนานับมิได้ เมื่อเรายังท่องเที่ยวอยู่ในภพน้อยภพใหญ่ ย่อมได้โภคทรัพย์มากมาย ความบกพร่องในโภคทรัพย์ไม่มีแก่เราเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา เราท่องเที่ยวอยู่ในสองภพคือ ในความเป็นเทวดาและในความเป็นมนุษย์ คติอื่นไม่รู้จัก นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา เราเกิดในสองสกุล คือ ในสกุลกษัตริย์หรือสกุลพรหมณ์ย่อมไม่เกิดในสกุลอันต่ำทรามนี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ยานช้าง ยานม้า และวอคานหามนี้ เราได้ทุกสิ่งทุกอย่างทีเดียว นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา หมู่ทาส หมู่ทาสี และนารีที่ประดับประดาแล้ว เราได้ทุกอย่างทีเดียว นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ผ้าแพร ผ้าขนสัตว์ ผ้าเปลือกไม้ ผ้าฝ้าย

เราได้ทุกชนิด นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ผ้าใหม่ ผลไม้ใหม่ โภชนะมีรสอันเลิสใหม่ๆ เราได้ทุกชนิด นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา คำว่าเชิญเคี้ยวสิ่งนี้ เชิญบริโภคสิ่งนี้ เชิญนอนบนที่นอนนี้ เราได้ทั้งนั้น นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา เราเป็นผู้อันเขาบูชาในที่ทุกสถานเรามียศใหญ่ยิ่ง มีศักดิ์ใหญ่ มีบริษัทไม่แตกแยกทุกเมื่อ เราเป็นผู้อุดมกว่าหมู่ญาติ นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา เราไม่รู้จักหนาวไม่รู้จักร้อน ไม่มีความกระวนกระวาย อนึ่ง ทุกข์ทางจิตย่อมไม่มีในหทัยของเราเลย

เราเป็นผู้มีผิวพรรณดังทองคำ เที่ยวไปในภพน้อยภพใหญ่ ความเป็นผู้มีวรรณะผิดแผกไป เราไม่รู้จักเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา เราอันกุศลมูลตักเตือนแล้ว จึงจุติจากเทวโลกมาเกิดในสกุลพราหมณ์มหาศาลอันมั่งคั่ง ในพระนครสาวัตถีละกามคุณ ๕ ออกบวชเป็นบรรพชิต เรามีอายุได้ ๗ ขวบแต่กำเนิดได้บรรลุอรหัต พระพุทธเจ้าผู้มีพระปัญญาจักษุ ทรงทราบถึงคุณของเรา จึงรับสั่งให้เราอุปสมบท เรายังหนุ่มก็ควรบูชา นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ทิพยจักษุของเราบริสุทธิ์ เราฉลาดในสมาธิ ถึงความบริบูรณ์แห่งอภิญญา นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา เราบรรลุปฏิสัมภิทาฉลาดแหลมในอิทธิบาท ถึงความบริบูรณ์ในพระสัทธรรม นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัปที่สามหมื่น เราได้บูชาพระพุทธเจ้าใดด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระตีณิกณิการปุปผิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ ตีณิกณิการปุปผิยเถราปทาน.

End of ๑. ตีณิกณิการปุปผิยเถราปทาน