arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · เสเรยยกวรรค

๔. คันโธทกิยเถราปทาน (๑๒๔) เล่ม ๓๒

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๒๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔/๑๐ ในเสเรยยกวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เสเรยยกวรรค คันโธทกิยเถราปทาน (๑๒๔) (ฉบับหลวง เล่ม ๓๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๒)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๒ หน้า ๒๗๒–๒๗๓

หน้า ๒๗๒

๔. คันโธทกิยเถราปทาน

บุพประวัติของพระคันโธทกิยเถระ

ว่าด้วยผลแห่งการประพรมนํ้าหอม

(ท่านพระคันโธทกิยเถระได้กล่าวบุพประวัติของตนไว้ว่า)

{๑๒๖} [๓๕] เรานั่งอยู่ที่ปราสาทอันประเสริฐได้เห็นพระชินเจ้าพระนามว่า วิปัสสีผู้งดงามดังไม้รกฟ้า ผู้เป็นสัพพัญญู ผู้ทำลายความมืด[๓๖] พระองค์ผู้นายกของโลกเสด็จดำเนินไปในที่ไม่ไกลปราสาท รัศมี ของพระองค์สว่างไสวในเมื่อดวงอาทิตย์อัสดงคตแล้ว[๓๗] เราประคองน้ำหอมประพรมบูชาพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด พร้อมจิตอันเลื่อมใสนั้น เราทำกาลกิริยา ณ ที่นั้น[๓๘] ในกัปที่ ๙๑ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้ประพรมน้ำหอมใด ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา[๓๙] ในกัปที่ ๓๑ แต่ภัทรกัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ มีพระนามว่าสุคันธะ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีกำลังมาก[๔๐] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราทำเสร็จแล้ว ดังนี้แลนัยว่า ท่านพระคันโธทกิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ไว้แล้ว ด้วยประการฉะนี้แล

จบ คันโธทกิยเถรปทานที่ ๔

หน้า ๒๗๓

๕. สัมมุขาถวิกเถราปทาน

บุพประวัติของพระสัมมุขาถวิกเถระ

ว่าด้วยผลแห่งการชมเชยพระพุทธเจ้า

(ท่านพระสัมมุขาถวิกเถระได้กล่าวบุพประวัติของตนไว้ว่า)

{๑๒๗} [๔๑] เมื่อพระวิปัสสีโพธิสัตว์ประสูติ เราพยากรณ์นิมิตและยังหมู่ชนให้เย็นใจว่า “เด็กนี้จักเป็นพระพุทธเจ้าในโลก”

[๔๒] ก็เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใดประสูติ หมื่นโลกธาตุ ย่อมไหวสะเทือน บัดนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ทรงเป็นพระศาสดาผู้มีพระจักษุ ทรงแสดงธรรมอยู่[๔๓] ก็เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใดประสูติ ได้มีแสงสว่างอันไพบูลย์ บัดนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นทรงเป็นพระศาสดา ผู้มีพระจักษุ ทรงแสดงธรรมอยู่[๔๔] ก็เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใดประสูติ แม่น้ำทั้งหลายไม่ไหล บัดนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นทรงเป็นพระศาสดา ผู้มีพระจักษุ ทรงแสดงธรรมอยู่[๔๕] ก็เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใดประสูติ ไฟในอเวจีนรก ไม่ลุกโพลง บัดนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นทรงเป็น พระศาสดาผู้มีพระจักษุ ทรงแสดงธรรมอยู่[๔๖] ก็เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใดประสูติ หมู่นกไม่สัญจร ไปมา บัดนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นทรงเป็นพระศาสดา ผู้มีพระจักษุ ทรงแสดงธรรมอยู่

จบ ๔. คันโธทกิยเถราปทาน (๑๒๔)