arnon.worldเข้าสู่ระบบ

อุมมาปุปผิยวรรค

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๒๓–๓๓๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๓๓/๕๙ ในอปทานมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

เตตฺตึโส อุมฺมาปุปฺผิยวคฺโค

ปฐมํ อุมฺมาปุปฺผิยตฺเถราปทานํ (๓๒๑)

อุมมาปุปผิยวรรคที่ ๓๓

อุมมาปุปผิยเถราปทานที่ ๑ (๓๒๑)

ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกผักตบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน อุมมาปุปผิยวรรค อุมมาปุปผิยเถราปทาน (๓๒๑) (ฉบับหลวง เล่ม ๓๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๒)

บาลี (สยามรัฐ)

สมาหิตํ สมาปนฺนํ สิทฺธตฺถมปราชิตํ

สมาธินา อุปวิฏฺฐํ อทฺทสาสึ ๑ นรุตฺตมํ ฯ

อุมฺมาปุปฺผํ คเหตฺวาน พุทฺธสฺส อภิปูชยึ ๒

สพฺเพ ปุปฺผา เอกสีสา อุทฺธํวณฺฏา อโธมุขา ฯ

สุจิตฺตา วิย ติฏฺฐนฺเต อากาเส ปุปฺผสนฺถรา

เตน จิตฺตปฺปสาเทน ตุสิตํ อุปปชฺชหํ ฯ

จตุนวุเต อิโต กปฺเป ยํ ปุปฺผมภิปูชยึ

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ

ปญฺจปญฺญาสิโต กปฺเป เอโก อาสิ มหีปติ

สมนฺตฉทโน นาม จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา อุมฺมาปุปฺผิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

อุมฺมาปุปฺผิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

๑ ม. อทฺทสาหํ ฯ ๒ ม. ยุ. อภิโรปยึ ฯ

ฉบับหลวง

เราได้เห็นพระพุทธเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้ไม่แพ้อะไรๆ สูงสุดกว่านระ มีพระหทัยมั่น ไม่หวั่นไหว กำลังเข้าสมาธิ เราจึงได้ถือเอาดอกผักตบไปบูชาแด่พระพุทธเจ้า ดอกผักตบทั้งหมดมียอดรวมกัน มีขั้วข้างบน มีหน้าข้างล่าง เป็นเหมือนมีจิตดี เป็นเครื่องลาดดอกไม้ประดิษฐานอยู่ในอากาศ ด้วยความเลื่อมใสแห่งจิตนั้น เราได้เข้าถึงชั้นดุสิต ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัลปที่ ๕๕ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิพระองค์หนึ่ง เป็นใหญ่ในแผ่นดิน ทรงพระนามว่าสมันตฉทนะ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระอุมมาปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ อุมมาปุปผิยเถราปทาน.

ทุติยํ ปุฬินปูชกตฺเถราปทานํ (๓๒๒)

ปุฬินปูชกเถราปทานที่ ๒ (๓๒๒)

ว่าด้วยผลแห่งการโปรยทราย

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน อุมมาปุปผิยวรรค ปุฬินปูชกเถราปทาน (๓๒๒) (ฉบับหลวง เล่ม ๓๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๒)

บาลี (สยามรัฐ)

กกุธํ วิลสนฺตํว นิสภาชานิยํ ยถา

โอสธีว วิโรจนฺตํ โอภาสนฺตํ นราสภํ ฯ

อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวาน อวนฺทึ สตฺถุโน อหํ

สตฺถารํ ปริวณฺเณสึ สกกมฺเมน โตสยึ ๑ ฯ

สุสุทฺธํ ปุฬินํ คยฺหํ ๒ คตมคฺเค สโมกิรึ

อุจฺฉงฺเคน คเหตฺวาน วิปสฺสิสฺส มเหสิโน ฯ

ตโต อุปฑฺฒปุฬินํ วิปฺปสนฺเนน เจตสา

ทิวาวิหาเร โอสิญฺจึ ทิปทินฺทสฺส ตาทิโน ฯ

เอกนวุเต อิโต กปฺเป ปุฬินํ ยํ อสิญฺจิหํ

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ปุฬินสฺส อิทํ ผลํ ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ปุฬินปูชโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

ปุฬินปูชกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

ฉบับหลวง

เราได้เห็นพระศาสดาผู้ประเสริฐกว่านระ สวยงามดังดอกรกฟ้า องอาจเหมือนม้าอาชาไนย รุ่งเรืองสว่างไสวดังดาวประกายพฤกษ์ เราจึงได้ประนมกรอัญชลีถวายบังคมแด่พระศาสดา เราสรรเสริญพระศาสดา ยินดีอยู่ด้วยกรรมของตน เรามีใจผ่องใส เอาทรายขาวบริสุทธิ์ กำมือหนึ่งห่อพกมาโปรยลงที่ทางเสด็จดำเนิน แห่งพระศาสดาพระนามว่าวิปัสสี ผู้แสวงหาคุณใหญ่ แต่นั้น เราเอาทรายครึ่งหนึ่งโปรยลงในที่พักกลางวันของพระองค์ผู้เป็นจอมสัตว์ ผู้คงที่ ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้โปรยทรายใด ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการโปรยทรายคุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระปุฬินปูชกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ ปุฬินปูชกเถราปทาน.

ตติยํ หาสชนกตฺเถราปทานํ (๓๒๓)

หาสชนกเถราปทานที่ ๓ (๓๒๓)

ว่าด้วยผลแห่งสัญญาในพระพุทธเจ้า

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน อุมมาปุปผิยวรรค หาสชนกเถราปทาน (๓๒๓) (ฉบับหลวง เล่ม ๓๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๒)

บาลี (สยามรัฐ)

ทุมคฺเค ปํสุกูลิกํ ๓ ลคฺคํ ทิสฺวาน สตฺถุโน

อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวาน ภิยฺโย อุจฺจาริตํ มยา ฯ

ทูรโต ปฏิทิสฺวาน ๑ หาโส เม อุปปชฺชถ

อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวาน ภิยฺโย จิตฺตํ ปสาทยึ ฯ

เอกนวุเต อิโต กปฺเป ยํ สญฺญมลภึ ตทา

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ พุทฺธสญฺญายิทํ ผลํ ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา หาสชนโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

หาสชนกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

๑ ยุ. โตสิโต ฯ ๒ ม. ยุ. คยฺห ฯ ๓ ม. ปํสุกูลกํ ฯ

ฉบับหลวง

เราได้เห็นผ้าบังสุกุลของพระศาสดาอันห้อยอยู่ที่ยอดไม้ จึงประนมกรอัญชลี แล้วเปล่งวาจาดัง ความยินดีเกิดขึ้นแก่เราเพราะได้เห็นแต่ไกลเราประนมกรอัญชลีแล้ว ยังจิตให้เลื่อมใสโดยยิ่ง ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้สัญญาใด ในกาลนั้น ด้วยสัญญานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลยนี้เป็นผลแห่งสัญญาในพระพุทธเจ้า คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระหาสชนกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ หาสชนกเถราปทาน.

จตุตฺถํ ยญฺญสามิกตฺเถราปทานํ (๓๒๔)

ยัญญสามิกเถราปทานที่ ๔ (๓๒๔)

ว่าด้วยผลแห่งสัญญาในพระพุทธเจ้า

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน อุมมาปุปผิยวรรค ยัญญสามิกเถราปทาน (๓๒๔) (ฉบับหลวง เล่ม ๓๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๒)

บาลี (สยามรัฐ)

ชาติยา สตฺตวสฺโสหํ อโหสึ มนฺตปารคู

กุลวํสํ ๒ อธาเรสึ ยญฺโญ อุสฺสาปิโต ๓ มยา ฯ

จุลฺลาสีติสหสฺสานิ ปสู หญฺญนฺติ เม ตทา

สารสฺมึ ๔ หิ อุปนีตานิ ยญฺญตฺถาย อุปฏฺฐิตา ฯ

อุกฺกามุโข ปหฏฺโฐว ๕ ขทิรงฺคารสนฺนิโภ

อุทยนฺโตว สุริโย ปุณฺณมาเยว จนฺทิมา ฯ

สิทฺธตฺโถ สพฺพสิทฺธตฺโถ ติโลกมหิโตหิโต

อุปคนฺตฺวาน สมฺพุทฺโธ อิทํ วจนมพฺรวิ ฯ

อหึสา สพฺพปาณานํ ๑ กุมาร มม รุจฺจติ

เถยฺยา จ อติจารา จ มชฺชปานา จ อารติ ฯ

รติ จ สมจริยาย พาหุสจฺจํ กตญฺญุตา

ทิฏฺเฐ ธมฺเม ปรตฺถ จ ธมฺมา เอเต ปสํสิยา ฯ

เอเต ธมฺเม ภาวยิตฺวา สพฺพสตฺตหิเต รโต

พุทฺเธ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา ภาเวหิ มคฺคมุตฺตมํ ฯ

อิทํ วตฺวาน สพฺพญฺญู โลกเชฏฺโฐ นราสโภ

มเมวํ อนุสาสิตฺวา เวหาสํ อุคฺคโต คโต ฯ

ปุพฺเพ จิตฺตํ วิโสเธตฺวา ปจฺฉา จิตฺตํ ปสาทยึ

เตน จิตฺตปฺปสาเทน ตุสิตํ อุปปชฺชหํ ฯ

จตุนวุเต อิโต กปฺเป ยทา จิตฺตํ ปสาทยึ

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ พุทฺธสญฺญายิทํ ผลํ ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ยญฺญสามิโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

ยญฺญสามิกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

ปญฺจมํ นิมิตฺตสญฺญกตฺเถราปทานํ (๓๒๕)

๑ ม. ทูรโต ปน ทิสฺวาน ฯ ๒ ม. กุลวตฺตํ ฯ ๓ ม. ยุ. อุสฺสาหิโต ฯ

๔ ม. ยุ. สารถมฺภุปนีตานิ ฯ ๕ ยุ. ปหโต ว ฯ

ฉบับหลวง

เรามีอายุได้ ๗ ปีแต่กำเนิด เป็นผู้รู้จบมนต์ ได้ดำรงวงศ์สกุล เราตระเตรียมพิธีบูชายัญในกาลนั้น เราจะฆ่าสัตว์เลี้ยง ๘๔,๐๐๐ ตัว และให้ผูกเข้าไว้ที่หลักไม้แก่น ตระเตรียมเพื่อประโยชน์แก่ยัญ พระสัมพุทธ-เจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ มีพระประสงค์สำเร็จทุกอย่าง ทรงมีประโยชน์ใหญ่หลวงแก่โลก ๓ ร่าเริงดังปากเบ้า มีพระรัศมีสุกสะกาวเช่นกับถ่านเพลิงไม้ตะเคียน ดังพระอาทิตย์อุทัย เหมือนพระจันทร์วันเพ็ญ เสด็จเข้ามาหา (เรา) แล้วได้ตรัสพระดำรัสนี้ว่า

ดูกรกุมาร ความไม่เบียดเบียนสัตว์ทั้งปวง การงดเว้นจากความเป็นขโมย การประพฤตินอกใจและการดื่มน้ำเมา ความยินดีในการประพฤติสม่ำเสมอ พาหุสัจจะ และความเป็นผู้กตัญญู เราชอบใจธรรมเหล่านี้ บัณฑิตพึงสรรเสริญทั้งในปัจจุบันและอนาคต ท่านเจริญธรรมเหล่านี้ ยินดีในความเกื้อกูลแก่สัตว์ทั้งปวง ยังจิตให้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้าแล้ว จงเจริญมรรคอันสูงสุดพระสัพพัญญู เชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐกว่านระ ตรัสดังนี้ ครั้นทรงพร่ำสอนเราอย่างนี้แล้ว เสด็จเหาะขึ้นสู่เวหาสไป เราชำระจิตให้บริสุทธิ์ก่อนแล้ว ยังจิตให้เลื่อมใสในภายหลัง ด้วยความเลื่อมใสแห่งจิตนั้น เราได้เข้าถึงชั้นดุสิต ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เรายังจิตให้เลื่อมใสในกาลใด ด้วยกรรมในกาลนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งสัญญาในพระพุทธเจ้า คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้วดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระยัญญสามิกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ ยัญญสามิกเถราปทาน.

นิมิตตสัญญกเถราปทานที่ ๕ (๓๒๕)

ว่าด้วยผลแห่งสัญญาในพระพุทธเจ้า

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน อุมมาปุปผิยวรรค นิมิตตสัญญกเถราปทาน (๓๒๕) (ฉบับหลวง เล่ม ๓๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๒)

บาลี (สยามรัฐ)

จนฺทภาคานทีตีเร วสามิ อสฺสเม อหํ

สุวณฺณมิคมทฺทกฺขึ จรนฺตํ วิวเน ๒ อหํ ฯ

มิเค จิตฺตํ ปสาเทตฺวา โลกเชฏฺฐํ อนุสฺสรึ

เตน จิตฺตปฺปสาเทน อญฺเญ พุทฺเธ อนุสฺสรึ ฯ

อพฺภตีตา จ เย พุทฺธา วตฺตมานา อนาคตา ๑

เอวเมว วิโรจนฺติ มิคราชาว เต ๒ ตโย ฯ

จตุนวุเต อิโต กปฺเป ยํ สญฺญมลภึ ตทา

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ พุทฺธสญฺญายิทํ ผลํ ฯ

สตฺตวีเส อิโต กปฺเป เอโก อาสิ มหีปติ

อรญฺญสตฺโต นาเมน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา นิมิตฺตสญฺญโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

นิมิตฺตสญฺญกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

๑ ม. สพฺพปาณีนํ ฯ ๒ ม. ยุ. วิปิเน ฯ

ฉบับหลวง

เราอยู่ในอาศรมใกล้ฝั่งแม่น้ำจันทภาคา เราได้เห็นกวางทองกำลังเที่ยวเดินอยู่ในไพรวัน จึงยังจิตให้เลื่อมใสในกวางทอง แล้วจึงระลึกถึงพระพุทธเจ้าผู้เจริญที่สุดในโลก เราระลึกถึงพระพุทธเจ้าเหล่าอื่น คือ พระ

พุทธเจ้าในอดีต ในปัจจุบัน และในอนาคต ด้วยจิตเลื่อมใสนั้นว่า

พระพุทธเจ้า ๓ จำพวกนั้นย่อมไพโรจน์ ดังพระยาเนื้อ ฉะนั้น ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้สัญญาใดในกาลนั้น ด้วยสัญญานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งสัญญาในพระพุทธเจ้า ในกัลปที่ ๒๗ แต่กัลปนี้ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิพระองค์หนึ่ง เป็นใหญ่ในแผ่นดิน มีพระนามว่าอรัญญสัตตะ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้วดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระนิมิตตสัญญกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ นิมิตตสัญญกเถราปทาน.

ฉฏฺฐํ อนฺนสํสาวกตฺเถราปทานํ (๓๒๖)

อันนสังสาวกเถราปทานที่ ๖ (๓๒๖)

ว่าด้วยผลแห่งการถวายภิกษา

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน อุมมาปุปผิยวรรค อันนสังสาวกเถราปทาน (๓๒๖) (ฉบับหลวง เล่ม ๓๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๒)

บาลี (สยามรัฐ)

สุวณฺณวณฺณํ สมฺพุทฺธํ คจฺฉนฺตํ อนฺตราปเณ

กญฺจนคฺฆิยสงฺกาสํ พตฺตึสวรลกฺขณํ ฯ

สิทฺธตฺถํ สพฺพสิทฺธตฺถํ อเนญฺชํ อปราชิตํ

สมฺพุทฺธํ อตินาเมตฺวา โภชยึ ตํ มหามุนึ ฯ

มุนิ การุณิโก โลเก โอภาสยิ มมํ ตทา

พุทฺเธ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา กปฺปํ สคฺคมฺหิ โมทหํ ฯ

จตุนวุเต อิโต กปฺเป ยํ ทานมททึ ตทา

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ภิกฺขทานสฺสิทํ ผลํ ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา อนฺนสํสาวโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

อนฺนสํสาวกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

สตฺตมํ นิคฺคุณฺฑิปุปฺผิยตฺเถราปทานํ (๓๒๗)

๑ ยุ. ตถาคตา ฯ ๒ ยุ. เจตโส ฯ

ฉบับหลวง

เราได้เห็นพระสัมพุทธเจ้าผู้มีพระฉวีวรรณดังทองคำ เช่นกับแท่งทองคำอันมีค่า มีพระลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ประการ เสด็จดำเนินอยู่ระหว่างตลาด เราจึงนมัสการพระสัมพุทธเจ้า พระนามว่าสิทธัตถะ ผู้มีพระประสงค์สำเร็จทุกอย่าง ไม่ทรงหวั่นไหว ไม่ทรงแพ้อะไร แล้วนิมนต์พระมหามุนีนั้นให้เสวยโภชนาหาร ในกาลนั้น พระมุนีผู้มีพระกรุณาในโลกได้ตรัสกะเรา เรายังจิตให้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้าแล้ว บันเทิงอยู่ในสวรรค์ตลอดกัลปในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายทานใดในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายภิกษา คุณวิเศษเหล่านี้ คือปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระอันนสังสาวกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ อันนสังสาวกเถราปทาน.

นิคคุณฑิปุปผิยเถราปทานที่ ๗ (๓๒๗)

ว่าด้วยผลแห่งกรรมดี

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน อุมมาปุปผิยวรรค นิคคุณฑิปุปผิยเถราปทาน (๓๒๗) (ฉบับหลวง เล่ม ๓๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๒)

บาลี (สยามรัฐ)

ยทา เทโว เทวกายา จวติ อายุสงฺขยา

ตโย สทฺทา นิจฺฉรนฺติ เทวานํ อนุโมทตํ ฯ

อิโต โภ สุคตึ คจฺฉ มนุสฺสานํ สหพฺยตํ

มนุสฺสภูโต สทฺธมฺเม ลภ สทฺธํ อนุตฺตรํ ฯ

สา เต สทฺธา นิวิฏฺฐสฺส มูลชาตา ปติฏฺฐิตา

ยาวชีวํ อสํหิรา สทฺธมฺเม สุปเวทิเต ฯ

กาเยน กุสลํ กตฺวา วาจาย กุสลํ พหุํ

มนสา กุสลํ กตฺวา อพฺยาปชฺฌํ นิรูปธึ ฯ

ตโต โอปธิกํ ปุญฺญํ กตฺวา ทาเนน ตํ พหุํ

อญฺเญ ๑ ปวเร สทฺธมฺเม พฺรหฺมจริเย นิเวสย ฯ

อิมาย อนุกมฺปาย เทวเทวํ ยถา วิทู

จวนฺตํ อนุโมทนฺติ เอหิ เทว ปุนปฺปุนํ ฯ

สํวิคฺโคหํ ๒ ตทา อาสึ เทวสงฺเฆ สมาคเต

กํสุ นาม อหํ โยนึ คมิสฺสามิ อิโต จุโต ฯ

มม สํเวคมญฺญาย สมโณ ภาวิตินฺทฺริโย

มมุทฺธริตุกาโม โส อาคจฺฉิ มม สนฺติกํ ฯ

สุมโน นาม นาเมน ปทุมุตฺตรสาวโก

อตฺถธมฺมานุสาสิตฺวา สํเวเชสิ มมนฺตทา ฯ

ทฺวาทสมํ ภาณวารํ ฯ

ตสฺสาหํ วจนํ สุตฺวา พุทฺเธ จิตฺตํ ปสาทยึ ฯ

ตํ ธีรํ ๓ อภิวาเทตฺวา ตตฺถ กาลํ กโต อหํ ฯ

อุปปชฺชึ ๔ ส ตตฺเถว สุกฺกมูเลน โจทิโต

วสนฺโต มาตุกุจฺฉิมฺหิ ปุน ธาเรตุ มาตุยา ฯ

ตมฺหา กายา จวิตฺวาน ติทเส อุปปชฺชหํ

เอตฺถนฺตเร น ปสฺสามิ โทมนสฺสํ อหํ ตทา ฯ

ตาวตึสา จวิตฺวาน มาตุกุจฺฉึ สโมกฺกมึ

นิกฺขมิตฺวาน กิจฺฉิมฺหา กิญฺจิ ๕ ทุกฺขํ อชานิหํ ฯ

ชาติยา สตฺตวสฺเสน ๑ อารามํ ปาวิสึ อหํ

โคตมสฺส ภควโต สกฺยปุตฺตสฺส ตาทิโน ฯ

วิตฺถาริเก ปาวจเน พาหุชญฺญมฺหิ สาสเน

อทฺทสํ สาสนํ กาเร ภิกฺขโว ตตฺถ สตฺถุโน ฯ

สาวตฺถิ นาม นครํ ราชา ตตฺถาสิ โกสโล

รเถน นาคยุตฺเตน อุเปสิ โพธิมุตฺตมํ ฯ

ตสฺสาหํ นาคํ ทิสฺวาน ปุพฺพกมฺมํ อนุสฺสรึ

อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวาน สมยํ อคมาสหํ ฯ

ชาติยา สตฺตวสฺโสว ปพฺพชึ อนคาริยํ

โย โส พุทฺธํ อุปฏฺฐาสิ อานนฺโท นาม สาวโก ฯ

คติมา ธิติมา เจว สติมา จ พหุสฺสุโต

รญฺโญ จิตฺตํ ปสาเทนฺโต นิยฺยาเทสิ มหาชุติ ฯ

ตสฺสาหํ ธมฺมํ สุตฺวาน ปุพฺพกมฺมํ อนุสฺสรึ

ตตฺเถว ฐิตโก สนฺโต อรหตฺตํ อปาปุณึ ฯ

เอกํสํ จีวรํ กตฺวา สิเร กตฺวาน อญฺชลึ

สมฺพุทฺธํ อภิวาเทตฺวา อิมํ วาจํ อุทีรยึ ฯ

ปทุมุตฺตรพุทฺธสฺส ทิปทินฺทสฺส ตาทิโน ๒

นิคุณฺฑิปุปฺผํ ปคฺคยฺห สีหาสเน ฐเปสหํ ฯ

เตน กมฺเมน ทิปทินฺท โลกเชฏฺฐ นราสภ

ปตฺโตมฺหิ อจลํ ฐานํ หิตฺวา ชยปราชยํ ฯ

ปญฺจวีสสหสฺสมฺหิ กปฺปานํ มนุชาธิปา

อพฺพุทนิรพฺพุทานิ อฏฺฐฏฺฐาสึสุ ขตฺติยา ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา นิคฺคุณฺฑิปุปฺผิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

นิคฺคุณฺฑิปุปฺผิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

อฏฺฐมํ สุมนาเวฬิยตฺเถราปทานํ (๓๒๘)

๑ ม. อญฺเญปิ มจฺเจ ... ฯ ยุ. อญฺเญ นิจฺเจว ... ฯ ๒ ม. สํเวโค เม ตทา อาสิ ฯ

๓ ยุ. วีรํ ฯ ๔ ยุ. อุปปชฺชิสฺสํ ฯ ๕ ม. ยุ. กณฺหสุกฺกํ อชานหํ ฯ

๑ ม. สตฺตวสฺโสว ฯ ๒ ม. ยุ. สตฺถุโน ฯ

ฉบับหลวง

เมื่อใดเทวดาจะจุติจากหมู่เทวดาเพราะสิ้นอายุ เมื่อนั้น เทวดาทั้งหลายผู้พลอยยินดีก็เปล่งเสียง ๓ ประการว่า ท่านผู้เจริญ ท่านจากนี้จงไปสู่สุคติสู่ความเป็นสหายของมนุษย์ เป็นมนุษย์แล้ว จงได้ศรัทธาอันยอดเยี่ยมในพระสัทธรรม ศรัทธาของท่าน ตั้งมั่นลงแล้ว จะเกิดเป็นมูลเค้า เป็นที่พึ่งจงมั่นคงในพระสัทธรรมอันพระผู้มีพระภาคประกาศดีแล้ว ตลอดชีวิตจงทำกุศลด้วยกาย จงทำกุศลด้วยวาจา จงทำกุศลด้วยใจ ให้มาก จงทำความไม่เบียดเบียน จงทำความไม่มีอุปธิ จงทำบุญให้ยิ่งไปกว่านั้นด้วยการให้ทานให้มาก จงชักชวนผู้อื่นให้ตั้งมั่นในพรหมจรรย์ อันเป็นสัทธรรมอย่างประเสริฐ หมู่เทวดาย่อมอนุโมทนากะเทวดาผู้จะจุติด้วยความอนุเคราะห์นี้สั่งว่า จงมาบ่อยๆ นะเทวดา ดังท่านผู้รู้แจ้งอนุโมทนากะพระพุทธเจ้าฉะนั้น ในกาลนั้น เมื่อหมู่เทวดามาประชุมกัน ข้าพระองค์เกิดความสลดใจว่า เราจุติจากนี้แล้ว จักไปสู่กำเนิดอะไรหนอ พระสมณะผู้มีอินทรีย์อันอบรมแล้ว ท่านมีนามชื่อว่าสุมนะ เป็นสาวกของพระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตระ รู้ความสลดใจของข้าพระองค์ ประสงค์จะช่วยเหลือจึงมาสู่สำนักของข้าพระองค์ พร่ำสอนอรรถธรรมแล้ว ยังข้าพระองค์ให้สังเวชในกาลนั้น.

จบ ภาณวารที่ ๑๒.

ข้าพระองค์ฟังคำของท่านแล้ว ยังจิตให้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้า อภิวาทท่านผู้เป็นนักปราชญ์แล้ว ทำกาลกิริยา ณ ที่นั้น ข้าพระองค์นั้น อันกุศลมูลตักเตือนแล้ว อุบัติในภพนั้นแล อยู่ในครรภ์มารดา ทรงอยู่ในมารดาอีกข้าพระองค์จุติจากกายนั้นแล้ว ได้อุบัติในไตรทศ (ดาวดึงส์) ในระหว่างนี้ ข้าพระองค์ไม่เห็นความโทมนัสในกาลนั้นเลย ข้าพระองค์เคลื่อนจากดาวดึงส์แล้ว ลงสู่ครรภ์มารดา ออกจากครรภ์มารดาแล้ว ไม่รู้ทุกข์อะไรๆ ข้าพระองค์มีอายุ ๗ ปี แก่กำเนิด ได้เข้าสู่อารามของพระผู้มีพระภาคพระนามว่า โคดมศากยบุตร ผู้คงที่ ได้เห็นภิกษุทั้งหลายผู้ทำตามคำสอนของพระศาสดา ในปาพจน์อันพิสดาร ในศาสนาอันเกื้อกูลแก่ชนเป็นอันมากนั้น พระนครชื่อว่าสาวัตถี พระเจ้าโกศลเป็นใหญ่ในนครนั้น

พระองค์เสด็จไปสู่โพธิพฤกษ์อันอุดมด้วยรถอันเทียมด้วยช้างพลายข้าพระองค์เห็นช้างพลายของพระเจ้าโกศลนั้นแล้ว ระลึกถึงบุพกรรมประนมกรอัญชลีแล้วได้ไปสู่ที่ประชุม ข้าพระองค์มีอายุ ๗ ปีแต่กำเนิดได้บวชเป็นบรรพชิต พระเถระชื่ออานนท์ เป็นพระสาวกอุปัฏฐานพระพุทธเจ้า ท่านมีคติ มีธิติ มีสติ เป็นพหูสูต มีความรุ่งเรืองมาก ยังจิตของพระราชาให้ทรงเลื่อมใสส่งกลับไป ข้าพระองค์ได้ฟังธรรมของท่านพระอานนท์แล้ว ระลึกถึงบุรพกรรมอยู่ในที่นั้นเอง ได้บรรลุอรหัตข้าพระองค์ห่มจีวรเฉวียงบ่า ประนมกรอัญชลีบนเศียรเกล้า ถวายบังคมพระสัมพุทธเจ้าแล้ว ได้เปล่งวาจานี้ ข้าพระองค์ถือเอาดอกไม้ย่านทรายไปวางที่อาสนะทองของพระพุทธเจ้า พระนามว่าปทุมุตระ ผู้เป็นจอมสัตว์ผู้คงที่ ข้าแต่พระองค์ผู้จอมสัตว์ เชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐกว่านระด้วยกรรมนั้น ข้าพระองค์ละความชนะและความแพ้แล้ว บรรลุถึงฐานะอันไม่หวั่นไหว ในกัลปที่ ๒๕๐๐๐ (แต่กัลปนี้) ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิจอมกษัตริย์แปดหมื่นแปดร้อยล้านพระองค์ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพระองค์ทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาข้าพระองค์ได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระนิคคุณฑิปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ นิคคุณฑิปุปผิยเถราปทาน.

สุมนาเวฬิยเถราปทานที่ ๘ (๓๒๘)

ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยพวงมาลัยดอกมะลิ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน อุมมาปุปผิยวรรค สุมนาเวฬิยเถราปทาน (๓๒๘) (ฉบับหลวง เล่ม ๓๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๒)

บาลี (สยามรัฐ)

เวสฺสภุสฺส ภควโต โลกเชฏฺฐสฺส ตาทิโน

สพฺเพ ชนา สมาคมฺม มหาปูชํ กโรนฺติ เต ฯ

สุธาย ปิณฺฑํ กตฺวาน อาเวฬํ สุมนายหํ

สีหาสนสฺส ปุรโต อภิโรเปสหํ ตทา ฯ

สพฺเพ ชนา สมาคมฺม เปกฺขนฺติ ปุปฺผมุตฺตมํ

เกนิทํ ปูชิตํ ปุปฺผํ พุทฺธเสฏฺฐสฺส ตาทิโน ฯ

เตน จิตฺตปฺปสาเทน นิมฺมานํ อุปปชฺชหํ

อนุโภมิ ๑ สกํ กมฺมํ ปุพฺเพ สุกตมตฺตโน ฯ

ยํ ยํ โยนูปปชฺชามิ เทวตฺตํ อถ มานุสํ

สพฺเพสานํ ปิโย โหมิ ปุปฺผปูชายิทํ ผลํ ฯ

นาภิชานามิ กาเยน วาจาย อุท เจตสา

สํยตานํ ตปสฺสีนํ กตํ อุปฏฺฐาหิตํ มยา ฯ

เตน สุจริเตนาหํ จิตฺตสฺส ปณิธีหิ จ

สพฺเพสํ ปูชิโต โหมิ อนกฺโกสสฺสิทํ ผลํ ฯ

เอกตฺตึเส อิโต กปฺเป ยํ ปุปฺผมภิปูชยึ

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ

อิโต เอกาทเส กปฺเป สหสฺสาโรสิ ขตฺติโย

สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา สุมนาเวฬิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

สุมนาเวฬิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

๑ ม. อนุโภสึ ฯ

ฉบับหลวง

ชนทั้งปวงมาประชุมกันทำการบูชาใหญ่ แด่พระผู้มีพระภาคพระนามว่าเวสสภู ผู้เป็นเชษฐบุรุษของโลก ผู้คงที่ในกาลนั้น เราใส่ก้อนปูนขาวแล้ววางพวงมาลัยดอกมะลิไว้บูชาข้างหน้าแห่งอาสนะทอง ชนทั้งปวงมามุงดูดอกไม้อันอุดมด้วยดำริว่า ใครบูชาดอกไม้นี้แก่พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุดผู้คงที่ เราได้เข้าถึงชั้นนิมมานรดี เพราะจิตอันเลื่อมใสนั้น ได้เสวยกรรมของตน ที่ตนทำไว้ดีในกาลก่อน เราเข้าถึงกำเนิดใดๆ คือความเป็นเทวดาหรือมนุษย์ ย่อมเป็นที่รักของปวงชน นี้เป็นผลแห่งการบูชาด้วยดอกไม้ เราไม่รู้จักทุคติด้วยกาย ด้วยวาจา หรือด้วยใจเลยเราทำการบำรุงแก่ภิกษุทั้งหลายผู้สำรวมแล้ว ผู้มีตบะ ด้วยความประพฤติชอบนั้น และด้วยการตั้งจิตมั่น เราเป็นผู้ที่ปวงชนบูชา นี้เป็นผลแห่งการไม่ด่า ในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใดด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัลปที่๑๑ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิจอมกษัตริย์ ทรงพระนามว่าสหัสสาระ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้วพระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระสุมนาเวฬิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ สุมนาเวฬิยเถราปทาน.

นวมํ ปุปฺผฉตฺติยตฺเถราปทานํ (๓๒๙)

ปุปผฉัตติยเถราปทานที่ ๙ (๓๒๙)

ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยฉัตรดอกบัว

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน อุมมาปุปผิยวรรค ปุปผฉัตติยเถราปทาน (๓๒๙) (ฉบับหลวง เล่ม ๓๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๒)

บาลี (สยามรัฐ)

สิทฺธตฺถสฺส ภควโต โลกเชฏฺฐสฺส ตาทิโน

สจฺจํ ปกาสยนฺตสฺส นิพฺพาเปนฺตสฺส ปาณิโน ฯ

ชลชํ อาหริตฺวาน สตฺตปตฺตํ มโนรมํ

ปุปฺผสฺส ฉตฺตํ กตฺวาน พุทฺธสฺส อภิโรปยึ ฯ

สิทฺธตฺโถ จ โลกวิทู อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห

ภิกฺขุสงฺเฆ ฐิโต สตฺถา อิมํ ๑ คาถํ อภาสถ ฯ

โย เม จิตฺตํ ปสาเทตฺวา ปุปฺผฉตฺตํ อธารยิ ๒

เตน จิตฺตปฺปสาเทน ทุคฺคตึ โส น คจฺฉติ ฯ

อิทํ วตฺวาน สมฺพุทฺโธ สิทฺธตฺโถ โลกนายโก

อุยฺโยเชตฺวาน ปริสํ เวหาสํ นภมุคฺคมิ ฯ

อุฏฺฐิเต นรเทวมฺหิ เสตจฺฉตฺตํปิ วุฏฺฐหิ

ปุรโต พุทฺธเสฏฺฐสฺส คจฺฉติ ฉตฺตมุตฺตมํ ฯ

จตุนวุเต อิโต กปฺเป ยํ ฉตฺตํ อภิโรปยึ

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ปุปฺผฉตฺตสฺสิทํ ผลํ ฯ

จตุสตฺตติกปฺปมฺหิ อฏฺฐ ชลสิขา อหุ

สตฺตรตนสมฺปนฺนา จกฺกวตฺตี มหพฺพลา ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ปุปฺผฉตฺติโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

ปุปฺผฉตฺติยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

ทสมํ สปริวารฉตฺตทายกตฺเถราปทานํ (๓๓๐)

ฉบับหลวง

เมื่อพระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิทธัตถะ เชษฐบุรุษของโลก ผู้คงที่ ทรงประกาศสัจจะ ยังสัตว์ทั้งหลายให้ดับอยู่ เรานำดอกบัวซึ่งเกิดในน้ำ เป็นที่รื่นรมย์ใจ มาเป็นทำเป็นฉัตรดอกไม้บูชาแด่พระพุทธเจ้า ก็พระศาสดาพระนามว่าสิทธัตถะ ทรงรู้แจ้งโลก เป็นผู้สมควรรับเครื่องบูชา ประทับอยู่ณ ท่ามกลางภิกษุสงฆ์ ได้ตรัสคาถานี้ว่า ผู้ใดยังจิตให้เลื่อมใส ได้กั้นฉัตรดอกไม้ให้เรา ด้วยความเลื่อมใสแห่งจิตนั้น ผู้นั้นจะไม่ไปสู่ทุคติเลยพระสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้เป็นนายกของโลก ครั้นตรัสดังนี้แล้ว ทรงส่งบริษัทไปแล้วเสด็จเหาะขึ้นนภากาศ เมื่อพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐกว่านระ เสด็จลุกขึ้น แม้ฉัตรขาวก็ตั้งขึ้น ฉัตรอันอุดมไปข้างหน้าแห่งพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยฉัตรใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้าด้วยฉัตรดอกไม้ ในกัลปที่ ๗๔ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๘ พระองค์ ทรงมีพระนามว่าชลสิขะ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระปุปผฉัตติยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ ปุปผฉัตติยเถราปทาน.

สปริวารฉัตตทายกเถราปทานที่ ๑๐ (๓๓๐)

ว่าด้วยผลแห่งการถวายฉัตร

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน อุมมาปุปผิยวรรค สปริวารฉัตตทายกเถราปทาน (๓๓๐) (ฉบับหลวง เล่ม ๓๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๒)

บาลี (สยามรัฐ)

ปทุมุตฺตโร โลกวิทู อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห

อากาเส ชลวุฏฺฐีว วสฺสเต ธมฺมวุฏฺฐิยา ฯ

ตมทฺทสาสึ สมฺพุทฺธํ เทเสนฺตํ อมตํ ปทํ

สกํ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา อคมาสึ สกํ ฆรํ ฯ

ฉตฺตํ อลงฺกตํ คยฺห อุปคญฺฉึ นรุตฺตมํ

หฏฺโฐ หฏฺเฐน จิตฺเตน อากาเส อุกฺขิปึ อหํ ฯ

สุสงฺคหิตยานํว ทนฺโตว สาวกุตฺตโม

อุปคนฺตฺวาน สมฺพุทฺธํ มตฺถเก สมฺปติฏฺฐหิ ฯ

อนุกมฺปโก การุณิโก พุทฺโธ โลกคฺคนายโก

ภิกฺขุสงฺเฆ นิสีทิตฺวา อิมา คาถา อภาสถ ฯ

เยน ฉตฺตมิทํ ทินฺนํ อลงฺกตํ มโนรมํ

เตน จิตฺตปฺปสาเทน ทุคฺคตึ โส น คจฺฉติ ฯ

สตฺตกฺขตฺตุํ จ เทเวสุ เทวรชฺชํ กริสฺสติ

ทฺวตฺตึสกฺขตฺตุํ ๑ ราชา จ จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ ฯ

กปฺปสตสหสฺสมฺหิ โอกฺกากกุลสมฺภโว

โคตโม นาม นาเมน ๒ สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ ฯ

ตสฺส ธมฺเมสุ ทายาโท โอรโส ธมฺมนิมฺมิโต

สพฺพาสเว ปริญฺญาย นิพฺพายิสฺสตินาสโว ฯ

พุทฺธสฺส คิรมญฺญาย วาจาสภิมุทีริตํ

ปสนฺนจิตฺโต สุมโน ภิยฺโย หาสํ ชเนสหํ ฯ

ชหิตฺวา มานุสํ โยนึ ทิพฺพโยนึ ๓ สมชฺฌคํ

วิมานมุตฺตมํ มยฺหํ อพฺภุคฺคตํ มโนรมํ ฯ

วิมานา นิกฺขมนฺตสฺส เสตจฺฉตฺตํ ธรียติ

ตทา สญฺญํ ปฏิลภามิ ปุพฺพกมฺมสฺสิทํ ผลํ ฯ

เทวโลกา จวิตฺวาน มนุสฺสตฺตญฺจ อาคมึ

ฉตฺตึสกฺขตฺตุํ จกฺกวตฺติ สตฺตกปฺปสตมฺหิโต ฯ

ตมฺหา กายา จวิตฺวาน อาคจฺฉึ ติทสํ ปุรํ

สํสริตฺวานุปุพฺเพน มานุสํ ปุนราคมึ ฯ

โอกฺกนฺตํ มาตุกุจฺฉึ มํ เสตจฺฉตฺตํ อธารยุํ

ชาติยา สตฺตวสฺโสหํ ปพฺพชึ อนคาริยํ ฯ

สุนนฺโท นาม นาเมน พฺราหฺมโณ มนฺตปารคู

ผลิกํ ๑ ฉตฺตมาทาย สาวกคฺคสฺส โส อทา ๒ ฯ

อนุโมทิ มหาวีโร สารีปุตฺโต มหากถี

สุตฺวานุโมทนํ ตสฺส ปุพฺพกมฺมํ อนุสฺสรึ ฯ

อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวาน สกํ จิตฺตํ ปสาทยึ

สริตฺวา ปุริมํ กมฺมํ อรหตฺตํ อปาปุณึ ฯ

อุฏฺฐาย อาสนา ตมฺหา สิเร กตฺวาน อญฺชลึ

สมฺพุทฺธํ อภิวาเทตฺวา อิมํ วาจมุทีรยึ ฯ

สตสหสฺเส อิโต กปฺเป พุทฺโธ โลเก อนุตฺตโร

ปทุมุตฺตโร โลกวิทู อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห ฯ

ตสฺส ฉตฺตํ มยา ทินฺนํ วิจิตฺตํ สมลงฺกตํ

อุโภหตฺเถหิ ปคฺคณฺหิ สยมฺภู อคฺคปุคฺคโล ฯ

อโห พุทฺโธ ๑ อโห ธมฺโม ๒ อโห โน สตฺถุสมฺปทา

เอกฉตฺตสฺส ทาเนน ทุคฺคตึ นูปปชฺชหํ ฯ

กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา

สพฺพาสเว ปริญฺญาย วิหรามิ อนาสโว ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา สปริวารฉตฺตทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

สปริวารฉตฺตทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

อุทฺทานํ

อุมฺมาปุปฺผญฺจ ปุฬินํ หาโส ยญฺโญ นิมิตฺตโก

สํสาวโก นิคฺคุณฺฑิ จ สุมนา ปุปฺผฉตฺตโก

สปริวารฉตฺโต จ คาถา สตฺตสตุตฺตรา ฯ

อุมฺมาปุปฺผิยวคฺโค เตตฺตึโส ฯ

______________

๑ โป. ยุ. อิมา คาถา ฯ ๒ ม. อธารยึ ฯ ยุ. อการยึ ฯ

๑ ยุ. ฉตฺตึสกฺขตฺตุํ ฯ ๒ ม. โคตุเตน ฯ ๓ ยุ. เทวโยนึ ฯ

๑ ม. ภลิตํ ฯ ๒ ม. ตทา ฯ

๑ ยุ. พุทฺธา ฯ ๒ ยุ. ธมฺมา ฯ

ฉบับหลวง

พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตระ ทรงรู้แจ้งโลก สมควรรับเครื่องบูชาทรงยังฝนคือธรรมให้ตกอยู่ เหมือนน้ำฝนในอากาศ ข้าพระองค์ได้เห็นพระสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงแสดงอมฤตบทอยู่ ยังจิตของตนให้เลื่อมใสแล้วได้ไปสู่เรือนของตน ข้าพระองค์ถือเอาฉัตรที่ประดับแล้ว เข้าไปเฝ้าพระสัมพุทธเจ้าผู้อุดมกว่านระ ข้าพระองค์มีจิตโสมนัสยินดีโยนฉัตรขึ้นไปบนอากาศ บรรดาพระสาวกผู้สงเคราะห์ดี พระสาวกผู้อุดมฝึกตนแล้วเข้าไปเฝ้าพระสัมพุทธเจ้าแล้ว ตั้งฉัตรไว้เหนือพระเศียร

พระพุทธเจ้าผู้อนุเคราะห์ กอปรด้วยพระกรุณา อัครนายกของโลก ประทับนั่งท่ามกลางภิกษุสงฆ์แล้ว ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า ผู้ใดถวายฉัตรอันประดับแล้วเป็นที่รื่นรมย์ใจนี้ ด้วยความเลื่อมใสแห่งจิตนั้น ผู้นั้นจะไม่ไปสู่ทุคติเลย จักได้เสวยเทวรัชสมบัติในเทวดา ๗ ครั้ง และจะได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราช ๓๒ ครั้ง ในแสนกัลป แต่กัลปนี้ พระศาสดามีพระนามชื่อว่าโคดม ซึ่งมีสมภพในวงศ์พระเจ้าโอกกากราช จักเสด็จอุบัติในโลกผู้นั้นจักเป็นโอรสผู้รับมรดกในธรรมของพระศาสดาพระองค์นั้น อันธรรมนิรมิต จักรู้ทั่วถึงพระดำรัสที่พระพุทธเจ้าเปล่งเป็นอาสภิวาจา กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว จักเป็นผู้ไม่มีอาสวะนิพพาน

ข้าพระองค์มีจิตเลื่อมใสโสมนัส ยังความยินดีให้เกิดโดยยิ่ง ข้าพระองค์ละกำเนิดมนุษย์แล้วได้ไปสู่กำเนิดทิพย์ วิมานของข้าพระองค์สวยงาม สูงเยี่ยม เป็นที่รื่นรมย์ใจ เมื่อข้าพระองค์ออกจากวิมาน เทวดาทั้งหลายย่อมกั้นฉัตรขาวให้ข้าพระองค์กลับได้สัญญาในกาลนั้น นี้เป็นผลแห่งบุรพกรรม ข้าพระองค์จุติจากเทวโลกแล้ว ได้มาสู่ความเป็นมนุษย์ ในกัลปที่ ๗๐๐ แต่กัลปนี้ ข้าพระองค์ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓๖ ครั้ง จุติจากกายนั้นแล้วได้ไปสู่ไตรทศบุรี ท่องเที่ยวไปโดยลำดับแล้ว ได้มาสู่ความเป็นมนุษย์อีก ชนทั้งหลายได้กั้นฉัตรขาวให้ข้าพระองค์ผู้ลงสู่ครรภ์มารดา ข้าพระองค์มีอายุ ๗ ปีแต่กำเนิด

ออกบวชเป็นบรรพชิต พราหมณ์ มีนามว่าสุนันทะรู้จบมนต์ เขาได้ถือเอาฉัตรมีสีดังแก้วผลึกมาถวายแก่อัครสาวก พระสารีบุตรมหาวีระ ผู้มีวาจาน่าบูชา อนุโมทนา ข้าพระองค์ฟังอนุโมทนาของท่านแล้ว ระลึกถึงบุรพกรรมได้ จึงประนมกรอัญชลี ยังจิตของตนให้เลื่อมใส ระลึกถึงกรรมเก่าได้แล้วได้บรรลุอรหัต ลุกจากอาสนะนั้นแล้วประนมกรอัญชลีเหนือเศียร ถวายบังคมพระสัมพุทธเจ้าแล้ว เปล่งวาจานี้ว่า ในกัลปที่แสนแต่กัลปนี้ ข้าพระองค์ได้ถวายฉัตรอันวิจิตรประดับสวยงามแด่พระพุทธเจ้า ผู้ยอดเยี่ยมในโลก พระนามว่าปทุมุตระ ทรงรู้แจ้งโลก สมควรรับเครื่องบูชา พระสยัมภูอัครบุคคลทรงรับด้วยพระหัตถ์ทั้งสอง โอ พระพุทธเจ้า โอ พระธรรม โอหนอ ความถึงพร้อมแห่งศาสดา ด้วยการถวายฉัตรคันหนึ่ง ข้าพระองค์ไม่เข้าถึงทุคติเลย ข้าพระองค์เผากิเลสทั้งหลายแล้ว ถอนภพทั้งปวงขึ้นได้แล้ว กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพระองค์ทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาข้าพระองค์ได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระสปริวารฉัตตทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ สปริวารฉัตตทายกเถราปทาน.

------------------------

รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. อุมมาปุปผิยเถราปทาน ๒. ปุฬินปูชกเถราปทาน

๓. หาสชนกเถราปทาน ๔. ยัญญสามิกเถราปทาน

๕. นิมิตตสัญญกเถราปทาน ๖. อันนสังสาวกเถราปทาน

๗. นิคุณฑิปุปผิยเถราปทาน ๘. สุมนาเวฬิยเถราปทาน

๙. ปุปผฉัตติยเถราปทาน ๑๐. สปริวารฉัตตทายกเถราปทาน

มีคาถา ๑๐๗ คาถา.

จบ อุมมาปุปผิยวรรคที่ ๓๓

จบ อุมมาปุปผิยวรรค