arnon.worldเข้าสู่ระบบ

อัมพฏผลวรรค

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๘๓–๓๙๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๓๙/๕๙ ในอปทานมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

อัมพฏผลวรรคที่ ๓๙

อัมพฏผลทายกเถราปทานที่ ๑ (๓๘๑)

ว่าด้วยผลแห่งการถวายผลมะกอก

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน อัมพฏผลวรรค อัมพฏผลทายกเถราปทาน (๓๘๑) (ฉบับหลวง เล่ม ๓๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๒)

บาลี (สยามรัฐ)

สตรํสี นาม ภควา สยมฺภู อปราชิโต

วิเวกกาโม สมฺพุทฺโธ โคจรายาภินิกฺขมิ ฯ

ผลหตฺโถ อหํ ทิสฺวา อุปคญฺฉึ นราสภํ

ปสนฺนจิตฺโต สุมโน อมฺพฏํ ๑ อททํ ผลํ ฯ

จตุนวุเต อิโต กปฺเป ยํ ผลํ อททํ อหํ

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ผลทานสฺสิทํ ผลํ ฯ

สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ

กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา

นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา อมฺพฏผลทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

อมฺพฏผลทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

๑ ม. อวฏํ ฯ ยุ. อวณฺฏํ ฯ

ฉบับหลวง

พระผู้มีพระภาคสัมพุทธเจ้า พระนามว่าสตรังสี ผู้เป็นเอกไม่ทรงแพ้อะไรๆทรงใคร่ความสงัด เสด็จออกโคจรบิณฑบาต เราถือผลไม้อยู่ ได้เห็นพระองค์ มีจิตเลื่อมใสโสมนัส จึงเข้าไปเฝ้าพระนราสภแล้ว ได้ถวายผลมะกอก ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายผลไม้ใด ด้วยทานนั้นเราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้ การที่เราได้มาในศาสนาแห่งพระพุทธเจ้าของเรา เป็นการมาดีแล้วหนอ วิชชา ๓ เราบรรลุแล้วโดยลำดับ พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว เราเผากิเลสทั้งหลายแล้วถอนภพทั้งปวงขึ้นได้หมดแล้ว ตัดกิเลสเครื่องผูกดังช้างตัดเชือกแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระอัมพฏผลทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ อัมพฏผลทายกเถราปทาน.

ทุติยํ ลพุชทายกตฺเถราปทานํ (๓๘๒)

ลพุชทายกเถราปทานที่ ๒ (๓๘๒)

ว่าด้วยผลแห่งการถวายผลขนุนสำมะลอ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน อัมพฏผลวรรค ลพุชทายกเถราปทาน (๓๘๒) (ฉบับหลวง เล่ม ๓๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๒)

บาลี (สยามรัฐ)

นคเร พนฺธุมติยา อาสึ อารามิโก ตทา

อทฺทสํ วิรชํ พุทฺธํ คจฺฉนฺตํ อนิลญฺชเส ฯ

ลพุชสฺส ผลํ คยฺห พุทฺธเสฏฺฐสฺสทาสหํ

อากาเส ฐิตโก สนฺโต ปฏิคฺคณฺหิ มหายโส ฯ

ปีติสญฺชนนํ ๑ มยฺหํ ทิฏฺฐธมฺมสุขาวหํ

ผลํ พุทฺธสฺส ทตฺวาน วิปฺปสนฺเนน เจตสา ฯ

อธิคญฺฉึ ตทา ปีตึ วิปุลญฺจ สุขุตฺตมํ

อุปฺปชฺชเตว รตนํ นิพฺพตฺตสฺส ยหึ ๒ ตหึ ฯ

เอกนวุเต อิโต กปฺเป ยํ ผลํ อททึ ตทา

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ผลทานสฺสิทํ ผลํ ฯ

สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ

กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา

นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ลพุชทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

ลพุชทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

ตติยํ อุทุมฺพรผลทายกตฺเถราปทานํ (๓๘๓)

๑ ม. ยุ. วิตฺติสญฺชนนํ ... ฯ ๒ ม. ตหึ ฯ

ฉบับหลวง

ในกาลนั้น เราเป็นคนรักษาสวนอยู่ในพระนครพันธุมดี ได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้ปราศจากธุลี กำลังเสด็จเหาะไปในอากาศ เราได้ถือเอาผลขนุนสำมะลอไปถวายแด่พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด พระองค์ผู้มียศมากประทับยืนอยู่ในอากาศทรงรับทานของเรา นั่นเป็นเหตุให้ปิติเกิดแก่เรา เป็นเครื่องนำสุขมาให้ในปัจจุบัน ครั้นได้ถวายผลไม้แด่พระพุทธเจ้าด้วยใจอันผ่องใสแล้ว เราได้บรรลุถึงปีติและอุดมสุขอันไพบูลย์ในกาลนั้น แก้วย่อมเกิดขึ้นแก่เราในภพที่เราเกิด ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายผลไม้ใด ในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รุ้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้ การที่เราได้มาในศาสนาแห่งพระพุทธเจ้าของเรา เป็นการมาดีแล้วหนอ วิชชา ๓ เราได้บรรลุแล้วโดยลำดับ พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ถอนภพทั้งปวงขึ้นได้หมดแล้วตัดกิเลสเครื่องผูกดังช้างตัดเชือกแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระลพุชทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ ลพุชทายกเถราปทาน.

อุทุมพรผลทายกเถราปทานที่ ๓ (๓๘๓)

ว่าด้วยผลแห่งการถวายผลมะเดื่อ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน อัมพฏผลวรรค อุทุมพรผลทายกเถราปทาน (๓๘๓) (ฉบับหลวง เล่ม ๓๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๒)

บาลี (สยามรัฐ)

นินฺนคานทิยา ๑ ตีเร วิหาสิ ปุริสุตฺตโม

อทฺทสํ วิรชํ พุทฺธํ เอกคฺคํ สุสมาหิตํ ฯ

ตสฺมึ ปสนฺนมานโส กิเลสมลโธวเน

อุทุมฺพรผลํ คยฺห พุทฺธเสฏฺฐสฺสทาสหํ ฯ

เอกนวุเต อิโต กปฺเป ยํ ผลํ อททึ ตทา

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ผลทานสฺสิทํ ผลํ ฯ

สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ

กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา

นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา อุทุมฺพรผลทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

อุทุมฺพรผลทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

จตุตฺถํ มิลกฺขุผลทายกตฺเถราปทานํ (๓๘๔)

๑ ม. ยุ. วินตานทิยา ฯ

ฉบับหลวง

พระพุทธเจ้าผู้อุดมบุรุษ ประทับอยู่ใกล้ฝั่งแม่น้ำนินนคา เราได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้ปราศจากกิเลสธุลี มีพระหฤทัยมั่นคง ไม่ระส่ำระสาย เรามีใจเลื่อมใสในพระองค์ผู้ชำระมลทิน คือ กิเลส จึงได้ถือเอาผลมะเดื่อไปถวายแก่พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายผลไม้ใดในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้ การที่เราได้มาในพระศาสนาแห่งพระพุทธเจ้าของเรา เป็นการมาดีแล้วหนอ วิชชา ๓ เราบรรลุแล้วโดยลำดับ พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ถอนภพทั้งปวงขึ้นได้หมดแล้ว ตัดกิเลสเครื่องผูกดังช้างตัดเชือกแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่ คุณวิเศษเหล่านี้คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้วพระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระอุทุมพรผลทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ อุทุมพรผลทายกเถราปทาน.

มิลักขุผลทายกเถราปทานที่ ๔ (๓๘๔)

ว่าด้วยผลแห่งการถวายผลมิลักขุ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน อัมพฏผลวรรค มิลักขุผลทายกเถราปทาน (๓๘๔) (ฉบับหลวง เล่ม ๓๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๒)

บาลี (สยามรัฐ)

วนนฺตเร พุทฺธํ ทิสฺวา อตฺถทสฺสึ มหายสํ

ปสนฺนจิตฺโต สุมโน มิลกฺขุสฺส ๑ ผลํ อทํ ฯ

อฏฺฐารเส กปฺปสเต ยํ ผลํ อททึ ตทา

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ผลทานสฺสิทํ ผลํ ฯ

สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ

กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา

นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา มิลกฺขุผลทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

มิลกฺขุผลทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

ปญฺจมํ ผารุสผลทายกตฺเถราปทานํ (๓๘๕)

๑ ม. ยุ. ปิลกฺขสฺสาททึ ผลํ ฯ

ฉบับหลวง

เราได้เห็นพระพุทธเจ้าพระนามว่าอัตถทัสสี ผู้มียศมากในระหว่างป่า เรามีจิตเลื่อมใสโสมนัส ได้ถวายผลมิลักขุ ในกัลปที่ ๑๘๐๐ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายผลไม้ใดในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้ การที่เราได้มาในพระศาสนาแห่งพระพุทธเจ้าของเราเป็นการมาดีแล้วหนอ วิชชา ๓ เราบรรลุแล้วโดยลำดับ พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ถอนภพทั้งปวงขึ้นได้หมดแล้ว ตัดกิเลสเครื่องผูกดังช้างตัดเชือกแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระมิลักขุผลทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ มิลักขุผลทายกเถราปทาน.

ผารุสผลทายกเถราปทานที่ ๕ (๓๘๕)

ว่าด้วยผลแห่งการถวายผลมะปราง

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน อัมพฏผลวรรค ผารุสผลทายกเถราปทาน (๓๘๕) (ฉบับหลวง เล่ม ๓๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๒)

บาลี (สยามรัฐ)

สุวณฺณวณฺณํ สมฺพุทฺธํ อาหุตีนํ ปฏิคฺคหํ

รถิยํ ปฏิปชฺชนฺตํ ผารุสผลํ อทาสหํ ฯ

เอกนวุเต อิโต กปฺเป ยํ ผลํ อททํ อหํ

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ผลทานสฺสิทํ ผลํ ฯ

สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ

กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา

นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ผารุสผลทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

ผารุสผลทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

ฉฏฺฐํ วลฺลิผลทายกตฺเถราปทานํ (๓๘๖)

ฉบับหลวง

เราได้เห็นพระสัมพุทธเจ้ามีพระฉวีวรรณดังทองคำ สมควรรับเครื่องบูชาเสด็จดำเนินอยู่ในถนน จึงได้ถวายผลมะปรางแด่พระองค์ ในกัลปที่ ๙๑แต่กัลปนี้ เราได้ถวายผลไม้ใด ในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้ การที่เราได้มาในพระศาสนาแห่งพระพุทธเจ้าของเรา เป็นการมาดีแล้วหนอ วิชชา ๓ เราบรรลุแล้วโดยลำดับ พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว เราเผากิเลสทั้งหลายแล้วถอนภพทั้งปวงขึ้นได้หมดแล้ว ตัดกิเลสเครื่องผูกดังช้างตัดเชือกแล้วเป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้วดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระผารุสผลทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ ผารุสผลทายกเถราปทาน.

วัลลิผลทายกเถราปทานที่ ๖ (๓๘๖)

ว่าด้วยผลแห่งการถวายผลวัลลิ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน อัมพฏผลวรรค วัลลิผลทายกเถราปทาน (๓๘๖) (ฉบับหลวง เล่ม ๓๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๒)

บาลี (สยามรัฐ)

สพฺเพ ชนา สมาคมฺม อาคมึสุ วนํ ตทา

ผลมเนฺวสมานา เต อลภึสุ ผลํ ตทา ฯ

ตตฺถทฺทสาสึ สมฺพุทฺธํ สยมฺภุํ อปราชิตํ

ปสนฺนจิตฺโต สุมโน วลฺลิผลมทาสหํ ฯ

เอกตฺตึเส อิโต กปฺเป ยํ ผลํ อททึ ตทา

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ผลทานสฺสิทํ ผลํ ฯ

สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ

กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา

นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา วลฺลิผลทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

วลฺลิผลทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

สตฺตมํ กทลิผลทายกตฺเถราปทานํ (๓๘๗)

ฉบับหลวง

ในกาลนั้น ชนทั้งปวงชักชวนกันมาสู่ป่า เขาเหล่านั้นแสวงหาผลไม้ ก็หาผลไม้ได้ ในกาลนั้น ในป่านั้น เราได้เห็นพระสัมพุทธเจ้าผู้สยัมภู ไม่แพ้อะไรๆ เรามีจิตเลื่อมใสโสมนัส ได้ถวายผลวัลลิ ในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายผลไม้ใดในกาลนั้น ด้วยทานนั้นเราได้รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้ การที่เราได้มาในพระศาสนาแห่งพระพุทธเจ้าของเรา เป็นการมาดีแล้วหนอ วิชชา ๓ เราบรรลุแล้วโดยลำดับ พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ตัดกิเลสเครื่องผูกดังช้างตัดเชือกแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระวัลลิผลทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ วัลลิผลทายกเถราปทาน.

กทลิผลทายกเถราปทานที่ ๗ (๓๘๗)

ว่าด้วยผลแห่งการถวายผลกล้วย

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน อัมพฏผลวรรค กทลิผลทายกเถราปทาน (๓๘๗) (ฉบับหลวง เล่ม ๓๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๒)

บาลี (สยามรัฐ)

กณิการํว ชลิตํ ปุณฺณมาเยว จนฺทิมํ

ชลนฺตํ ทีปรุกฺขํว อทฺทสํ โลกนายกํ ฯ

กทลิยา ๑ ผลํ คยฺห อทาสึ สตฺถุโน อหํ

ปสนฺนจิตฺโต สุมโน วนฺทิตฺวาน อปกฺกมึ ฯ

เอกตฺตึเส อิโต กปฺเป ยํ ผลํ อททึ ตทา

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ผลทานสฺสิทํ ผลํ ฯ

สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ

กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา

นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา กทลิผลทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

กทลิผลทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

อฏฺฐมํ ปนสผลทายกตฺเถราปทานํ (๓๘๘)

๑ ม. ยุ. กทลิผลํ ปคฺคยฺห ฯ

ฉบับหลวง

เราได้เห็นพระศาสดาผู้เป็นนายกของโลก ทรงรุ่งเรืองดังดอกกรรณิการ์โชติช่วงเหมือนพระจันทร์วันเพ็ญและดังดวงประทีป เรามีจิตเลื่อมใสโสมนัส ได้ถือเอาผลกล้วยไปถวายแด่พระศาสดา ถวายบังคมแล้วกลับไป ในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายผลไม้ใดในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้ การที่เราได้มาในพระศาสนาแห่งพระพุทธเจ้าของเรา เป็นการมาดีแล้วหนอ วิชชา ๓เราบรรลุแล้วโดยลำดับ พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ถอนภพทั้งปวงขึ้นได้หมดแล้ว ตัดกิเลสเครื่องผูกดังช้างตัดเชือกแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระกทลิผลทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ กทลิผลทายกเถราปทาน.

ปนสผลทายกเถราปทานที่ ๘ (๓๘๘)

ว่าด้วยผลแห่งการถวายขนุนสุก

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน อัมพฏผลวรรค ปนสผลทายกเถราปทาน (๓๘๘) (ฉบับหลวง เล่ม ๓๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๒)

บาลี (สยามรัฐ)

อชฺชุโน นาม สมฺพุทฺโธ หิมวนฺเต วสี ตทา

จรเณน จ สมฺปนฺโน สมาธิกุสโล มุนิ ฯ

กุมฺภมตฺตํ คเหตฺวาน ปนสํ ชีวชีวกํ

ฉตฺตปณฺเณ ฐเปตฺวาน อทาสึ สตฺถุโน อหํ ฯ

เอกนวุเต อิโต กปฺเป ยํ ผลํ อททึ ตทา

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ผลทานสฺสิทํ ผลํ ฯ

สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ

กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา

นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ปนสผลทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

ปนสผลทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

ฉบับหลวง

ในกาลนั้น พระสัมพุทธเจ้าพระนามว่าอัชชุนะ ทรงถึงพร้อมด้วยจรณะและเป็นมุนี ผู้ฉลาดในสมาธิ ประทับอยู่ที่ภูเขาหิมวันต์ เราถือเอาผลขนุนอันสุกสด โตประมาณเท่าหม้อวางไว้ที่ต้นตีนเป็ดแล้ว ได้ถวายแด่พระศาสดา ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายผลไม้ใดในกาลนั้นด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้ การที่เราได้มาในพระศาสนาแห่งพระพุทธเจ้าของเรา เป็นการดีแล้วหนอ วิชชา ๓เราบรรลุแล้วโดยลำดับ พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ถอนภพทั้งปวงขึ้นได้หมดแล้ว ตัดกิเลสเครื่องผูกดังช้างตัดเชือกแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระปนสผลทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ ปนสผลทายกเถราปทาน.

นวมํ โสณโกฏิวิสตฺเถราปทานํ (๓๘๙)

โสณโกฏิวิสเถราปทานที่ ๙ (๓๘๙)

ว่าด้วยผลแห่งการถวายถ้ำ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน อัมพฏผลวรรค โสณโกฏิวิสเถราปทาน (๓๘๙) (ฉบับหลวง เล่ม ๓๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๒)

บาลี (สยามรัฐ)

วิปสฺสิโน ปาวจเน เอกํ เลณํ มยา กตํ

จาตุทฺทิสสฺส สงฺฆสฺส พนฺธุมาราชธานิยา ฯ

ทุสฺเสหิ ภูมึ เลณสฺส สนฺถริตฺวา ปริจฺจชึ

อุทคฺคจิตฺโต สุมโน อกาสึ ปณิธึ ตทา ฯ

อาราเธยฺยํ สมฺพุทฺธํ ปพฺพชฺชญฺจ ลเภยฺยหํ

อนุตฺตรญฺจ นิพฺพานํ ผุเสยฺยํ สนฺติมุตฺตมํ ฯ

เตเนว สุกฺกมูเลน กปฺเป นวุติ สํสรึ

เทวภูโต มนุสฺโส จ กตปุญฺโญ วิโรจหํ ฯ

ตโต กมฺมาวเสเสน อิธ ปจฺฉิมเก ภเว

จมฺปายํ อคฺคเสฏฺฐิสฺส ชาโตมฺหิ เอกปุตฺตโก ฯ

ชาตมตฺตสฺส เม สุตฺวา ปิตุฉนฺโท อยํ อหุ

ททามหํ กุมารสฺส วีสโกฏี อนูนกา ฯ

จตุรงฺคุลา จ เม โลมา ชาตา ปาทตเล อุโภ

สุขุมา มุทุสมฺผสฺสา ตุลาปิจุสมา สุภา ฯ

อตีตา นวุติ กปฺปา อยํ เอโก จ อุตฺตรึ

นาภิชานามิ นิกฺขิตฺเต ปาเท ภุมฺเม ๑ อสนฺถเต ฯ

อาราธิโต เม สมฺพุทฺโธ ปพฺพชึ อนคาริยํ

อรหตฺตญฺจ เม ปตฺตํ สีติภูโตมฺหิ นิพฺพุโต ฯ

อคฺคารทฺธวิริยานํ นิทฺทิฏฺโฐ สพฺพทสฺสินา

ขีณาสโว ๒ จ อรหา ฉฬภิญฺโญ มหิทฺธิโก ฯ

เอกนวุเต อิโต กปฺเป ยํ ทานมททึ ตทา

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ เลณทานสฺสิทํ ผลํ ฯ

สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ

กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา

นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ

เถโร ๑ โกฏิวิโส โสโณ ภิกฺขุสงฺฆสฺส อคฺคโต

ปญฺหํ ปุฏฺโฐ วิยากาสิ อโนตตฺตมหาสเรติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา โสโณ โกฏิวิโส เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

โสณโกฏิวิสตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

ทสมํ ปุพฺพกมฺมปิโลติ นาม พุทฺธาปทานํ (๓๙๐)

๑ ม. ภุมฺยา ฯ ๒ ม. ขีณาสโวมฺหิ อรหา ฯ

ฉบับหลวง

ในศาสนาของพระพุทธเจ้า พระนามว่าวิปัสสี เราได้สร้างถ้ำ (วิหาร)ถ้ำหนึ่ง ถวายแด่สงฆ์ผู้มาจากทิศทั้งสี่ ในพันธุมาราชธานี เราบริจาคผ้าหลายผืนไว้ลาดพื้นถ้ำ ในกาลนั้น เรามีจิตเบิกบานโสมนัส ได้ทำความปรารถนาว่า ขอเราพึงได้พบพระสัมพุทธเจ้าผู้ทรงโปรดปราน พึงได้บรรพชาและพึงถูกต้อง (บรรลุ) นิพพานอันยอดเยี่ยม เป็นอุดมสันติด้วยกุศลมูลนั้นนั่นแล เราระลึกชาติได้ตลอด ๙๐ กัลป

เราเป็นเทวดาก็ดี เป็นมนุษย์ก็ดี เป็นผู้ก่อสร้างบุญรุ่งเรืองนัก ด้วยกรรมอันเหลือจากนั้น ในภพหลังสุดนี้ เราเกิดเป็นบุตรคนเดียวของอัครเศรษฐีในจัมปานคร พอบิดาของเราได้ฟังว่าเราเกิดแล้ว ก็ได้มีความพอใจว่า เราจะให้ทรัพย์ ๒๐๐ ล้านแก่กุมารไม่ให้หย่อนเลย ขนยาวประมาณ ๔ นิ้ว เส้นละเอียด มีสัมผัสอ่อนนุ่ม เสมอเหมือนปุยนุ่นงาม เกิดที่พื้นเท้าทั้งสองของเรา ข้อนี้เป็นคนพิเศษประการหนึ่ง ตลอด ๙๐ กัลปที่ล่วงมา เราไม่รู้สึกในเมื่อเท้าวางลงบนภาคพื้นที่ไม่มีเครื่องลาด พระสัมพุทธเจ้าเราพอใจแล้ว เราได้บวชเป็นบรรพชิตแล้ว เราบรรลุอรหัตแล้ว และเป็นผู้เย็น เป็นผู้ดับแล้ว พระศาสดาผู้ทรงเห็นเหตุทั้งปวงทรงแสดงเราว่าเป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้ปรารภความเพียร

เราเป็นพระอรหันตขีณาสพได้อภิญญา ๖ มีฤทธิ์มาก ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายทานใดในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายถ้ำการที่เราได้มาในพระศาสนาแห่งพระพุทธเจ้าของเรา เป็นการมาดีแล้วหนอ วิชชา ๓ เราบรรลุแล้วโดยลำดับ พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ถอนภพทั้งปวงขึ้นได้หมดแล้ว ตัดกิเลสเครื่องผูกดังช้างตัดเชือกแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว พระโสณโกฏิวิสเถระ โดยฐานะ เป็นหัวหน้าของภิกษุสงฆ์ ถูกถามปัญหาแล้วได้พยากรณ์ที่สระใหญ่ชื่ออโนดาต ดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระโสณโกฏิวิสเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ โสณโกฏิวิสเถราปทาน.

พุทธาปทานชื่อปุพพกรรมปิโลติที่ ๑๐ (๓๙๐)

ว่าด้วยบุพจริยาของพระองค์เอง

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน อัมพฏผลวรรค พุทธาปทานชื่อปุพพกรรมปิโลติ (๓๙๐) (ฉบับหลวง เล่ม ๓๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๒)

บาลี (สยามรัฐ)

อโนตตฺตสราสนฺเน รมณีเย สิลาตเล

นานารตนปชฺโชเต นานาคนฺธวนนฺตเร ฯ

มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน ปเรโต โลกนายโก

อาสีโน พฺยากริ ตตฺถ ปุพฺพกมฺมานิ อตฺตโน ฯ

สุณาถ ภิกฺขเว มยฺหํ ยํ กมฺมํ ปกตํ มยา

เอกํ อรญฺญิกํ ภิกฺขุํ ทิสฺวา ทินฺนํ ปิโลติกํ ฯ

ปตฺถิตํ ปฐมํ พุทฺธํ พุทฺธตฺตาย มยา ตทา

ปิโลติยสฺส กมฺมสฺส พุทฺธตฺเตปิ วิปจฺจติ ฯ

โคปาลโก ปุเร อาสึ คาวึ ปาเชติ โคจรํ

ปิวนฺตึ อุทกํ อาวิลํ คาวึ ทิสฺวา นิวารยึ ฯ

เตน กมฺมวิปาเกน อิธ ปจฺฉิมเก ภเว

ปิปาสิโต ยถิจฺฉกํ น หิ ปาตุํ ลภามหํ ฯ

ปุนาลิ นามหํ ธุตฺโต ปุพฺเพ อญฺญาสุ ชาติสุ

ปจฺเจกพุทฺธํ สุรภึ อพฺภาจิกฺขึ อทูสกํ ฯ

เตน กมฺมวิปาเกน นิรเย สํสรึ จิรํ

พหู วสฺสสหสฺสานิ ทุกฺขํ เวเทสิ เวทนํ ฯ

เตน กมฺมาวเสเสน อิธ ปจฺฉิมเก ภเว

อพฺภกฺขานํ มยา ลทฺธํ สุนฺทริกาย การณา ฯ

สพฺพาภิภุสฺส พุทฺธสฺส นนฺโท นามาสิ สาวโก

ตํ อพฺภาจิกฺขาย ๑ นิรเย จิรํ สํสริตํ มยา ฯ

ทสวสฺสสหสฺสานิ นิรเย สํสรึ จิรํ

มนุสฺสลาภํ ๒ ลทฺธาหํ อพฺภกฺขานํ พหุํ ลภึ ฯ

เตน กมฺมาวเสเสน จิญฺจมานวิกา มมํ

อพฺภาจิกฺขิ อภูเตน ชนกายสฺส อาคตา ๓ ฯ

พฺราหฺมโณ สุตวา อาสึ อหํ สกฺกตปูชิโต

มหาวเน ปญฺจสเต มนฺเต วาเจมิ มาณเว ฯ

ตตฺถาคโต อิสีภิโม ๔ ปญฺจาภิญฺโญ มหิทฺธิโก

ตญฺจาหํ อาคตํ ทิสฺวา อพฺภาจิกฺขึ อทูสกํ ฯ

ตโตหํ อวจํ สิสฺเส กามโภคี อยํ อิสิ

มยฺหํปิ ภาสมานสฺส อนุโมทึสุ มาณวา ฯ

ตโต มาณวกา สพฺเพ ภิกฺขมานา กุเล กุเล

มหาชนสฺส อาหํสุ กามโภคี อยํ อิสิ ฯ

เตน กมฺมวิปาเกน ปญฺจภิกฺขุสตา อิเม

อพฺภกฺขานํ ลภุํ สพฺเพ สุนฺทริกาย การณา ฯ

เวมาตุ ๑ ภาตรํ ปุพฺเพ ธนเหตุ หนึ อหํ

ปกฺขิปึ คริทุคฺเคสุ สิลาย จ อปึสยึ ฯ

เตน กมฺมวิปาเกน เทวทตฺโต สิลํ ขิปิ

องฺคุฏฺฐํ ปึสยิ ปาเท มม ปาสาณสกฺขรา ฯ

ปุเรหํ ทารโก หุตฺวา กีฬมาโน มหาปเถ

ปจฺเจกพุทฺธํ ทิสฺวาน มคฺเค สกลิกํ ทหึ ๒ ฯ

เตน กมฺมวิปาเกน อิธ ปจฺฉิมเก ภเว

วธตฺถํ มํ เทวทตฺโต อติมาเร ปโยชยิ ฯ

หตฺถาโรโห ปุเร อาสึ ปจฺเจกมุนิมุตฺตมํ

ปิณฺฑาย วิจรนฺตํปิ ๓ อาสาเทสึ คเชนหํ ฯ

เตน กมฺมวิปาเกน ภนฺโต นาฬาคิรี คโช

คิริพฺพเช ปุรวเร ทารุโณ สมุปาคมิ ฯ

ราชาหํ ปตฺติโก ๔ อาสึ สตฺติยา ปุริเส ๕ หนึ

เตน กมฺมวิปาเกน นิรเย ปจฺจิสํ ภุสํ ฯ

กมฺมุโน ตสฺส เสเสน โส ๖ ทานิ สกลํ มม

ปาเท ฉวึ ปกปฺเปสิ น หิ กมฺมํ วินสฺสติ ฯ

อหํ เกวฏฺฏคามสฺมึ อหุ เกวฏฺฏทารโก

มจฺโฉปฆาตเก ๗ ทิสฺวา ชนยึ โสมนสฺสกํ ฯ

เตน กมฺมวิปาเกน สีสทุกฺขํ อหุ มม

สกฺเกสุ หญฺญมาเนสุ ยทา หนิ วิฏฏุโภ ๑ ฯ

ผุสฺสสฺสาหํ ปาวจเน สาวเก ปริภาสยึ

ยวํ ขาทถ ภุญฺชถ มา จ ภุญฺชถ สาลิโย ฯ

เตน กมฺมวิปาเกน เตมาสํ ขาทิตํ ยวํ

นิมนฺติโต พฺราหฺมเณน เวรญฺชายํ วสึ ตทา ฯ

นิพฺพุทฺเธ วตฺตมานมฺหิ มลฺลปุตฺตํ นิเสธยึ ๒

เตน กมฺมวิปาเกน ปิฏฺฐิทุกฺขํ อหุ มม ฯ

ติกิจฺฉโก อหํ อาสึ เสฏฺฐิปุตฺตํ วิเรจยึ

เตน กมฺมวิปาเกน โหติ ปกฺขนฺทิกํ มม ฯ

อวจาหํ โชติปาโล สุคตํ กสฺสปํ ตทา

กุโต นุ โพธิมณฺฑสฺส โพธิ ปรมทุลฺลภา ฯ

เตน กมฺมวิปาเกน อจรึ ทุกฺกรํ พหุํ

ฉพฺพสฺสานุรุเวลายํ ตโต โพธึ อปาปุณึ ฯ

นาหํ เอเตน มคฺเคน ปาปุณึ โพธิมุตฺตมํ

กุมคฺเคน คเวสิสฺสํ ปุพฺพกมฺเมน โจทิโต ๓ ฯ

ปุญฺญปาปปริกฺขีโณ สพฺพสนฺตาปวชฺชิโต

อโสโก อนุปายาโส นิพฺพายิสฺสํ อนาสโว ฯ

เอวํ ชิโน วิยากาสิ ภิกฺขุสงฺฆสฺส อตฺถโต ๔

สพฺพาภิญฺญาพลปฺปตฺโต อโนตตฺเต มหาสเรติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ ภควา อตฺตโน ปุพฺพจริตํ ปุพฺพกมฺมปิโลตึ ๑ นาม พุทฺธาปทานํ ธมฺมปริยายํ อภาสิตฺถาติ ฯ

ปุพฺพกมฺมปิโลติ นาม พุทฺธาปทานํ สมตฺตํ ฯ

อุทฺทานํ

อมฺพฏํ อพุชญฺเจว อุทุมฺพรมิลกฺขุ จ

ผารุวลฺลี จ กทลิ ปนโส โกฏิวิสโก ฯ

ปุพฺพกมฺมปิโลติ จ อปทานํ มเหสิโน

คาถาโย เอกนวุติ คณิตาโย วิภาวิหิ ฯ

อมฺพฏผลวคฺโค เอกูนจตฺตาฬีโส ฯ

จุทฺทสมํ ภาณวารํ ฯ

______________

๑ ยุ. โกฏิวิโสติ โส โสโณ ฯ

๑ ม. ยุ ... อพฺภกฺขาย ... ฯ ๒ ม. ยุ. มนุสฺสภาวํ ฯ ๓ ม. ยุ. อคฺคโต ฯ

๔ ม. อิสิภิโม ฯ ยุ. อิสิคโณ ฯ

๑ ยุ. เทฺว มาตา ภาตโร ปุพฺเพ ฯ ๒ ม. ขปึ ฯ ๓ ม. ยุ. วิจรนฺตํ ตํ ฯ

๔ ม. ยุ. ปตฺถิโว ฯ ๕ ม. ยุ. ปุริสํ ฯ ๖ ม. อิทานิ .. ฯ ยุ. จาทิณฺณํ ... ฯ

๗ ม. ยุ. มจฺฉโกฆาติเต ทิสฺวา ฯ

๑ โป. ม. วิฏฺฏุโภ ฯ ยุ. วิฑูฑโภ ฯ ๒ ม. วิเหฐยึ ฯ ๓ ม. วาริโต ฯ

ยุ. การิโต ฯ ๔ ม. ยุ. อคฺคโต ฯ

๑ ม. ยุ. กมฺมปิโลติกํ นาม ฯ

ฉบับหลวง

พระผู้มีพระภาคผู้เป็นนายกของโลก แวดล้อมด้วยภิกษุสงฆ์เป็นอันมากประทับนั่งอยู่ที่พื้นหินอันเป็นรัมณียสถานโชติช่วงด้วยแก้วต่างๆ ในละแวกป่าอันมีกลิ่นหอมต่างๆ ใกล้สระอโนดาต ตรัสชี้แจงบุรพกรรมทั้งหลายของพระองค์ ณ ที่นั้นว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟังกรรมที่เราทำแล้วของเรา เราเห็นภิกษุผู้ถืออยู่ป่าเป็นวัตรรูปหนึ่งแล้วได้ถวายผ้าเก่า เราปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้าเป็นครั้งแรก เพื่อความเป็นพระพุทธเจ้า ในกาลนั้น ผลแห่งกรรม คือการถวายผ้าเก่า ย่อมอำนวยผลให้เป็นพระพุทธเจ้า ในกาลก่อน เราเป็นนายโคบาล ต้อนโคไปเลี้ยง เห็นแม่โคกำลังดื่มน้ำขุ่นมัว จึงห้ามมัน ด้วยวิบากแห่งกรรมนั้น ในภพหลังสุดนี้ (แม้) เราจะกระหายน้ำ ก็ไม่ได้ดื่มน้ำตามความปรารถนาในชาติอื่นในกาลก่อน

เราเป็นนักเลงชื่อปุนาลิ ได้กล่าวตู่พระปัจเจกพุทธเจ้าชื่อว่าสุรภี ผู้ไม่ประทุษร้าย (ตอบ) ด้วยวิบากแห่งกรรมนั้นเราท่องเที่ยวอยู่ในนรกเป็นเวลานาน ได้เสวยทุกขเวทนาแสนสาหัสหลายพันปีเป็นอันมาก ด้วยผลกรรมอันเหลือนั้น ในภพหลังสุดนี้ เราจึงได้คำกล่าวตู่เพราะเหตุแห่งนางสุนทริกา เพราะการกล่าวตู่พระเถระนามว่านันทะ สาวกของพระพุทธเจ้า ผู้ครอบงำอันตรายทั้งปวง เราจึงท่องเที่ยวอยู่ในนรกสิ้นกาลนาน เราท่องเที่ยวอยู่ในนรกเป็นเวลานานถึงหมื่นปี ได้ความเป็นมนุษย์แล้ว ได้การกล่าวตู่เป็นอันมาก ด้วยผลกรรมที่เหลือนั้น นางจิญจมานวิกามากับหมู่ชน ได้กล่าวตู่เราด้วยคำอันไม่เป็นจริง เมื่อก่อน

เราเป็นพราหมณ์ชื่อสุตวา อันชนทั้งหลายสักการะบูชาสอนมนต์ให้กับมาณพประมาณ ๕๐๐ คนในป่าใหญ่ ก็เราได้เห็นฤาษีผู้น่ากลัว ได้อภิญญา ๕ มีฤทธิ์มากมาในสำนักของเรา เราจึงกล่าวตู่ฤาษีผู้ไม่ประทุษร้าย โดยได้บอกกะพวกศิษย์ของเราว่า ฤาษีพวกนี้มักบริโภคกาม แม้เมื่อเราบอก (เท่านั้น) พวกมาณพก็เชื่อฟัง ครั้งนั้น มาณพทั้งปวง เที่ยวไปภิกษาในสกุลๆ พากันบอกแก่มหาชนว่า ฤาษีพวกนี้มักบริโภคกาม ด้วยวิบากแห่งกรรมนั้น ภิกษุ ๕๐๐ เหล่านี้ ได้คำกล่าวตู่ทั้งหมด เพราะเหตุแห่งนางสุนทริกา ในกาลก่อน

เราได้ฆ่าพี่น้องชายต่างมารดา เพราะเหตุแห่งทรัพย์ จับใส่ลงในซอกเขา และบด (ทับ) ด้วยหิน ด้วยวิบากแห่งกรรมนั้น พระเทวทัตจึงผลักก้อนหินก้อนหินกลิ้งลงมากระทบนิ้วแม่เท้าของเราจนห้อเลือด ในกาลก่อนเราเป็นเด็กเล่นอยู่ที่หนทางใหญ่ เห็นพระปัจเจกพุทธเจ้าแล้ว ใส่ไฟเผา (ดัก) ไว้ทั่วหนทาง ด้วยวิบากกรรมนั้น ในภพหลังสุดนี้ พระเทวทัตจึงชักชวนนายขมังธนู ผู้ฆ่าคนตายมาก เพื่อให้ฆ่าเรา ในกาลก่อน เราเป็นนายควาญช้าง ได้ไสช้างให้จับมัดพระปัจเจกพุทธเจ้าผู้อุดมมุนีแม้กำลังเที่ยวบิณฑบาต ด้วยวิบากกรรมนั้น ช้างนาฬาคิรีอันดุร้าย วิ่งแล่นเข้าไปในคอก (ท้อง) เขา (วงกต) เบื้องหน้าผู้ประเสริฐ ในกาลก่อน

เราเป็นนายทหารราบ (เป็นแม่ทัพ) ฆ่าบุรุษเป็นอันมากด้วยหอก ด้วยวิบากแห่งกรรมนั้น เราถูกไฟไหม้อย่างเผ็ดร้อนอยู่ในนรกด้วยผลอันเหลือแห่งกรรมนั้น บัดนี้ ไฟนั้นยังมาไหม้ผิวหนังที่เท้าของเราทั้งสิ้น (อีก) เพราะว่ากรรมยังไม่พินาศไป ในกาลก่อนเราเป็นเด็ก(ลูก) ของชาวประมงอยู่ในบ้านเกวัฏฏคาม เห็นคนทั้งหลายฆ่าปลาแล้วเกิดความโสมนัส ด้วยวิบากแห่งกรรมนั้น ความทุกข์ที่ศีรษะ (ปวดศีรษะ)ได้มีแล้วแก่เราในเมื่อเจ้าศากยะทั้งหลายถูกเบียดเบียน พระเจ้าวิฏฏุภะฆ่าแล้ว

เราได้บริภาษพระสาวกทั้งหลาย ในศาสนาของพระพุทธเจ้าพระนามว่าผุสสะ ว่าท่านทั้งหลายจงเคี้ยว จงกินแต่ข้าวแดง แต่อย่ากินข้าวสาลีเลย ด้วยวิบากแห่งกรรมนั้น เราอันพราหมณ์นิมนต์แล้ว อยู่ในเมืองเวรัญชา บริโภคข้าวแดงตลอด ๓ เดือน ในกาลนั้น เมื่อนักมวยกำลังชกกัน เราได้ห้ามบุตรนักมวยปล้ำ ด้วยวิบากแห่งกรรมนั้น ความทุกข์ที่หลัง (ปวดหลัง) ได้มีแล้วแก่เรา เมื่อก่อนเราเป็นหมอรักษาโรคได้ถ่ายยาให้เศรษฐีบุตร (ตาย) ด้วยวิบากแห่งกรรมนั้น โรคปักขันทิกาพาธจึงมีแก่เรา เราชื่อว่าโชติปาละ ได้กล่าวกะพระสุคตเจ้าพระนามว่ากัสสปะ ในกาลนั้นว่า จักมีโพธิมณฑลแต่ที่ไหน โพธิญาณท่านได้ยากอย่างยิ่ง ด้วยวิบากแห่งกรรมนั้น

เราได้ประพฤติกรรมที่ทำได้ยากมาก(ทุกกรกิริยา) ที่ตำบลอุรุเวลาเสนานิคมตลอด ๖ ปี แต่นั้น จึงได้บรรลุโพธิญาณ แต่เราก็มิได้บรรลุโพธิญาณอันสูงสุดด้วยหนทางนี้ เราอันบุรพกรรมตักเตือนแล้ว จึงแสวงหาโพธิญาณโดยทางที่ผิด (บัดนี้)เราเป็นผู้สิ้นบาปและบุญ เว้นจากความเร่าร้อนทั้งปวง ไม่มีความเศร้าโศก ไม่คับแค้น เป็นผู้ไม่มีอาสวะ จักนิพพาน พระชินเจ้าทรงบรรลุกำลังแห่งอภิญญาทั้งปวงแล้ว ทรงพยากรณ์โดยทรงหวังประโยชน์แก่ภิกษุสงฆ์ ที่สระใหญ่อโนดาต ด้วยประการฉะนี้แล.

ทราบว่า พระผู้มีพระภาคได้ทรงภาษิตธรรมบรรยายพุทธาปทานชื่อ ปุพพกรรมปิโลติอันเป็นบุพจารีตของพระองค์ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ พุทธาปทานชื่อปุพพกรรมปิโลติ.

------------------------

รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. อัมพฏผลทายกเถราปทาน ๒. ลพุชทายกเถราปทาน

๓. อุทุมพรผลทายกเถราปทาน ๔. มิลักขุผลทายกเถราปทาน

๕. ผารุสผลทายกเถราปทาน ๖. วัลลิผลทายกเถราปทาน

๗. กทลิผลทายกเถราปทาน ๘. ปนสผลทายกเถราปทาน

๙. โสณโกฏิวิสเถราปทาน ๑๐. พุทธาปทานชื่อปุพพกรรมปิโลติ

บัณฑิตทั้งหลายคำนวณคาถาได้ ๙๑ คาถา

จบ อัมพฏผลวรรคที่ ๓๙.

จบ ภาณวารที่ ๑๔.

จบ อัมพฏผลวรรค