พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · เสเรยยกวรรค
๔. คันโธทกิยเถราปทาน (๑๒๔) เล่ม ๓๒
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๒๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔/๑๐ ในเสเรยยกวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
_______
๔. คนฺโธทกิยตฺเถราปทาน
๔. คันโธทกิยเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระคันโธทกิยเถระ
(พระคันโธทกิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เสเรยยกวรรค คันโธทกิยเถราปทาน (๑๒๔) (ฉบับหลวง เล่ม ๓๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๒)
บาลี (มหาจุฬาฯ) เล่ม ๓๒ หน้า ๒๑๔–๒๑๕ · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๓๒ หน้า ๒๘๑–๒๘๑
นิสชฺช ปาสาทวเร วิปสฺสึ อทฺทสํ ชินํ
กกุธํ วิลสนฺตํว สพฺพญฺญุตฺตมนายกํ. <744>
ข้าพเจ้านั่งอยู่ในปราสาทที่ประเสริฐ ได้เห็นพระชินเจ้าพระนามว่าวิปัสสี ทรงเหมือนต้นรกฟ้าที่งดงาม เป็นพระสัพพัญญู ทรงเป็นผู้นำสูงสุด
ปาสาทสฺสาวิทูเร จ คจฺฉติ โลกนายโก
ปภา นิทฺธาวเต ตสฺส สตรํสิมฺหิ นิพฺพุเต. <745>
พระองค์ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก เสด็จดำเนินไปในที่ไม่ไกลปราสาท รัศมีของพระองค์สว่างไสว ในเมื่อดวงอาทิตย์อัสดงคตแล้ว
คนฺโธทกํ จ ปคฺคยฺห พุทฺธเสฏฺฐํ สโมกิรึ
เตน จิตฺตปฺปสาเทน ตตฺถ กาลํ กโต อหํ.
ข้าพเจ้าประคองน้ำหอม ประพรม(บูชา)พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด แล้วสิ้นชีวิตลง ณ ที่นั้น ด้วยจิตที่เลื่อมใสนั้น
เอกนวุฌต อิโต กปฺเป ยํ คนฺโธทกโมกิรึ
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.
ในกัปที่ ๙๑ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ประพรมน้ำหอมไว้ จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
เอกตึเส อิโต กปฺเป สุคนฺโธ นาม ขตฺติโย
สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺตี มหพฺพโล.
ในกัปที่ ๓๑ นับจากกัปนี้ไป ได้เป็นกษัตริย์ผู้จักรพรรดิพระนามว่าสุคันธะ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิ จ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ.
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา คนฺโธทกิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ.
คนฺโธทกิยตฺเถรสฺส อปทานํ จตุตฺถํ สมตฺตํ.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แลได้ทราบว่า ท่านพระคันโธทกิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
คันโธทกิยเถราปทานที่ ๔ จบ
จบ ๔. คันโธทกิยเถราปทาน (๑๒๔)